ราตรีสลัวครอบคลุมโรงเตี๊ยมรักพักใจด้วยผ้าคลุมแห่งความมืดมิด แสงจากโคมไฟกระดาษสีนวลตาแกว่งไกวตามแรงลมที่พัดผ่านช่องระเบียงอย่างเชื่องช้า เสียงใบไผ่เสียดสีกันในสวนหลังบ้านดังเศร้าเศร้าราวกับเพลงไว้อาลัยแห่งความบริสุทธิ์ที่กำลังจะสูญหายไป บรรยากาศภายในห้องพักของสามพี่น้องตระกูลหวังยังคงคุกรุ่นไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดและแปลกประหลาด
พี่ใหญ่หวังฉีนั่งหลับตาทำสมาธิในท่าผีเสื้อ ทว่าหัวใจกลับว้าวุ่นไปด้วยภาพเงาของเสี่ยวเอ้อหนุ่มที่เดินผ่านไปเมื่อครู่ ความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเริ่มคลื่นไส้อยู่ในอก คนรองหวังลู่ขัดกระบี่ด้วยท่าทางฮึดฮัดและหงุดหงิด ใบหน้าของนางแดงก่ำไปด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน ส่วนน้องเล็กหวังซื่อนลูบไล้ปิ่นดอกท้อในมือด้วยรอยยิ้มเพ้อฝันที่เต็มไปด้วยความหวานชื่น
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้ทั้งสามคนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ของตัวเอง
อาหลางยืนยิ้มกริ่มอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ในชุดเสี่ยวเอ้อสีขาวที่ดูเรียบง่ายแต่สะอาดเรียบร้อย เขาเคาะประตูเบาๆ สามครั้งด้วยจังหวะที่นุ่มนวลและสุภาพ ใบหน้าของเขายังคงแสดงรอยยิ้มที่ดูซื่อสัตย์และเป็นมิตร ทว่าในดวงตาลึกๆ กลับแฝงไปด้วยแววที่คมกริบและเต็มไปด้วยความมุ่งมาดปาก
"ใครหนอ?" หวังฉีถามด้วยเสียงที่พยายามจะฟังดูเรียบเฉย แต่แท้จริงแล้วใจเต้นแรงขึ้นเมื่อคาดเดาได้ว่าเป็นใคร
"ขออภัยแม่นางทั้งสาม ข้าอาหลางเสี่ยวเอ้อคนเดิมขอรับ..." เสียงทุ้มต่ำของเขาดังผ่านประตูไม้เข้ามา "เห็นพวกท่านเดินทางมาไกลจากถิ่นทุรกันดาร ฝุ่นละอองจากทะเลทรายและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอาจทำให้ผิวพรรณอันล้ำค่าของพวกท่านขุ่นมัวและไม่สดใส ทางโรงเตี๊ยมเรามีบริการพิเศษที่เรียกว่า 'วารีทิพย์คืนสวรรค์' เป็นการจัดเตรียมอ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่พิเศษสำหรับพี่น้องได้อาบน้ำรวมกันอย่างสบายใจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการเดินทาง... ไม่ทราบว่าพวกท่านสนใจรับบริการนี้ไหมขอรับ?"
