หลังจากที่ไตรภพออกมาจากคฤหาสน์ เขาได้เรียก Grabไปที่สถานีรถไฟความเร็วสูง ระหว่างทางที่กำลังเดินทางไปอยู่นั้นข้อความแจ้งเตือนยอดเงินเข้าบัญชีก็เด้งขึ้นมา
ตริ๊ง
‘เงินเข้าสามร้อยสิบล้านบาท’
ไตรภพมองยอดเงินในบัญชีพลางถอนหายใจด้วยนิสัยของเขมิกาแล้วบางทีการให้บทเรียนที่แสนล้ำค่ากับเธอจะมีประโยชน์เสียมากกว่าอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ย่อมไม่มีค่าอะไรเท่าสิ่งที่พยายามแทบตายกว่าจะไขว่คว้ามา
จากการประเมินอาการของพ่อเขมิกาแล้วเขาคิดว่าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวันเท่านั้นโดยในวันที่สามอาการจะเริ่มทรุดลงเพราะไอของพิษกร่อนวิญญาณไม่มีอะไรจะทำลายได้อีกแล้ว จึงเริ่มที่จะไปทำลายชีพจรและอวัยวะภายในแทน
ไตรภพสลัดความคิดทิ้งถึงอย่างไรทุกอย่างก็อยู่ที่โชคชะตา เขานั่งรถไฟความเร็วสูงกลับจังหวัดน่านทั้งยังกำชับให้กันยาขับรถมารับเขาที่สถานีรถไฟเมื่อมาถึง
“สวัสดีค่ะ คุณไตรภพ”
กันยาขับรถ Nissan Teana ที่ไตรภพยึดมาจากฉัตรซึ่งตอนนี้ไตรภพได้ยกรถคันดังกล่าวให้กับกันยาเพราะเธอไม่มีรถและยังต้องใช้รถในการดำเนินการทางธุรกิจให้เขา เธอจอดรถอยู่ตรงชานชลาหน้าตึกไตรภพขึ้นรถด้านหลัง รถได้เคลื่อนตัวออกไปจากสถานี
“สมุนไพรที่ผมต้องการเบื้องต้น คุณเอามาไหม”
“เรียบร้อยค่ะ อยู่หลังรถ”
ในระหว่างที่เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่กลับมาจังหวัดน่านไตรภพได้สั่งให้กันยาเตรียมสมุนไพรอันเป็นส่วนประกอบในการปรุงยาเอาไว้เพราะเขาเองจะลองปรุงยาเพื่อทดสอบสรรพคุณของสินค้าที่กำลังจะวางขายเมื่อบริษัทถูกตั้งขึ้น
“ดูสิ ยอดเงินของเธอเข้ารึยัง”
“เอ๋”
กันยาที่จอดรถติดไฟแดงอยู่หยิบโทรศัพท์มือถือข้างกายของเธอมาดู เมื่อเห็นยอดเงินที่โอนเข้ามาแล้วเธอถึงกลับปล่อยโทรศัพท์มือถือลง เผลอกดแตรเสียงลากยาว
ปริ๊นนนนนนนนนน
“ระ ร้อยล้าน”
“ไฟเขียวแล้ว”
ไตรภพเตือนสติกันยาทีกำลังเหม่ออยู่ จนเธอได้สติ รีบเอาเบรกมือลงขับรถไปข้างหน้าทันที แม้บรรยากาศในรถแอร์จะค่อนข้างเย็นแต่เหมือนร่างกายของกันยาจะร้อนอบอ้าวจากอาการช็อคเมื่อครู่
“ฉันให้เงินในการขยายการลงทุนเฟสแรกด้วยจำนวนเงินเท่านี้เดี๋ยวเธอไปที่ Nan Richฉันจะปรุงสินค้าให้เธอลองช่วยประเมินดู”
