ตำราห้วงความฝันเป็หนึ่งในทักษะบ่มเพาะที่แปลกประหลาดอย่างมากเมื่อเมิ่งเจี้ยนเฉินหลับใหลจะสามารถเข้าสู่ห้วงความฝันและเมื่อฝึกฝนในห้วงความฝันก็จะส่งผลต่อความเป็จริงด้วยเช่นกันอย่างเช่นการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ในความฝันในความเป็จริงเมิ่งเจี้ยนเฉินก็เชี่ยวชาญทักษะต่อสู้ได้แถมความแข็งแกร่งของร่างกายเองก็เพิ่มขึ้นด้วย
“ตอนนี้ก็อำพรางไปก่อนรอให้ท่านอาจารย์ของหลานมาค่อยติดตามท่านนักพรตไปฝึกตนไม่ต้องสนใจเื่ของแคว้นสุ่ยอีก”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ต่อให้ข้าจากไปเมืองหลวงก็ยังเล่นงานตระกูลเมิ่งอยู่ดีไม่ใช่หรือ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“หลานไม่ต้องกังวลปู่ย่อมมีวิธีจัดการได้”เมิ่งเหยียนกล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินส่ายหน้าก่อนจะกล่าว“การกระทำครั้งนั้นของฮ่องเต้ได้ล้ำเส้นของพวกเรามามากเกินไปยากมากที่จะสามารถยุติลงได้แถมยังมีคนที่คอยบงการอยู่เื้ัอีกคนๆนั้นต้องโเี้และชั่วร้ายมากถึงได้กล้าทำให้ฮ่องเต้กลายเป็หุ่นเชิดได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
หลายปีมานี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็แอบส่งสายลับไปสืบข้อมูลของอีกฝ่ายแน่นอนว่าย่อมรู้ความลับบางเื่มาก
“เอาเถอะถึงอย่างไรอนาคตของแคว้นสุ่ยก็มืดมนแล้ว” หลายปีมานี้แคว้นข้างเคียงเริ่มทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีแม่ทัพเซี่ยคอยปกป้องชายแดน ชายแดนก็แตกและถูกศัตรูยึดครองเมืองจำนวนสองเมืองถูกโจมตีและแตกพ่ายแม่ทัพและทหารที่เป็คนของพวกขุนนางพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
“อีกไม่นานเมืองหลวงจะต้องส่งคนมาเชิญท่านปู่เข้าเมืองหลวงแน่ถึงตอนนั้นพวกมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อส่งท่านปู่ไปชิงเมืองคืนและผลลัพธ์ก็น่าจะเป็เหมือนกับตระกูลเซี่ย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ทำไมหลานถึงคิดว่าปู่จะต้องมีจุดจบแบบนั้น”เมิ่งเหยียนไม่ได้โกรธที่เมิ่งเจี้ยนเฉินคิดแบบนี้เพราะั้แ่เด็กเมิ่งเจี้ยนเฉินเป็คนฉลาดมากั้แ่นักพรตได้พูดบางอย่างกับเมิ่งเจี้ยนเฉินทำให้อีกฝ่ายเริ่มอ่านตำรามากมายมาตลอด5 ปี
“หากข้าเดาไม่ผิดฝ่ายศัตรูน่าจะมีผู้ฝึกตนอิสระเข้าร่วมกองทัพด้วยและผู้ฝึกตนพวกนี้น่าจะแข็งแกร่งไม่น้อย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อืมหากเป็ผู้ฝึกตนอิสระย่อมสามารถเข้าร่วมกองทัพได้สามารถกลายเป็ขุนนางได้ ตามกฎที่ลัทธิเต๋ากำหนดเอาไว้มีเพียงแค่ผู้ฝึกตนจากสำนักหรือนิกายเต๋าที่ไม่อาจเข้ามาแทรกแซงอำนาจของแคว้นใดแคว้นหนึ่งได้แน่นอนว่าแคว้นเ่าั้ก็ไม่มีอำนาจไปยุ่งกับพวกสำนักเซียนบนูเาเช่นกัน”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ดังนั้นแม่ทัพเซี่ยถึงได้เสียท่าดังนั้นข้าแนะนำท่านปู่ให้แกล้งป่วยั้แ่่นี้ไปเลย” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“จะได้ผลจริงๆงั้นเหรอ”
