บทที่ 11 วางแผนการรบ
แต่ละทวีปนั้นต่างส่งตัวแทนมาสิบคนขึ้นมาบนเวทีเบื้องหน้าของพวกเขาเ่าั้ปรากฏผู้ตัดสินชายวัยกลางคนอายุราว 40 ปีสวมใส่อาภรณ์สีขาวใบหน้าดุดันผมสั้นสีดำ ทั่วร่างกายแผ่ไอแห่งความตายตลบอบอวลทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบนั้นก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
“ข้าจะประกาศทวีปในการแข่งรอบที่หนึ่งทวีปอรุณเบิกฟ้า ประลองกับทวีป์ลับแล! พวกเ้าทั้งสองทวีปมาว่างแผนการรบได้เลย..
เมื่อผู้ตัดสินพูดมาถึงตรงนี้คนของทั้งสองทวีปก็กวาดตาดูค่ายกลขนาดเล็กที่มองเข้าไปแล้วจะสามารถเห็นทิวทัศน์สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงต้นไม้ใบหญ้าและทหารของทั้งสองฝั่ง
“พวกเ้าทั้งสองทวีปคงเห็นว่าภายในค่ายกลนั้นมีสิ่งต่างๆที่ให้วางทหารให้ฝั่งละหนึ่งแสนนายส่วนจะจัดกองกำลังยังไงก็ขึ้นอยู่กับพวกเ้าแล้ว เริ่มได้!”
คนทั้งสองทวีปนั้นต่างแยกกันมาปรึกษาหารือกันและกัน
“เฟยเทียน!เ้าเคยติดตามบิดาของเ้าซึ่งเป็กุนซือไปทำาแล้วข้าให้เ้าวางแผนรบและจัดตั้งทหาร ส่วนเ้าฉวี่เฉินเ้าไปสังเกตดูสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมหรือสิ่งที่ทำให้ฝั่งเรานั้นได้เปรียบเมื่อรู้แล้วเ้าก็ไปบอกเฟยเทียนเพื่อให้เขาวางแผนการรบได้ดีขึ้น!”
หนิงเทียนผู้เป็หัวหน้ากลุ่มกล่าวขึ้นอย่างเคร่งขรึมเขานั้นรู้ความสามารถขอคนในกลุ่มดี การจัดหน้าที่นั้นจะช่วยทำให้งานง่ายขึ้น
“ส่วนหยางสือเ้าหาคนที่น่าจะสามารถเป็ผู้บังคับบัญชาในกองทัพได้มาที ส่วนเ้า เ้าและเ้า...
หนิงเทียนยังคงสั่งให้คนอื่นทำตามหน้าที่ยกเว้นกุนไท่เพราะเขาไม่รู้ว่านายน้อยผู้นี้ทำอะไรเป็บ้าง และสถานะของเด็กหนุ่มนั้นหนิงเทียนไม่กล้าสั่งกุนไท่ให้ทำสิ่งใด
กุนไท่นั้นไม่มีความรู้ทางด้านนี้มากอยู่แล้วเขาเคยได้แต่อ่านตำรามาเท่านั้นทำให้เขาพอเข้าใจอยู่บ้างแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดีเพียงแต่เขานั้นอยากมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน ตนเลยเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างคาดหวัง
“ศิษย์พี่หนิง!ข้าขอช่วยด้วยได้หรือไม่?”
“ข้าไม่ทราบว่าศิษย์น้องกุนมีความสามารถด้านไหนบ้างในด้านการรบ เอาอย่างนี้เป็เช่นไร! เ้าเป็คนมองสถานการณ์ก็แล้วกัน” หนิงเทียนตอบกลับก่อนจะเลิกสนใจอีกฝ่าย
เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบตกลง เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดเหมือนกันแม้เป็ผู้มองสถานการณ์รบแต่ก็สำคัญเช่นกันเพราะหากเกิดสิ่งผิดปกติหรือสิ่งใดผิดพลาดขึ้น ก็ต้องรีบรายงานให้รับรู้แล้วจะทำให้าไม่เกิดข้อผิดพลาดได้
เมื่อแบ่งหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว ค่ายกลก็ส่งพวกเขาเข้าไปข้างในทันทีสภาพแวดล้อมของพวกเขาเปลี่ยนแปลงกระทันหัน รอบตัวพวกเขานั้นมีทั้งูเา ต้นไม้และแม่น้ำ หรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็เหมือนฐานทัพ
“พวกเรานั้นเป็ฝ่ายตั้งรับพวกเราจะรอให้พวกมันเข้ามาหาเอง ข้าได้วางแผนเรียบร้อยแล้ว ทหารมีทั้งหมดหนึ่งแสนคนทหารราบข้าแบ่งเป็สามหมื่นนาย นักธนูสองหมื่นนาย ทหารม้าสองหมื่นนายทหารเกราะหนักหมื่นนาย และที่ขาดไม่ได้เลยคือ...กองโจรสองหมื่นคนนี่คือทหารทั้งหมดที่ข้าจัดขึ้นมา ฉวี่เฉินบอกข้ามาว่าข้างหน้าป้อมปราการของเรานั้นเป็พื้นที่ว่างโล่งข้าเลยจะให้ทหารช่วยกันขุดหลุมลึกเป็สองฝั่ง ซ้ายและขวาโดยเหลือที่ตรงกลางไว้ให้เป็ปกติเพื่อจำกัดพื้นที่ของพวกมันส่วนตรงกลางที่เหลือนั้น จะให้ทหารเกราะหนักไปอยู่ปิดเส้นทางส่วนบนป้อมปราการให้นักธนูประจำแต่ละจุดไว้หากพวกพวกมันเปลี่ยนเส้นทางไม่ยอมมาพื้นที่ราบมีอีกทางคือต้องเดินขึ้นเขาส่วนพวกเขานั้น เราจะให้กองโจรเปิดฉากรอบฆ่า และถอยหนี้ออกมาเพื่อให้มันใเล่นหลังจากนั้นจะให้ทหารม้าส่วนหนึ่งไปปะทะกับพวกมันต่อจากนั้นทหารราบอีกส่วนหนึ่งก็เข้าไปปะทะอีกทาง และกองโจรที่หนีออกมาตอนแรกนั้นก็แอบรอโอกาสที่ฝั่งนั้นจะตลบหลังเราเผยแผนการของพวกมันออกมาในค่ายกลนั้นพวกเราไม่สามารถใช้พลังหรือทำสิ่งใดได้ ทำได้เพียงแค่สั่งทหารเท่านั้น!”
