“แม่เฒ่าผักนี้ปลูกเองหรือจ๊ะสดมากเหมือนผักป่าเลย” ซือหย่าเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“แม่หนูนี่ตาถึง ผักนี่ฉันเอามาจากูเา ต้องใส่ตะกร้าแบกใส่หลังเดินเท้าลงมาขายที่นี่ รสชาติผักจากหมู่บ้านเราจะอร่อยกว่าที่อื่น เพราะว่ามันกินน้ำค้างจากในป่า”
“งั้นฉันเอาทั้งหมด แม่เฒ่าคิดราคาให้ฉันเลย”
คนขายผักที่พึ่งหาบเร่มาวาง ไม่ทันไรก็ถูกเหมาทั้งหมดทำไมจะไม่ดีใจล่ะ รีบคิดเงินแล้วขนของขึ้นรถเข็นให้ซือหย่า
จากนั้นซื้อหย่าก็ซื้อข้าว แป้ง ธัญพืชอีกหน่อยก่อนจะเข็นรถเข็นกลับ ระหว่างทางผ่านร้านอาหารเช้า เธอเห็นเนื้อตุ๋นถูกตุ๋นจนนุ่มเข้ากับเครื่องเทศ แม่ค้ากำลังสับอย่างไม่หวงเนื้อ ยัดใส่ในแป้งทอดนี่มันโร่วเจียหมัว[1]เธอที่พึ่งได้กินเนื้ออย่างหนำใจวันนี้ ก็เลยขาดความยับยั้งใจทันทีที่เห็นเนื้อมองกระเป๋ายังพอมีเงินเหลือเลยกลั้นใจจ่าย 16 หยวน
16 หยวน ที่เท่าค่ากินอยู่ของคนเมื่อก่อนทั้งปี !
ซื้อโร่วเจียหมัวให้ตนเองและเฮ่อจื่อชง เพื่อขอบคุณน้ำใจเด็กน้อยที่ต้องออกแรงมากในการขนข้าวของมาให้เธอ
“นี่ถือเป็น้ำใจ ที่มาช่วยพี่สาวขนของพี่สาวลองหาลูกอมตรากระต่ายขาวแล้ว น่าแปลกที่ที่นี่ไม่นิยมนักไม่เห็นมีวางขายเลย”
เฮ่อจื่อชงรับโร่วเจียหมัวมากัดกินอย่างไม่เกรงใจก่อนพยักหน้าไปที่ของบนรถเข็นอย่างใส่ใจ “พี่ซือหย่าพี่จะทำอะไรหรือครับ ทำไมซื้อของมากมายแบบนี้ พี่อยู่คนเดียวไม่ใช่หรือ”
“พี่แค่จะเริ่มตุนอาหารอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาว”
“หน้าหนาว...” นั่นมันอีกตั้งนานไม่ใช่หรือแถมหน้าหนาวที่นี่หนาวก็จริง แต่ก็มีร้านขายอาหารอยู่ไม่ใช่หรือ
อ้อ... ลืมไปว่าเจ้มาจากป่า หรือชนบทคงไม่คิดเหมือนคนเมือง
เฮ่อจื่อชงได้กินเนื้อและรู้แล้วว่าซือหย่ามาซื้อของไปทำไม ก็เลิกใส่ใจ
เมื่อมาส่งซือหย่า เฮ่อจื่อจงที่ได้กินของอร่อยก็พอใจก่อนกลับบ้านไป ซื่อหย่าเห็นเขามองสามชั้นตาไม่กะพริบเลยแบ่งให้เฮ่อจื่อชงไปบางทีเด็กคนนี้อาจจะไม่ค่อยได้กินเนื้อเหมือนตนเช่นกัน
“อะ พี่ให้”
“พี่ให้สามชั้นผม ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ”เฮ่อจื่อชงตื่นเต้นทั้งตาโต เขาจะเอาไปตุ๋นทำอาหารมื้อเย็นกินกับปู่พอได้เนื้อก็รีบกลับบ้าน พร้อมความคิดที่ว่า
