กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    บทที่68:คำสัตย์ของเผ่าเอลฟ์

    กริมเกิดความสนใจทันทีเพราะในแววตาของเอลฟ์ตรงหน้ามีแต่ความกังวลและความเศร้านี่อาจจะเกี่ยวกับชีวิตของใครบางคน
    ''ข้าต้องการรายละเอียดที่มากกว่านี้''หลังกริมพูดผู้ควบคุมหอหนังสือกลับลังเลก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาในความคิดของนางหากนางไม่พูดกริมคงไม่ช่วยแน่ๆ
    ''ดันเจี้ยนระดับสูงที่ข้าพูดถึงความจริงแล้วมันมีระดับความอันตรายกว่าดันเจี้ยนอื่นๆนับ10เท่าเพราะดันเจี้ยนนั้นอยู่มานานมากแล้วเดิมทีมันเกิดขึ้นใกล้ๆกับเผ่าเอลฟ์ของข้า แต่เมื่อ500ปีก่อนดันเจี้ยนกลับดูดต้นไม้โลกของเผ่าเราเข้าไปด้านใน นั่นทำให้พวกเราที่ดูดซับพลังจากต้นไม้โลกอ่อนแอลงไม่พอพวกเราเริ่มเจ็บป่วยและล้มตาย ข้าต้องเข้าไปที่ดันเจี้ยนแล้วนำต้นไม้โลกกลับมา''กริมสงสัยมากขึ้นไปอีกหลังฟังจบ
    ''เอลฟ์แบบเจ้าน่าจะมีอยู่ตามที่ต่างๆทั่วโลก ทำไมเจ้าไม่ไปรวมกลุ่มกับเอลฟ์ที่อยู่ที่อื่นหละ''
    ''พวกเราได้รวมตัวกันมานานแล้ว เพราะต้นไม้โลกเหลือเพียง1ต้นทำให้เรากลายเป็นหนึ่งเดียวกันแต่ตอนนี้ต้นไม้โลกกลับอยู่ในดันเจี้ยนข้าต้องนำมันออกมาให้ได้ ไม่งั้นเผ่าพันธุ์ของข้าต้องสูญสิ้นแน่''
    ''โอ้...นี่มันน่าสนใจจริงๆ แต่สิ่งที่เจ้าเสนอให้ข้ามันมีค่าน้อยเกินไป เนื่องจากด้านในมันอันตรายเพราะฉะนั้นข้าอาจจะตายได้ทุกเมื่อ''กริมแสยะยิ้มขึ้นเพราะไม่ได้สนิทกันกริมจึงไม่ได้เกรงใจยิ่งได้เงินมากเท่าไหร่กริมยิ่งชอบ
    ''นะ...นี่ ขะ...ข้าเอลซ่าองค์หญิงของอาณาจักรเอลฟ์ข้าให้คำสัตย์ว่าเผ่าเอลฟ์จะรับใช้ท่านไปตลอดหากท่านสามารถช่วยข้านำต้นไม้โลกออกมาจากดันเจี้ยนได้''กริมใช้มือลูบคางหลังได้ยินเอลซ่าพูดสุดท้ายกริมก็พยักหน้า หากเป็นแบบนี้ก็ดีคนยิ่งเยอะยิ่งดี
    ''ข้าตกลง''วูบ! ฉับพลันที่กริมตอบตกลงวงเวทย์โบราณได้ปรากฎขึ้นที่ใต้เท้าเอลซ่าและกริมไม่ใช่แค่นั้นภายในอาณาจักรเอลฟ์ก็เหมือนกันเอลฟ์ทุกคนมีวงเวทย์ปรากฎออกมาที่ใต้เท้าพร้อมๆกับข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อตกลงของกริมได้เข้าไปในหัวเอลฟ์ภายในอาณาจักรคุกเข่าลงและเริ่มสวดอ้อนวอนทันที ทุกคนหวังให้มันสำเร็จ
    ''แล้วจะไปกันเมื่อไหร่''กริมถามขึ้นเพราะก่อนที่แร่จะมาส่งกริมในตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง
    ''ข้าต้องหาคนเพิ่มอีกซัก10คน คงต้องใช้เวลาเล็กน้อย''
    ''ไม่ต้องเสียเวลาหรอก ข้าว่าเราไปกันเลยจะดีกว่า''กริมพูดขณะจ้องไปที่ตาของอีกฝ่ายในตอนนี้ที่เอลซ่ากำลังจะเถียงนั้นเองนางก็ต้องหุบปากอย่างรวดเร็ว สัญลักษณ์ดาว5แฉกจอมราชันย์นี่ทำให้นางขอบคุณตัวเองอีกครั้งที่ไม่ได้สู้กับกริมก่อนหน้านี้
    ''ดะ...ได้ค่ะ ท่าน...''ก่อนที่นางจะพูดจบกริมก็ยกมือเพื่อห้ามให้เอลซ่าพูดต่อ เอลซ่าเองก็เข้าใจเอลซ่าพยักหน้าจากนั้นจึงเรียกสัตว์เดินทางมาที่เหนือเมือง ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันทีเพราะสัตว์เดินทางตัวนี้มันก็คือนกเหมือนกันแต่...มันเป็นนกที่ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยสายฟ้าสีแดงสัตว์เดินทางระดับสูงสุดของเผ่าเอลฟ์มีดีทั้งความเร็วและพลังทำลาย
    ''ไป!''หลังกริมและเอลซ่ากระโดดขึ้นไปบนหลังนกสายฟ้าแล้วทั้งคู่ก็หายไปภายในพริบตาภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเฮกเตอร์ที่ยืนถือผลึกเวทย์มนต์ที่ใช้กลับไปที่เมืองหลวงเห็นทั้งหมด
