และโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นดูบุญทิวาก็รู้ว่าสายตาทุกคู่ในที่นี้ต้องจับจ้องมาที่เธอกันหมด เด็กสาวจึงต้องยกมือไหว้ไปทั้งที่ไม่ยอมเงยหน้า
“เออ...ดูทำเข้าสิ หลานคนนี้”
คุณโกสุมบ่นในท่าทางของหลานสาวบุญธรรม
และอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด มือขาวๆที่มีนิ้วเรียวยาวและแข็งแรงของลุฟก็เอื้อมข้ามโต๊ะอาหารไปเชยคางของบุญทิวาให้เงยหน้าขึ้นมา และจังหวะที่เห็นหน้ากันชัดๆนั้นเองเด็กสาวก็เห็นเขาเบิกตากว้างอย่างจำได้ ในขณะที่บุญทิวารีบหลับตาปี๋และกลั้นใจรอฟังว่าเขาจะโวยวายฟ้องคุณย่าว่าอย่างไร
ผ่านไปอึดใจหนึ่งทุกอย่างยังเงียบกริบ ลุฟปล่อยมือจากคางมนของเธอ บุญทิวาผ่อนลมหายใจระบายความอึดอัด และเมื่อลืมตาขึ้นก็รีบก้มลงตักอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
“หน้าตาก็น่ารักดีนี่ครับ ไม่เห็นต้องอายอะไรเลย”
เสียงของเขากล่าวเหมือนไม่เคยมีเื่อะไรกันมาก่อน แม้จะไม่เข้าใจในเจตนาของเขา แต่มันก็ทำให้เด็กสาวโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็นั้นแหละ เธอจะยังไว้ใจอะไรง่ายๆไม่ได้ การที่เขาไม่ฟ้องคุณย่าในตอนนี้ เพราะอาจจะเก็บเอาไว้แก้แค้นกับเธอเอง เขาอาจเป็พวกน้ำนิ่งไหลลึก บุญทิวาคิดเดาไปร้อยแปดตามความเข้าใจของตน
“ชื่อเงาะเหรอ”
เสียงแปร่งๆเพี้ยนๆอย่างคนที่ไม่ได้พูดภาษาไทยมานานของเขาดังขึ้นอีก
“คุณยายเป็คนเรียกอย่างนั้นคนแรก แล้วใครๆก็เรียกตามไปหมด ก็ตอนเล็กๆเขาตัวดำเป็เหนี่ยง ผมก็หยิกหย็อยทีเดียว”
นายณรงค์ชัยเป็คนตอบแบบกลั้วเสียงหัวเราะ
แต่บุญทิวาคิดว่าพ่อไม่ต้องอธิบายก็ได้มั้ง มันย้ำให้เห็นปมด้อยของเธอยังไงไม่รู้ เพราะทุกวันนี้ก็ใช่ว่าเธอจะมีผิวที่ขาวขึ้น แถมผมก็ยังหยิกหย็อยอยู่เหมือนเดิม แม้เธอจะเอาไว้ยาวโดยหวังว่ามันจะสลวยสวยงามเหมือนผมของสาวๆคนอื่น แต่มันก็กลับฟูฟ่องเหมือนหัวสิงโตจนเธอต้องแก้ปัญหาด้วยการมัดมันไว้ตลอดเวลาแต่กระนั้นลูกผมอ่อนๆก็ยังร่วมใจพากันชี้ฟูออกมารอบๆศีรษะให้มันแลดูเหมือนลูกเงาะอยู่ดี
เสียงของอีตาพี่ลุฟหัวเราะตามพ่อไปด้วย แล้วทุกคนก็พลอยหัวเราะตามกันไปหมด เห็นบุญทิวาเป็ตัวตลกหรือไง ฮึ...ไม่มีใครเห็นเธอเป็นางเอกเลยซักคน
.....................................
หลังมื้ออาหารและการพูดคุยกันอยู่อีกครู่ใหญ่นายณรงค์ชัยก็ขอตัวเข้าห้องทำงานไป คุณโกสุมกับนางรจนาผู้เป็ลูกสะใภ้ก็ไปดูละครทีวีที่ห้องนั่งเล่น แต่ลุฟเลือกที่จะออกมาเดินเล่นข้างนอก พร้อมๆกับนึกถึงเด็กสาวที่รีบปลีกตัวหายไปั้แ่ทานอาหารเสร็จไปด้วย
ทำไมเขาจะเดาไม่ออกว่าที่เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาก็เพราะกลัวว่าเขาจะฟ้องคุณยายถึงเื่ที่เธอได้ทำไว้กับเขานั้นเอง ชายหนุ่มยอมรับว่าตอนแรกก็นึกโกรธอยู่เหมือนกันแต่ตอนนี้เขาไม่นึกอะไรแล้ว
ลมอ่อนๆเย็นสบายพัดมาต้องผิวกาย กลิ่นหอมจรุงของดอกไม้นานาพันธ์ที่ปลูกไว้ตรงแปลงหน้าบ้านนี้ลอยผสานมากับลมทำให้รู้สึกสดชื่น นานแค่ไหนแล้วน่ะที่เขาไม่ได้ัักับบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย ชวนให้ผ่อนคลายอย่างนี้ แมคพาเรือนร่างสูงโปร่งและบุคลิกสง่างามของตนเข้าไปนั่งที่ชิงช้าที่ทำขึ้นมาจากรากของไม้มะค่าที่บิดเบี้ยวแต่ถูกตัดแต่งให้ลงตัวจนดูเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งซึ่งตั้งวางอยู่ตรงกลางสวนไม้ดอกนานาชนิด แล้วเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าอย่างทอดอารมณ์พร้อมๆกับสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์เข้าไปจนเต็มปอด