พาร์ทของรุกข์
“ไง ขวดตำ...”
ไอ้ต่อลดกระจกลงพร้อมกับทักทายอย่างกวนๆ เดี๋ยวนะตุ๊กตาหน้ารถนั่นใครกันวะ หน้าคุ้น ๆ
“ไปนั่งหลังสิ พี่เขาจะนั่งตรงนี้”
ผู้ชายร่างสูงเปิดประตูรถพร้อมกับเดินออกมา นี่มันได้คนที่ทักผมในเซเว่นกลางดึกอาทิตย์ที่แล้วนี่หว่า ไปไงมาไงวะเนี่ย
“หวัดดีครับขวดตำรุน จำผมได้ไหม ?”
มีไม่กี่คนที่จะตัวสูงและหนาเหมือนผมนักหรอก เพราะงั้นไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่มันจะโดดเด่นสะดุดตา ดีนะที่ขวดตำรุนตำอย่างอื่นล่ะสวยแน่ !
“จำได้ดิ แบงค์ป่ะ ?”
“ถูกต้องนะค๊าบ !”
มันยืนรอปิดประตูให้ อะไรนะทำอย่างกับกูเป็ผู้หญิงงั้นแหละ
“ไม่ต้องทรีทขนาดนั้น กูไม่ใช่ผู้หญิง”
“โทษทีพี่ พอดีผมชินน่ะ”
ผมหันไปสบตาเพื่อนด้วยคำถาม แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็ใบหน้าแหย ๆ
“นี่พี่รุกข์เป็เพื่อนสมัยประถมที่คบกันมาเหนียวแน่นหนึบส่วนนั้นไอ้แบงค์ เอ่อ น้องที่อยากเรียนเทคนิคการแพทย์แต่กลัวเืเลยเรียนพยาบาลแทน”
ตึงกว่าเข็มขัดนิรภัยก็น่าจะเป็หน้าไอ้ต่อนี่ล่ะ มองตาเดียวก็รู้ว่ามันกำลังปิดบังอะไรเอาไว้
“แค่เพื่อนเหรอ / แค่น้องเหรอ ?”
นั่นไงเดาผิดที่ไหน นึกแล้วว่าไอ้เด็กนี่มันไม่ธรรมดาถ้าจะให้เดามันกำลังตามจีบเพื่อนผมอยู่และท่าทางจะไปได้สวยซะด้วย แกล้งพวกมันซักหน่อยดีไหม
“เออ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแบบนี้แสดงว่าไอ้ต่อมันคงไม่อยากให้แซะเื่นี้ซะแล้วสิ
“เฮ้อออ !”
ผมกับไอ้เด็กที่นั่งนั่งข้างหลังถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกัน
“สวัสดีค่ะ สนใจกลิ่นอะไรคะ ?”
หญิงสาวสวยในชุดพนักงานร้านกล่าวต้อนรับหลังที่เราก้าวเท้าเข้าไป ภายในเต็มไปด้วยขวดน้อยใหญ่มากมายที่เรียงรายเป็ระเบียบ ทั้งหัวน้ำหอม น้ำมันหอมระเหย
แต่สิ่งเดียวที่ผม้าคือกลิ่นดอกบัว
“เดี๋ยวเราขอเดินดูก่อนนะ ถ้าสนใจกลิ่นไหนจะบอกครับ”
ไอ้ต่อบอกเธอไปอย่างรู้งาน ลึกๆ มันคงรู้แหละว่าผมอึดอัดเวลามีคนเดินตามเป็เงาแบบนี้
หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองไอ้แบงค์อยู่นานอย่างไม่สงวนท่าทีจากนั้นก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็ผมแทน อะไรของเขาวะ
“ผมอยากได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ปรับอากาศในห้องน่ะครับ”
เพื่อนผมหันมาขยิบตาอย่างรู้งานก่อนจะแกล้งถามพนักงานและเดินไปอีกด้าน ปล่อยให้ผมเดินหากลิ่นที่้าเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง
“กลิ่นมะลิ ดอกแก้ว ตะไคร้หอม ...”