เฟยเทียนกล่าวอย่างภาคภูมิกับแผนการของเขาราวกับว่าสมบูรณ์แบบแต่หากเทียบกับผู้เชียวชาญที่แท้จริงแล้ว มันเป็แค่การวางแผนแบบเด็กน้อยเท่านั้นไม่ได้มีอะไรมาก
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วก็รอให้ศัตรูมาเท่านั้นทหารทุกคนนั้นมีพลังเท่ากันเพื่อความเท่าเทียม
ผ่านไปไม่นาน มีเสียงดังโลหะดังขึ้นพร้อมกันเป็จังหวะเบื้องหน้าป้อมปราการนั้นมีทหารม้าหลายหมื่นกำลังเดินมาอย่างเชื้องช้าด้านหลังนั้นมีทหารราบจำนวนเพียงแค่ไม่กี่พันเท่านั้นการแบ่งจัดหน้าที่ทหารนั้นมันดูแปลกๆพิกล
สิ่งนี้ทำให้เฟยเทียนต้องหรี่ตาในความสงสัยใคร่รู้ว่าฝั่งนั้นจะมาไม้ไหน
ย๊ากกกกกก
เสียงทหารที่ควบม้าวิ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับพุ่งมาตรงหน้าป้อมปราการเมื่อวิ่งมาแล้วไปเจอหลุมลึกที่อยู่ตามพื้นมากมายนั้น ทำให้พวกมันล้มไม่เป็ท่าแล้วตามมาด้วยลูกธนูนับไม่ถ้วนพุ่งตกลงมาใส่พวกมันจนตายไปบางส่วนส่วนทหารม้าที่มาตรงกลางนั้นไม่เจอหลุมเลยแม้แต่น้อยพวกมันกลับคิดเพียงแค่ว่าโชคดีเท่านั้น ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ทหารเกราะหนักที่ยืนเรียงรายราวกับกำแพงมนุษย์ขนาดใหญ่ทหารเกราะหนักพวกนี้ไม่มีอาวุธมีเพียงแต่โล่ยักที่ปิดได้ทั้งตัวพวกมันใช้แรงยกโล่ขึ้นก่อนจะดันให้ทหารม้าพวกนั้นล้มลงเป็แถว ทหารเกราะหนักปกตินั้นจะไม่มีอาวุธแต่เฟยเทียนนั้นได้ให้ทหารเกราะหนักพวกนี้แอบเก็บมีดสั้นเอาไว้ที่ด้านหลัง
พวกมันเอามีดออกมาก่อนจะแท่งไปที่พวกทหารที่ตกจากม้ายกเว้ยม้าศึกที่ไม่ได้ฆ่า ผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจทางฝั่งนั้นก็เสียไปเป็พันแล้ว
ส่วนทหารราบที่อยู่ด้านหลังของทหารเกราะหนักนั้นเดินออกมาแล้วตรงไปที่ม้าพร้อมกับขี่มันแล้วกลายเป็ทหารม้าอีกหลายพันคนถึงจะไม่ได้ใช้หอกก็ตามแต่มันมีประโยชน์มากในการเดินทัพ เมื่อได้ขี่ม้ากันบางส่วนแล้วพวกมันกลับเข้าไปในป้อมปราการเพื่อรอคำสั่งใหม่
ทางฝั่งของทวีป์ลับแลเปลี่ยนเป็น่าเกลียด ใครจะคิดว่าทหารม้าที่เอาไว้เปิดทางให้ทหารราบที่คิดจะแอบลอบเข้าไปในปราการเพื่อที่จะได้เข้าไปลอบสังหารนักธนูที่อยู่บนป้อมปราการจะเสียแผนหมดแบบนี้! ใครจะคิดว่ากองทัพแรกจะตายหมดแบบนี้!ถึงจะเป็เพียงไม่กี่พันก็ตาม แต่ทางฝั่งนั้นเสียไปไม่ถึงพันคนด้วยซ้ำและยังได้ม้าไปฟรีโดยที่พวกมันต้องเป็ฝ่ายเสียม้าไปเสียเอง
ทุกอย่างเป็เป็ตามที่เฟยเทียนวางแผนทั้งหมดและนี่คือหนึ่งในศิษย์ของสำนักลิขิต์ แต่ละคนนั้นมีศักยภาพที่น่าหวาดกลัว!