บทที่ 23 หมอเทวดาหลี่หยวนจวิน
เนี่ยเฉินแสดงสีหน้าเรียบเฉยพลางเอ่ยว่า
"ข้าขอพูดให้ชัดเจนก่อน ค่ายชิงเฟิงของข้าจะไม่ผิดสัญญาเื่เงินสักแม้แต่อีแปะเดียว และจะไม่มีวันให้พวกเ้าอดอยาก
แต่พวกเ้าก็ต้องเก็บเื่นี้เป็ความลับเช่นกัน การทำเหมืองเป็เื่ผิดกฎหมาย หากเื่นี้รั่วไหลออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ ค่ายของพวกข้าคงถูกกวาดล้าง แต่ก่อนที่พวกข้าจะถูกกำจัด พวกเ้าทั้งหมู่บ้านก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอด พูดง่าย ๆ คิดว่าดาบของโจรอย่างพวกข้าใช้สับฟืนหรืออย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเ้าลองคิดดู หากทางการยึดครองเหมืองแห่งนี้ พวกเ้าทั้งหมดก็ต้องเป็แรงงานรับใช้ ไปขุดแร่ให้พวกมันโดยไม่ได้อะไรเลย ทั้งยังต้องนำเสบียงของตนเองไปอีก
พวกเ้าเองก็รู้ดีว่าขุนนางชั่วร้ายเพียงใด"
"รองหัวหน้าวางใจเถิด หากเื่นี้หลุดออกจากปากของชาวบ้าน พวกข้าจะจัดการคนผู้นั้นเอง"
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ย
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย เื่ดี ๆ แบบนี้พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้รั่วไหลออกไปหรอก แม้แต่ชาวบ้านของหมู่บ้านอื่น ๆ ก็ไม่ควรล่วงรู้ เพราะพวกเขาอาจจะมาแย่งงานก็ได้
"เอาละ เช่นนั้นก็ให้ทุกคนกลับไปเอาเครื่องมือมา จอบ เสียม ขวาน เตรียมมาให้พร้อม รอให้พวกข้าสร้างของพวกนี้เสร็จ ก็ไม่จำเป็ต้องใช้ของพวกเ้าแล้ว"
"ได้"
ชาวบ้านต่างพากันกลับบ้านไปจนหมดสิ้น
เนี่ยเฉินเห็นดังนั้นจึงหันไปยิ้มให้ต้าจ้วง แล้วเอ่ยว่า
"ไป เยี่ยมเยียนคนไม่ธรรมดาที่เ้ากล่าวถึงกันเถอะ"
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใจกลางหมู่บ้าน
"ท่านลุงหลี่ พวกข้ามาเยี่ยมแล้ว!" ต้าจ้วงะโเสียงดัง
"ใครกัน?" เสียงหวานใสของหญิงสาวดังมาจากในบ้าน
ประตูค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามราวกับดอกไม้ผลิบาน อายุของนางราวสิบแปดถึงสิบเก้าปี นางก้าวออกมาจากประตู
หญิงสาวตรงหน้ามีรูปโฉมงดงาม บริสุทธิ์ และน่ารัก นางไว้ผมหน้าม้าปิดบังแววตาดุจดวงดารา และสวมชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนดูงดงาม
แม้จะเป็ดรุณีที่งดงามราวกับเทพธิดา และยามใดที่นางยิ้มแย้มก็สามารถสะกดหัวใจบุรุษทั้งหลายได้ แต่ตอนนี้นางกลับทำสีหน้าเ็าราวกับธารน้ำบนยอดเขาสูง
"พวกโจรป่าต่ำช้า! กลับมาที่นี่อีกทำไม!"
นางกอดอกพลางเอ่ยเสียงเ็า และมองตรงมายังต้าจ้วง
ต้าจ้วงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแห้ง ๆ พลางกล่าว
"สตรีผู้นี้คือหลี่หยวนจวิน บุตรสาวของท่านหมอเทวดาหลี่ พวกข้าเคยมาขอให้พ่อของนางรักษาอาการเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งที่พวกข้ามาด้วยตนเองไม่สะดวก ท่านหมอหลี่ก็จะให้บุตรสาวมาช่วยรักษาพวกข้า
ฝีมือของนางล้ำเลิศยิ่งกว่าพ่อของนางเสียอีก พวกเขาล้วนเป็ผู้มีพระคุณของพวกข้า"
เนี่ยเฉินได้ยินดังนั้นก็พลันเข้าใจ จึงเปลี่ยนท่าทีเป็นอบน้อม เขายิ้มพลางกล่าวว่า
"เมื่อได้เห็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ลำธารอื่นใดก็ยากจะเทียบเคียง
ครั้นได้ชื่นชมเมฆาบนภูผางาม ก็ยากจะเห็นเมฆใดจับตา
ยามเดินผ่านมวลผกางามงด ไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามอง
ครึ่งหนึ่งเพราะข้าแสวงหาหนทางแห่งการบำเพ็ญตน ส่วนอีกครึ่งเพราะคิดถึงเ้า*[1]"
“ชื่อของแม่นางช่างงดงามนัก ล้วนเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งของบทกวี”
หลี่หยวนจวินไม่ได้หวั่นไหว นางยังคงจ้องมองเนี่ยเฉินั้แ่หัวจรดเท้าและกล่าวว่า
“เ้ามันหนุ่มรูปงามปากหวานก้นเปรี้ยว ทั้งยังมากด้วยเล่ห์กล เ้าเป็คนเช่นไรกัน มาหาเื่งั้นหรือ!”