หน้าหนาวมันน่ากลัวขนาดต้องตุนอาหารเอาไว้ล่วงหน้าเป็เดือนๆ เลยหรือ
หลังจากซื้อของที่้ามาแล้วเวลานี้ซือหย่ามายืนอยู่ในครัว มองข้าวของที่จับจ่ายซื้อมา แม้รวม ๆ ราคาจะมาก แต่เธอคนเดียวกินได้สักสองสามเดือน
ระหว่างที่คิดว่าจะลงมือทำอะไรก็คิดถึงตอนนั้นที่ฝ่ายผลิตมาแจกธัญพืช ครอบครัวหลี่เป็ครอบครัวมีเงินและมีคนทำงานมาก เขามักเอารถเข็นออกมาขนธัญพืชกองพะเนินกลับไป เวลาที่ในหมู่บ้านฆ่าหมูก็เอาเงินออกมาซื้อหมู เลือกเอาส่วนเนื้อที่ดีที่สุดไปก่อนเธอเห็นสะใภ้ใหญ่หลี่เข็นรถจนมือแดงเพื่อลากเนื้อดี ๆ กลับบ้าน ขณะที่เธอเงินไม่มีแถมหลังปู่ย่าตายมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น เลยสามารถซื้อได้เพียงเศษเนื้อ
ซื้อมาก็ไม่กล้ากิน ต้องหมักเนื้อเอาไว้ แต่สุดท้ายน้าก็เข้ามาปล้นเอาข้าวของน้อยนิดของเธอไปจนหมดพอไปทวงถามก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งยังทวงบุญคุณกลับมาก
เวลานี้เธอมีเนื้อกองเต็มรถเข็น มีผักเต็มตะกร้า
ใครจะว่าทุนนิยมก็ว่าเถอะ
ซือหย่าเริ่มต้นล้างไส้หมู ขูดจนสะอาดเอาเกลือมาล้างจากนั้นเริ่มสับเนื้อหมู หมักเครื่องเทศ ปรุงรส แล้วยัดทุกอย่างลงในไส้ตั้งใจทำกุนเชียงหมูเอาไว้กิน ไม่เท่านั้นยังเริ่มต้นหมักขาหมูแล้วทอดสามชั้นทำหมูสามชั้นหมักน้ำมัน
เสียงสับหมูดังสนั่นซอย แต่ไม่มีคนรำคาญเพราะบ้านอื่นก็ทำเสียงดัง บวกเสียงรถ เสียงคนด้านนอกในชุมชนเก่าก็วุ่นวายพอ ๆ กัน
พอทอดหมู กลิ่นเครื่องเทศกลิ่นหมูก็ลอยชวนน้ำลายไหล วุ่นวายจนเย็น เวลานี้กุนเชียงที่ถูกรมเปลือกผลไม้อบไว้พร้อมขาหมูก็แขวนเรียงอยู่ในครัว
คนข้างบ้านที่ทรมานเพราะกลิ่นอาหารมาทั้งวันค่อยหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย
“แม่หนูนั่นลุกขึ้นมาทำโครงการอะไรอีก”
“่ก่อนเห็นซื้อของเข้าบ้าน นึกว่าจะขายของแบบอะไรนะไอ้... ไอ้ไลฟ์สดนั่นไง ที่ถือกล้องไปทั่ว เดินไปพูดไปน่าอายจะตาย”
“ช่างหล่อนเถอะ หยุดทำอาหารก็สบายจมูกหน่อย”
คนข้างบ้านเกาะรั้วใส่ใจในกิจกรรมของซือหย่าไม่น้อย
ตกเย็นซือหย่าต้มข้าวต้มอีกมื้อ ครั้งนี้เพิ่มไข่ต้มลงไปอย่างไม่หวงของเวลานี้เธอมีไข่หลายชั่ง ทำไข่เค็มเอาไว้กินคู่กับข้าว หรือแป้งเสียดายข้าวในบ้านมีไม่กี่ชั่ง แม้ไม่ได้ปลูกเอง แต่เธอคิดว่า พอทำงานก็คงซื้อเอามาเก็บไว้ได้มากขึ้น
นอนคืนนั้นตื่นมาก็เริ่มต้นดองไข่ทั้งหมดพอดองไข่เสร็จ ก็นวดแป้งทำแป้งทอดแบบเมื่อวาน แล้วตุ๋นเนื้อจนนุ่มกินกับแป้งที่หอมนวลรสชาติและััช่างแตกต่างจากแป้งข้าวโพดหยาบ และสากคอที่เคยกินลิบลับ
นี่สิถึงเรียกว่าการมีอยู่ของชีวิต
เมื่อดองไข่เสร็จจัดเรียงใส่ขวดโหล จัดการเนื้อ และไข่หมดก็หันมาหาผักที่เหมามา ผักจากูเายังสดอยู่ไม่มีท่าทีจะเหี่ยวเฉาอย่างที่แม่เฒ่าบอกเอาไว้จริง ๆ ตอนแยกผักออกมาล้างน้ำบนกองผักป่าที่คนขายแถมมาซือหย่าเห็นมีอะไรบ้างอย่างขยับ ตอนแรกนึกว่าตาฝาด แต่พอเอาผักป่ามาล้างผักต้นนั้นกลับขยับใบไปมา ทั้งที่ที่นี่ไม่มีลมพัดผ่าน ใบสีเขียวเล็กพัดไหวไปมาบางทีก็ยืดหดเอง
นี่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ซือหย่ายกต้นอ่อนนั้นขึ้นมา กลับถูกใบผักบาดเข้าเนื้อจนเืซึม
เธอโยนผักต้นนั้นทิ้งไป แผลแม้แสบมาก แต่ก็แค่แผลเล็กๆ เธอเลยจัดการดองผักที่เหลือต่อ ล้างผัก นวดผักกับเกลือให้ทั่ว นวดจนผักสลด เกลือแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูก็ล้างเกลือออก แล้วทับไว้จนน้ำไหลออกหมด ก็นำผักทั้งหมดใส่ลงไปในไห
กว่าจะทำทั้งหมดเสร็จ ซือหย่าก็เริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวร้อน ๆ หนาว ๆ เกิดอาการวิงเวียนหมดแรง ขนาดวิ่งออกไปอาเจียนครั้งหนึ่ง
“หรือว่าต้นผักป่ามีพิษ”
ซือหย่ากลั้นใจเข้าครัว ตอนอยู่ชนบท หมอเท้าเปล่าเคยสอนเธอมาว่าผักกาดมีฤทธิ์ช่วยละลายพิษได้ เธอจึงเอาผักกาดที่เหลืออยู่ในครัวมาคั้นน้ำ ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมดแต่กระนั้นอาการไม่สบายก็ไม่บรรเทา ยังรู้สึกเหมือนจับไข้มีความร้อนกลุ่มหนึ่งพุ่งออกมาจากหน้าผาก มันร้อนมากจนเหมือนร่างถูกแผดเผารีบคลานไปนอนพักที่เตียงเผื่อจะดีขึ้น ก่อนจะสลบไป
ตื่นขึ้นมาอีกวัน อาการต่าง ๆที่เคยเกิดขึ้นก็หายไป เธอรู้สึกดีขึ้นมาก ทั้งสดชื่นราวกับอยู่ในป่าบนูเาในชนบท
เธอมองแผลบนมือที่เมื่อวานเกิดการอักเสบอย่างมากวันนี้แผลเล็ก ๆ นั้นกลับหายไป
ดีที่น้ำต้มผักกาดใช้ได้ผล
เธอลุกขึ้นมาจัดการเก็บที่นอนให้เป็ระเบียบ เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า ตรงไปที่ห้องครัว