เมื่อมาถึงคฤหาสน์ ไตรภพได้ปรุงยาอยู่ในห้องครัวส่วนกันยานั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงไตรภพเดินออกมาพร้อมกับยาทั้งหมดสามขวด
“นี่คือสินค้าที่จะวางขายในตลาดโดยยาตัวแรกจะใช้ชื่อว่า ‘โอสถสมานแผล’ สรรพคุณของยาตัวนี้จะช่วยให้แผลสดหายภายในหนึ่งวันทั้งยังไม่ทิ้งรอยให้เกิดแผลเป็นอีกต่างหาก”
“หายภายในหนึ่งวัน ? คุณไตรภพคะเรื่องนี้มันออกจะ…”
“จริง ๆแล้วสรรพคุณของมันสามารถที่จะรักษาได้ในระยะเวลาไม่เกินสิบห้านาที เธอดูนี่…”
ไตรภพหยิบมีดขึ้นมา กรีดไปที่ข้อมือเกิดรอยแผลประมาณห้าเซนติเมตรเลือดไหลซิบ ๆ ออกมาเป็นทางยาว กันยาตาเบิกกว้างรีบวิ่งไปเอากระดาษทิชชู่มา
“ไม่ต้อง”
ไตรภพเอายาราดลงบนแผลประมาณครึ่งขวดทันใดนั้นเองเลือดก็ค่อย ๆ หยุดไหลชายหนุ่มโคจรพลังลมปราณเพื่อชักนำฤทธิ์ยาให้สมานแผลได้เร็วขึ้นกันยาจ้องไตรภพอย่างไม่เข้าใจว่าไตรภพใช้มือขวากดไปที่แผลทำไม
เวลาผ่านไปประมาณสิบห้านาทีไตรภพเอามือขวาที่กดแผลอยู่ออก เผยให้เห็นยาที่อยู่บนมือซ้ายเปียกชุ่มตรงบริเวณบาดแผล
“แผลไปไหน !”
กันยาจับมือซ้ายของไตรภพอย่างไม่รู้ตัวรีบลูบคลำเพื่อหารอยแผลจากมีดบาดเมื่อครู่ พลิกไปพลิกมาอยู่นานก็ไม่เจอ เหมือนกับว่าแขนซ้ายของไตรภพไม่เคยโดนบาดมาก่อน
“จะจับมือผมอยู่อีกนานไหม”
“ขอโทษค่ะ ตัวยานี้รักษาได้จริง ๆ หรอคะ”
กันยาปล่อยมือไตรภพทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความสงสัยของเธอ ทำให้เสียกิริยาไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้แล้วเธอจึงรีบถามไตรภพเรื่องยาทันที
“รักษาได้สิแต่เมื่อครู่ผมใช้วิธีลัดทำให้ล่นระยะเวลาให้เร็วขึ้นเพียงสิบห้านาทีแต่หากเป็นการราดยาลงบนแผลโดยไม่ใช้วิธีแบบผม ประมาณหนึ่งวัน แผลก็จะจางไปคุณว่าถ้าตัวยานี้ออกสู่ตลาด วงการยาจะเป็นยังไง”
ไตรภพยิ้มมุมปากเอ่ยถามกันยาเขาเองก็อยากจะฟังแนวคิดเรื่องธุรกิจของเธอที่เขาไว้ใจให้กันยาดูแลบริษัทที่เปิดใหม่ของเขาเพราะประทับใจในความซื่อสัตย์ช่างพูดของเธอ ตั้งแต่วันที่บริษัทกันยามาจัดแสดงบูธแล้ว
“ถ้าสรรพคุณเป็นแบบนั้นจริงวงการยาจะต้องสั่นสะเทือนมาก เพราะแม้แต่ตัวยาที่ดีที่สุดยังไม่การันตีผลในการป้องกันการเกิดแผลเป็นได้แถมระยะเวลาในการทายายังต้องใช้ 1 – 2 อาทิตย์เป็นอย่างน้อย”
“แล้วราคาที่ควรจะขายหละ ?”
