ย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 44 การตลาด

    ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 44 การตลาด



    "ลูกชายท่านกินอาหารครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน?"


    หลงจู๊หยางคิดว่าอาจเป็นเพราะพ่อของเด็กไม่ให้เด็กกินข้าวเพื่อมาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ จางหย่งที่ได้ฟังคำถามถึงกับมีสีหน้างุนงงก่อนจะเอ่ยตอบว่า


    "อาฟงกินข้าวล่าสุดเมื่อเช้านี้"


    "ท่านให้เขากินน้อยงั้นหรือ"


    "อืม ก็ให้น้อยกว่าปกติจริงๆ นั่นแหละ"


    นั่นไงเขาว่าแล้ว ดูยังไงเด็กคนนี้ก็ต้องถูกลดอาหารก่อนมาแข่งขันเป็นแน่ แต่หลงจู๊ก็ต้องหยุดชะงักความคิดตัวเองลง เมื่ออาฟงเอ่ยขึ้นว่า


    "หม่ำๆ อีกมั้ย"


    หลงจู๊หยางที่ได้ยินคำพูดนั้นถึงกับโกรธมากที่เห็นเด็กน้อยยังคงไม่อิ่ม เขาจึงเอ่ยด้วยความโมโหว่า


    "เมื่อเช้าท่านให้เขากินน้อยขนาดไหนกัน!!"


    "ปกติน้องเล็กจะกินข้าวสี่ชาม แต่เมื่อเช้าท่านพ่อให้เขากินแค่สามชาม เพราะจะได้มากินอาหารอร่อยๆ ที่ตลาดแทนน่ะขอรับ"


    อาเฟยพี่ชายคนโตเอ่ยตอบแทนบิดา หลงจู๊หยางที่ได้ยินถึงนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก สรุปคือเจ้าเด็กน้อยคนนี้กินเก่งจริงๆ ไม่ได้ถูกลดอาหารเพื่อมาเข้าแข่งขันงั้นหรือ หลงจู๊หยางรู้สึกผิดที่คิดว่าจางหย่งเป็นคนไม่ดี จึงเอ่ยปากเลี้ยงอาหารมื้อนี้ให้กับทั้งครอบครัวจางหย่ง อาฟงส่งสายตาไปทางจางหย่งเพื่อขออนุญาตกินต่อ เขาไม่ได้รู้สึกหิวหรอกนะ ก็แค่รู้สึกอยากกินเท่านั้นเอง 


    จางหย่งพยักหน้าอนุญาต หลายวันที่ผ่านมาจากการสังเกตของเขา อาฟงไม่ใช่ไม่อิ่ม แต่อาฟงสามารถกินได้เรื่อยๆและมีความสุขในการกินอีกด้วย ดังนั้นจางหย่งถึงยอมให้ลูกชายคนเล็กกินครั้งละสามสี่ชามต่อมื้อ 


    หลังจากได้รับอนุญาตจากบิดา อาฟงก็ได้กินไปอีกห้าชามเต็มๆ ก่อนที่จางหย่งจะหยุดเขาเพราะต้องออกไปทำธุระต่อ โอ้ว เจ้าเด็กนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ ต่อไปเขาคงไม่กล้าเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวครอบครัวนี้อีกแน่นอน หลงจู๊หยางได้แต่คิดในใจ


    เมื่อกินอาหารโดยไม่ต้องจ่ายเงินไปแถมยังได้รางวัลมาอีกสิบตำลึง จางหย่งก็แอบรู้สึกดีใจ จริงๆเขาแค่อยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กนั่นกินได้แค่ไหนจึงลงสมัครไป ซึ่งเขาเดาไว้แล้วว่าลูกชายคนเล็กต้องกินมากกว่าสิบชามอย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาด อาฟงกินมากกว่าสิบชามจริงๆ 


    --------


    หลังออกจากร้านอาหาร จางหย่งก็พาลูกๆมุ่งหน้าไปร้านขายผ้าตระกูลหลัว เมื่อมาถึงหน้าร้าน พนักงานในร้านที่จำจางหย่งได้จึงเข้ามาเอ่ยถามขึ้นว่า


    "คุณชาย ท่านมาหาคุณหนูเจ้าของร้านหรือเจ้าคะ"


    "ใช่แล้ว"


    "รบกวนรอตรงนี้สักครู่นะเจ้าคะ"


