“ คุณชายในที่สุดก็ออกมาได้สักที ”
“ กี่วันแล้ว ”
คุณชายหานหันไปสอบถามพ่อบ้านที่สามารถหาทางออกมาจากซากโบราณสถานหมายเลข 1 ได้ก่อน ในระหว่างรอพ่อบ้านตอบคำถามจึงพยายามกวาดตามองดูรอบๆพบว่าขุมอำนาจที่เคยอยู่หน้าซากโบราณสถานโผล่มายังพื้นที่ล่าเหมือนกันแล้ว แต่ละกลุ่มยังไม่สามารถรวมทีมได้เพราะส่วนใหญ่ยังติดอยู่ข้างใน
“ คุณชายเข้าสู่วันที่ 8 แล้วนับตั้งแต่ที่เราเดินทาง ”
“ 8 วันแล้วสินะ เห็นจินม่ายหรือยัง ”
“ ยังครับคุณชาย ทางฝั่งตระกูลเจียงยังไม่มีใครเห็นคุณหนูจินม่าย จากการสำรวจของผมคุณหนูน่าจะเดินทางกับสมาชิกตระกูลอีก 30 คนที่ยังไม่ออกมา ”
คุณชายหานมองตรงไปยังพ่อบ้านตระกูลหานพาสมาชิกมา 200 คนแต่กลับออกมาได้เพียง 100 คนเท่านั้น นับเป็นจำนวนที่น้อยมาก
“ คุณชายดื่มน้ำยาฟื้นฟูก่อนนะครับ ”
คุณชายหานรับน้ำยาฟื้นฟูจากพ่อบ้านแล้วรอให้ผู้อาวุโสเดินทางมาเยอะกว่านี้ก่อน ตอนนี้มันอยู่ในพื้นที่ล่าแล้วจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน หากเดินทางโดยไม่รอให้ผู้อาวุโสเดินทางมาให้ครบก่อน โอกาสที่พวกมันจะเสียชีวิตมีสูงเช่นเดียวกัน
---------------------------------------------------------------
“ ผู้อาวุโสห้าในที่สุดคุณก็ออกมา ”
ร่างชายชราที่พึ่งออกมาจากซากโบราณสถานกวาดตามองออกไปรอบๆก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าตนเองไม่จำเป็นต้องวิ่งแล้ว ทันใดนั้นสมาชิกที่เหลือของตระกูลเจียงต่างก็วิ่งออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
เพียงแต่ว่าในกลุ่มสมาชิกตระกูลเจียงที่ออกมาจากซากโบราณสถาน กลับไม่มีจินม่ายอยู่เลย
“ ผู้อาวุโสห้าคุณเจอจินม่ายหรือเปล่า ”
“ หืม เธอยังไม่ออกมางั้นเหรอ ”
ผู้อาวุโสห้าแสดงสีหน้าประหลาดใจ เขาตั้งใจวิ่งรั้งท้ายเพื่อเก็บสมาชิกตระกูลที่ไม่สามารถตามกลุ่มก่อนหน้าได้ทัน
“ เธอพลัดหลงกับเรายังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหากเธอไม่ได้มากับผู้อาวุโสห้างั้นก็หมายความว่าเธอคงจะติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง ”
เหล่าผู้อาวุโสทำหน้าเครียดเนื่องจากว่าจินม่ายคือคนสำคัญในการเดินทางครั้งนี้ ขณะที่ทุกคนกำลังแสดงใบหน้ากังวลคนที่พวกเขาถามถึงก็โผล่ออกมา
ดวงตาทั้งสองของหญิงสาวที่ออกมาจากซากโบราณสถานกวาดมองไปรอบๆ เธอกลับรู้สึกเศร้าใจเมื่อรู้ว่าความพยายามที่จะหนีออกจากซากโบราณสถานเพื่อกลับไปยังทางเข้ามา ได้นำเธอมายังทางออกอีกฝั่งเช่นเดียวกับผู้อาวุโสในตระกูลเจียง
เมื่อรู้ว่าโชคชะตายังไม่ได้เข้าข้างเธอจึงต้องกลับเข้าไปรวมกลุ่มก่อนแล้วทำเป็นว่าเธอหลงทาง
“ ทำไมมาช้านักล่ะ ”
“ ในระหว่างวิ่งฉันรู้สึกเวียนหัว เพียงครู่เดียวก็เริ่มสับสนทิศทาง ”