“ขอแค่ไม่ไปเมืองหลวงซะอย่างอีกฝ่ายจะทำอะไรได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“เอาละปู่จะยอมเชื่อเ้าดู”
เื่ที่เมิ่งเจี้ยนเฉินฝึกฝนจนบรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้วในตระกูลเมิ่งมีเพียงแค่เมิ่งเหยียนที่รู้ต่อให้เป็เมิ่งซานหรือเซี่ยชิงอี้เองก็ไม่รู้เช่นกันดังนั้นต่อให้สายลับของศัตรูแอบซ่อนตัวอยู่ในจวนก็ไม่มีทางรู้ได้
เมิ่งเจี้ยนเฉินเดินกลับไปหาเซี่ยชิงอี้ที่พึ่งจะฝึกเสร็จโบกมือให้อีกฝ่าย
“พี่สาวชิงอี้พวกเราออกไปซื้อของกันเถอะ”
“หืมวันนี้เป็อะไรปกติเ้าไม่ชอบออกไปข้างนอกไม่ใช่หรือ” เซี่ยชิงอี้แปลกใจ
“อืมไม่รู้ว่าทำไมรู้ว่าข้ากำลังจะโชคดี” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
เซี่ยชิงอี้มองอีกฝ่ายอยู่นานก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะยอมบอกความจริงจึงกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แต่นางก็ยังสวมชุดสีดำเหมือนเดิม
ทั้งคู่เดินออกไปข้างนอกโดยมีทหารของตระกูลเมิ่งคอยติดตามไปด้านหลังเพราะความสำคัญของทั้งสองคนล้วนแต่สำคัญอย่างถึงที่สุดทางตระกูลจึงเข้มงานไม่ยอมให้ทั้งสองออกไปเพียงลำพัง
“นั่นมันนายน้อยตระกูลเมิ่งเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ใช่เหรอ”
“ได้ยินว่าเคยถูกลอบสังหารหลายครั้งเลยไม่กล้าออกมาข้างนอกเสียอีก”
“แต่ดูไปแล้วผู้หญิงคนนั้นก็งดงามมากนางเป็ใครกัน”
“จะใครซะอีกนางคือเซี่ยชิงอี้เป็ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเซี่ยสายเืคนสุดท้ายของแม่ทัพเซี่ย”
“เื่จริงเหรอน่าสงสารนางจริงๆ”
“ได้ยินว่าทั้งคู่หมั้นกันั้แ่เด็กๆทำให้สถานะของนางค่อนข้างสูงในตระกูลเมิ่ง”
“แต่ดูไปแล้วทั้งคู่ก็เหมาะสมกันดีคนหนึ่งใบหน้าหล่อเหลาเรียกได้ว่าออกจะงดงามเลยด้วยซ้ำอีกคนก็งดงามล่มเมือง”
“เมืองชิงของพวกเราล้วนแต่อยู่รอดปลอดภัยเพราะมีตระกูลเมิ่งบัญชาการอยู่เ้าดูสองเมืองที่ถูกตีแตกไปแล้วสิพวกขุนนางหนีเอาชีวิตรอดทิ้งประชาชนเอาไว้ข้างหลัง”
“พูดถึงตรงนี้ข้าละไม่เข้าใจเบื้องบนเลยจริงๆว่าทำไมถึงทำเช่นนั้นกันแน่”ผู้คนในเมืองพากันพูดคุยและมองมายังพวกเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“เป็อย่างไรรู้สึกอึดอัดหรือไม่”เซี่ยชิงอี้คุ้นเคยกับเสียงพูดคุยของชาวบ้านมานานแล้วนางเลยกังวลว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินจะไม่สบายใจ
“นี่พี่สาวชิงอี้ข้าเองก็เป็ชายหนุ่มคนหนึ่งนะเื่แค่นี้ข้ายังต้องอึดอัดด้วยเหรอ็” เมิ่งเจี้ยนเฉินใช้สองมือสอดไว้ที่หลังคอเดินอย่างสบายใจ
เซี่ยชิงอี้ยิ้มอย่างที่หาได้ยากเห็นท่าทางสบายๆของเมิ่งเจี้ยนเฉินนางก็เบาใจขณะเดินดูรอบๆเมิ่งเจี้ยนเฉินก็หยุดลงและมองไปยังเท้าของตน
“มีอะไร”เซี่ยชิงอี้ก้มลงมองทันที