คำว่า "กระชับความสัมพันธ์" กระแทกเข้าใจหวังฉีเข้าอย่างจัง ทำให้ความรู้สึกผิดๆ เริ่มคลื่นไส้ขึ้นมาในอก นางลืมตาขึ้นมองน้องสาวทั้งสองที่บัดนี้ดูเหมือนจะเริ่มห่างเหินจากนางไปทุกที ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ที่ไม่อาจมองข้ามได้ นางรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมทั้งตัวเองและครอบครัว
"ดีเหมือนกัน... พวกเราไม่ได้อาบน้ำร่วมกันมานานแล้ว" หวังฉีเอ่ยเสียงเรียบพลางพยายามปกปิดความปั่นป่วนในใจ "รบกวนเจ้าจัดเตรียมให้ด้วย เราต้องการผ่อนคลายจากความเมื่อยล้า"
หวังลู่และหวังซื่อนมองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนความระแวง ทั้งสองต่างคิดถึงโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับอาหลางมากขึ้น
ในห้องอาบน้ำรวมที่ถูกกั้นสัดส่วนไว้อย่างมิดชิดและส่วนตัว ไอน้ำร้อนลอยฟุ้งกระจายจนกลายเป็นม่านหมอกสีขาวนวลที่ปกคลุมไปทั่วห้อง บรรยากาศดูลึกลับและเร้าใจ อาหลางบรรจงเทของเหลวสีชมพูใสจากขวดเล็กๆ ที่มีตราประทับรูปดอกบัวลงไปในอ่างน้ำหยกขนาดใหญ่ที่แกะสลักลวดลายมังกรและนางพญาไว้อย่างประณีต
ทันทีที่ของเหลวลึกลับสัมผัสผิวน้ำ กลิ่นหอมหวานที่ล้ำลึกและเย้ายวนใจก็พุ่งกระจายออกมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นนั้นหอมหวานคล้ายดอกไม้หลายชนิดผสมกัน มีกลิ่นกุหลาบ มะลิ และดอกไม้ป่าที่ไม่รู้ชื่อ แต่ที่แปลกคือมันมีกลิ่นอื่นๆ แฝงอยู่ด้วย กลิ่นที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและลมหายใจหอบกระชั้น
มันคือ "น้ำมันบุปผาหลอมใจ" สารพิษทางจิตใจที่อาหลางสกัดจากดอกไม้ปีศาจในป่าลึก
สรรพคุณของมันช่างร้ายกาจและซับซ้อนนัก มิใช่ยาปลุกสวาทธรรมดาที่ออกฤทธิ์ฉับพลันจนเหยื่อรู้ตัวและสามารถต่อต้านได้ แต่มันจะค่อยๆ แทรกซึมผ่านรูขุมขนและทางเดินหายใจในขณะที่ร่างกายกำลังผ่อนคลายด้วยน้ำร้อน มันจะไปขยายประสาทสัมผัสให้ไวต่อการสัมผัสของเพศตรงข้ามถึงสิบเท่า ทำให้การสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นความรู้สึกที่รุนแรงและน่าตื่นเต้น
และที่สำคัญที่สุดคือมันจะ "ลดทอนการยับยั้งชั่งใจ" ทำให้ความอิจฉาริษยาและความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายในเปลี่ยนรูปกลายเป็นความต้องการที่จะครอบครองและแย่งชิงอย่างบ้าคลั่ง มันจะทำลายกำแพงแห่งศีลธรรมและความสัมพันธ์เดิมๆ ให้พังทลายลง
"อา... กลิ่นนี้ช่างวิเศษและมีเสน่ห์นัก" อาหลางพึมพำพลางสูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความพึงพอใจ "เมื่อพวกนางลงแช่ในน้ำนี้... กำแพงแห่งศีลธรรมและความเป็นพี่น้องที่พวกนางสร้างไว้จะละลายหายไปประดุจก้อนเกลือในมหาสมุทร พวกนางจะกลายเป็นสัตว์ป่าที่หิวกระหายและพร้อมจะฉีกกันเป็นชิ้นๆ เพื่อแย่งชิงข้า"
เขายิ้มเจ้าเล่ห์พลางจัดเตรียมผ้าเช็ดตัวและน้ำมันหอมต่างๆ ไว้รอบๆ อ่าง ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่น่าสงสัย
ไม่นานนัก สามพี่น้องตระกูลหวังก็ก้าวเข้ามาในห้องอาบน้ำในชุดคลุมผ้าไหมบางเบาที่อาหลางจัดเตรียมไว้ให้ ผ้าไหมสีขาวนวลนั้นโปร่งแสงเล็กน้อย ทำให้เห็นเงาร่างที่งดงามใต้ผ้าได้รำไร บรรยากาศในห้องอบอุ่นและชื้นแฉะจากไอน้ำร้อน ทำให้ผิวหนังของทั้งสามคนเริ่มขึ้นสีชมพูอ่อนๆ
