กระดังงาแรกแย้ม

    ตอนที่ 10

             

            นายเรืองเศรษฐ์รีบถามถึงสิ่งที่ตนได้สั่งไปทางโทรศัพท์มากกว่าจะสนใจตอบคำถามของทนายความประจำตัว

            “เอามาครับ  อยู่ในกระเป๋านี่  ผมเตรียมเอามาด้วยแล้วทันทีที่ได้รับคำสั่งจากคุณท่าน ก่อนนั้นผมก็กำลังตามหาคุณท่านอยู่  ไม่ทราบว่าทำไมจู่ๆถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ”

            ทนายเอกภาพซักถามชายชราผู้เป็๞เ๯้าของทุนที่ทำให้เขาได้เรียนจนจบปริญญาตรีเมื่อเกือบสามสิบปีก่อนแล้วก็เป็๞เ๯้านายของเขา๻ั้๫แ๻่บัดนั้นมาถึงบัดนี้ด้วย

            “เ๱ื่๵๹นั่นเอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะ  ตอนนี้เอาเงินห้าแสนออกมาให้ผู้หญิงคนนี้ก่อน”

            นายเรืองเศรษฐ์กล่าวก่อนจะพยักหน้าไปทางนางสายรุ้งที่กำลังยืนจ้องมองมาที่พวกตนอย่างงงๆอยู่

            ทนายเอกภาพรีบทำตามคำสั่งของผู้มีพระคุณของตนอย่างยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก ซึ่งนางสายรุ้งพอเห็นเงินก้อนโตก็รีบคว้าเอาไปนั่งนับด้วยความตื่นเต้นดีใจจนลนลาน

            “ไป  แม่หนู ไปกับฉัน”

            นายเรืองเศรษฐ์หันไปเอ่ยชวนเด็กสาวที่ยังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่เดิม

            “ได้ยินไหมนังปีย์  รีบไปกับเขาซะดีดี ไม่งั้นฉันจะตีแกให้ตายเลยทีเดียว”

            นางสายรุ้งหันไปตวาดลูกเลี้ยงอย่างเกรี้ยวกราดเพราะกลัวว่าเด็กสาวจะดื้อไม่ยอมไปแล้วทำให้ตนต้องชวดเงินก้อนโตอีก

            “แต่พ่อ...”

            เด็กสาวยังนึกห่วงผู้เป็๲พ่อที่นอนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่ในห้อง

            “แกไม่ต้องห่วงหรอกน่า  แกทำให้ฉันมีเงินเยอะขนาดนี้แล้วฉันก็จะดูแลพ่อของแกให้อย่างดีทีเดียว”

            และแม้ไม่รู้ว่าคำรับรองนั้นจะเชื่อได้แค่ไหนแต่ปีย์รชาก็คงไม่มีทางเลือกแล้ว

            “หนูขอเข้าไปกราบลาพ่อก่อนนะคะ”

            ว่าแล้วร่างบอบบางก็ลุกเดินเข้าไปในห้อง  ระหว่างนั้นทนายเอกภาพกับคนขับรถก็รีบช่วยกันพาร่างของนายเรืองเศรษฐ์ที่ยังมีอาการเจ็บสะโพกอยู่ไปขึ้นรถครู่ต่อมาเด็กสาวก็เดินออกมาขึ้นรถอย่างยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง

            “หนูไม่ต้องกลัวน่ะ  ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรหนูเหมือนที่ผู้ชายคนอื่นๆคิด”

            ชายชราปลอบใจเด็กสาวที่ขึ้นมานั่งน้ำตาไหลเป็๲ทางอยู่ข้างๆ

            ปีย์รชาไม่ได้ตอบอะไรออกไปเพราะยังไม่มีแก่ใจ  แต่เธอก็เชื่อตามที่ชายชราบอกเพราะสายตาของเขาที่มองเธอดูน่าไว้ใจที่สุดมันไม่เหมือนสายตาของนายประทีปและผู้ชายคนอื่นๆที่เคยพบในตลาดเธอถึงยอมขึ้นรถมากับเขาง่ายๆ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังอดที่จะรู้สึกหวั่นเกรงกับอนาคตเบื้องหน้าของตนไม่ได้ เพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะถูกซื้อเอาไปทำไมและก็ยังรู้สึกสมเพชตัวเองอีกด้วยที่ถูกซื้อขายได้เหมือนไม่ใช่คน ถึงได้ยังนั่งร้องไห้อยู่นี่

            “หนูไม่เชื่อฉันเหรอ”

            ชายชราถามพลางเอื้อมมือไปลูบเส้นผมยุ่งๆเพราะไม่มีเวลาได้รับการดูแลของเด็กสาวอย่างปราณี

            “แล้วคุณตาจะซื้อหนูไปทำไมค่ะ ตั้งแพง”