เมื่อเมิ่งเจี้ยนเฉินยกเท้าขึ้นก็พบแหวนวงหนึ่งอยู่ใต้เท้าถึงกับเป็แหวนวิเศษแม้ระดับจะไม่สูงแต่ก็เป็สมบัติอย่างหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
“อย่างที่คิดข้านี่โชคดีจริงๆ”เมิ่งเจี้ยนเฉินหัวเราะยื่นแหวนไปให้เซี่ยชิงอี้
“นี่คือ”เซี่ยชิงอี้มองแหวนที่รับมาอย่างสงสัย
“หากข้าเดาไม่ผิดแหวนวงนี้จะช่วยให้ดูดซับพลังปราณเร็วขึ้น1 ใน 10 ส่วนถือว่าเป็สมบัติที่ระดับไม่สูงแต่ก็ไม่ต่ำมากเกินไป” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เ้าเอาไปเถอะ”เซี่ยชิงอี้ยื่นกลับมาให้เมิ่งเจี้ยนเฉินทันที
“ข้าจะเอาไปทำอะไรข้าไม่ได้ฝึกตนเสียหน่อย” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“....”เซี่ยชิงอี้เลยได้แต่นำแหวนกลับมาและสวมลงไปที่นิ้วกลางของตนเองพวกทหารที่ติดตามพากันยิ้มในตระกูลเมิ่งต่างก็ยอมรับตัวตนของเซี่ยชิงอี้ว่าคู่ควรกับนายน้อยของพวกเขาจริงๆ
“ไปร้านขายของโบราณนั่นกันเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“นายน้อยข้าได้ยินมาว่าร้านแห่งนั้นล้วนแต่ขายของปลอม”ผู้ติดตามกล่าว
“แค่ลองไปเท่านั้นหากไม่ถูกใจข้าก็ไม่มีทางซื้อหรอก”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินมาถึงร้านเก่าๆแห่งหนึ่งซึ่งที่นี่มีชายชราเนื้อตัวมอมแมมสวมเสื้อผ้าเก่าๆเป็เฒ่าแก่ร้านของในร้านมักจะเป็ของที่ดูเก่าแก่โบราณ จาน ชามกระเบื้องมากมาย หากคนไม่มีความรู้ย่อมมองว่าของเหล่านี้ล้ำค่ามากแต่หากขบคิดสักหน่อยของโบราณเหล่านี้จะถูกนำมาขายในร้านโทรมๆแบบนี้ได้อย่างไร
“กฎของร้านห้ามต่อราคาหากไม่มีเงินก็ใสหัวไป”ชายชรากล่าว
“บังอาจไม่รู้หรือยังไงว่านายน้อยของข้าคือใคร”ผู้ติดตามกล่าว
“ไม่ต้องสนใจข้าจะเดินดูของก่อน” เมิ่งเจี้ยนเฉินมองดูของโบราณเหล่านี้แล้วส่ายหน้าไม่ใช่ว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินมองออกว่าของเหล่านี้คืออะไรก็แค่ไม่ชอบเท่านั้นเองั้แ่เล็กเมิ่งเจี้ยนเฉินจะซื้อของไม่ได้ดูที่ว่าล้ำค่าหรือไม่แต่ใช้ความชอบเป็ตัวตัดสิน
“โอ้เ้าเด็กนี่” ชายชรามองเมิ่งเจี้ยนเฉินด้วยแววตาแปลกใจ
เมิ่งเจี้ยนเฉินมองไปยังหุ่นไม้รูปทหารเทพตนหนึ่งแล้วหยิบขึ้นมาพยักหน้าเพราะการแกะสลักหุ่นไม้ค่อนข้างที่จะประณีตอย่างมาก
“นายน้อยนั่นมัน”ผู้ติดตามคนหนึ่งคิดจะห้ามเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“หุบปากซะ”แต่ผู้ติดตามอีกคนที่เคยติดตามเมิ่งเจี้ยนเฉินมาหลายครั้งกลับส่ายหน้าเขารู้ว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินเกิดมาพร้อมโชคที่แปลกประหลาด
เสิ่งเจี้ยนเฉินหยิบของหลายชิ้นมารวมกันตอนแรกชายชราก็แค่ไม่สนใจมากนักแต่ไม่นานสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป
“นี่เ้าเด็กน้อยเ้าไม่คิดจะเหลือไว้ให้ข้าขายบ้างเหรอ”ชายชรากล่าว
“ผิดกฎเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินหันมาแสดงสีหน้าใสซื่อ
“นี่”ชายชราถึงกับพูดไม่ออก