สายตาผมพยายามมองหาเ้าสิ่งที่สงสัยมาเกือบสามสิบปีและในที่สุดก็เจอกับมันเข้าจนได้ มันคือของเหลวสีเหลืองที่บรรจุอยู่ในขวดทรงสี่เหลี่ยมที่มีอักษรไทยโบราณเขียนเอาไว้
ผมไม่มีรอที่จะเปิดฝาชวดแล้วฉีดมันลงไปบนหลังมือพร้อมกับสูดดมช้า ๆ ถึงหน้าขวดจะบอกว่าเป็กลิ่นดอกบัว แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นที่ผมคุ้นเคยคงเพราะถูกสกัดและใส่สารบางอย่างเข้าไป อาจจะคล้ายแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
“ถ้าไม่ใช่กลิ่นนี้ก็ต้องลองกลิ่นอื่น”
ผมลองฉีดยี่ห้ออื่นอีกหลายขวดแต่มันก็ยังไม่ใช่งั้นก็แสดงว่ากลิ่นที่ผมััได้มันไม่ได้มาจากของเหลวที่ถูกสกัดจากดอกบัวแต่มันคือกลิ่นของดอกบัวจริงๆ หรือไม่ก็เป็กลิ่นกาย
“พี่ไม้รอฉันด้วยนะ”
น้ำเสียงนุ่มหูของหญิงสาวที่ได้ยินมาั้แ่จำความได้ยังคงดังกังวานเสมอในความฝัน แม้มันจะห่างไปบ้างใน่ที่ผมโตเป็ผู้ใหญ่แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังจำได้ดี เมื่อไหร่ที่กลิ่นดอกบัวและถ้อยคำเ่าั้จะเลือนหายไป ความฝันแบบนี้จะเข้ามาทันทีเมื่อผมนอนหลับราวกับว่าเธอไม่้าให้ลืมมันไป
“ถ้าไม่ใช่น้ำหอม งั้นไปดูฝั่งน้ำมันหอมระเหยแล้วกัน”
ผมวางขวดน้ำหอมลงอย่างระมัดระวังหลังจากนั้นก็หยิบขวดบรรจุเมล็ดกาแฟมาดมเพื่อช่วยให้กลิ่นไม่ติดจมูกจะได้มั่นใจในการดมขวดต่อไป
ผมหยิบขวดสีชาขนาด 60 มิลลิลิตรขึ้นมาดูฉลากใกล้ๆ มันเป็รูปดอกบัวสีขาวที่ผลิบานอย่างสวยงาม ทันใดนั้นกลิ่นจางๆ ที่ผมเฝ้ารอมันก็โชยมาแตะจมูก
จะเป็ไปได้ยังไงในเมื่อผมยังไม่ได้เปิดฝาขวด
โอ๊ย !
เพล้ง !
เสียงเด็กผู้ชายในชุดดำ หมวกดำและแว่นดำอุทานขึ้นเมื่อเขาเดินถอยหลังมาชนผมจนตัวเองล้มลงไปนั่งบนพื้นและนั่นทำให้ขวดน้ำมันหอมระเหยในมือหล่นลงไปแตก แต่กลิ่นของมันช่างแตกต่างออกไป
“มายืนอะไรตรงนี้วะ เกะกะชะมัด !”
มันรีบหันหน้ากลับมาด่าผม เดี๋ยวนะ มึงเป็คนถอยมาชนกูเองนะไอ้กุ้งแห้งใครกันแน่ที่ไม่ระวัง
“เป็อะไรไหม ?”
ผมยื่นมือไปหวังช่วยพยุงให้ลุกขึ้นแต่กลับถูกปฏิเสธ
“ไม่ต้อง !”
ไปกินรังแตนมาจากไหนวะเนี่ย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณลูกค้า ?”
พนักงานสาวรีบวิ่งแจ้นเข้ามาก่อนจะใกับสิ่งที่เห็น
“ตายแล้ว ฉันจะโดนหักเงินเดือนไหมเนี่ย ขวดนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลย”
“มึงก็จ่ายเขาไปสิ เป็คนทำตกเองไม่ใช่เหรอไอ้ั์ใหญ่ ?”
อะไรนะ กูเป็คนทำตกที่ไหน มึงชนกูต่างหากล่ะ แต่เดี๋ยวนะ ไอ้ั์ใหญ่งั้นเหรอ โถ ไอ้กุ้งแห้ง !
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการเองค่ะ”
“ไม่ได้ ! ใครทำแตกคนนั้นต้องจ่าย”
มันไม่ยอมหยุดครับ เอาสิวะเจอกันซักตั้ง
“มึงชนกูจนขวดตกลงพื้นต่างหากล่ะ”
“ไม่เป็ไรจริงๆ ค่ะคุณลูกค้า”
“เป็สิ มึงต้องจ่ายไอ้ั์ใหญ่”
“มึงชนกูล้ม มึงต้องหารไอ้กุ้งแห้ง”
ในเมื่อมันไม่ยอมรับผิด ผมต้องเค้นให้มันยอมรับให้ได้
“โอ๊ย ฉันบอกให้หยุด !”