ซือหย่ายังติดใจข้าวต้มแบบเข้มข้นเน้นหมูสับเมื่อวานอยู่เลยคิดว่าอาหารนี้จะเป็อาหารเช้าของเธอไปอีกหลายวันกินข้าวเสร็จดื่มน้ำผักกาดคั้นลงไปอีกชาม ตอนนี้ร่างกายเธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากๆ อยู่ในสภาพที่ดีกว่าตอนปกติเสียอีก
เมื่อวานเธอคงถูกพิษจากต้นผักป่านั้นเข้าจริง ๆ ดีที่ถอนพิษได้ทัน
ต้นไม้นั้นแปลกมาก ไม่เพียงขยับได้ราวกับมีชีวิตยังมีพิษ แม่เฒ่าร้านขายผักดูมีประสบการณ์ไม่น่าจะไม่รู้ถึงความผิดปกตินี้
เพียงคิดถึงต้นผักป่า อยู่ ๆเธอก็ถูกดึงเข้ามายังพื้นที่ว่างเปล่ากินอาณาเขตกว่า 3,000 ตารางเมตรมองไปเท่าลานตากข้าวของหมู่บ้านซือที่เธอเคยอยู่มีต้นไม้ต้นหนึ่งเป็ต้นอ่อนที่กำลังตูม
นี่คือผักป่าที่บาดนิ้วจนติดพิษเมื่อวานไม่ใช่หรือ
ซือหย่าคิดว่าตนเข้ามาอยู่ในต้นไม้แต่จะออกไปจากที่นี่อย่างไรล่ะ
พอคิดแบบนั้น ก็พบว่าตนเองถูกส่งออกมาด้านนอกแล้วเธอลองหยั่งจิตไปหาต้นไม้ด้านใน ก็เข้าไปอยู่ด้านในอีกแล้ว
มันช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก
เป็คนอื่นอาจจะสติแตกแล้วก็ได้แต่เธอที่ตายแล้วมาอยู่ในร่างของคนอื่นในอีกหลายสิบปีต่อมา การเข้ามาในพื้นที่แปลกๆ ก็ไม่นับว่าแปลกอะไรแล้ว
นี่คงคล้ายถุงเฉียนคุณที่เธอเคยดูในหนังจีนถ้ำที่เอามาฉายตามหมู่บ้าน
การที่เธอได้พื้นที่วิเศษที่ใส่อะไรเข้ามามันดีไม่ใช่หรือ
ตอนอยู่ชนบท เธอมีห้องเก็บอาหารที่ปิดล็อกกุญแจอย่างดีแต่หลังปู่ย่าจากไป น้าก็ยังแอบเข้าไปในห้องเสบียงเอาธัญพืชออกไปจนหมดทำให้ปีนั้นเธออดอยากหิวโหยมาก ไปขอยืมธัญพืชกับส่วนกลางก็ได้มาแค่พอประทังชีวิต
การมีห้องเสบียงส่วนตัวแบบนี้ ย่อมดี และปลอดภัยกับเธอมากกว่า
ซือหย่ายังไม่แน่ใจว่า พื้นที่ว่างเปล่าที่เข้าไปเป็อย่างไรเลยลองเอาไหผักดองไปทิ้งไว้ด้านใน เพื่อทดสอบ
วันต่อมาเอาออกมาลองให้ไก่กิน ไก่ไม่ตายเธอเลยคิดว่าบางทีพื้นที่เฉียนคุณ[2]นี้ อาจจะเป็พื้นที่ธรรมดาในพื้นที่ว่างเปล่าของต้นไม้
ต้นไม้นี้ อาจจะเป็ต้นไม้เซียนก็ได้
[1]อาหารเช้าจีน โร่วเจียหมัว (Rou Jia Mo) เป็อาหารเช้าจีนที่นิยมที่สุดในหลายแหล่งโดยเป็ขนมปังที่อบแล้วนำไปประคบกับเนื้อหมูหรือเนื้อวัว มักจะมีซอสถั่วเหลือง และเนยเป็เครื่องประกอบ
[2]พื้นที่วิเศษที่มีขนาดกว้าง