หวังฉีเป็นคนแรกที่เริ่มถอดชุดคลุม การเคลื่อนไหวของนางช้าและระมัดระวัง สะท้อนถึงความเป็นผู้นำที่ต้องรักษาภาพลักษณ์แม้ในสถานการณ์ส่วนตัว เมื่อผ้าไหมหลุดลื่นไถลลงมาจากไหล่ที่เรียวงาม ร่างกายที่สมส่วนและเต็มไปด้วยความภูมิฐานของนางก็ปรากฏออกมา ผิวขาวเนียนที่ได้รับการดูแลอย่างดี กล้ามเนื้อที่แน่นกระชับจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ และเส้นสายร่างกายที่เผยให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงที่ถูกปกปิดไว้ใต้ความเป็นผู้นำ
หวังลู่ถอดชุดคลุมด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่ง การเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความเซ็กซี่ที่เป็นธรรมชาติ เมื่อผ้าไหมสีแดงหลุดออกจากร่างกาย รูปร่างที่โค้งเว้าอย่างชัดเจนและเย้ายวนใจของนางก็เผยออกมา เนินอกที่อวบอิ่มและกระชับ เอวที่เรียวเล็กจนน่าอัศจรรย์ และสะโพกที่โค้งมนอย่างเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ผิวเนื้อของนางเปล่งประกายด้วยความมีชีวิตชีวาและความร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใน
หวังซื่อนเป็นคนสุดท้ายที่ถอดชุดคลุม การเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความอายและความไร้เดียงสา ทว่าก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างจากพี่สาวทั้งสอง เมื่อผ้าไหมสีชมพูหลุดลื่นไถลลงมา ร่างกายที่อ่อนนุ่มและผุดผ่องประดุจทารกของนางก็ปรากฏออกมา ผิวพรรณที่ขาวใสราวกับหยกขาว รูปร่างที่เพรียวบางแต่มีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ และความบริสุทธิ์ที่เปล่งออกมาจากทุกการเคลื่อนไหว
พวกนางค่อยๆ เปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่งามสง่าต่างสีสัน หวังฉีมีสัดส่วนที่ดูภูมิฐานและทรงพลัง หวังลู่มีส่วนโค้งเว้าที่ชัดเจนและเย้ายวน ส่วนหวังซื่อนมีผิวพรรณที่ผุดผ่องและอ่อนนุ่มประดุจทารก
เมื่อทั้งสามลงไปนั่งแช่ในอ่างน้ำร้อนที่มีกลิ่นหอมหวานลอยฟุ้ง พลังของน้ำมันบุปผาหลอมใจก็เริ่มทำงานทันที ในตอนแรกพวกนางรู้สึกเพียงความอบอุ่นและผ่อนคลายจากน้ำร้อนที่ล้อมรอบร่างกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ผิวเนื้อที่ขาวซีดเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย ลมหายใจของพวกนางเริ่มหอบกระชั้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกผ่อนคลายในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่พุ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง
"พี่ใหญ่... ทำไมน้ำนี้ถึงรู้สึก... แปลกๆ นัก" หวังซื่อนพึมพำพลางลูบไล้แขนตัวเองอย่างไม่รู้ตัว สัมผัสจากปลายนิ้วของนางเองกลับทำให้ใจสาวสั่นสะท้านอย่างประหลาด ความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
"ข้าก็รู้สึก... เหมือนมีมือนับพันมาลูบไล้ไปทั่วตัว" หวังลู่เอ่ยเสียงสั่นพลางบิดกายไปมาในน้ำจนเกิดคลื่นกระเพื่อม การเคลื่อนไหวของนางทำให้น้ำสาดใส่ผิวเนื้อของพี่น้อง ซึ่งกลับทำให้ความรู้สึกแปลกๆ นั้นรุนแรงขึ้นไปอีก
หวังฉีพยายามรักษาความสงบสุขุม แต่ความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในร่างกายทำให้นางรู้สึกเหมือนจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง "นี่คงเป็น... ผลจากสมุนไพรที่ผสมในน้ำ" นางพยายามหาเหตุผลเพื่อปลอบใจตัวเอง "มันช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย..."