“ข้า...”
เนี่ยเฉินถูกตอกกลับจนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
เอ่ยคำชมออกไปก็ผิดหรือ?
“น้องเนี่ย นางเป็คนเช่นนี้เอง เ้าอย่าถือสาเลย”
“มีธุระก็ว่ามา หากไม่มีก็ไสหัวกลับไป!”
หลี่หยวนจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
สตรีผู้นี้ช่างองอาจนัก ทั้ง ๆ ที่เป็หญิง แต่กลับกล้าบุกเข้าไปรักษาโรคในค่ายโจรหลายครั้ง หากปราศจากความกล้าหาญ นางคงมิอาจทำเช่นนั้นได้
เนี่ยเฉินรีบกล่าวว่า "ข้ามีสหายที่มีอาการหนาวสั่น คาดว่าน่าจะป่วยเป็ไข้หวัด จึงอยากรบกวนท่านหมอหลี่ช่วยจ่ายยาให้หน่อยขอรับ"
"สหายของเ้าเป็ชายหรือหญิง?"
"นั่นสำคัญด้วยหรือ"
หลี่หยวนจวินตวัดสายตามองพร้อมกล่าวว่า "สำคัญสิ ชายหญิงมีร่างกายแตกต่าง อายุเองก็ต่างกัน แม้จะมีอาการป่วยเหมือนกัน แต่ก็ต้องใช้ยาต่างกันไป จะมาสั่งยามักง่ายได้อย่างไร เ้า้ายาจริง ๆ หรือไม่?"
เหตุใดสตรียุคนี้จึงดุร้ายนัก
เนี่ยเฉินถูกต่อว่าจนหน้าหงาย จึงกล่าวว่า "เป็สตรีขอรับ อายุราว ๆ ยี่สิบปี"
เมื่อหลี่หยวนจวินได้ยินดังนั้น สีหน้าจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พี่หญิงชิวฉานป่วยหรือ”
“เ้ารู้ได้อย่างไร”
“ไร้สาระ ค่ายชิงเฟิงมีนางเป็สตรีเพียงผู้เดียว หากมิใช่นางแล้วจะเป็ผู้ใดเล่า”
กล่าวจบ หลี่หยวนจวินก็หันหลังกลับเข้าไปในห้อง
ต่อมา นางเดินออกมาพร้อมกับย่ามใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ใบใหญ่
"ไปกันเถอะ"
"แม่นางจะติดตามพวกข้ากลับไปยังค่าย เพื่อรักษาอาการป่วยหรือ?"
"แน่นอน หากเป็พวกเ้าที่เจ็บป่วย แค่จ่ายยาไปสองสามขนานก็พอ แต่นี่เป็พี่หญิงชิวฉาน ข้าต้องไปดูอาการด้วยตัวเอง"
กล่าวจบ หญิงสาวก็ก้าวเดินนำหน้าไป
"ขอบคุณแม่นาง ข้าขอช่วยถือกระเป๋าให้"
อย่างไรอีกฝ่ายก็จะไปรักษาภรรยาในอนาคตของตน ดังนั้นจึงต้องเอาใจนางหน่อย ทำให้นางได้รักษาอย่างเต็มที่
เนี่ยเฉินเดินเข้าไปหา หญิงสาวจึงไม่เกรงใจ และยื่นย่ามให้เขาทันที ชายหนุ่มรับมาแล้วหันไปยื่นให้โซ่วโฮ่ว
โซ่วโฮ่วได้แต่นิ่งงัน...
หลังพวกเขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นชาวบ้านหลายร้อยคนถือจอบ เสียม และขวานวิ่งกรูกันเข้ามา
"พวกเ้าทำเื่บัดซบอะไรไว้ เหตุใดชาวบ้านจึงได้คิดจะฆ่าพวกเ้า!"