“ข้าว่าไม่มีกฎข้อนี้นะมีแค่ห้ามต่อราคาเท่านั้น”เซี่ยชิงอี้ััได้ว่าชายชรากำลังร้อนใจอยู่จึงช่วยเสริมเมิ่งเจี้ยนเฉินอีกแรง
“มันก็ใช่แต่อย่างน้อยเหลือแผ่นกระเบื้องและชุดเกาะนี้ทิ้งไว้ได้หรือไม่”ชายชรากล่าว
“ข้าถูกใจสิ่งนี้เพราะงั้นข้าจะจ่ายเงิน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เฒ่าแก่ตามราคาที่เ้าติดเอาไว้นี่คือเหรียญทองทั้งหมดสามหมื่นเหรียญ” ผู้ติดตามนำถุงสมบัติออกมาเทเหรียญทองให้กับอีกฝ่าย
“มารดามันเถอะต่อให้มอบเหรียญทองให้ข้าสามสิบล้านข้าก็ไม่ยอมเลย”ชายชรากัดฟันแต่ในเมื่อตนเองเป็คนตั้งกฎจึงไม่อาจทำอะไรได้เพราะมันจะทำให้มรรคาของชายชราเสียหายได้
“ของดีของดี” เมิ่งเจี้ยนเฉินถือสมบัติออกจากร้านด้วยสีหน้าเบิกบาน
แน่นอนว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่รู้ว่าสิ่งที่นำมามีค่าแค่ไหนรู้แค่ว่ามันสวยงามและตนชื่นชอบก็พอแล้ว
“บัดซบเอ้ยเสื้อเกาะนั่นเป็หนึ่งในมรดกของเทพโบราณเชียวนะแม้จะเสียหายแต่ก็ยังเป็สมบัติที่ป้องกันการโจมตีของเซียนได้ส่วนแผ่นกระเบื้องนั่นหากข้าจำไม่ผิดน่าจะมีทักษะบางอย่างสลักเอาไว้ ข้าละไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตาเฒ่านั่นถึงให้ข้านำของพวกนี้มาขายที่เมืองเล็กๆแห่งนี้กัน”ชายชราถอนหายใจ
ขณะเดียวกันพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินที่เดินออกไปก็มีกลุ่มคนเดินสวนมาพอดีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่เดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อเห็นเซี่ยชิงอี้ดวงตาก็เป็ประกาย
“แม่นางเซี่ยบังเอิญยิ่งนัก”ชายชุดสวมชุดน้ำเงินเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายินดี
เซี่ยชิงอี้แค่พยักหน้าให้และหันไปยิ้มและพูดคุยกับเมิ่งเจี้ยนเฉินต่อร่างของชายหนุ่มนิ่งค้างทันที
“คุณชายเกาดูเหมือนแม่นางเซี่ยจะมากับคนอื่นนะแถมนางยังยิ้มแย้มให้อีกฝ่ายด้วย”ชายหนุ่มที่มีนามว่าจูเทากล่าว
“หากข้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็เมิ่งเจี้ยนเฉินคนนั้นอืมดูเหมือนข่าวลือจะไม่ได้หลอกลวงใบหน้าหล่อเหล่าอย่างยิ่งทำเอาข้าอยากจะทำลายใบหน้านั้นทิ้งจริงๆ”ชายที่มีนามว่าตู้เม่ากล่าว
“เหอะก็แค่คนไร้ประโยชน์ไม่ใช่เหรอได้ยินมาว่าจนถึงทุกวันนี้ยังไม่เริ่มฝึกตนเลย”เกาผิงเค้นเสียง
ทั้งสามมองแผ่นหลังของเซี่ยชิงอี้ด้วยแววตาปรารถนาถึงอย่างไรในเมืองชิงแห่งนี้นอกจากตระกูลแม่ทัพอย่างตระกูลเมิ่งแล้วก็มีตระกูลอีกไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในเมืองชิงและพวกเขาก็เป็ตระกูลขุนนางบ้างก็เป็ตระกูลที่ฝึกฝนเซียน
“แม่นางเซี่ยอีกสองวันจะมีงานเลี้ยงน้ำชาที่ศาลาบุบผาไม่ทราบว่าแม่นางเซี่ยยินดีจะมาร่วมงานหรือไม่”เกาผิงกล่าว
“ไม่สนใจ”เซี่ยชิงอี้กล่าว
“แต่ข้าสน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
ตามคำกล่าวของนักพรตเฒ่าจงมองโลกให้มากอ่านหนังสือให้เยอะ งานเลี้ยงน้ำชาตนยังไม่เคยไปย่อมต้องไปเสียหน่อย