ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 31 การทดสอบ 3

    หลังจากงานเลี้ยงเล็กๆ กับชาวบ้านเสร็จสิ้น เฟิ่งหยูจึงขอตัวพักผ่อน เขานอนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ลืมตาอีกทีเขากลับมาอยู่ที่ด้านหน้าของผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว

    “ทำได้ดี เจ้าทำได้ดีมา ที่สามารถผ่านการทดสอบของพวกเราได้”

    “ข้าผ่านการทดสอบอย่างนั้นหรือ”

    “ใช่ พวกเราเพียงอยากทดสอบว่าจิตใต้สำนึกของเจ้าเป็นคนเช่นไร เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าของวิหารสุริยัน จันทรานี้หรือไม่ ที่พวกเราส่งเจ้าไปนั้นเป็นสถานที่จริง และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ”

    “สาเหตุที่ข้าบอกว่าเจ้าผ่านการทดสอบในครั้งนี้ เพราะจากการกระทำของเข้าทำให้พวกเราได้รู้แล้วว่า เจ้านั้นไม่มีความโลภใดๆ  และเจ้าเองก็พร้อมจะช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก แม้จะไม่ใช่เรื่องของตนเองก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเราตัดสินใจให้เจ้าผ่านการทดสอบ เพราะสติปัญญาและไหวพริบของเจ้า ถึงแม้เจ้าจะเจอศัตรูที่มีวรยุทธ์สูงกว่าเจ้า แต่เจ้าก็สามารถใช้สติปัญญาของเจ้าเอาชนะมาได้อย่างง่ายดาย และยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือล้มตายเลย”

    “ตอนนี้วิหารสุริยัน จันทราของพวกเราจะทำการสืบทอดให้เจ้า แต่เจ้ายังไม่สามารถเปิดวิหารสุริยัน จันทรานี้ได้ จนกว่าเจ้าจะบรรลุถึงขั้นเทวะก่อน เพราะวิหารสุริยัน จันทราถือได้ว่าเป็นของวิเศษที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังนั้นหากเจ้ายังมีฝีมือไปถึงขั้นเทวะ วิหารสุริยัน จันทราก็ไม่สามารถเปิดใช้งานได้”

    “เมื่อเจ้าสามารถเปิดวิหารสุริยัน จันทราได้แล้ว เจ้าจะรู้วิธีใช้งานเอง ตอนนี้ถึงเวลาพักของพวกข้าทั้งสองแล้ว ขอให้เจ้าจงใช้วิหารสุริยัน จันทรานี้ช่วยเหลือเหล่ามวลมนุษย์ทั้งหลาย จงใช้มันไปในทางที่ดี พวกเราหวังในตัวเจ้า......”

    สองผู้เฒ่ากลายเป็นดวงจิตสองดวง ผสานกลมกลืนเข้าด้วยกัน ดวงหนึ่งสีแดงสดสว่าง อีกดวงหนึ่งสีเหลือทองผ่องอำไพ ทั้งสองดวงหมุนวนและหลอมรวมพุ่งเข้าไปยังหน้าอกด้านขวาของเฟิ่งหยู พลันกลายเป็นรูปดวงอาทิตย์สีแดงที่มีพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองอยู่ในพระอาทิตย์อีกที ติดตรงหน้าอกด้านขวาของเฟิ่งหยู

    “วูปป” เฟิ่งหยูกลับมาอยู่ในห้องเดิมที่มีลูกแก้วสีม่วง เขาถอยหลังออกมาสองสามก้าว 

    “ท่านพี่เป็นยังไงบ้าง ท่านพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ทำไมท่านยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นตั้งสองวันแล้วไม่ยอมขยับ พวกเราจะเข้าไปหาก็ไม่ได้”มังกรน้อยเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

    “ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้พวกเราออกไปก่อนเถอะ”

    เฟิ่งหยูมังกรน้อยและ โหวจื่อพลันออกมาจากวิหารโบราณนั้น  เมื่อออกมาข้างนอกวิหารสุริยัน จันทรา วิหารโบราณนั้นพลันส่องแสงสว่างจ้า ภายในวิหารนั้นกลับฟื้นคืนสภาพจากซากปรักหักพังกลับกลายเป็นวิหารที่สวยงามพร้อมกับหดเล็กลงเรื่อย ๆ จนมาอยู่บนผ่ามือของเฟิ่งหยู

    เฟิ่งหยูส่งจิตสำนึกของเขาเข้าไป พลันสามารถสื่อสารกับวิหารสุริยัน จันทราได้

    ถึงแม้จะเปิดใช้งานวิหารยังไม่ได้ แต่เขาสามารถทำให้มันหดตัวหรือขยายตัวให้ใหญ่ได้ตามใจนึก

    “พวกเจ้าพาข้ามาเจอของดีจริง ๆ “เฟิ่งหยูเอ่ยกับมังกรน้อยและโหวจื่อ

    “ท่านพี่ท่านได้ครอบครองวิหารอย่างนั้นหรือ?”