ดูเหมือนว่าคุณพนักงานจะหมดความอดทนกับเราซะแล้ว
“จะอะไรกันนักกันหนาวะ วันนี้ยังขายไม่ได้ซักขวดของยังตกแตกอีกแล้วนี่จะมาทะเลาะกันไล่ลูกค้าอีกเหรอ เห็นใจกันบ้างดิ”
ใบหน้าสวยตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความโมโห ผมสบตาเธอด้วยความรู้สึกผิดและนั่นทำให้ถูกไอ้กุ้งแห้งฉกกระเป๋าตังไปแบบหน้าด้าน ๆ
“อ่ะนี่ไม่ต้องทอน”
มันยื่นธนบัตรใบสีเทาให้พนักงานสาวที่กำลังยืนทำหน้าใ แต่เธอก็รับไปพร้อมรอยยิ้ม นั่นมันเงินกูนะโว๊ย !
“ขอบคุณพี่เขาสิ คนใจดีแบบนี้หายากนะ”
มันยักคิ้วให้ผมพร้อมส่งยิ้มมุมปากให้พนักงานสาว
“ขอบคุณค่ะคุณลูกค้า”
“งั้นผมฝากคืนให้คุณลูกค้าของคุณด้วยนะ ใจดีแบบนี้ตายห่าไปคงได้ขึ้น์ชั้นต่ำสุด”
์พ่องดิ !
มือบางส่งกระเป๋าตังผมให้พนักงานสาวก่อนจะขยับปีกหมวกลง ผมรีบยื่นมือไปกระชากคอเสื้อหวังดึงมาสั่งสอนแต่ก็ช้าไป ร่างสูงโปร่งถอยหลังไปอย่างรวดเร็วไม่คิดว่าปฏิกิริยามันจะเยี่ยมขนาดนี้
“จ่ายแต่แรกก็สิ้นเื่”
มันผายมือพร้อมยกไหล่แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ผมทำท่าจะเดินตามไปเอาเื่แต่ก็โดนเพื่อนเรียกเอาไว้ซะก่อน
“ไอ้รุกข์ เกิดอะไรขึ้นวะ ?”
ไอ้ลิงเผือกเดินเข้ามาหาพร้อมกับไอ้คนที่มันบอกว่าเป็รุ่นน้อง รุ่นน้องเหี้ยอะไรเดินจับมือกันในร้านน้ำหอม
“ไม่มีอะไรหรอกแค่เื่เข้าใจผิดน่ะ”
ผมจ้องหน้าแล้วเลื่อนไปมองมือ มันรีบสะบัดออกทันที ไอ้เด็กนี้คงเป็คนสำคัญสำหรับมันสินะถึงได้กล้าให้ทำอะไรแบบนี้
แต่ที่น่าแปลกก็คือผมไม่ได้รู้สึกโกรธหรือโมโหไอ้แว่นดำนั่นเลย
“ไม่ใช่กลิ่นนี้เหรอวะ ?”
“ไม่ว่ะ อันนี้มันกลิ่นแรงเกินไป”
“แล้วทำไงอ่ะ ?”
หลังคว้าน้ำเหลวจากร้านน้ำหอม ผมกับเพื่อนคุยกันเสียงดังจนลืมไปว่ายังมีอีกคนนั่งอยู่เบาะหลัง
“กลิ่นอะไรเหรอครับ ?”
ไอ้แบงค์ชะโงกหน้าเข้ามาร่วมวงสนทนาตามประสาคนอยากรู้แต่มันกลับโดนไอ้ต่อเบรกซะจนหน้าทิ่ม
“มารยาทอ่ะรู้จักไหม ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”
“ก็แบงค์อยากรู้นี่นา”
โป๊ก !
