แอบเข้าวัง(2)
ชิงเถาเร่งเข้ามายังตำหนักที่จัดงานหรือว่าตำหนักอวิ้นเหมย(อวิ้นเหมย แปลว่า เสียงดนตรีและดอกกุหลาบ) ตัวตำหนักสร้างด้วยไม้เนื้อดี ซึ่งวันนี้จัดเป็นงานที่เปิดโล่งประตูทุกด้านเปิดออกจนหมดปล่อยให้มีลมโกรกเข้ามายังด้านในให้ได้รับความเย็นสบายและยังได้กลิ่นดอกเหมยกุ้ยที่ปลูกไว้อย่างงดงามรอบๆตำหนักไหนจะยังนำดอกเหมยกุ้ยปักแจกันทั่วงาน ทั้งกลิ่นที่หอมอ่อนๆและสีแดงสดสวยของมันทำให้บรรยากาศในงานดูเป็นมงคลอย่างยิ่ง ส่วนตัวชิงเถานั้นนางจึงได้สอดส่องหาคนรู้จักได้อย่างง่ายขึ้นจากการเปิดโล่งของตัวตำหนักแต่นางมองไปทางก็เจอแต่สตรีกับขันทีเพียงเท่านั้น อาจเป็นเพราะขุนนางทั้งหลายยังอยู่ในราชสำนักจึงยังไม่มีใครมาแต่ตัวของมี่หนิงหยางล่ะ เขามิได้ทำงานในราชสำนักเสียหน่อยแล้วไหนบอกว่าเขาจะยุ่งกับงานนี้ตั้งแต่เช้าแต่ทำไมยังไม่เห็นแม้เพียงเงาของเขาอยู่ในงานเลย นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาอยู่แล้วนะ
‘ชิงเถาข้าเจอมี่หนิงหยางแล้ว’ เสียงเชี่ยนเชี่ยนยังแว่วมาให้ชิงเถาได้ยินก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงสักเล็กน้อย
‘เจอแล้วหรอเขาอยู่ที่ไหน’ ชิงเถาเมื่อได้ยินรีบสอบถามออกมาอย่างตื่นเต้นทันทีเจ้าไปเจอเขาที่ไหนกันนะ ข้าสอดส่องหาจนทั่วแล้วไม่เห็นจะเจอเลย
‘อยู่ตำหนักของหนุ่มน้อยฉวนไป๋เล่อ’ฉวนไป๋เล่อที่ชิงเถาได้ยินชิงเถาหยุดคิดไปครู่หนึ่งถึงได้รู้ว่าคนที่เชี่ยนเชี่ยนพูดถึงนั้นก็คือองค์ชายเจ็ดนั่นเองจะบอกแบบง่ายๆ ก็ไม่ได้นะ ต้องให้นางได้ใช้สมองน้อยในการคิดต่ออีก แล้วเป็นตามที่เชี่ยนเชี่ยนบอกนางจะไปหาเขาได้อย่างไรกันล่ะในวังมิใช่ว่าอยากจะเดินเตร่ไปทางไหนก็ได้นะแม้ขนาดสนมสักคนยังจะต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น มิสามารถออกนอกเส้นทางไปยังหลายที่ที่ต้องห้ามได้นับประสาอะไรกับประชาชนตาดำๆ เช่นนางกันล่ะ
‘เช่นนั้นเราจะไปหาเขาได้อย่างไรล่ะหรือว่าเราจะไปหาขนมที่ส่งมาให้เจอก่อนดี’ ชิงเถาถามความคิดเห็นของอีกคนออกมาเพื่อตัดสินใจในการจะทำการต่อไป
‘หาขนมก่อนเถอะมันคงอยู่ในห้องไหนสักห้องในตำหนักแห่งนี้ เจ้าไปทางนั้นนะ ส่วนข้าจะไปดูอีกทาง’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยสั่งการ ชิงเถารีบพยักหน้ารับรู้จากนั้นนางก็ออกตัวไปทางที่ได้รับมอบหมายทันที
ชิงเถาแอบเดินเข้าไปที่ใกล้ที่สุดที่จะสามารถยืนแอบได้ประตูหน้าห้องทั้งหมดจะปิดไว้ ชิงเถานางจะใช้ความสามารถพิเศษอะไรในการตัดสินว่าห้องไหนที่เก็บขนมอยู่กัน
“แล้วจะรู้ได้อย่างไรกันเนี่ย”นางเริ่มบ่นออกมาเมื่อไม่สามารถมองเห็นไปถึงด้านในได้
“อ่ะประตูเปิดออกมาแล้ว” ห้องที่นางกำลังแอบส่องดูอยู่ มันเปิดออกมาด้วยฝีถือนางกำนัลผู้หนึ่งแต่ด้านในนั้นเกรงว่าจะมิใช่ที่ชิงเถาตามหา
“ว้ามิใช่นี่นา ไปห้องอื่นต่อ” ชิงเถาเดินละจากห้องนั้นมาแล้วก็แอบส่องดูห้องอื่นต่อไป
ก่อนจะมาถึงห้องล่าสุดที่นางกำลังแอบดุอยู่ไม่ไกลดีที่แถวนี้ไม่มีทหารยืนประจำอยู่ ไม่เช่นนั้นคงหาว่านางเป็นพวกโจรขโมยอย่างแน่นอน