ผู้อาวุโสห้าพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะบอกให้ทุกคนที่พึ่งออกมารีบหาที่พักแล้วเข้าไปสอบถามผู้อาวุโสที่ออกมาก่อน พวกเขาอยู่ภายในพื้นที่ล่าแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เลย รู้แค่ว่ามีซากโบราณสถานอีกแห่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือเท่านั้น
---------------------------------------------------------------
“ พี่หยางคุณอยู่บนต้นไม้นี่หรือเปล่า ”
เสียงเรียกจากใต้ต้นไม้ทำให้ชายที่กำลังพรางตัวอยู่บนต้นไม้ก้มลงมามองพบเข้ากับชายสวมหน้ากากไม้กำลังแหงนหน้ามองมาที่เขาเช่นกัน
“ นายหาฉันเจอได้ยังไง ”
“ ก็แค่เดินดุ่มๆมาก็เจอพี่แล้ว ว่าแต่ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นกัน ”
“ ขึ้นมาก่อน ”
เฉินห่าวกระโจนขึ้นมาบนต้นไม้ ด้านบนมีเพียงเจ้าหน้าที่หยางคนเดียว เจ้าหน้าที่อีก 2 คนไม่อยู่แล้วเฉินห่าวกลับไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่แยกกันทำงาน
จากสภาพของเจ้าหน้าที่หยางที่กำลังรักษาตัวบนต้นไม้หน้าทางเข้าซากโบราณสถานหมายเลข 2 ทำให้เขารู้ว่าทั้ง 3 คนจะต้องเข้าสู่ซากโบราณสถานอีกแห่งแล้วอย่างแน่นอน
“ มีใครเห็นนายหรือเปล่า ”
“ ไม่นะพี่ ว่าแต่พี่มาทำอะไรอยู่บนนี้กัน สภาพนั่นด้วย ไปทำอะไรมาถึงบาดเจ็บหนักขนาดนั้น ”
เฉินห่าวใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดช่วยดึงยามาฟื้นฟูบาดแผลให้ถูกจุดจนทำให้บาดแผลรักษาตัวเร็วยิ่งขึ้น
“ เราสามคนเข้าไปในซากโบราณสถานแห่งที่ 2 คิดว่าจะไปดักรอในจุดที่ลึกที่สุดที่เราเข้าไป แต่ที่นั่นกลับมีมอนสเตอร์น่ากลัวเข้าไปอาศัยแทนที่ ”
“ พี่เสียเพื่อนไปแล้วสินะ ”
“ ใช่ ฉันก็เลยหนีออกมาหลบที่นี่แล้วเปลี่ยนแผนเป็นการดักรอคนอื่นๆแทน อย่างน้อยฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่ามีอะไรอยู่ในซากโบราณสถาน ”
“ นอกจากพี่และเพื่อนที่เข้าไป มีใครเข้าไปอีกหรือยัง”
“ นับรวมๆน่าจะมีราวๆ 32 คนแล้ว แต่ไม่มีใครออกมา ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไงบ้างหลังจากเข้าไป ”
“ คนจากขุมอำนาจใหญ่เหรอพี่ ”
“ เปล่าหรอก จากสัญลักษณ์ที่พวกเขาใช้เป็นขุมอำนาจระดับกลาง ”
“ พี่อยู่นี่กี่วันแล้ว ”
“ ได้สักพักแล้วน่าจะ 10 ชั่วโมง ว่าแต่แกเถอะ เลิกล่าแล้วเหรอ ”
“ ใช่พี่ มอนสเตอร์น่ากลัวเกินไปผมก็เลยเลิกดีกว่า พี่พอจะรู้ไหมว่ามีคนเข้ามาในพื้นที่ล่าเยอะแล้วหรือยัง ”
เฉินห่าวนำอาหารแท่งออกมากัดกินระหว่างรอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หยาง
“ จากอุปกรณ์ที่ฉันติดเอาไว้ใกล้ๆซากโบราณสถานหมายเลข 1 วันนี้มีคนเข้ามาเยอะมากๆแล้วล่ะ เย็นนี้ขุมอำนาจใหญ่ก็น่าจะมากันครบ ส่วนขุมอำนาจอื่นๆน่าจะมาถึงพรุ่งนี้หรือไม่ก็อาจจะใช้เวลาอีกสัก 1 - 2 วัน ”
“ ใกล้มั่วแล้วสินะครับ ”
“ แล้วนี่จะทำอะไรต่อ ถ้าไม่ล่าแล้วทำไมไม่ออกไปเลยล่ะ ”
