ณ ห้องปกครอง
"แอคมี่ลูกแม่"เสียงแม่ของฉันดังขึ้นและโผลเข้ากอดฉันอย่างรวดเร็ว ฉันรีบกอดแม่ นาทีนี้ฉันกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกต่อไป
"ฮึก ฮึก แม่" ฉันปล่อยโฮโดยที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะอยู่ในห้องนี้รวมถึงพิกเล็ตด้วย ฉันอ่อนแอเหลือเกิน
"ลูกแม่ไม่เป็อะไรแล้วนะ"แม่ค่อยๆลูบหลังปลอบประโลม ฉันหันไปทางพิกเล็ตเห็นเธอมองฉันน้ำตาเอ่อล้น
"พิกเล็ตลูก" ไม่นานแม่ของพิกเล็ตก็ตามมาตอนนี้ผู้ปกครองของฉัน พิกเล็ต ไอ้ดีแลน และธามก็มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องปกครอง
"ตอนนี้คณะครูได้สอบสวนเด็กทั้งสี่คนแล้วนะคะแต่ดีแลนกับธามปฏิเสธเื่ทั้งหมด"ครูไพลินอธิบายเื่ราวให้ผู้ปกครองทุกคนทราบ
"แต่ครูได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นความจริงทุกอย่างหมดแล้วค่ะ"
หะ หา ว่าไงนะห้องเรียนมีกล้องวงจรปิดด้วยหรอเนี่ย??!
"ตายจริงติดกล้องวงจรปิดที่ห้องเรียนได้ด้วยหรอคะครู หรือตั้งใจจะใส่ความกันกันแน่"แม่ของดีแลนยังคงเถียงแทนลูกต่อ เหอะ สมเป็แม่ลูกกันจริงๆ
"ใช่ค่ะเรามีมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในห้องเรียน แต่เราต้องปิดเป็ความลับเพราะหากมีเหตุการณ์อะไรขึ้นจะได้จับตัวคนผิดได้ง่าย"ครูไพลินสาธยายจนฉันอึ้งไปหมด
"ดีฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกแกให้เข็ดเลย" แม่ขู่พวกมันให้กลัวทันที
"ยอมรับความจริงเถอะธามโทษหนักจะได้กลายเป็เบา ฮึก" แม่ธามพูดขึ้นพร้อมแสดงท่าทีกลัวเอามากฉันสงสารเธอเหลือเกิน
"ผมยอมแล้วครับ พี่ดีแลนทำทีมาตีซี้ผมแล้วก็ยุให้ผมปล้ำแอคมี่แล้วตะกี้พี่ดีแลนก็จะปล้ำพิกเล็ตเหมือนกัน ฉันขอโทษนะแอคมี่ พิกเล็ต"ในที่สุดธามก็รับสารภาพแต่โดยดีเพราะกลัวความผิด
"อ้าวไอธามมึงอย่ามาใส่ร้ายกันนะ" ไอ้ดีแลนโกรธจัดจะลุกขึ้นชกหน้าธามแต่ครูไพลินห้ามไว้
"หยุดนะดีแลนหลักฐานขนาดนี้ถ้าเธอไม่ยอมรับครูคงต้องเรียกตำรวจแล้วล่ะส่วนธามครูจะลดโทษให้ในฐานะที่เธอกล้ายอมรับความจริง" ไอ้ดีแลนหน้าเสียทันที
"ก็ได้ครับ ผมยอมรับ ผมทำจริงพอใจหรือยัง" ประโยคสุดท้ายไอ้ดีแลนมันหันมาพูดกับฉัน
"เอาล่ะตามโทษของโรงเรียนแล้วครั้งนี้ถือเป็ความผิดร้ายแรง เราจำเป็ต้องไล่ดีแลนและธาม
ออกจากการเป็นักเรียนของที่นี่ หวังว่าผู้ปกครองทั้งสองท่านจะเข้าใจนะคะส่วนเื่คดีความคงต้องแล้วแต่ทางพิกเล็ตกับแอคมี่" ฉันกับพิกเล็ตมองหน้ากันแต่เหมือนเราสองคนจะมีคำตอบที่ตรงกันอยู่แล้ว
"หนูไม่เอาเื่ค่ะ"พิกเล็ตพูดขึ้น
"แน่ใจนะลูก"แม่ของพิกเล็ตเหมือนไม่อยากปล่อยไปง่ายๆ
"หนูก็ไม่เอาเื่เหมือนกันค่ะให้จบแค่นี้และหวังว่าเขาทั้งสองจะไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นอีก"ฉันพูดขึ้นเพราะเห็นด้วยกับพิกเล็ต แค่นี้ทั้งสองคนก็หมดอนาคตแล้ว
"แต่แม่ไม่ยอมถ้าลูกแม่เป็อะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ" นั่นไงแม่ฉันนี่เหมือนกับแม่พิกเล็ตจริงๆ
"หนูไม่เป็อะไรค่ะโชคดีที่พิกเล็ตมาช่วยทัน" ประโยคสุดท้ายฉันหันไปยิ้มให้พิกเล็ตเหมือนแม่จะสังเกตเห็นได้แต่คราวนี้ท่านกลับเงียบไม่ต่อว่าอะไร
วันนั้นเราทั้งสองครอบครัวก็แยกย้ายกันกลับบ้านส่วนไอ้ดีแลนกับธามก็โดนไล่ออกตามระเบียบ หมดเื่ร้ายๆสักทีนะ
วันต่อมา... (พิกเล็ต)
วันนี้ครูอนุญาตให้ฉันหยุดพักผ่อนหนึ่งวันหลังจากที่เจอเื่แย่ๆมาเยอะเห้อ หมดเคราะห์สักทีนะ หวังว่าต่อไปนี้อะไรๆจะดีขึ้น
"พิกเล็ตมีคนมาหาแหนะ"แม่ะโเรียกฉันเสียงดัง ว่าแต่ใครมาหาน่ะฉันรีบลงไปข้างล่างพบว่าเป็แม่ของแอคมี่!
"เอ่อ สวัสดีค่ะคุณแม่ เอ้ยคุณน้า"
"เรียกแม่ก็ได้จ้ะฉันมาขอบคุณหนูที่ช่วยแอคมี่ไว้" ครั้งนี้แม่แอคมี่ดีกับฉันต่างจากวันก่อนมากฉันยิ้มให้ท่านอย่างอ่อนโยน
"ที่ผ่านมาฉันเอาแต่เคร่งเครียดกับแอคมี่มากไปจนไม่เคยได้สนใจว่าลูก้าอะไรลูกเป็ยังไงบ้าง จนวันที่เกิดเื่ไม่ดีขึ้น ทำให้รู้ว่าฉันรักและห่วงแอคมี่มากแค่ไหนยังไงก็ขอบคุณหนูจริงๆนะ"แม่แอคมี่เข้ามาจับมือฉันทั้งสองข้างไว้แสดงความขอบคุณจากใจจริงนี่ฉันผ่านบททดสอบของแม่แอคมี่แล้วใช่มั้ย
"ไม่เป็ไรค่ะแม่หนูก็เป็ห่วงแอคมี่มากๆเหมือนกัน" ฉันตอบตามตรง ตอนที่ฉันรู้เื่ฉันวิ่งแทบไม่คิดชีวิตเพื่อไปช่วยแอคมี่
"ขอบคุณที่รักลูกสาวแม่นะแล้วก็ขอโทษที่เคยต่อว่าหนู แต่ต่อจากนี้ถ้าพวกหนูจะรักกันแม่ยินดีนะ" หืมมมสิ่งที่แม่แอคมี่พูดทำให้ฉันอึ้ง ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"เอ่อ..." ฉันใจเต้นแรง พูดอะไรต่อไม่ถูกแล้วก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเื่นี้ยังไง
"แม่ขอตัวกลับก่อนนะจ้ะป่านนี้แอคมี่คงตื่นแล้ว"
"เอ่อ...ค่ะเดี๋ยวหนูไปส่งนะคะ"
"ไม่เป็ไรจ้ะหนูพักผ่อนเถอะ" และแม่แอคมี่ก็เดินกลับไปทิ้งฉันให้สับสนกับคำพูดของเธอเพียงลำพัง
ณ ห้อง 4/10
ห้องเรียนวันนี้ครึกครื้นตามปกติเพื่อนๆไม่มีใครรู้เื่ที่เกิดขึ้น ทุกคนช่วยกันปิดข่าวเพราะมองว่าจะเป็ผลดีแก่ทุกฝ่ายอ่อ แล้วความลับสุดยอดคือ ที่จริงห้องเรียนไม่ได้มีกล้องวงจรปิดอะไรทั้งนั้นครูไพลินพูดขึ้นเพื่อหลอกให้สองคนนั้นยอมรับความจริงต่างหาก และก็ได้ผลจริงๆด้วย
"หวัดดีพิกเล็ต" อ๊ะเสียงคุ้นเคยของแอคมี่ทักขึ้น ฉันหันไปยิ้มหวานให้เหมือนแต่ก่อนที่ชอบทำ
"หวัดดีเธอสบายดีขึ้นแล้วนะ" ฉันถามด้วยความเป็ห่วง
"อื้อเธอก็ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย"
"อื้มฉันไม่เป็อะไรมากหรอก" เราสองคนมองสบตากันอยู่พักหนึ่งโดยไม่มีใครพูดอะไร
"เที่ยงนี้ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"แอคมี่เป็คนเริ่มพูดขึ้นก่อน ลึกๆฉันพอจะรู้ว่าเขาจะคุยเื่อะไรเพราะฉันเองก็อยากเคลียร์เื่นี้เหมือนกัน
"ได้สิ" เรามองหน้าและยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้นจนครูเข้ามาสอนเรียกสติเราสองคนกลับมา
ปิ๊งป่อง....