กำปั้นเล็กๆ ของไอ้ลิงเผือกทุบกบาลไอ้รุ่นน้องเบาๆ ด้วยเสียงอันดัง
“โอ๊ย ! ไรเนี่ย ทำไมชอบทำร้ายกันนักนะ”
“มึงทิ้งกูไว้สระบัวข้างหน้าก็ได้ไอ้ต่อ แล้วไปเปิดรีสอร์ทเอากันซะให้รู้แล้วรู้รอด น้ำแตกแล้วค่อยมารับกู”
ผมประชดเพราะอดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ลึกๆ ก็รู้สึกดีแหละที่เพื่อนดูมีชีวิตชีวามากกว่าเมื่อก่อน แหงดิแม่งแดกเด็กรุ่นลูกเลยนี่หว่า
“ดีเหมือนกัน นี่กำลังเงี่ยนเลย”
ถ้ามันเอากันจริงๆ ผมแอบกลัวเพื่อนตัวขาดเป็สองท่อน ก็ดูขนาดตัวพวกมันดิ อย่างกะหลักกิโลกับเสาไฟฟ้า
โป๊ก !
คราวนี้ไม่ใช่มือแต่เป็ขวดน้ำขนาด 350 ซีซี ที่มีน้ำเกินครึ่งและนั่นทำให้ไอ้เด็กแบงค์แหกปากดังกว่าเดิม
“โอ๊ย ! ทำไรเนี่ย ผมผัวพี่นะ”
ไอ้ต่อถึงกับอึ้งแล้วหยุดชะงัก ผมดูออกว่าพวกมันกิ๊กกันอยู่แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือมันได้กันแล้ว ไวไฟสัด !
“กูว่าจะนอนเล่นแถวนี้ว่ะ เดี๋ยวให้ลูกน้องมารับพวกมึงกลับกันก่อนก็ได้”
ชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรมากกว่าไปกว่าการอิจฉาเพื่อนแระครับ การมีแฟนนี่มันสร้างสีสันให้ชีวิตขนาดนี้เลยเหรอ
“มึงแน่ใจนะว่าไม่ให้กูกลับมารับ”
แม้จะไม่ยอมทิ้งผมไว้เพียงลำพังแต่สุดท้ายไอ้ต่อก็ยอมจนได้ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังบอกให้ผมโทรตามถ้าไม่มีรถกลับ
“ที่นี่ถิ่นกูมึงไม่ต้องห่วงหรอก”
ผมยิ้มให้เพื่อนก่อนจะชี้หน้าไอ้แบงค์แล้วเดินจากมา
“ไงก็โทรหากูนะ”
เสียงไอ้ต่อะโไล่หลังมา ก่อนจะขับรถไกลออกไป
จามจุรีต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั้งผืนดินและผืนน้ำเป็จุดที่ผมชอบมานั่งฟังเพลงหรืออ่านหนังสือเป็ประจำราวกับว่ามันมีเสน่ห์ดึงดูดอะไรบางอย่างโดยที่ผมก็ไม่สามารถอธิบายได้
“เฮ๊ย เดี๋ยว !”
ผมะโเสียงดังเมื่อเห็นเด็กผู้ชายชุดดำกำลังทำท่าจะเดินลงไปในบึงบัวที่น่าจะลึกพอสมควร
“มีอะไร ?”
มันหันหน้ามามองอย่างเอาเื่และถ้าไม่มีแว่นดำ ผมคงมองเห็นด้วงตาที่ถ่ายทอดความไม่สบอารมณ์ออกมา
“มึงจะทำอะไรอ่ะ ?”
ผมรีบก้าวเท้าเข้าไปหาเพราะคิดว่ามันอาจจะกำลังคิดสั้น
“จะเก็บดอกบัวไง”
“ใส่กางเกงแบบนี้มาคงโดนบาดขาลายกันพอดี งั้นรออยู่ตรงนี้ละกัน”
แม้จะดูงงๆ กับสิ่งที่ได้ยิน แต่มันก็ยืนนิ่งตามที่ผมบอก
ตูม !
วัตถุบางอย่างตกกระทบน้ำเสียงดัง ใช่ครับ กูเองนี่แหละที่ลงทุนะโลงน้ำเพื่อไปเก็บดอกบัวสีขาวที่เบ่งบานไปทั่วสระ
ใบหน้าเนียนยกยิ้มมุมปากก่อนจะรีบหุบเมื่อผมหันไปมอง น้ำในสระแม่งเย็นจับใจแต่ก็ไม่ได้ลึกอย่างที่คิด
กลิ่นที่ผมตามหามาตลอดไม่ได้อยู่ที่ร้านน้ำหอมแต่อยู่ที่นี่ต่างหากล่ะ
“มึงจะนอนในน้ำเลยรึไง ?”
เสียงะโ ของไอ้เด็กนั่นเรียกสติผมกลับมาหลังจากเผลอไผลดอมดมเ้ากลิ่นดอกบัวจางๆ ที่คุ้นเคยมาั้แ่เด็ก
ผมเด็ดเ้าสัตตบุษย์ที่กำลังเบ่งบานและส่งกลิ่นหอมมาสองดอกก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งที่มีไอ้เด็กแว่นดำยืนรออยู่
“ส่งมือมาสิ”
แขนเรียวและนิ้วมือเรียวเล็กยื่นมาให้จับเพื่อดึงขึ้นไป มันนิ่มมาก มากซะจนคิดว่าเป็มือผู้หญิง
“โง่ป่ะเนี่ย อยู่ๆ มาะโลงไปในสระ”
“ไม่โง่เท่าใส่กางเกงขาสั้นลงสระบัวหรอก”
ผมยื่นดอกบัวไปให้มันช้าๆ เป็จังหวะเดียวกันกับสายลมเย็นยามสายพัดเข้ามาปะทะหน้าผม ดอกจามจุรีร่วงหล่นปลิวตามแรง แต่เหนืออื่นใด กลิ่นจางๆ ที่ผมค้นหากลับเด่นชัดจนััได้...มันมาจากเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าผมนี่เอง
มันรับไปแล้วถอดแว่นตามาเกี่ยวเสื้อเอาไว้ จมูกคมค่อยๆ ดอมดมเ้ากลิ่นผมชวนหลงใหลของดอกไม้สีขาวในมือ
“เราเคยเจอกันที่ไหนไหมครับ ?”
ผมจ้องมองใบหน้ามันอย่างไม่วางตา ไม่ผิดแน่นี่คือน้องฌานตัวเป็ ๆ
“ก็มึงเดินชนกูที่โรงบาลเดือนก่อนแล้วก็เมื่อเช้าที่ร้านน้ำหอมไง เป็ปลาทองรึไงถึงได้ความจำสั้น”
ใบหน้าเนียนผละออกจากดอกบัวพร้อมกับขมวดคิ้ว น้ำเสียง ใบหน้า กลิ่น ทุกองค์ประกอบดึงดูดให้ผมมิอาจละสายตาไปได้
“กูหมายถึงก่อนหน้านี้ เอ่อ นานมาแล้ว”
“มึงไม่ต้องมาเล่นมุกหน้าเหมือนแฟนเก่านะกูไม่อินหรอก อีกอย่างกูก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย”
กำ ดับฝันกูฉิบหาย
“กูไม่เคยมีแฟนเพราะงั้นมึงหน้าไม่เหมือนแฟนเก่ากูหรอก”
จริงๆ มันก็ไม่ใช่เื่ที่น่าอวดหรอกนะไอ้การไม่มีใครเอาเนี่ย แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากยื้อบทสนทนานี้ให้ยาวนานทั้งที่ปกติไม่ค่อยชอบการพูดคุยกับคนแปลกหน้า
“แก่ปูนนี้แล้วยังไม่มีแฟน ไม่โกนหัวห่มผ้าเหลืองไปเลยล่ะ”
“ถ้าบวชแล้วก็ต้องเบียดอ่ะดิ งั้นยังดีกว่าพอดีไม่รีบเท่าไหร่”
ฌานยิ้มแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ไอ้เหี้ย นั่นยิ่งทำให้มันดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอี๊กกก
“คำพูดคำจานี่บอกอายุได้เลยนะ”
มันทิ้งผมให้ยืนยิ้มปากฉีกถึงรูหูคนเดียวใต้ร่มจามจุรีแล้วหันหลังเดินจากไปช้าๆ พร้อมกับสายลมที่พัดเข้ามาอีกครั้ง
จะเป็ไรไหมถ้าคนในฝันของผมจะเป็ผู้ชายเหมือนกัน ?
***************************
ในที่สุดผมก็รู้ซะทีว่ากลิ่นหอมจาง ๆ
ที่เฝ้าฝันถึงมาตลอดมันมาจากดอกบัวขาว
ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยอย่างที่เข้าใจ
ปัญหาข้อนี้ถูกเฉลยแล้วแต่กลับมีปัญหาข้อใหม่
ผมรู้สึกคุ้นเคยกับไแ้คนพูดจากวนตีนอย่างบอกไม่ถูก
แต่ขอบอกอะไรไว้อย่างนะน้องฌาน...
ยิ่งกวนตีนเท่าไหร่พี่ก็ยิ่งอยากค้นหา !!!
เตรียมพบกับตอนต่อไป >>>>>
ชายร่างเล็กกับแผนเปิดโปง