    “อื่ม ใช่แล้วแต่ยังเปิดใช้งานตอนนี้ไม่ได้ ต้องรอให้ข้าฝึกถึงขั้นเทวะก่อนจึงจะเปิดใช้งานได้”

    “อ่า ท่าน แล้วของในนั้น ของ ของข้า” โหวจื่อทำหน้าเศร้า

    “เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกเมื่อข้าเปิดใช้งานได้ข้าจะมอบอาวุธและของที่อยู่ในนั้นแบ่งให้พวกเจ้าทั้งสองด้วย”

    รอยยิ้มเริ่มเผยออกมาจากทั้งคู่

    “ว่าแต่ตอนนี้เจ้าเองก็อยู่ตัวเดียว เอาอย่างนี้เป็นไง เจ้าก็ออกเดินทางไปผจญโลกภายนอกพร้อมกับมังกรน้อยและข้า เจ้าจะได้มีเพื่อนด้วย เจ้าว่ายังไงหละโหวจื่อ”

    “ไหน ๆ ข้าก็รับมังกรน้อยเป็นน้องชายแล้ว เจ้าก็มาเป็นน้องชายของข้าอีกคนละกัน”

    “ใช่ ๆ  โหวจื่อ เจ้าจะได้ออกไปข้างนอก ไปฝึกฝนกับข้า พวกเราจะได้เห็นโลกที่กว้างใหญ่ด้วยกัน เจ้าอยู่ที่นี่ ก็อยู่ลำพัง หรือว่าเจ้าไม่เหงาบ้างหละ”

    “ใครบอกว่าข้าจะไม่ไปกับเจ้า เสี่ยวหลง ข้ามีเจ้าเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวเจ้าไปที่ไหน ข้าก็ต้องไปกับเจ้าอยู่แล้ว ว่าแต่ท่านบอกว่าจะรับข้าเป็นน้องชาย ท่านไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม”

    “ข้าพูดจริงๆ เสี่ยวหลงก็เป็นน้องชายของข้า เจ้าก็เป็นน้องชายของข้าได้เช่นกัน”

    “เย้ ๆๆๆๆ ข้ามีพี่ชายแล้ว”เสี่ยวหลง ข้ามีพี่ชายเหมือนเจ้าแล้ว พี่ชายคนเดียวกับเจ้าด้วย

    “โหวจื่อยังมีที่ไหนที่พวกเราพอจะเก็บของมีค่าได้อีกบ้าง”

    โหวจื่อครุ่นคิดสักครู่

    “มี มี มี ยังมีอีกที่หนึ่ง ไม่ไกลจากที่นี่ ที่นั่นเต็มไปด้วยสมุนไพรธาตุไฟเยอะแยะเต็มไปหมด ข้าเคยไปเก็บมาใช้ตั้งหลายครั้งแล้ว”

    “พวกเราไปเก็บกันเถอะ ปล่อยไว้ที่นี่ก็เสียเปล่า”

    โหวจื่อนำทางเฟิ่งหยูและเสี่ยวหลงลัดเลาะตามเส้นทางไม่นาน พวกเขาก็มาถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรธาตุไฟอย่างที่โหวจื่อพูดไว้

    “พวกเราช่วยกันเก็บ  รวบรวมไว้ตรงนี้ก่อน”

    พวกเขาทั้งสามใช้เวลาในการเก็บสมุนไพรทุกต้นที่อยู่ในถ้ำนี้จนหมด พวกเขาเก็บทั้งต้นที่มีอายุหลายพันปี จนต้นที่เฟิ่งจะงอก โดยไม่ให้เหลือแม้แต่ต้นเดียว แถมพวกเขายังได้เมล็ดมันมาอีกมากมาย

    “เดี๋ยวข้าจะพาพวกเจ้าเข้าไปในสถานที่พิเศษของข้า พวกเจ้าต้องช่วยกันปลูกสมุนไพรนี้ก่อนที่มันจะเฉาตาย”

    เฟิ่งหยูนำมังกรน้อยและโหวจื่อเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์

    “ท่านพี่ ที่นี่ที่ไหนทำไมพลังฟ้าดินถึงเข้มข้นถึงเพียงนี้ ท่านพี่พวกเราอยู่ที่นี่คงจะฝึกฝนก้าวหน้ากันอย่างรวดเร็วเป็นแน่”

    “ได้สิหากพวกเจ้าต้องการข้าจะให้พวกเจ้าได้ฝึกฝนอยู่ที่นี่ ตอนนี้พวกเจ้าช่วยกันปลูกสมุนไพรกันก่อนเถอะ”

    ไม่นานพวกเขาปลูกสมุนไพรจนเสร็จเรียบร้อย เฟิ่งหยูนำโหวจื่อและมังกรน้อยออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ 

    “เอาละ เอาละ พวกเราออกจากถ้ำนี้กันก่อนเถอะ”

    “ได้ท่านพี่ข้าจะนำทางท่านออกไปเอง”

    ด้วยการนำทางของโหวจื่อเฟิ่งหยูจึงสามารถออกจากถ้ำนั้นได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว