เฮ้อ เฮ้อ
หลิวซินหลินหายใจหอบเหนื่อย เพราะรีบวิ่งขึ้นมาที่ลานคัดเลือก
บรรยากาศที่ลานคัดเลือกคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนมากมายทั้งบุรุษและสตรี ทุกคนต่างรอคอยการเริ่มต้นการทดสอบ ซึ่งผู้คนส่วนมากเป็บุตรหลานตระกูลใหญ่ในเมือง
"ทุกคนเงียบ! " เสียงะโดังก้องไปทั่วลาน สายตาของทุกคนหันไปมองที่แท่นสูง บนแท่นนั้นมีชายวัยกลางคนสวมชุดสีเทา ใบหน้าเต็มนิ่งเรียบ
เขาคือ "ผู้าุโเจ็ด หรือหลี่เฉินหลง" ผู้รับผิดชอบการคัดเลือกศิษย์ในครั้งนี้
"ด่านแรกที่พวกเ้าจะต้องเจอ ในการทดสอบคัดเลือกเป็ศิษย์ก็คือการทดสอบแก่นปราณว่าอยู่ระดับไหน? โดยใช้มือแตะไปที่ศิลาเวหะจะรู้แล้วว่าพวกเจอมีแก่นปราณระดับไหน ผู้ที่มีแก่นปราณระดับกลางถึงสูงเท่านั้นที่จะผ่านการคัดเลือกเข้าไปในรอบต่อไป ต่ำกว่านั้นก็กลับจวนของพวกเ้าไปซะ! " หลี่เฉินหลงอธิบายกฎกติกาอย่างชัดเจน
เมื่อหลี่เฉินหลงพูดจบเหล่าบรรดาลูกหลานตระกูลใหญ่ต่างรีบเร่งเข้าแถว เพื่อรอทดสอบแก่นปราณ
หลิวซินหลินยืนอยู่ท้ายแถวด้วยท่าทางสบาย เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ายังไง เขาก็ผ่านเข้ารอบอยู่แล้ว
ในที่สุดก็ถึงคิวของหลิวซินหลินเขาเดินเข้าไปยืนตรงหน้าศิลาเวหะพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วแตะมือลงบนศิลา
ทันใดนั้น ก็มีแสงปรากฏบนศิลาเวหะ
“ปราณระดับสูง หลิวซินหลิน”
ผู้าุโที่เฝ้ามองอยู่รอบยิ้มออกมา “หลิวซินหลินผู้นี้ภายในดูอ่อนแอ แต่กลับมีปราณระดับสูง” ผู้าุโรอง เกาหลิวเหว่ยได้เอ่ยขึ้น
“ใช่ หลายร้อยปีกว่าจะเจอสักคน” ผู้าุโห้า อู๋ซีฮัน พยักหน้าเห็นด้วย
"ผ่านเข้ารอบ คนต่อไป" หลี่เฉินหลงเก็บอาการตื่นเต้น แล้วประกาศเรียกคนต่อไป
หลิวซินหลินโค้งขอบคุณหลี่เฉินหลง แล้วเดินลงไปจากไป เพื่อยื่นรอคัดเลือกรอบต่อไป
อีกด้านหนึ่ง หลิวอี้เฉิงและลูกหลานตระกูลหลิวก็ใไม่แพ้กัน ที่รู้ว่าหลิวซินหลินขี้โรคผ่านคัดเลือกรอบแรก อีกทั้งยังมีปราณระดับสูงอีกด้วย
หลิวอี้เฉิงเมื่อเห็นหลิวซินหลินเดินลงมา ก็เข้าไปหาทันที
“น้องรอง ยินดีกับเ้าด้วยที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก”
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่” หลิวซินหลินเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนจะหันไปมองทางอื่น ซึ่งไม่ทันได้สังเกตแววตามที่เปลี่ยนไปของหลิวอี้เฉิง
“ต่อไปเป็การคัดเลือกด่านที่สอง” หลังจากนั้นไม่นาน เสียงของหลี่เฉินหลงก็ดังขึ้น
หลิวซินหลินเดินไม่รอใคร มุ่งหน้าไปยังจุดทดสอบที่สองทันที
“เห็นว่าตัวเองมีปราณระดับสูงแล้ว เย้ยหยิ่งหรือช่างหน้าไม่อาย” หลิวอี้ไป๋ออกมาด้วยความไม่พอใจ
“เราไปกันเถอะ” หลิวอี้เฉิงเดินนำหน้าน้องสาวของเขาไป
คนที่มาจากตระกูลหลิว ผ่านคัดเลือกด่านแรกแค่ 3 คนเท่านั้น คือหลิวซินหลิน หลิวอี้เฉิงและหลิวอี้ไป๋ ส่วนหลิวซงตงและหลิวซูลี่ที่มีปราณระดับต่ำ จึงไม่ผ่านเข้ารอบ
เมื่อหลิวซินหลินมาถึงจุดทดสอบด่านที่สอง และเขาเป็คนแรกที่จะเป็ผู้ถูกทดสอบคนแรก
การทดสอบด่านที่สองคือการประลองกับศิษย์สายนอกของสำนัก ด้วยกระบี่ไม้
วิธีการตัดสินง่าย ๆ ผู้ใดสามารถชิงผ้าที่ผูกแขนของฝ่ายตรงข้ามมาได้ก็ถือว่าชนะ
ซึ่งคู่ทดสอบของหลิวซินหลิน คือศิษย์พี่ผู้นี้มีใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีดำขลับ ดูน่าเกรงขาม
“เ้าชื่ออะไร? " ศิษย์พี่ถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"ข้าชื่อหลิวซินหลินขอรับ" หลิวซินหลินตอบอย่างสุภาพ