กันยาหลับตาคิดสักพักเธอกำลังคำนวณต้นทุนในการผลิตยาตัวนี้ จริง ๆแล้วกันยาก็ไม่ทราบว่าไตรภพเอาสมุนไพรตัวใดบ้างผสมลงไปแต่สมุนไพรที่เธอซื้อมามีทั้งหมดหนึ่งร้อยชนิด ใช้เงินประมาณสองพันบาท
“ฉันคิดว่าควรบรรจุใส่ขวดเล็กประมาณ 10 mlตั้งขายขวดละ 5,000 บาท”
“10 ml น่าจะใช้ได้แค่ครั้งเดียว ขายตั้ง 5,000บาทเลยหรอ ?”
ไตรภพยักคิ้วถามด้วยความสงสัย โอสถสมานแผลนั้นเขาใช้วัตถุดิบจากสมุนไพรแค่เจ็ดชนิด ในการปรุงขึ้นมาด้วยต้นทุนอยู่แค่หนึ่งร้อยสี่สิบบาทเท่านั้นทั้งยังได้ปริมาณถึง 10 ลิตรหรือสามารถบรรจุขวดที่ทดลองไปได้ถึงหนึ่งพันขวด
“ไม่แพงไปหรอกค่ะว่าแต่คุณไตรภพพอจะบอกได้ไหมว่าต้นทุนขวดนี้ประมาณเท่าไหร่”
“ขวดละเจ็ดบาท”
“จะ เจ็ดบาท !!!”
กันยาตะลึงยาที่มีสรรพคุณเหมือนยาเทวดาแบบนี้กลับมีต้นทุนเพียงเจ็ดบาทเท่านั้นเท่ากับว่าได้กำไร 714เท่าจากต้นทุน
“ส่วนเรื่องการผสมต้องให้คุณจัดการหาวัตถุดิบมาให้มากที่สุดรวมถึงภาชนะที่เอาไว้ปรุงยา ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี”
ไตรภพบอกเรื่องกรรมวิธีในการปรุงยาโดยเขาจะผูกขาดขั้นตอนการปรุงยาเอาไว้เพื่อเป็นความลับแก่บริษัทเท่านั้นแม้จะหาวัตถุดิบทั้งเจ็ดอย่างได้ แต่เมื่อไม่รู้วิธีการใช้พลังลมปราณในการปรุงยาก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
พนักงานมีหน้าที่ในการเอายาที่ได้รับการปรุงแล้วไปบรรจุลงในขวดแปะบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม วางแผนเรื่องการทำตลาดและการโฆษณาเท่านั้น
ตอนแรกกันยาวางแผนที่จะใช้เงินจำนวนสิบล้านจ้างพนักงานในกระบวนทั้งหมด แต่เมื่อเงินทุนถูกเพิ่มขึ้นจากสิบล้านเป็นร้อยล้านเธอจึงต้องวางแผนใหม่โดยการใช้เครื่องจักรเข้ามาแทน หากใช้เครื่องจักรจะประหยัดระยะเวลา ทั้งยังลดต้นทุนของค่าแรงลงอย่างมหาศาล
“เอาหละ ยาตัวที่สอง ฉันตั้งชื่อว่า ‘โอสถบำรุงกายา’สรรพคุณของยาตัวนี้คนที่ขาดสารอาหาร หรือผอมเกินไปเมื่อรับประทานติดต่อกันเจ็ดวันจนหมดขวด ร่างกายจะฟื้นฟู อวัยวะต่าง ๆ จะถูกซ่อมแซมคนผอมจะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ร่างกายสมส่วน สามารถกินได้ทุกวันไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ หากทานตอนเช้า ร่างกายจะรู้สึกสดชื่นเหมือนนอนหลับเต็มอิ่ม”
