หมอนนุ่นและดอกไม้สดๆถูกวางลงบนโต๊ะ ณ ศาลากลางน้ำ ซูเจินเริ่มจัดการท่านั่งที่นางคิดว่าสบายที่สุดพร้อมกับกันหน้าไปมองฝูงปลาที่แหวกไว้ในน้ำใสๆมันชั่งเป็นบรรยากาศที่สดชื่นและร่มรื่นมากๆ ในทางกลับกันสนมลีก็เอาเเต่กวาดสายมามองไปรอบๆศาลาประหนึ่งว่านางกำลังพยายามจะหลบอะไรบางอย่างอยู่ ด้วยความที่วิตกจนเกินไปทำให้นางเเทงเข็มพลาดมาปักมือตนเองเข้า
"โอ้ย!!"
"พระสนม!!"
"ไหนมาให้ข้าดูซิ เสี่ยวไป๋ไปเอากล่องยามาเร็ว ไหนดูซิระวังหน่อยสิ เข็มมันคมมากๆเลยนะรู้ไหม อ่ะเอานี่ห้ามเลือดไว้ก่อน ยิ่งช่วงแดดจ้าๆเเบบนี้เลือดยิ่งไหลดีซะด้วย"
"ข้า..ข้าไม่เป็นไรซูเจิน แผลเเค่นี้เอง"
"ละเมออะไรอยู่หรอ ทำไมปล่อยให้เข็มปักมือได้ วางเลยๆ นี่!!มาดูปลากับข้านี่เร็ว ดูสิปลาตัวนั้นใหญ่มากๆเลย ถ้าเอามาแกงต้องเพียงพอสำหรับคนทั้งวังแน่ๆเลย"
"ซูเจิน! ปลาในบึงนี้เป็นของท่านอา เจ้าจับมากินไม่ได้หรอกนะ!"
"ข้ารู้แล้วน่ะ...ก็เเค่พูดเปรียบเปรยเฉยๆ เอ้ะ!นั่นอะไรน่ะ?"
"สนามม้าไงส่วนนั่นก็สนามยิงธนู อ้าว..นั่นมันท่านอากับองค์ชายทั้งสองนี่ จริงด้วยวันนี้เป็นวันเจี้ยนนี่นา"
"วันเจี้ยน..หรอ..คืออะไรอ่ะ?"
"วันเจี้ยนคือวันพบญาติหรือวันที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าน่ะ ที่เมืองหยุนเปิงจะมีวันเจี้ยนสัปดาห์ละ 1 วัน ดังนั้นท่านอาก็จะพาองค์ชายทั้งสองมาฝึกยิงธนูหรือเเข่งม้ากันด้วยล่ะ"
"มิน่าล่ะวันนี้ทั้งวันไม่เห็นสองแฝดนั่นมากวนใจเราเลย เเต่เดี๋ยวนะเมื่อกี้เจ้าบอกว่า…แข่งม้าหรอ!!…สนมลีข้าอยากไปดูพวกเขาเเข่งม้ากันจัง เจ้าไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ"
"จะดีหรือซูเจิน เราสองคนไม่ใช่ตระกูลหวัง ฉะนั้นเราสองคนจะเข้าไปร่วมวันเจี้ยนไม่ได้นะ"
"เราไม่ใช่คนตระกูลหวัง เเต่ลืมไปหรือว่าเจ้ากับข้าก็อยู่ในฐานะชายาของสองฝาแฝดนั่น ซึ่งมันก็หมายความว่าเราสองคนคือลูกสะใภ้ของหวังอี้เหลียนและก็เป็นภรรยาของสองแฝดนั่น เพราะงั้นเราจึงเข้าร่วมวันเจี้ยนได้ ไปกันเถอะสนมลี"
"อย่าเลย…ข้าว่าดูจากตรงนี้ก็เห็นชัดนะ อีกอย่างเราไม่ควรเข้าไปรบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอาและองค์ชายทั้งสองนะ เจ้าว่าจริงไหม?"
"มันก็จริงนั่นแหละ อ้ะๆๆนั่งดูอยู่ตรงนี้ก็ได้ โอ้โหอี้เถียนยิงธนูแม่นจัง ชาติที่แล้วเคยเป็นนายพรานล่าสัตว์รึเปล่านะ?"
"องค์ชายอี้เถียนมีทักษะในการยิงธนู ขี่ม้าและวรยุทธอีกหลายเเขนง ส่วนองค์ชายอี้เฉียนก็มีทักษะในการปรุงยา ศึกษาทุกอย่างจากตำราและขี้ม้า ทุกๆวันเจี้ยนพวกเขาจะมารวมตัวกันเเข่งม้าเช่นนี้อยู่เป็นประจำ"
"ดีจัง มิน่าล่ะสามพ่อลูกนี้ถึงสนิทกันจัง เเต่เดี๋ยวนะ..ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ค่อยออกมาข้างนอก ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องพวกนี้ล่ะ?"
"ก็อาจเป็นเพราะว่าองค์ชายอี้เถียนมักจะเล่าเรื่องราวพวกนี้ให้ข้าฟังจากด้านนอกของจวนยังไงล่ะ"
"ยังไงนะ?..นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าก่อนหน้านี้อี้เถียนไปหาเจ้าที่จวนตลอด เเต่ไม่ได้เข้าไปข้างในห้องของเจ้าเลยอย่างนั้นหรอ?"
