ณ ห้วงดาราอันไกลโพ้นมองไปทางใดก็เห็นแต่ร่องรอยของความเสียหาย
กระแสพลังปั่นป่วนในความว่างเปล่าแน่นขนัดทุกหนแห่งปกคลุมไปด้วยกฎเกณฑ์และท่วงทำนองแห่งวิถีที่แตกสลาย
กองอุกกาบาตแปรเปลี่ยนเป็นผุยผงและเศษหินลอยละล่องอยู่เช่นนั้น ทุกพื้นที่ล้วนเป็นสมรภูมินอกพิภพอันกว้างใหญ่
ในยามนี้ สองราชันย์สวรรค์แห่งเผ่าทวยเทพอาภรณ์เปรอะเปื้อนโลหิต ผมเผ้ารุงรัง สภาพอนาถายิ่งนัก
ในดวงตาทั้งสองล้วนฉายแววตื่นตระหนก
มหาเซียนแห่งดาวจั้งตี้ผู้นี้พลังฝีมือช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!
ไม่ว่าจะเป็นกายเนื้อ กฎเกณฑ์หรือแม้แต่วิชา ต่างก็ไร้เทียมทานดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามไปเสียหมด
แม้แต่พวกเขาที่กรำศึกในห้วงจักรวาลมานับพันปียังไม่เคยพบเห็นมหาเซียนที่ทรงพลังถึงเพียงนี้
ในใจจึงบังเกิดคลื่นกระแทกนับพันคลื่นสะเทือนไปทุกบริเวณของหัวใจ
"นั่นคือผู้นำตระกูลมู่ มู่เสินฉวน!"
"ฝ่ายตรงข้ามคือสองมหาเซียนแห่งเผ่าทวยเทพราชันย์สวรรค์กวงหมิง และราชันย์สวรรค์เซียวเหยา!!!"
"สวรรค์เขาก้าวเข้าสู่ระดับนั้นแล้วจริงๆ หรือ?"
"น่ากลัวเกินไป!"
"ภพนี้เกรงว่าจะมีผู้สำเร็จกายาศักดิ์สิทธิ์ให้คนในใต้หล้าได้เห็นอีกครา!"
"แถมยังเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์ที่บรรลุวิถีได้!!"
เหล่าผู้แข็งแกร่งที่เร่งรุดมาจากห้าแคว้นใต้หล้าต่างอุทานออกมาอย่างเสียสติ
แม้สมรภูมิเบื้องหน้าจะเกิดความชุลมุนแต่ผู้ใดแข็งแกร่งผู้ใดอ่อนแอกว่า ย่อมเป็นที่ประจักษ์
สองราชันย์สวรรค์แห่งเผ่าทวยเทพเริ่มอ่อนกำลังเห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
แต่เมื่อหันไปมองมู่เสินฉวนชุดคลุมขาวกลับไร้มลทินใดๆ และยังคงลอยอย่างแผ่วเบาราวสายลม
แม้เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับสุดยอดถึงสองมหาเซียนก็ยังคงสงบนิ่งราวกับปราบได้ซึ่งทุกสิ่งพร้อมกลืนกินกาลเวลาไปด้วย!
"เผ่าพันธุ์ที่โอ้อวดตนเองว่าเป็นเทพก็แค่นี้"
"พวกเจ้ายังมีวิชาอื่นใดอีกหรือไม่?"
"หากไม่มีแล้วข้าจะส่งพวกเจ้าไปสู่หนทางมรณาเสียที"
ในดวงตาของมู่เสินฉวนฉายแววผิดหวังเล็กน้อยกล่าวอย่างแผ่วเบา
"บังอาจ!"
"มหาเซียนเผ่ามนุษย์คิดบังอาจดูแคลนเผ่าทวยเทพของข้า!!!"
ราชันย์สวรรค์กวงหมิงคำรามอย่างบ้าคลั่งเส้นผมเปล่งประกายเจิดจ้า พร้อมปรากฏกาย ณ จุดสูงสุดอีกครั้ง
เขากับเซียวเหยาต่างเป็นผู้เเข็งแกร่งของเผ่าทวยเทพผงาดง้ำในหมู่ดาวมานับพันปี ไร้ผู้ต่อต้าน
เหตุใดจึงถูกผู้คนดูแคลนถึงเพียงนี้!
"เผ่ามนุษย์เจ้าจะต้องจ่ายความหยิ่งผยองด้วยราคาที่แสนสาหัส!"
ในยามนี้แม้แต่ราชันย์สวรรค์เซียวเหยาก็ยังเปลี่ยนท่าที ร่างกายเลือนรางจิตสังหารทะลวงจักรวาล
ทั้งสองสบตากันความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจโดยมิได้นัดหมาย!
พวกเขาต้องการกระตุ้นวิชาสังหารอันยิ่งใหญ่ของเผ่าทวยเทพบดขยี้ทุกสิ่ง!
ในชั่วพริบตาราชันย์สวรรค์กวงหมิงและราชันย์สวรรค์เซียวเหยาก็ถอยร่นอย่างรวดเร็วยึดครองขอบฟ้าคนละฟาก
ดวงตาเต้นระริกด้วยเพลิงเทพอันร้อนแรงนิ้วมือแปรเปลี่ยน ประสานเคล็ดวิชาลับอันซับซ้อนลึกล้ำชักนำกฎแห่งสวรรค์และปฐพีอันศักดิ์สิทธิ์ฟาดลงมา!
ตูมๆๆ!!!
จักรดาราเกิดความโกลาหลมหาสมุทรแห่งพลังเทพที่ไร้จุดจบถักทอและรวมตัวกันบนฟากฟ้า รัศมีทำลายล้างโลกค่อยๆแผ่ขยายออกไป
บรรยากาศนั้นมิเพียงทำให้บรรดาผู้แข็งแกร่งในที่แห่งนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมสายตาที่หวาดหวั่นร่างกายต่างก็แข็งเกร็ง พร้อมจะหลบหนีออกไปได้แสนลี้เพื่อเลี่ยงจากการถูกมหาเซียนทำลายร่าง
"วิชาโบราณของเผ่าทวยเทพอย่างนั้นหรือ?"
"ข้ารับรู้ได้ถึงอานุภาพพลังมหาศาล"
มู่เสินฉวนหรี่ตาลงเล็กน้อย พึมพำเบาๆ
หลังจากย่างเท้าเข้าสู่ขอบเขตมหาเซียนแล้วในร่างกายของเขาก็ผสานรวมโลหิตศักดิ์สิทธิ์กับโลหิตโกลาหลอย่างสมบูรณ์แล้วความเข้าใจในกฎแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์จึงล้ำลึกยิ่งขึ้น
ที่แท้แล้วกายาศักดิ์สิทธิ์คือต้นกำเนิดของกฎแห่งชีวิตที่แตกแขนงออกไป
เมื่อร่างกายแข็งแกร่งถึงขีดสุดก็สามารถทัดเทียมได้กับผู้ควบคุมวิถีแห่งชีวิตที่บรรลุวิถีในอีกรูปแบบหนึ่ง
หรือกล่าวโดยง่ายคือเป็นรากฐานให้ร่างกายสามารถท้าทายมหาจักรพรรดิโบราณได้
ในปัจจุบันโลหิตโกลาหลผสานรวมกับโลหิตศักดิ์สิทธิ์ไม่พอเขายังมีเคล็ดวิชาคืนชีพหงส์สวรรค์อีก
ตราบใดที่ยังมีโลหิตโกลาหลหลงเหลืออยู่แม้เพียงหยดเดียวก็ฟื้นฟูและเกิดใหม่ได้ต่อเนื่อง
เว้นแต่จะมีผู้ใดสามารถกำจัดเขาได้ในคราวเดียวมิเช่นนั้นก็จะสูญเปล่า!
มู่เสินฉวนยืนตระหง่านดวงตาดำขลับลึกล้ำหาที่สุดมิได้เฝ้ารอให้สองราชันย์สวรรค์แห่งเผ่าทวยเทพสำแดงวิชาสังหารร่างกายกลับแฝงเร้นไว้ด้วยความเชื่อมั่นอันไร้เทียมทานของมหาจักรพรรดิโบราณเหมือนมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสยบศัตรูทั้งหมดในโลกหล้าได้
ผู้คนล้วนต้องหันมามอง
ในขณะเดียวกันสองราชันย์สวรรค์แห่งเผ่าทวยเทพได้ประสานเคล็ดวิชาลับสุดท้ายแล้วเปล่งเสียงคำรามที่ดังก้องในหมู่ดาวอันกว้างใหญ่
"ราชันย์สวรรค์กวงหมิง!"
"ราชันย์สวรรค์เซียวเหยา!"
"อัญเชิญดาวบรรพบุรุษ!"
"สวรรค์ลงทัณฑ์!"