ในจังหวะที่สติของพวกนางเริ่มพร่าเลือนและความรู้สึกแปลกๆ เริ่มครอบงำจิตใจ อาหลางก็เดินเข้ามาในห้องอาบน้ำพร้อมกับถังน้ำร้อนขนาดใหญ่ ทว่าในครั้งนี้เขาไม่ได้สวมชุดเสี่ยวเอ้อที่เรียบร้อยเหมือนเคย เขาถอดเสื้อตัวนอกออกไปแล้ว เหลือเพียงกางเกงผ้าเนื้อหยาบสีน้ำตาลเข้มและผ้าพันเอวผืนเดียว
แผงอกที่กำยำอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของพญามารที่ซ่อนอยู่ในร่างมนุษย์ถูกเปิดเผยออกมาอย่างตั้งใจ กล้ามเนื้อที่แน่นกระชับเป็นแผ่นๆ บนแผงอกและหน้าท้อง ผิวเนื้อที่แทนสุกพอดี แขนที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยพลัง และรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่กระจายอยู่ตามร่างกายซึ่งเล่าเรื่องราวของการต่อสู้และการผจญภัยในอดีต
ผิวเนื้อของเขาขึ้นเงาพรายด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึมจากไอน้ำร้อนที่เต็มไปในห้อง แสงไฟสลัวจากโคมไฟสะท้อนให้เห็นลอนกล้ามเนื้อที่สวยงามและดุดันอย่างชัดเจน ทำให้เขาดูเหมือนเทพเจ้าแห่งสงครามที่ลงมาจากสวรรค์
อาหลางแสร้งทำเป็นทำงานอย่างขะมักเขม้นและไม่สนใจสายตาที่จ้องมองจากในอ่างน้ำ เขาเดินเข้าไปใกล้ขอบอ่างเพื่อเติมน้ำร้อนลงไป ทว่าความจริงคือเขาจงใจให้สายตาทั้งสามคู่ได้เห็น "บุรุษเพศ" ที่สมบูรณ์แบบในระยะประชิดและชัดเจนที่สุด การเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขาถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อให้เกิดผลกระทบสูงสุด
"ขออภัยขอรับแม่นางทั้งสาม... น้ำเริ่มเย็นหรือยังขอรับ?" อาหลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจดึงดูดและความเป็นผู้ชาย "ข้าเกรงว่าพวกท่านจะไม่อุ่นพอ ถ้าหากร่างกายเย็นเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการป่วยได้"
เสียงของเขาดังก้องไปในห้องที่เต็มไปด้วยไอน้ำ ทำให้บรรยากاศดูลึกลับและเร้าใจยิ่งขึ้น
สายตาทั้งสามคู่จ้องมองไปที่แผงอกของอาหลางด้วยความกระหายที่ปิดไม่มิด ฤทธิ์ของน้ำมันบุปผาหลอมใจทำให้ความไวต่อการสัมผัสและการมองเห็นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้พวกนางเห็นภาพอาหลางหล่อเหลาและดึงดูดขึ้นกว่าเดิมร้อยเท่า
หวังฉีที่เคยสุขุมและควบคุมตัวเองได้ดีถึงกับลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว สายตาของนางเลื่อนไปตามกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับบนแผงอกของเขา ความปรารถนาที่ถูกกดดันไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม ในใจของนางเริ่มมีเสียงกระซิบว่า 'ข้าต้องการเขา... ข้าต้องการให้เขามองข้า... เขาต้องเป็นของข้า!'
หวังลู่จ้องมองกล้ามแขนและหน้าอกของเขาด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยตัณหา ลิ้นของนางเลียริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัว ความร้อนในร่างกายทำให้นางรู้สึกเหมือนจะระเบิด นางอยากจะลุกขึ้นไปสัมผัสผิวเนื้อที่ดูแข็งแรงและอบอุ่นนั้น อยากจะรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของผู้ชายที่แท้จริง
ส่วนหวังซื่อนถึงกับเผลออ้าปากค้างด้วยความลืมตัว ดวงตาใสใสของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนาที่เพิ่งจะตื่นตัว นางไม่เคยเห็นร่างกายของผู้ชายที่เปลือยเปล่าแบบนี้มาก่อน และภาพที่เห็นทำให้ความรู้สึกแปลกๆ ในร่างกายรุนแรงขึ้นไปอีก
ความริษยาที่มีต่อกันเริ่มปะทุขึ้นในใจอีกครั้งด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น 'ทำไมเขาถึงไม่มองข้า?' 'ข้าต้องสวยที่สุดในสายตาเขา!' 'ข้าอยากให้มือคู่นั้นมาสัมผัสข้าแทนที่จะจับถังน้ำ!' ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของทั้งสามคนพร้อมกัน