และแล้วก็ถึงเวลาพัก เพื่อนๆทยอยออกจากห้องเรียนเพื่อไปที่โรงอาหารจนตอนนี้เหลือฉันกับ
แอคมี่อยู่สองคนในห้อง
"ขอบใจเธอมากนะที่ช่วยฉัน"แอคมี่เป็คนเริ่มบทสนทนานี้
"อื้อ ไม่เป็ไรก็เราเป็เพื่อนกันหนิ"ฉันตอบกลับไปทันทีโดยไม่ทันคิด
"แน่ใจหรอว่าเพื่อน?"แอคมี่ถามกลับพร้อมส่งสายตาเ้าเล่ห์มาให้ฉัน!
"นะ แน่ใจสิพูดอะไรของเธอ" ฉันเขินจนพูดอะไรไม่ออกขณะนั้นแอคมี่ก็จับมือฉันขึ้นมาแล้วเอาไปลูบแก้มของเขา ฉันได้แต่มองการกระทำของเขาและปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ
"เราไม่เป็เพื่อนกันแล้วได้มั้ย"ตึก ตึก ตึก เสียงหัวใจฉันเต้นแรงจนคิดว่าแอคมี่อาจจะได้ยินเหมือนกัน
"ั้แ่ฉันโตมาฉันไม่เคยมีความรู้สึกนี้กับใคร สิ่งที่ฉันรู้สึกกับเธอมันมากกว่าเพื่อนทั่วไปฉันรู้สึกหวง รู้สึกห่วง แล้วก็รู้สึกว่าอยากมีเธออยู่ข้างๆมันทรมานมากนะในวันที่เราไม่พูดกัน" แอคที่พรั่งพรูความในใจออกมาทั้งหมดฉันซาบซึ้งใจมากที่ความรู้สึกของเราตรงกัน
"ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกกับฉันเหมือนกันมั้ยแต่วันนี้ฉันไม่อยากหนีตัวเองอีกแล้วฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันรักเธอมากนะพิกเล็ต" ฮึก ฮึก ฮึก ฉันร้องไห้ออกมาในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่แอคมี่พูดคำว่ารักกับฉัน
"ฉันก็รักเธอแอคมี่ ฮึก ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อใจเธอฉันขอโทษที่ไปคบพี่ดีแลน ขอโทษที่ทำเธอเสียใจ ฮึก"ฉันร้องไห้หนักมากจนพูดแทบไม่รู้เื่ แอคมี่ดึงฉันไปกอดเพื่อปลอบประโลมก่อนที่เขาจะใช้จมูกเล็กๆหอมแก้มฉันเบาๆเพื่อให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
"โอ๋ ไม่ร้องนะตอนนี้เราก็ดีกันแล้วนี่ไง" แอคมี่ตอบฉันเหมือนเด็ก แต่แปลกฉันกลับรู้สึกดีแล้วก็อบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
"อื้อ เราดีกันนะ" ฉันชูนิ้วก้อยให้แอคมี่เขายิ้มอบอุ่นให้ฉันพร้อมเอามือมาขยี้หัว
"ดีจ้ะ"แอคมี่เกี่ยวก้อยกับฉัน เราสองคนมองตากันสักพักจนฉันเริ่มหน้าแดง
"เอ่อเราไปกินข้าวกันมั้ย"ฉันเป็ฝ่ายชวนเขาก่อนเพราะไม่อยากให้เขาสังเกตเห็นว่าฉันหน้าแดงขนาดไหน
"เดี๋ยวสิเธอยังไม่ตอบฉันเลยว่าเราเลิกเป็เพื่อนกันได้มั้ย"นาทีนี้ฉันหน้าแดงหนักกว่าเก่าอีกจ้า ฮือๆๆๆ แอคมี่จะแกล้งฉันไปถึงไหนเนี่ย
"หมายความว่าไง"ฉันแกล้งใสซื่อไม่รู้เื่
"เธอจะยอมเป็แฟนกับฉันได้มั้ย"กรี้ดดดดดดดดด แอคมี่ขอฉันเป็แฟน อยากจะบ้าตาย จะตอบยังไงดีนะ ฉันเขินไปหมดแล้ว
"เร็วสิ ฉันรอคำตอบอยู่นะ"แอคมี่เร่งฉันพร้อมอมยิ้มล้อเลียน หนอยยย ตลกมากใช่มั้ย
"อะ อื้ม เป็ก็เป็สิ"ฉันรีบตอบกลับไปแม้จะเขินแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่อยากหนีความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน
"ก็แค่นั้นเอาล่ะไปกินข้าวกันเถอะคุณแฟน" แอคมี่พูดขึ้นพร้อมจูงมือให้ฉันเดินตามไปด้วยเราสองคนจับมือกันพร้อมส่งยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้เราเป็แฟนกันแล้วแม้ฉันอยากจะหนีความรู้สึกนี้แค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าฉันไม่อาจหนีความรู้สึกที่มีให้แอคมี่ได้จริงๆฉันรักเธอแอคมี่ รักั้แ่วันแรกที่เราเจอกันและฉันสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอให้นานที่สุด เป็กำลังใจให้เราสองคนด้วยนะ....