“ ผมตกลงกับลูกสาวว่าจะหาเพื่อนใหม่ให้ก็เลยมาดูว่ามีอะไรพอจะจับกลับไปได้บ้าง ”
“ นี่คิดจะจับมอนสเตอร์ที่มีระดับเดียวกันกับมังกรเลยเหรอ ”
“ ไม่รู้สิพี่ แต่ถ้าหากว่ามีตัวที่ระดับเดียวกับมังกรผมจะจับแน่ ว่าแต่พี่เกี่ยวข้องกับกองทัพเขต X ที่กำลังเดินทางเข้ามาไหม ”
“ ไม่ล่ะ กองทัพเขต X ส่วนใหญ่แล้วจะดูแลตนเอง การที่พวกเขาเข้ามาที่นี่คงเพราะกำลังหาประโยชน์ในการเพิ่มเงินให้กับกองทัพเหมือนที่อื่นๆนั่นแหละ ฉันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขา ”
“ แล้วอะไรทำให้พี่ตกอยู่ในสภาพนี้กัน ”
เฉินห่าวเข้าประเด็นหลัก เขาอยากรู้ว่าอะไรอยู่ภายในซากโบราณสถานหมายเลข 8 ด้วยทักษะของเจ้าหน้าที่อีก 2 คนน่าจะเอาชีวิตรอดจากการโจมตีได้ กลับเหลือเพียงเจ้าหน้าที่หยางที่ออกมาเพียงคนเดียวแล้วยังอยู่ในสภาพบาดเจ็บหนัก
“ มีมอนสเตอร์เลเวล 120 โผล่ออกมา รูปร่างของมันเหมือนกับงู ฉันมองไม่ชัดมากนักจึงไม่รู้ว่ามันมีอาวุธอะไรบ้าง รู้แค่ว่าท่อนบนของมันคล้ายกับงูมากๆ ส่วนท่อนล่างเป็นไซบอร์กทั้งหมด ”
“มอนสเตอร์ทั่วไปที่อาศัยอยู่ในซากโบราณสถานสินะ”
“ ท่าทางของนายเหมือนกับรู้จักพวกมันเลยนะ ”
“ ผมไม่รู้อะไรหรอกพี่แค่เดาๆไปก็เท่านั้น งั้นช่วงนี้ผมขอหลบอยู่กับพี่ก็แล้วกัน ”
“ ฉันไม่ออกไปง่ายๆหรอกนะ ถ้าคิดจะรอให้ฉันพาออกไปคงใช้เวลาอย่างน้อยก็ 15 วัน ”
“ ไม่พี่ ผมแค่อยากจะเห็นหน้าคนของขุมอำนาจต่างๆก็เท่านั้น หลังจากเห็นพวกเขาแล้วผมก็จะไปเลย ”
“ โอเค ”
เฉินห่าวค่อยๆเงียบเสียงแล้วเฝ้ารอให้คนเข้าสู่ซากโบราณสถานหมายเลข 2 มังกรบอกเส้นทางมากพอสมควรทำให้เขาสามารถเดินทางไปได้ไกลกว่าเจ้าหน้าที่หยางแน่นอน ถึงอย่างนั้นตามเส้นทางที่มังกรบอกกลับเต็มไปด้วยมอนสเตอร์เลเวล 100 ไปจนถึง 140 ซึ่งมีตัวที่เลเวลสูงกว่านี้อาศัยอยู่ข้างใน เขาจึงคิดจะรอให้ขุมอำนาจต่างๆบุกเข้าไป ส่วนตัวเขาจะขอติดสอยห้อยตามไปดูความคืบหน้าโดยใช้ฮันเตอร์เป็นโล่ป้องกัน
---------------------------------------------------------------
“ คุณชายหาน สมาชิกของเราเดินทางมาครบแล้ว ”
“ พวกเขาพักพอหรือยัง ”
พ่อบ้านพยักหน้ารับ
“ งั้นก็ดี บอกตระกูลเจียงด้วยว่าเราจะเดินทางในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า แล้วฝากขอโทษพวกเขาด้วยที่ต้องเป็นฝ่ายรอให้สมาชิกตระกูลหานออกมาจนครบ ”
คุณชายหานรู้สึกโกรธ นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนอื่นรอมันแล้วคนที่รอยังเป็นตระกูลเจียง มันรู้สึกเสียหน้าไม่น้อยที่ตระกูลพาพวกอ่อนแอเดินทางมาด้วย อย่างน้อยน่าจะให้คนที่มีเลเวล 100 เดินทางมา การเดินทางจะรวดเร็วกว่านี้
---------------------------------------------------------------