    ''บัดซบ! เจ้าทั้งคู่คิดจะหนีจากความโมโหของข้าไปได้? ข้าจะนำคนมาถล่มเมืองนี้ซะ''เพล้ง! หายไปแล้วเฮกเตอร์จากไปพร้อมกับความโกรธแค้นในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
    ''ทะ...ท่านจอมราชันย์ ท่านมั่นใจแค่ไหนว่าจะจัดการกับดันเจี้ยนได้''เอลซ่าถามออกมาขณะเดินทางถึงกริมจะเป็นจอมราชันย์แต่นางรู้ว่ากริมเพิ่งเป็นจอมราชันย์ได้ไม่นาน
    ''ข้าทำได้แน่นอน ว่าแต่เจ้ามั่นใจมากหรือเปล่าว่าจะเก็บความลับของสิ่งที่เห็นในดันเจี้ยนได้ดีแค่ไหนเพราะถ้าหากความลับนั้นหลุดไปมันจะไม่ดีต่อตัวข้า''กริมไม่มั่นใจว่าจะจัดการดันเดี้ยนได้จริงๆหรือเปล่าถ้าหากไม่ไหวจริงๆกริมคงต้องใช้ร่างเทวทูต
    ''ไม่ต้องห่วงเมื่อท่านจอมราชันย์พิชิตดันเจี้ยนแห่งนั้นได้เมื่อไหร่สัญญาจะถูกเติมเต็มตอนนั้นเอลฟ์ทั้งหมดจะต้องเชื่อฟังท่านแน่นอนพอถึงตอนนั้นทุกคนจะไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านได้''กริมพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะหันไปมองด้านหน้า ตอนนี้เริ่มเห็นดันเจี้ยนที่เอลซ่าพูดถึงแล้วมันมีขนาดใหญ่และสูงตระหง่านขึ้นมาจนเห็นได้ชัดเจนและหน้าดันเจี้ยนนั้นเองกลับมีคนมากมายแกว๊ก! นกสายฟ้าหยุดอยู่หน้าดันเจี้ยน กริมและเอลซ่ากระโดดลงมาทันทีฉับพลันนกสายฟ้าก็หดตัวลงจากนั้นมันก้บินมาเกาะที่ไหล่ของกริม
    ''พอเถอะข้าไม่ใช่พี่เลี้ยงสัตว์นะ''กริมแทบจะหมดคำพูดไหล่ขวาก็ซาฟิร่าตอนนี้ไหล่ซ้ายยังมีนกสายฟ้าอีกตุ่บ! ตุ่บ! ตุ่บ! ขณะที่กริมกำลังบ่นพึมพัม นักผจญภัยระดับSคนหนึ่งได้เดินมาทางกริมแล้วเดินผ่านไปมันเดินตรงเข้าไปหาเอลซ่าโดยไม่เห็นกริมอยู่ในสายตา
    ''สนใจจะรวมกลุ่มกับพวกข้ามั้ย พวกข้ามาจากกิลด์นักผจญภัยในเมืองหลวง''
    ''ขอโทษด้วยข้ามีกลุ่มของข้าแล้ว''เอลซ่าตอบกลับอย่างไม่แยแส นักผจญภัยตรงหน้าอ่อนแอกว่านางมากที่เข้ามาตรงเป็นเพราะเอลซ่าเป็นเอลฟ์ แน่นอนว่าเผ่าเอลฟ์เป็นที่หมายปองของคนทั่วไปเอลฟ์ทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนเกิดมามีหน้าตาที่งดงามและชราภาพช้ากว่าเผ่าอื่นๆมาก
    ''ไหนกลุ่มของเจ้าหละ''นักผจญภัยหนุ่มไม่ยอมแพ้มันต้องการเอลซ่ามากจริงๆ
    ''ไปกันเถอะอย่ามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่''กริมไม่อยากเสียเวลาเพิ่มจึงพูดขึ้นแล้วเริ่มเดินไปที่ทางเข้าดันเดี้ยนเอลซ่าเองก็คิดแบบเดียวกันนางเดินตามกริมไปทันที
    ''นี่เจ้า...''ตูม! กริมต่อยออกไปและไม่ได้เอาถึงตายแค่ทำให้อีกฝ่ายรู้เฉยๆว่ากริมแข็แกร่งกว่ามันมากแต่นั่นก็ทำให้นักผจญภัยคนนั้นถูกฝังเข้าไปในกำแพงของดันเจี้ยนหลังจากต่อยไปกริมไม่แม้แต่จะเหลือบมองมันเดินผ่านเข้าดันเจี้ยนไปเฉยๆ ทุกคนที่ขวางทางต่างหลีกหนีพวกมันรู้ตัวว่าชายหนุ่มคนนี้แกร่งกว่าพวกมันหลายเท่า
    ''ท่านจอมราชันย์ชั้นแรกๆข้าจะนำทางท่านเอง ที่นี่ข้าเคยเข้ามาหลายครั้งแล้ว''เอลซ่าพูดขึ้นเมื่อเข้ามาดันเจี้ยนระดับสูงแห่งนี้มีกี่ชั้นไม่มีใครรู้แต่ชั้นสูงสุดที่ทุกคนรวมทั้งเอลซ่าเคยไปถึงคือชั้นที่23เพราะฉะนั้นชั้น1-22จะเหลือเพียงสัตว์อสูรที่อ่อนแอและสิ่งของต่างๆให้เก็บเกี่ยวเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องกริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์ ที่คุณอ่าน