กันยาพยักหน้าฟังสรรพคุณโอสถบำรุงกายาด้วยท่าทางครุ่นคิดสรรพคุณที่ไตรภพบอกถือว่าเกินจริงไปมาก แต่เมื่อเธอได้เป็นพยานในการพิสูจน์ตัวโอสถตัวแรกไปแล้วเธอจึงพอจะยอมรับสรรพคุณของตัวยาตัวที่สองได้
ไตรภพได้บอกต้นทุนที่แท้จริงของตัวยานี้ไปใช้วัตถุดิบเพียงสิบชนิดในการปรุง ต้นทุนประมาณสองร้อยบาทส่วนปริมาณต่อขวดนั้นจะอยู่ที่ห้าร้อยมิลลิลิตร โดยอัตราส่วนของน้ำที่ใช้ปรุงจะเป็นน้ำสิบลิตรต้นทุนต่อขวดจะอยู่ที่สิบบาท
เมื่อตกลงราคาในการวางแผนเรื่องการตลาดได้แล้วกันยาคิดจะขายโอสถบำรุงกายาในราคาขวดละห้าพันบาทเท่ากับโอสถสมานแผล
“แต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ เมื่อตั้งบริษัทแล้วฉันต้องดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักร เอาโอสถทั้งสองขวดนี้ไปจดอ.ย.และรอผลแลปกระบวนการทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนค่ะ”
“ไม่มากไม่น้อยไป มาดูสินค้าตัวที่สามกัน ผมคิดว่าสินค้าตัวนี้จะต้องทำกำไรได้มหาศาลจากการขายแน่ๆ”
ไตรภพเทน้ำจากอีกขวดหนึ่งลงแก้ว ยื่นให้กันยาเธอรับมาพลางสูดดม กลิ่นของน้ำนี้หอมมาก อบอวนไปด้วยกลิ่นสมุนไพรที่หลากหลาย
“อันนี้เป็นไวน์ที่ผมปรุงขึ้นจากสมุนไพรหนึ่งร้อยชนิดชื่อว่าไวน์จักรพรรดิ ต้นทุนต่อขวดน่าจะประมาณหนึ่งร้อยบาท คุณลองกินดูสิ”
กันยาดื่มไวน์ลงคอความรู้สึกที่ควรจะร้อนผ่าวด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กลับนุ่มนวล ไม่บาดคอแม้แต่น้อยเธอเผลอหลับตาพริ้มอย่างไม่รู้ตัว เหมือนกันเธอล่องลอยอยู่บนสรวงสรรค์ทอดตามามองโลกมนุษย์ที่เล็กกระจ้อยร่อยนี้ด้วยความดูแคลนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะไม่สลักสำคัญอะไรอีกสิ่งที่เธอรู้สึกตอนนี้มีแค่อารมณ์ของการดื่มด่ำในรสชาตเท่านั้น
“วิเศษ ฉันไม่เคยกินอะไรที่มันดีแบบนี้เลย”
กันยาเองแม้จะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเท่าไรนัก แต่เธอเคยทำงานที่บริษัทNan Rich โครงการหมู่บ้านระดับหนึ่งพันล้านบาทเธอย่อมมีโอกาสในการลิ้มลองไวน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Royal DeMaria ที่ถูกจัดว่าเป็นไวน์ยอดนิยมที่สุดแห่งปีมีมูลค่าสูงถึงขวดละหนึ่งล้านบาท ก็ไม่สามารถเทียบเคียงกับไวน์ที่เธอดื่มอยู่ได้