“ขนมพวกนี้น่ากินจังเลยนะข้าล่ะอยากลองชิมสักชิ้นสองชิ้น” นางกำลังที่เดินออกมาพูดกับเพื่อนของนางที่เดินออกมาด้วยกันผ่านหน้าชิงเถาที่หลบอยู่ไป
“เจ้าอย่าหาพูดไปนั่นขนมที่ใช้ในงาน ถ้าใครรู้เข้าเราต้องโดนหนักอย่างแน่นอน”นางกำนัลอีกคนรีบเอ่ยหยุดเพื่อนางทันทีเมื่อนางพูดออกมา ข้ารับใช้จะมาแอบกินขนมของเจ้านายก่อนได้อย่างไรใครมาได้ยินเข้า อย่างน้อยๆ พวกนางก็คงจะโดนโบยสักห้าครั้งสิบครั้งก็เป็นได้
“อืมๆข้าจะไม่พูดแล้ว แต่ว่ามันน่ากิน”
“หยุดเลยไปทำงานต่อได้แล้ว” นางรีบหยุดเพื่อนที่พูดเรื่องของกินไม่หยุด ให้ไปทำงานต่อทันทีถ้าขืนยังอยู่ตรงนี้นางคงได้บ่นเรื่องขนมออกมาไม่หยุด
“ขนมอย่างนั้นรึหรือว่าจะเป็นขนมของเรา” ชิงเถาเมื่อได้ยินที่นางกำนัลทั้งสองพูดกันนางก็เหมือนจะเห็นทางสว่างทันที ในที่สุดที่นางตามหาก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว
‘เชี่ยนเชี่ยนข้าหาเจอแล้วมาหาข้าเร็วเข้า’ ชิงเถาเอ่ยเรียกอีกคนด้วยเสียงดีอกดีใจทันทีไม่นานเกินรอเชี่ยนเชี่ยนที่อยู่ไม่ไกลก็บินเข้ามาหานางทันที
‘เจ้าเจอที่ไหนรึ’
‘นั่นห้องนั้นอย่างแน่นอน’ ชิงเถารีบชี้ไปทางห้องที่นางกำนัลทั้งสองพึ่งจะออกมาและเดินหนีไปทันที
‘เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อนข้าจะเข้าไปดูให้แน่ใจ’ เชี่ยนเชี่ยนบอกแก่ชิงเถาแล้วรีบบินเข้าไปดูทันทีชิงเถานางไม่ได้เอ่ยค้านแต่อย่างไร เพราะอย่างไรก็ไม่มีใครเห็นนางอยู่แล้วให้นางเข้าไปคนเดียวคงจะปลอดภัยแก่ตัวเองกว่า
เชี่ยนเชี่ยนเมื่อบินเข้ามาในห้องแล้วนางเจอเข้ากับขนมที่บ้านชิงเถาช่วยกับทำจัดใส่จานวางเรียงรายไว้รอเวลานำออกไปขึ้นโต๊ะจนเต็มโต๊ะในห้องไปหมด
‘โหพอจัดอย่างนี้ก็น่ากินกว่าเดิมเสียอีกนะเนี่ย’ นางอดจะเอ่ยชมในการจัดตกแต่งจานอาหารของฝีมือนางในวังไม่ได้ทั้งขนมและจานช่างเชิญชวนให้คนหยิบจับขึ้นมาล้มลองไม่ได้
‘ไม่ๆข้าจะมามัวหลงใหลกับเจ้าพวกนี้ไม่ได้’ เชี่ยนเชี่ยนสั่นหัวไปมาสองสามทีเรียกสติตัวเองกลับมาทันทีก่อนที่จะหลงไปในดงของหวานตรงหน้า
‘ไหนดูซิว่าชิ้นไหนที่เจ้าพวกคนชั่ววางยาพิษไว้’ นางรีบบินวนให้ความสามารถในการดมกลิ่นหาสิ่งปกติทันทีถ้าเป็นคนทั่วไปนี่คงไม่มีอะไรผิดแปลกอย่างแน่นอนแต่ไม่ใช่สำหรับนางที่มิใช่มนุษย์ที่มีประสาทสัมผัสในหลายๆ ด้านที่โดดเด่นมากกว่าอย่างเช่นนาง
‘โอ้เล่นของใหญ่เสียด้วยนะเนี่ย ชิ้นเล็กไม่เป็นไรแต่เจ้าก้อนเค้กอันใหญ่นี่สิจะจัดการอย่างไรดี’ เชี่ยนเชี่ยนบ่นออกมาเมื่อรู้แล้วว่าคนพวกนั้นวางยาพิษไว้ที่ไหนวางที่ไหนไม่วางดันเอาไว้ในเค้กก้อนใหญ่ขนาดสามชั้นที่เอาไว้สำหรับให้อันเต๋อเฟยเป่าเทียนนางจะเอาไปทิ้งก็ไม่ได้เพราะมันมีแค่อันเดียวถ้าหายไปเป็นเรื่องแน่ๆจะเอาพิษออกมาก็ไม่ได้ จะใช้ยาถอนพิษก็ยุ่งยากไปหน่อยถึงมียาถอนพิษมาใส่ก็มีหวังเค้กเละพอดีถ้าใส่ลงไปในขนมหนทางที่จะทำได้คงให้ชิงเถามาขัดขวางไม่ให้คนได้กินมันก็พอ