    จากนั้นพนักงานสาวก็เดินเข้าไปในร้าน ผ่านไปไม่นานหลัวเลี่ยงหรูก็เดินเข้ามาหาจางหย่ง แต่เมื่อเห็นเด็กๆทั้งสามที่ตามมาด้วย นางก็หยุดชะงักนิดหนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า


    "คุณชายอี้ ข้ากำลังอยากพบท่านอยู่พอดีเลย เชิญท่านและลูกๆด้านบน"


    จางหย่งที่ได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ แล้วก็เดินเข้าไปในร้านตามหลัวเลี่ยงหรู เสี่ยวเหมาที่รู้ตัวว่าตัวเองเข้าไปไม่ได้ ก็เดินไปนอนหมอบรอที่ด้านหน้าร้านขายผ้า ทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างชื่นชมในความแสนรู้ของเสี่ยวเหมาเป็นอย่างมาก


    หลัวเลี่ยงหรูพาทั้งสี่ขึ้นมาบนชั้นสองห้องเดิมที่จางหย่งเคยเข้ามาครั้งก่อน เด็กๆนั่งลงประจำที่อย่างรู้ความ พวกเขานั่งรออย่างสงบ เด็กสองคนที่โตแล้วอาจไม่น่าแปลกใจ แต่เด็กเล็กอย่างอาฟง กลับมีความอดทนนั่งลงและรอคอยเหมือนบิดาและพี่ๆของเขาทำ จนทำให้หลัวเลี่ยงหรูที่เห็นเช่นนั้นถึงกับรู้สึกแปลกใจ บุรุษผู้นี้สอนลูกของเขามายังไงกันนะ ถึงทำให้เด็กๆเชื่อฟัง แม้แต่สัตว์เลี้ยงเองก็รู้ความมากๆ เช่นกัน


    จางหย่งที่เห็นหลัวเลี่ยงหรูเงียบอยู่นาน จึงเอ่ยขึ้นว่า


    "คุณหนูหลัว ชุดที่ท่านทำออกมามีปัญหางั้นหรือ?"


    "ไม่ใช่หรอก ข้ากำลังสั่งทำชุดชั้นในตามแบบที่ท่านให้มา แต่รายละเอียดค่อนข้างมาก ทำให้ล่าช้ากว่าที่คิด อีกไม่กี่วันคาดว่าจะได้ชุดชั้นในสี่สิบชุด ก่อนหน้านี้ข้าเคยคุยกับแม่เล้าในหอนางโลมเอาไว้แล้ว แต่ละที่ค่อนข้างสนใจ เหลือแค่นำไปให้พวกเขาได้ดูเท่านั้น"


    จางหย่งขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของหลัวเลี่ยงหรู ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดมาก่อน ทำให้เขารู้สึกแปลกๆกับคำบอกเล่าของหลัวเลี่ยงหรู


    "ข้าว่าเราไม่ควรขายแค่ในหอนางโลมนะ"


    ก่อนหน้านี้จางหย่งเคยพูดเกี่ยวกับการขายให้เหล่าสตรีชั้นสูงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลัวเลี่ยงหรูคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกที่จะนำสินค้าชนิดนี้ไปขายให้บุคคลเหล่านั้น


    แม้นางเองจะอยู่ชนชั้นสูงด้วยเช่นกัน แต่จะให้นางเป็นคนเอ่ยปากขายของพวกนี้ก็ออกจะแปลกไปสักหน่อย นางจึงได้แต่เตรียมขายชุดชั้นในไว้สำหรับเหล่าหอนางโลมเท่านั้น


    "ท่านอย่าเพิ่งนำไปขายในหอนางโลมเลย ข้าว่าท่านน่าจะให้เสี่ยวเฟินซื่อ เป็นคนแรกที่ได้ลอง และนำไปบอกต่อจะดีกว่าหรือไม่" 


    การเริ่มขายและแพร่หลายที่หอนางโลม จะกลายเป็นว่าชุดชั้นในเหล่านี้เป็นของใช้สำหรับหญิงคณิกาเท่านั้น แม้ตอนนี้จะขายดีและเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้มีปัญหาการขายในภายภาคหน้า อีกทั้งยังมีเรื่องคู่แข่งที่จะทำสินค้าออกมาแข่งขันกับพวกเขาอีก หากไม่เปิดตลาดให้กว้าง ธุรกิจนี้ไม่มีทางยั่งยืนอย่างแน่นอน


    หลัวเลี่ยงหรูคิดตามคำแนะนำของจางหย่งก็รู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้นางเคยสัญญาว่าจะให้ชุดชั้นในที่ทำสำเร็จกับเสี่ยวเฟินซื่ออยู่แล้ว ความคิดนี้จึงเป็นความคิดที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นนางจึงสั่งการให้คนไปตามเสี่ยวเฟินซื่อมา 


    ระหว่างรอเสี่ยวเฟินซื่อ จางหย่งก็หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่งส่งให้หลัวเลี่ยงหรู 


    "คุณชาย สิ่งนี้คือ?"