การที่เธอได้ดื่มไวน์ขวดละหนึ่งล้านบาทในงานบริษัทนั้นต้องถือว่าเป็นการดื่มที่แพงที่สุดในชีวิตของเธอเลยในช่วงที่เธอเข้ามาทำงานเป็นงานเลี้ยงบริษัทพอดี เจ้าของบริษัทได้นำไวน์ Royal DeMariaมาให้พนักงานโดยการจับฉลากพนักงานที่จะมีสิทธิ์ได้ลิ้มลองไวน์ขวดนี้แน่นอนว่ากันยาเป็นหนึ่งผุ้โชคดี ใครต่อใครต่างอิจฉาเธอแค่หนึ่งแก้วก็มีมูลค่าหลายหมื่นบาทแล้ว
“พอจะขายได้ไหม”
“ไม่…”
กันยาตอบด้วยเสียงหนักแน่น เมื่อเธอได้สติเธอรีบวางแก้วลง หันหน้าไปทางไตรภพ มองใบหน้าหล่อเหลาด้วยสายตาจริงจัง
“ไม่มีไวน์ไหนเทียบได้ต่างหาก ถ้าไวน์ขวดนี้วางขายลงแม้จะตั้งราคาหนึ่งล้านก็มีแต่คนแย่งซื้อ”
“ถึงขนาดนั้นเชียวหรอ”
ไตรภพอึ้งกับคำตอบของกันยาจริงอยู่แม้สูตรของไวน์จักรพรรดิจะเลียนแบบมาจากสุราในดินแดนเทพแต่ก็ไม่ได้เหมือนเต็มสิบส่วน เพียงแค่คลับคล้ายแค่ห้าส่วนเท่านั้น ถ้าให้เหมือนสิบส่วนเลยจะต้องใช้เวลาในการบ่มตลอดทั้งคืนด้วยเพลิงมังกรเทวะ
ไวน์จักรพรรดินี้เพียงแค่ใช้การบ่มด้วยเพลิงมังกรเทวะหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นจึงได้รสชาตที่ต่างจากเดิม แต่ถ้าเทียบกับไวน์ทุกชนิดในโลกแล้วต้องถือว่าไวน์จักรพรรดิสามารถพูดได้ว่าเป็นไวน์อันดับสองที่ไม่มีใครกล้าอ้างตัวว่าเป็นไวน์ที่มีรสชาตดีอันดับหนึ่ง
“ค่ะ ฉันคิดว่าจะทำไวน์ใส่ขวดให้ดูพรีเมี่ยมขายเฉพาะตลาดบนหรือชนชั้นสูงเท่านั้น ราคาจะตั้งอยู่ที่ขวดละหนึ่งแสนบาท”
“อืมมม”
ไตรภพนั่งคุยเรื่องสินค้าทั้งสามตัวของบริษัทกับกันยาเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงก่อนที่จะได้ข้อสรุป เมื่อบริษัทจดทะเบียนเสร็จแล้วจะดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักร จดทะเบียนอ.ย.และรับสมัครพนักงาน โดยไตรภพเลือกที่จะปรับโครงสร้างเล็กน้อยเกี่ยวกับกรรมการให้เว้นว่างลงไป เพราะเขาเป็นเจ้าของอยู่แล้วจึงไม่ต้องมีการประชุมของผู้บริหารใดๆ
“คุณอยู่บ้านนี้ได้เลยนะคงอีกสักพักกว่าผมจะได้มาอยู่”
“ไม่ดีมั้งคะ”
“ไม่เป็นไร ถือว่าเฝ้าบ้านให้ผม”
ไตรภพครุ่นคิดเรื่องบ้านหลังนี้ใจจริงเขาอยากจะขนครอบครัวมาที่นี่ แต่เกรงว่าจะหาคำอธิบายให้กับครอบครัวเขาไม่ได้ว่าเอาเงินมาจากไหนคงต้องรอให้เรื่องราวต่าง ๆ ถูกสะสางลงก่อนจากนั้นพอทุกอย่างลงตัวจึงค่อยย้ายเข้ามา
“ให้ฉันไปส่งไหมคะ ?”
กันยาถามเธอได้แต่สงสัยว่าชายหนุ่มมีรถในบ้านอยู่แล้วคือ Porscheคันสีดำป้ายแดง แล้วจะเรียก Grab ทำไมแต่เมื่อเป็นความต้องการของผู้เป็นเจ้านายเธอ กันยาจึงไม่ได้ซักถามอะไรปล่อยให้ไตรภพนั่ง Grabออกจากบ้านไป