หลี่หยวนจวินใจนหันหลังวิ่งกลับบ้านทันที นางวิ่งพลางะโลั่น
"ค่อย ๆ ฟันนะ อย่าให้เืกระเด็นมาโดนข้า!"
เนี่ยเฉิน ต้าจ้วง และชาวบ้านต่างยืนงง...
"กลับมา! พวกเราไม่ได้มาสู้กัน!"
เนี่ยเฉินะโสุดเสียง หญิงสาวที่วิ่งสุดกำลังจึงหันกลับมามอง และเห็นว่าไม่ได้มีการต่อสู้กันแต่อย่างใด
ชาวบ้านเ่าั้พากันหัวเราะราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานรับแสงตะวัน มันยิ่งทำให้หญิงสาวตัวลีบลงด้วยความประหลาดใจ นางกระแอมไอแก้เก้อพลางกล่าวแก้ตัวว่า
"อะแฮ่ม ข้าเพียงล้อพวกเ้าเล่นเท่านั้น เื่ราวเห็นได้ชัดอยู่แล้ว"
"แต่เมื่อครู่เ้าวิ่งหนีเร็วเหลือเกิน..." เนี่ยเฉินเอ่ยแซวพลางเดินนำหน้าออกไป
เมื่อออกจากหมู่บ้าน หลี่หยวนจวินก็เห็นชาวบ้านยังคงติดตามมา ด้วยความแปลกใจจึงเอ่ยถาม
"พวกเ้าจะพาพวกเขาไปขายที่ใดหรือ"
"เหตุใดพวกข้าต้องขายพวกเขาด้วยเล่า"
"พวกเ้าเป็โจรป่ามิใช่หรือ โจรป่าก็ต้องปล้นบ้าน เผาเมือง ค้าทาส และทำเื่ชั่วร้ายต่าง ๆ" หลี่หยวนจวินกล่าว
"อ้อ ถ้าพวกข้าจะขายก็คงขายเ้านั่นแหละ สาวน้อยเช่นเ้าย่อมมีราคา พวกเรามิได้สิ่งใดจากการขายบุรุษพวกนี้หรอก"
หลี่หยวนจวินเดินไปข้างหน้าแล้วหันหลังกลับทันที นางไม่มีความลังเลหรือชักช้าแม้แต่น้อย การเคลื่อนไหลลื่นราวกับสายน้ำ
"กลับมา ๆ ข้าไม่ขายเ้าหรอก รีบไปตรวจอาการเถิด"
"ข้าไม่ไป!"
"เ้ากลัวแล้วหรือ?"
เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็หยุดฝีเท้าทันที นางหันกลับมาพูดด้วยความโกรธว่า
"ข้าจะกลัวได้อย่างไร?"
"เ้ากลัวพวกข้าที่เป็โจรใช่หรือไม่? เพราะพวกข้าล้วนเป็คนเลวทั้งสิ้น"
"หึ! ยิ่งคลื่นลมแรง ปลายิ่งแพง การออกตรวจครั้งนี้ หากไม่ได้เงินสิบตำลึง ข้าไม่ยอมปล่อยเ้าไปง่าย ๆ แน่!"
พูดจบ หลี่หยวนจวินก็ทำหน้าเ็าแล้วเดินต่อไปข้างหน้า
"พวกเขาจะไปทำอะไรกันแน่?"
หลี่หยวนจวินเอ่ยถาม
"เ้าหาสิ่งใดให้พวกเขาทำ"
เนี่ยเฉินจึงเล่าเื่ที่ตนได้กล่าวกับชาวบ้านให้หลี่หยวนจวินฟัง
หลี่หยวนจวินมองเนี่ยเฉินเปลี่ยนไปราวกับเห็นเป็คนอื่น
"เ้ามีจิตใจเมตตาขนาดนี้เลยหรือ"
[1] เมื่อได้เห็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ลำธารอื่นใดก็ยากจะเทียบเคียง ครั้นได้ชื่นชมเมฆาบนภูผางาม ก็ยากจะเห็นเมฆใดจับตา ยามเดินผ่านมวลผกางามงด ไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามอง ครึ่งหนึ่งเพราะข้าแสวงหาหนทางแห่งการบำเพ็ญตน ส่วนอีกครึ่งเพราะคิดถึงเ้า บทกวีนี้เป็ผลงานของ หยวนเจิน (元稹) นักกวีและนักการเมืองในราชวงศ์ถัง และบทกวีนี้เป็ส่วนหนึ่งของชุดกวีนิพนธ์ที่หยวนเจินเขียนถึงภรรยาที่รักและจากไปก่อนวัยอันควร