“พบเป้าหมายแล้ว อยู่ในระยะ 40 เมตร เป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา”
“รับทราบแล้ว ขอให้สั่งการพลทหารทุกนายทำการเตรียมเล็ง”
กลุ่มพลทหารราบ และรถหุ้มเกราะติดตั้งอาวุธปืนกลทั้ง 4 คันที่อยู่ในพื้นที่บริเวณสี่แยกชิบูย่านั้นไม่รอช้า จึงรีบพากันเล็งอาวุธปืนไปที่พญาจิ้งจอก 9 หางที่เป็นเป้าหมายอย่างพร้อมเพรียงกัน
“พลทหารทุกนายทำการเตรียมเล็ง...ยิงได้”
สิ้นเสียงคำสั่ง กลุ่มพลทหารและรถหุ้มเกราะติดอาวุธปืนทั้ง 4 คันนั้นก็พากันกระหน่ำยิงปืนกลใส่พญาจิ้งจอก 9 หางที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างไม่ยั้ง เสียงปืนกล M-16 กับเสียงปืนที่ติดตั้งบนรถหุ้มเกราะนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“พลปืนต่อต้านรถถังทำการเตรียมเล็ง...”
มีพลทหารราบทั้ง 4 นายพากันถือปืนลูกระเบิด RPG วิ่งเข้ามาที่ด้านหน้า ก่อนที่พวกเขาจะเล็งไปที่พญาจิ้งจอก 9 หางที่ยังคงเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยสายตาอันดุร้ายราวกับสัตว์ป่า ซึ่งร่างของมันนั้นไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับกระสุนปืนกลนับหมื่นกว่านัดที่พากันสาดเข้ามาเลยสักนิด
“ยิงได้” สิ้นเสียงคำสั่ง พลทหารทั้ง 4 นายนั้นก็พากันยิงปืนลูกระเบิด RPG ใส่พญาจิ้งจอก 9 หางเข้าอย่างจัง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่น หลังจากที่กลุ่มควันจากแรงระเบิดนั้นค่อยๆ จางลง ก็จะพบว่าพญาจิ้งจอก 9 หางที่อยู่ตรงหน้าในระยะ 30 เมตรนั้นยังคงเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ โดยที่ไม่สะทกสะท้านกับแรงระเบิดจากปืน RPG เลยแม้แต่น้อย “กระสุนยิงเข้าเป้าทุกนัด แต่การโจมตีนั้นไร้ผล เป้าหมายไม่เสียหายเลยครับ”
หัวหน้าพลทหารกล่าวรายงานผลกับทางศูนย์บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน เหล่าพลทหารคนอื่นๆ และรถหุ้มเกราะติดอาวุธทั้ง 4 คันนั้นก็ยังคงกระหน่ำยิงใส่เป้าหมายอย่างไม่ยั้ง
แต่ด้วยอิทธิฤทธิ์จากสร้อยอัญมณีต้องสาปแห่งโคโดกุที่ทำให้คำสาปของนางเทวีอสูรฯ ในตัวของสึบากิมีความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ส่งผลทำให้ม่านบาเรียปีศาจที่ห่อหุ้มร่างพญาจิ้งจอก 9 หางไว้นั้นมีความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้อาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารใดๆ ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย มันยังคงเคลื่อนตัวเข้ามาหากลุ่มพลทหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้าๆ จนได้มาหยุดอยู่กับที่ในระยะ 20 เมตร ในท่ามกลางกระสุนปืนกลหลายหมื่นกว่านัดที่ถูกยิงออกมา
พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุดั่งไฟนรกที่มีขนาดใหญ่ออกมาย่างสดกลุ่มพลทหารเหล่านั้นจนกระทั่งสิ้นใจลงทั้งหมด รถหุ้มเกราะติดอาวุธทั้ง 4 คันนั้นก็ได้เกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น จนมีเปลวไฟอันร้อนระอุลุกโชนไปทั่วทั้งคัน
“อาเชอร์-01 อาเชอร์-02 ทำการล็อกเป้าหมาย...ยิงได้”
เครื่องบินรบทั้ง 2 ลำนั้นต่างก็พากันเล็งเป้าหมายไปที่พญาจิ้งจอก 9 หางจากทางน่านฟ้า ก่อนที่เครื่องบินทั้ง 2 ลำนั้นจะทำการเปิดฉากยิงจรวดมิซไซล์ใส่เป้าหมายเข้าอย่างจัง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณในวงกว้าง หลังจากที่กลุ่มควันจากแรงระเบิดนั้นค่อยๆ จางลง ก็จะพบว่าการโจมตีนั้นยังคงไร้ผล เป้าหมายนั้นไม่มีความเสียหายใดๆ เลย
พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นเงยหน้ามองไปที่เครื่องบินรบทั้ง 2 ลำนั้น ก่อนที่มันจะพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่เครื่องบินรบทั้ง 2 ลำ จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไปทั่วน่านฟ้า
สักพัก คางุยะกับสึรุฮิเมะก็ได้มาถึงที่บริเวณสี่แยกชิบูย่า ซึ่งอยู่ในสภาพพังเสียหายยับเยิน ในท่ามกลางเปลวไฟอันร้อนระอุที่ลุกโชนไปตามจุดต่างๆ ทั้งบนถนน และอาคารสิ่งก่อสร้างในหลายๆ จุด พร้อมกับกลุ่มควันไฟจำนวนมหาศาลที่ลอยฟุ้งขึ้นมา พวกเธอทั้งสองได้มาอยู่ตรงหน้าพญาจิ้งจอก 9 หางที่กำลังมองเข้ามาด้วยสายตาที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่า ทางด้านทานุกิที่อยู่ในรูปลักษณ์ของรถม้าสารถีนั้นก็ได้กลับคืนสู่ร่างภูติพิทักษ์แร็คคูนอำพรางทันที
“ทานุกิ” สิ้นเสียงเอ่ยเรียก ทานุกิก็ได้ทำการแปลงโฉมรูปลักษณ์ให้กลายเป็นปลอกแขนมายาแห่งศาสตราเวทย์ แล้วสวมเข้าที่แขนเรียวอันบอบบางทั้งสองข้างของสึรุฮิเมะ
สึรุฮิเมะทำการเรียกดาบคาตานะมายาให้มาอยู่ในมือเรียวงามใต้ปลอกแขนมายาด้วยเวทย์อัญเชิญศาสตราวุธมายา ก่อนที่เธอจะทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนคมดาบคาตานะจนเกิดเป็นแสงวาบสีเขียวอ่อนที่ปกคลุมไปทั่วคมดาบ
ส่วนทางด้านคางุยะนั้นก็ยกมือเรียวงามข้างขวาขึ้นมาจับเข้าที่ด้ามจับบนคฑาเวทย์พระจันทร์เสี้ยวที่มีลูกแก้วคริสตัลขนาดกลางอยู่ตรงปลายด้ามที่อยู่ด้านในพระจันทร์เสี้ยว ก่อนที่เธอจะชักคมดาบเรเปียร์ออกมา และเอ่ยเรียกหนึ่งในภูติพิทักษ์กระต่ายเบญจธาตุออกมา
“อิโซโนะกามิ”
สิ้นเสียงเอ่ยเรียก ภูติพิทักษ์กระต่ายธาตุสายฟ้าก็รีบพุ่งเข้าไปสิงสถิตอยู่ในคมดาบเรเปียร์ จนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนไปทั่วคมดาบเรเปียร์
ทางด้านพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็รีบพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่คางุยะกับสึรุฮิเมะ แต่พวกเธอทั้งสองก็สามารถป้องกัน และต้านทานเปลวไฟขนาดใหญ่ที่พ่นออกจากปากของมันได้ ด้วยแผงอาคมป้องกันที่เกิดจากฝักดาบเรเปียร์ที่เป็นด้ามจับของคฑาเวทย์จันทร์เสียวของคางุยะ และม่านบาเรียจากศาสตราวุธมายาหลากชนิดที่เรียงรายอยู่ล้อมรอบสึรุฮิเมะ
จากนั้น พวกเธอทั้งสองต่างก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พญาจิ้งจอก 9 หางอย่างไม่ยั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะรีบกระโดดถอยหลังออกมา คางุยะรีบแทงดาบเรเปียร์ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วคมดาบลงบนพื้น จากนั้น ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาโจมตีใส่ร่างพญาจิ้งจอก 9 หางเข้าอย่างจัง พร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
ส่วนทางด้านสึรุฮิเมะก็ปล่อยคลื่นดาบสีเขียวอ่อนออกมาโจมตีใส่พญาจิ้งจอก 9 หางเข้าอย่างจัง จากนั้น เธอก็เรียกง้าวนางินาตะมายาออกมาแทนที่ดาบคาตานะมายา ก่อนที่เธอนั้นจะทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนคมง้าว จนเกิดคลื่นน้ำที่ปกคลุมที่ปกคลุมไปทั่วคมหอก และพุ่งเข้าโจมตีใส่อย่างไม่ยั้ง
“คุราโมจิ” ส่วนทางด้านคางุยะก็เอ่ยเรียกภูติพิทักษ์กระต่ายธาตุดินออกมา มันได้พุ่งเข้ามาสิงสถิตอยู่ในคมดาบเรเปียร์แทนที่อิโซโนะกามิ ที่เป็นภูติพิทักษ์กระต่ายธาตุสายฟ้า จนเกิดเป็นกลุ่มเศษก้อนดินจำนวนหนึ่งที่ลอยวนไปมาทั่วทั้งคมดาบ
คางุยะรีบทำการตวัดคมดาบปล่อยเศษก้อนดินเหล่านั้นพุ่งเข้าไปยังอีกฝ่ายด้วยความเร็วสูง เมื่อก้อนดินเหล่านั้นได้กระทบเข้ากับร่างของพญาจิ้งจอก 9 หางเข้าอย่างจัง มันก็จะเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้าง จนร่างของมันนั้นแทบจะทรุดล้มลงกับพื้นในทันที แต่อย่างไรก็ตาม ร่างของมันแทบจะไม่สะทกสะท้านใดๆ เลย
พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นเริ่มจะโมโหขึ้นอย่างขีดสุด จึงรีบพ่นเปลวไฟที่มีขนาดใหญ่ออกมา ส่วนทางด้านสึรุฮิเมะนั้นก็รีบเรียกปืนไฟคาบศิลามายาออกมาแทนที่ง้าวนางินาตะมายา ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนปืนไฟคาบศาลา จนเกิดเป็นลูกพายุขนาดย่อมที่พัดวนไปรอบๆ ปืน
จากนั้น เธอก็ยิงลูกพายุที่มีขนาดใหญ่ออกมาต้านทานกับเปลวไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ที่พ่นออกมาจากปากของพญาจิ้งจอก 9 หาง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