อาหลางลอบมองอาการของพวกนางพลางเอื้อมมือไปหยิบศิลาเนตรมารที่วางไว้บนขอบอ่าง โดยแสร้งทำเป็นเก็บของที่วางไว้ให้เรียบร้อย บัดนี้ศิลาส่องแสงสว่างจ้าสามสีสลับกันอย่างรุนแรง สีน้ำเงินของหวังฉี สีแดงของหวังลู่ และสีชมพูของหวังซื่อน หมุนวนและปะทะกันจนห้องอาบน้ำดูเหมือนถูกอาบด้วยรังสีปีศาจ
ค่าราคะพุ่งพรวดขึ้นอย่างน่าตกใจ:
หวังฉี: 88 (ความอิจฉาและความปรารถนาที่จะถูกยกยอง)
หวังลู่: 92 (ความทะนงตนเปลี่ยนเป็นความกระหายสวาท)
หวังซื่อน: 85 (ความหลงใหลในรสรักครั้งแรก)
"อืมม... อีกนิดเดียวเท่านั้น" อาหลางยิ้มในใจด้วยความพึงพอใจ เขาจงใจก้าวเท้าพลาดเล็กน้อยจนร่างกายเซเข้าไปหาหวังลู่ที่อยู่ใกล้ที่สุด มือของเขาคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่เนียนละเอียดของนางเพื่อพยุงตัว สัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนรุ่มและหยาบกร้านของบุรุษเพศทำให้นางถึงกับครางออกมาแผ่วเบาอย่างไม่อาจควบคุม
"อ๊ะ... เจ้า... บังอาจ..." หวังลู่เอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทว่ามือของนางกลับเอื้อมไปกุมมือของอาหลางไว้แน่นแทนที่จะผลักออก ความอบอุ่นและความแข็งแกร่งจากมือของเขาทำให้ความรู้สึกในร่างกายของนางพุ่งพล่านขึ้นไปอีกระดับ
"ขออภัยแม่นางลู่... ข้าซุ่มซ่ามนัก พื้นเปียกทำให้เดินไม่มั่น" อาหลางกระซิบข้างหูของนาง เสียงของเขาทำให้หวังฉีและหวังซื่อนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธที่ปนไปด้วยความอิจฉาอย่างรุนแรง
ความรู้สึกที่ถูกมองข้ามและความอิจฉาที่เห็นน้องสาวได้รับความสนใจทำให้ทั้งสองคนไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
"อาหลาง! มาเติมน้ำทางนี้บ้างสิ!" หวังซื่อนร้องเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความต้องการความสนใจ "น้ำทางนี้เย็นกว่า ข้าต้องการน้ำร้อนเพิ่ม!"
"ข้าสิ! ข้าเป็นพี่ใหญ่ เจ้าต้องดูแลข้าก่อน!" หวังฉีโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ความสุขุมที่เคยภาคภูมิใจทลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่จะได้รับความสนใจจากผู้ชายคนนี้
อาหลางมองดูความโกลาหลที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มพญามารที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ บัดนี้เมล็ดพันธุ์แห่งความระแวงที่เขาหว่านไว้ได้เติบโตเป็นต้นไม้พิษที่เบ่งบานเต็มที่แล้ว สามบุปผาที่เคยรักกันและดูแลกันด้วยความเอื้ออาทรบัดนี้กำลังจ้องจะเข่นฆ่ากันเพียงเพื่อแย่งชิงความสนใจจากเสี่ยวเอ้อหนุ่มผู้นี้
"ใจเย็นๆ ขอรับแม่นางทั้งสาม..." อาหลางเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและการควบคุม "ข้ามี 'น้ำร้อน' และ 'แรงกาย' เพียงพอสำหรับพวกท่านทุกคน... คืนนี้พวกเรายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะอาบน้ำด้วยกัน... แบบใกล้ชิดกว่านี้อีกมาก เดี๋ยวข้าจะไปบริการแต่ละท่านอีกที"
คำพูดของเขาแฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้ทั้งสามคนรู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวายใจไปพร้อมกัน
บรรยากาศในห้องอาบน้ำเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไอน้ำร้อนที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันบุปผาหลอมใจทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน แต่ความฝันนี้กำลังจะกลายเป็นฝันร้ายสำหรับความสัมพันธ์พี่น้องที่เคยแน่นแฟ้น
สงครามราคะในม่านหมอกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และอาหลางคือผู้กำกับการแสดงที่จะทำให้คืนนี้กลายเป็นคืนที่สามพี่น้องตระกูลหวังจะไม่มีวันลืมเลือนไปจนวันตาย คืนที่ความรักพี่น้องจะถูกทดสอบด้วยไฟแห่งความปรารถนาและความอิจฉาริษยา