สิ้นเสียงคำราม
หมู่ดาวที่ถูกย้อมไปด้วยสีทองพลันเปล่งประกาย
จากทะเลแห่งพลังเทพอันกว้างใหญ่ไพศาลก็พลันหลอมรวมลำแสงนับล้านสาย มุ่งสู่จุดเดียวอย่างบ้าคลั่ง
ทวนทองคำเล่มใหญ่ยาวนับหมื่นจั้งปกคลุมผืนฟ้าที่ถูกอัญเชิญออกมา เหนือทวนนั้นมีร่องรอยแห่งวิถีไขว้กันกฎแห่งอักขระส่องประกาย บรรเลงท่วงทำนองแห่งวิถีมากมายพลังเทพที่น่าสะพรึงกลัวคำรนดุดัน ทั้งยังมีพลังมหาศาลแผ่ซ่าน
"นี่…นี่คือวิชาสังหารอันยิ่งใหญ่ของเผ่าทวยเทพ สวรรค์ลงทัณฑ์!"
ในที่แห่งนั้นมีผู้แข็งแกร่งเปล่งเสียงหวาดผวา
ว่ากันว่าวิชาโบราณนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ในยุคหนึ่ง
หากมิใช่สายเลือดเทพบริสุทธิ์ก็มิอาจอัญเชิญได้
เมื่อใดที่สวรรค์ลงทัณฑ์สำแดงเรียกได้ว่าทำลายดาวโบราณให้กลายเป็นจุณได้โดยง่าย เปี่ยมล้นอำนาจถึงที่สุด!
"ไปตายซะ!"
"เจ้าจะต้องชดใช้ความหยิ่งผยองด้วยเลือด!"
สีหน้าของราชันย์สวรรค์กวงหมิงบิดเบี้ยวและคำรามอย่างบ้าคลั่ง
ชั่วพริบตา สวรรค์และปฐพีแปรเปลี่ยนสวรรค์ลงทัณฑ์มาถึง!
"การโจมตีระดับนี้จะสังหารข้าได้อย่างไร!"
มู่เสินฉวนสืบเท้าออกไปก้าวหนึ่งแล้วตะเบ็งเสียงดังลั่น!
ทั่วร่างเปล่งประกายสีทองนับหมื่นจั้งโลหิตลมปราณที่แข็งแกร่งถึงขีดสุดระเบิดออกมา ทะลวงความว่างเปล่าทั้งแปดทิศพลังโกลาหลคำรามระหว่างฝ่ามือ ซัดกระหน่ำไปยังสวรรค์ลงทัณฑ์!
ตู้ม!!!
หมู่ดาวสะท้านอุกกาบาตมากมายถูกบดขยี้ให้แหลกเป็นผง พลังที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปในนอกพิภพราวกับก่อเกิดเป็นพายุล้างบางโลก
ฉึบ! วูบ!
เสียงแตกหักดังก้องกังวานจากศูนย์กลางพายุร่องรอยแห่งวิถีที่พันเกี่ยวอยู่บนสวรรค์ลงทัณฑ์หม่นแสงลงทั้งหมดแล้วถูกทำลายหายวับไปภายในพริบตา
ทวนสีทองขนาดมหึมาแตกสลายอย่างรวดเร็ว!
หนึ่งอึดใจต่อมามันก็ระเบิดอย่างรุนแรงกลายเป็นแสงเทพนับพันสาย ประหนึ่งเศษเสี้ยวแห่งเซียนทองคำพุ่งกระเซ็นไปยังห้วงดารา!
"อะไรน่ะ!?"
"เป็นไปได้อย่างไร!"
"เขาทำลายสวรรค์ลงทัณฑ์ได้ด้วยมือเปล่า?"
สองราชันย์สวรรค์แห่งเผ่าทวยเทพตกตะลึงอย่างถึงที่สุดไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง
มู่เสินฉวนก้มศีรษะลงมองไปยังรอยโลหิตที่ถูกขีดข่วนบนฝ่ามือเล็กน้อย ขมวดคิ้ว พร้อมกล่าวอย่างเฉยเมย
"ไปตายเสีย!"
อึดใจถัดมา เขากำหมัดเทพซัดออกไปหมัดหนึ่งก่อเกิดทะเลสีทองนับหมื่นจั้งในหมู่ดาว แสงเทพส่องประกายไปทั่วสวรรค์และปฐพี!
"ไม่!"
สองเสียงร้องโหยหวนเพิ่งจะดังออกมาร่างเนื้อของราชันย์สวรรค์กวงหมิงและราชันย์สวรรค์เซียวเหยาก็ระเบิดเป็นละอองโลหิตทันใดแม้แต่วิญญาณก็ถูกบดจนแหลกละเอียด
สองราชันย์สวรรค์แห่งเผ่าทวยเทพท่ามกลางหมู่ดาว!แล้วจักรวาลก็หวนคืนสู่ความสงบอีกครา