"ข้าชื่อหลี่เฉิน เป็ศิษย์สายนอกระดับสูงไม่นานก็จะได้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายในแล้ว วันนี้ข้าจะเป็ผู้ทดสอบเ้า จงเตรียมตัวให้พร้อม! "หลี่เฉินแนะนำตัว
“เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้ว ก็เริ่มการประลองได้”
หลิวซินหลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามขจัดความตื่นเต้นออกจากใจ แม้จะเคยผ่านการทดสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี แต่เขารู้ว่าจะต้องผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไร
นอกจากนี้ ตอนที่ไปเกิดในโลกสีน้ำเงิน เขายังเป็นักกีฬาฟันดาบอีกด้วย ดังนั้นการประลองนี้ถือว่าง่ายสำหรับเขา
การประลองดำเนินไปอย่างดุเดือด หลิวซินหลินหลบหลีกการโจมตีของหลี่เฉินอย่างว่องไว และหาโอกาสโจมตีกลับเพียงเท่านั้น
ในที่สุดหลิวซินหลินก็หาโอกาสโจมตีหลี่เฉิน และชิงผ้าที่แขนของเขามาได้
"เ้าช่างน่าทึ่งยิ่งนัก" หลี่เฉินพูดด้วยความประหลาดใจ "ไม่เพียงมีปราณระดับสูง แต่ยังฉลาดเ้าเล่ห์ ในอนาคตเ้าจะต้องก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน"
“ขอบคุณขอรับ ข้าจะถือว่านี่เป็คำชม” หลิวซินหลินโค้งคำนับให้หลี่เฉิน ก่อนจะเดินลงมาจากลานประลองด้วยรอยยิ้ม
“คนต่อไป” เสียงของหลี่เฉินหลงดังขึ้นมาทันที
ซึ่งคนต่อไป ก็คือหลิวอี้เฉิง
เนื่องจากหลิวอี้เฉิงเก่งเื่การต่อสู้ เขาจึงผ่านด่านนี้ไปได้อย่างง่ายดาย แต่หลิวอี้ไป๋กลับไม่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ ทำให้คนที่มาจากตระกูลหลิว เหลือเพียงหลิวซินหลิน และหลิวอี้เฉิง
หลังจากหลิวอี้เฉิงประลองเสร็จ ก็รีบเดินมาหาหลิวซินหลินทันที
“น้องรองเ้าเก่งมาก ที่สามารถผ่านเข้ามาได้” หลิวอี้เฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม
หลิวซินหลินยิ้มบาง ๆ ให้เท่านั้น และทำท่าให้ความสนใจการประลองตรงหน้า
และในใจของเขา ยังแอบด่าหลิวอี้เฉิงว่า "ตอแหล มาอีกแล้วน่ารำคาญ"
หลิวซินหลินรู้ดีว่าหลิวอี้เฉิงไม่ได้ดีใจกับเขาจริง ๆ เขารู้ดีว่าหลิวอี้เฉิงอิจฉาเขามาโดยตลอดั้แ่ยังเด็ก
เพราะเงื่อนไขที่แม่ของเขาสร้าง ทำให้ท่านน้า และคนตระกูลหลิวตามใจและดูแลเขาเป็อย่างดี ไม่ว่าอะไรต้องให้เขาเป็คนแรก
ด้วยเหตุนี้ทำให้ลูกหลานตระกูลหลิวไม่ชอบเขา รวมถูกหลิวอี้เฉิงด้วย แต่เขาเสแสร้งเก่ง ทำให้เมื่อชีวิตที่แล้ว แม้แต่เขาเองยังหลงเชื่อว่าหลิวอี้เฉิงเป็คนดี
หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่โง่เหมือนเดิมอีกต่อไป และจะต้องระวังตัวจากหลิวอี้เฉิงและแก้แค้นให้ได้
ตอนนั้นเองก็เสียงประกาศดังก้องไปทั่วลานประลอง ว่าการประลองด่านที่สามกำลังจะเริ่มขึ้น เพื่อคัดเลือกแยกศิษย์สายในและสายนอก
ซึ่งการทดสอบด่านที่ 3 เพื่อแยกศิษย์สายในและสายนอกนั้น เป็การประลองระหว่างศิษย์ที่ผ่านเข้ารอบ โดยสลับกันต่อสู้ผู้ที่ชนะ 2 ใน 3 จะได้รับคัดเลือกเป็ศิษย์สายใน
การประลองด่านที่ 3 ผ่านไปอย่างราบรื่น ทำให้ได้ศิษย์สายในมา 30 คน ส่วนที่เหลือเป็ศิษย์สายนอกกว่าร้อยคน
แน่นอนว่าหลิวซินหลินและหลิวอี้เฉิง ได้รับคัดเลือกให้เป็ศิษย์สายใน
....
มุมหนึ่งในสำนักเทียนอวิ๋น ชายร่างสูงรูปงาม สวมอาภรณ์ขาว เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ยืนมองการต่อสู้ด้วยสายตาที่เฉียบคม พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เผยให้เห็นความพอใจในความกล้าหาญของหลิวซินหลิน
“หึหึ ฝีมือไม่เลวนิ”
...............................