“ ผู้อาวุโส คุณชายของเราฝากความมาบอกว่าอีก 1 ชั่วโมงตระกูลหานจะเดินทางแล้ว คุณชายได้ฝากข้อความมาขอโทษด้วยเช่นกัน ขอโทษที่ทำให้ตระกูลเจียงต้องรอเราอีกครั้ง ”
ผู้อาวุโสตระกูลเจียงยิ้มแย้มพร้อมกับฝากข้อความไปบอกคุณชายหานเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ได้เร่งรีบมากเพราะพื้นที่แห่งนี้อันตราย ตระกูลหานอาสานำทางให้ การรอให้คนนำทางพร้อมที่สุดถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้อง
“ ฝากไปบอกคุณชายหานด้วยว่าตระกูลเจียงไม่เร่งรีบ ขอบคุณตระกูลหานที่นำทางให้ ”
“ กระผมจะรีบนำคำพูดนี้ไปบอกกับคุณชายหาน ขอตัวก่อนนะครับ ”
จินม่ายมองพ่อบ้านตระกูลหานวิ่งจากไป จากนั้นจึงมองดูท้องฟ้าที่กำลังมืดลงเรื่อยๆจนทำให้เห็นหมู่ดาวส่องแสงมากยิ่งขึ้น
ดวงจันทร์ค่อยๆปรากฎขึ้นที่เส้นขอบฟ้าทำให้รู้ว่าพื้นที่ที่ปรากฎตัวยังคงอยู่บนโลกไม่ใช่พื้นที่มิติพิเศษ เพียงแต่ว่าที่แห่งนี้ไม่สามารถใช้ดาวเทียมและ GPS นำทางได้จึงไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนบนโลกเท่านั้น
“ จินม่าย ไม่จำเป็นอย่าได้ออกจากกลุ่ม หน้าที่ของเธอคือการเดินตามเราไปเฉยๆเท่านั้น ”
จินม่ายพยักหน้าให้ผู้อาวุโสแล้วเริ่มเก็บอุปกรณ์ตั้งแคมป์เข้าไปในแหวนเก็บของ อีกไม่นานตระกูลเจียงจะเดินทางแล้วเหลือเพียงแค่รอให้ตระกูลหานพร้อมเท่านั้น
ขณะที่กำลังเฝ้ามองดูผู้คนพยายามปลุกตัวเองให้กระตือรือร้นเพื่อไม่ให้พลาดกับการล่าในพื้นที่แห่งใหม่ จินม่ายพบว่าสมาชิกตระกูลเจียงที่ออกจากกลุ่มไปกลับมาแล้ว สีหน้าท่าทางของเขาที่แสดงออกมาเต็มไปด้วยความกังวลราวกับว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เธอจึงแอบฟังสิ่งที่ผู้อาวุโสคุยกันกับคนที่ออกไปสำรวจพื้นที่ล่ารอบๆ
“ มีคนตัดหน้าไปก่อนแล้วสินะ ”
“ ครับผู้อาวุโส มอนสเตอร์ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นเลเวลร้อยกันทั้งหมด คาดว่าผู้ที่ลงมือน่าจะเป็นคนที่มีเลเวลร้อยต้นๆครับ ในระหว่างนี้ผมเจอคนจากตระกูลซูและตระกูลเหยาที่กำลังตามหาบางอย่างในพื้นที่ล่าเช่นกันจึงเข้าไปขอแบ่งข้อมูล ”
“ ได้อะไรมาบ้าง ”
ผู้อาวุโสเห็นสีหน้าคนที่กำลังรายงาน บนใบหน้าของเขาก็เริ่มปรากฎรอยย่นเช่นเดียวกัน
“ พวกเขาบอกว่าไล่ตามสิ่งที่สังหารมอนสเตอร์รอบๆเป็นเวลา 3 วันแล้วครับ จุดที่มันลงมือล้วนแล้วใกล้ตำแหน่งของพวกเขาทั้งหมด แต่ทุกครั้งที่ไปถึงพวกเขาไม่เจอสิ่งที่ลงมือเลยครับ เห็นเพียงแค่ร่างมอนสเตอร์ถูกทิ้งเอาไว้ บางอย่างภายในตัวของมันถูกควักออกไปด้วยครับ ”
สีหน้าของผู้อาวุโสเผยให้เห็นความกังวล มนุษย์อาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่ล่าภายในพื้นที่แห่งนี้ เมื่อรู้ว่ามีสิ่งที่น่ากลัวนอกเหนือจากมอนสเตอร์อาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงต้องระวังตัวให้มากยิ่งขึ้นพร้อมกับเตือนตระกูลหานให้ระวังตัวเช่นเดียวกัน