    "นี่คือแบบชุดชั้นในที่ข้าสัญญาว่าจะส่งให้ท่านเดือนละแบบ เรื่องที่ข้าส่งแบบเหล่านี้ให้ท่าน ขอให้ท่านช่วยเก็บเป็นความลับและห้ามนำภาพนี้ส่งต่อไปให้ผู้อื่นเด็ดขาด หากท่านทำไม่ได้ ข้าคงไม่อาจเป็นคู่ค้ากับท่านต่อไปได้อีก"


    หลัวเลี่ยงหรูพยักหน้ารับคำ นางรับกระดาษที่มันวาวมาไว้ในมือด้วยความรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ตัวกระดาษเรียบเนียนแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อคลี่แผนกระดาษออกมาก็พบว่าเป็นแบบชุดชั้นในที่ต่างจากชุดชั้นในอันก่อนหน้านี้ สีที่ระบายลงไปในกระดาษ เรียบเนียนเสียจนหลัวเลี่ยงหรูตกตะลึง 


    ในกระดาษเป็นหญิงสาวใส่ชุดชั้นในสุดเย้ายวนด้านบนเป็นผ้าระบายบางเบาตะขอหน้า ด้านล่างเอวต่ำเว้าโค้งทรงสามเหลี่ยม มีระบายน้อยๆเหมือนกับด้านบน ที่เห็นว่าหลัวเลี่ยงหรูสนใจที่สุดหาใช่ชุดชั้นในแบบใหม่ แต่เป็นเนินเนื้อที่ล้ำออกมาจากชุดชั้นใน 


    "ท่านเอาเจ้าสิ่งนี้มาจากไหนกัน??"


    "คุณหนูหลัว ข้าคงบอกท่านไม่ได้ แต่หากท่านรักษาสัญญา ข้าก็จะนำมันมาให้ท่านเรื่อยๆตามที่ตกลงกันไว้"


    แม้จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รู้ถึงที่มาของกระดาษแผ่นนี้ แต่หลัวเลี่ยงหรูก็ไม่ได้ผิดหวังมากนัก เพราะมันคือความลับทางการค้า หากเขาบอกมาง่ายๆถึงจะแปลก ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เสี่ยวเฟินซื่อที่ถูกตามตัว ก็ได้เข้ามาในห้องแห่งนี้ เมื่อพบว่ามีหลัวเลี่ยง จางหย่งและเด็กอีกสามคนอยู่ในห้อง นางก็เอ่ยขึ้นว่า


    "คุณหนู คุณชาย มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือเจ้าคะ"


    สีหน้าของเสี่ยวเฟินซื่อดูหมองคล้ำ ใต้ตาบวมแดง ราวกับผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาเป็นเวลานาน 


    "สะใภ้เฟิน ข้ามีเรื่องอยากให้ท่านช่วยจริงๆ"


    "เชิญบอกมาได้เลยเจ้าค่ะ"


    เมื่อมาถึงจุดนี้ หลัวเลี่ยงหรูก็หันมองไปทางจางหย่ง เปิดโอกาสให้เขาเป็นคนอธิบายรายละเอียดให้เสี่ยวเฟินซื่อได้ฟัง


    "คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะ ข้าอยากให้ท่านช่วยเป็นคนทดลองใช้ชุดชั้นในที่กำลังจะออกวางขาย"


    "!?!" 


    เสี่ยวเฟินซื่อที่ได้ยินถึงกับตกใจและดีใจไปพร้อมๆกัน นางเคยเห็นชุดชั้นในที่จางหย่งเคยพูดถึงก่อนหน้านี้ แม้จะรู้สึกกระดากอายที่จะใส่มัน แต่นางรู้สึกว่าสิ่งนี้คือความหวังที่จะให้สามีกลับมาสนใจ หึ ท่านพี่ คืนนี้ท่านเสร็จข้าแน่ 


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง ที่คุณอ่าน