"เจ้าก็รู้ดีว่าข้ากับสนมฮงถูกส่งตัวมาที่นี่เพื่อให้กำเนิดทายาท ก่อนหน้านี้องค์ชายทั้งสองเเข่งกันเข้าหาข้ากับสนมฮงเพียงเพื่อจะพิสูจน์คำครหา องค์ชายอี้เถียนพยายามที่จะเข้าหาข้าเเต่เขารู้ดีว่าข้าไม่เต็มใจ เขาจึงไม่บังคับและพยายามจะเอาชนะใจข้ามาตลอด อยู่มาวันนึงข้าตัดสินใจพูดกับเขาไปตรงๆว่าจ้ายังไม่พร้อม องค์ชายตอบกลับข้ามาทันทีว่าไม่เป็นไร ถึงจะไม่ได้เจอหน้าเเต่เขาจะแวะเล่าเรื่องสนุกๆให้ข้าฟังทุกวันและมันก็เป็นเช่นนั้นตลอดมาจนกระทั่งเจ้าแรากฏตัว…ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป"
"เจ้าเสียใจไหมที่ข้าเข้ามาและทำให้อี้เถียนไม่ไปเล่าเรื่องสนุกให้เจ้าฟังอีก"
"ไม่เลย ข้าจะเสียใจทำไมล่ะ ในเมื่อการปรากฏตัวของเจ้ามันทำให้ข้าได้ออกมาเจอกับโลกภายนอก ข้าได้พบกับมิตรภาพที่ดีและข้าก็ได้เรียนรู้สิ่งๆต่างด้วยตนเอง เช่นนี้มันสนุกมากกว่าที่องค์ชายอี้เถียนเล่าให้ข้าฟังอีกนะ"
"เจ้าเป็นคนดีมากจริงๆสนมลี คิดไม่ผิดที่ข้ามาเป็นเพื่อนกับเจ้า เเต่เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่าสองแฝดนั่นผลัดกันเข้าหาเจ้ากับสนมฮง ซึ่งถ้าอี้เถียนเข้าหาเจ้า งั้นก็หมายความว่าอี้เฉียนกับสนมฮงก็……"
"เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอก เพราะองค์ชายอี้เถียนไม่เคยเล่าให้ข้าฟังเลยและข้าเองก็ไม่เคยอยากจะรู้ด้วย"
"คงตลกน่าดูนะ เจ้าลองคิดภาพตามข้านะ คนเฉยชาอย่างอี้เฉียนจะเข้าหาผู้หญิงที่ร้อนแรงอย่างสนมฮง คงจะแปลกๆน่าดูเลยล่ะ"
"เอ้า..เริ่มแล้วล่ะ ดูสิ" สนมลีชี้ไปที่สนามม้าเพื่อให้ซูเจินดูว่าพวกเขากำลังเลือกม้าเพื่อเเข่งกันแล้ว อี้เหลียนเลือกอาชาสีดำ ส่วนอี้เถียนและอี้เฉียนนั้นเลือกอาชาตัวโปรดของพวกเขา อาชาสีขาวนวลเดินสง่าออกมาจากคอก อี้เถียนกับอี้เฉียนกระโดดขึ้นหลังม้าของพวกเขาพร้อมๆกัน อี้เหลียนเองก็ไม่น้อยหน้า เขาตวัดเชือกให้ม้าเดินตามมาติดๆ ม้าสามตัวยืนเรียงกันเด่นเป็นสง่า ทันทีที่เสียงเเตรดังขึ้น อาชาทั้งสามตัวก็ออกวิ่งทันที นี่เป็นครั้งเเรกที่ซูเจินเห็นการเเข่งม้าด้วยตาเนื้อของนางเอง นางรู้สึกตื่นเต้นจนเผลอตะโกนเชียร์ไปด้วยทำเอาสนมลีถึงขึ้นงงกับคำพูดบางคำของนาง การเย็บหมอนสิ้นสุดลงเมื่อซูเจินดึงเเขนให้สนมลีมานั่งดูด้วยกัน ระยะตอนนี้อี้เหลียนกำลังนำโด่งไปไกล ลำดังสองคืออี้เถียนที่ตามมาติดๆ ถัดไปก็เป็นอี้เฉียนที่ไม่ยอมน้อยหน้า สายตาเอาจริงเอาจังทำให้ซูเจินรู้สึกสนุกมากกว่าเดิม
"อี้เฉียน สู้เขา!!!" ซูเจินหลุดปากตะโกนเชียร์อี้เฉียนไปทำใก้นางต้องรีบเอามือขึ้นมาปิดปากไว้ สนมลีอดยิ้มให้กับความโก๊ะกังของนางไม่ไหว ตอนนี้นางก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องตะโกนออกไปแบบนั้น เพื่อเเก้อาการเขินอายซูเจินจึงเปลี่ยนมาตะโกนชื่ออี้เถียนสลับกับอี้เหลียนแทน…สนมลีหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินซูเจินหลุดเรียกชื่ออี้เฉียนอีกหลายครั้งโดยที่นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ การเเข่งม้าครั้งนี้มันทำให้ซูเจินและสนมลีดูสนุกและมีรอยยิ้มกันถ้วนหน้าเลย ซูเจินเองก็เริ่มจะชอบวันเจี้ยน ของเมืองหยุนเปิงเข้าให้แล้วเหมือนกัน…