เทียนพาอู๋เซินกลับมาสำนักอักษร อู๋ซวงกับเสี่ยวหลิน เห็นอู๋เซินกลับมาก็ดีใจมาก
“ อู๋เซิน เจ้าเล่าเรื่องภารกิจนี้ให้ พวกนางฟังด้วย จะได้เก็บไว้เป็นบทเรียน ทั้งที่เจ้ามีพลังสามารถกำจัดพวกปีศาจได้ แต่ทำไม เจ้าถึงได้ถูกจับหมดสภาพแบบนี้”
“ ลูกพี่ ต้องเล่าด้วยหรือ” อู๋เซินไม่อยากพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังอีก
“ ประสบการณ์แบบนี้ หาได้อีกที่ไหน เจ้าจะเล่าดีๆ หรือจะให้ข้า ใช้เวทย์เปิดปากเจ้าเอง” เจอเทียนขู่ไปแบบนี้ อู๋เซินจึงต้องเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้น แต่กำลังจะเว้นเรื่องที่ต้องนอนกับปีศาจจิ้งจอกหนุ่มไว้ เทียนส่งเสียงเตือน จึงกล่าวออกไปด้วย
สร้างความตื่นตะลึง ให้ทั้งสามคนยิ่งนัก มีเสี่ยวหลินคนเดียวที่มีอาการหน้าแดง
มีแต่ หนิงซวนคนเดียวที่ซักถาม รายละเอียดตลอด พออู๋เซินเล่าจบ สามสาวกับคุยกันแล้วหันมาใส่อู๋เซินแล้วหัวเราะ ขำขัน ทำให้อู๋เซินได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่พูดอะไร
“ พี่อู๋เซิน ทำไมท่านมีอะไรกับปีศาจจิ้งจอกหนุ่มเหล่านั้นไม่รู้เลยหรือว่าพวกเขาเป็นบุรุษ” หนิงซวนถามด้วยความสงสัย
“ ข้าไม่รู้จริงๆ”
“ เขาโดนวิชามายาจิ้งจอก หากอู๋เซินใจเข้มแข็งพอ วิชามายาปีศาจก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้” เทียนตอบแทน อู๋เซิน ในขณะนั้นมีกลุ่มคนขึ้นมายอดเขามุ่งหน้ามาที่เรือนสีขาวกลางน้ำ
“ ลูกพี่พวกผู้คุ้มกฏเหล่านี้ พยายามขึ้นมาที่นี่หลายครั้ง ต้องการยึดสถานที่นี้แห่งนี้คืน พยายามขับไล่พวกเราให้ลงจากเขา แต่พวกเราไม่ยอม จึงถูกบังคับให้รับภารกิจยาก ๆหลายครั้ง” อู๋เซินรีบบอกอย่างรวดเร็ว เทียนออกไปดูหน้าคนเหล่านี้สักหน่อย
“ ท่านคงเป็นอาจารย์อาเจ้าสำนัก ข้าคือเจียงจู่ เป็นทายาทรุ่นหลังของท่านเจียงจื่อหยา บัดนี้ข้าเป็นผู้คุ้มกฏสำนักคนใหม่ อยากจะขอแจ้งให้ท่านทราบว่า มีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในสำนักมาอยู่ที่นี่ เลยมาสอบถามดู”
“ นี่คือเจ้าหญิงไท่หนิงซวง ต่อไปนี้คือศิษย์สายตรงของข้า ถือเป็นศิษย์สำนักอักษรด้วย พวกเจ้ากลับไปทำหยกประจำตัวมาให้ หนิงซวงด้วยก็แล้วกัน”
“ แต่ว่าเรื่องนี้ ตามกฏต้องรายงานเจ้าสำนักก่อน” ผู้คุ้มกฏไม่ยอมรับง่ายๆ เช่นนี้
“ แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ศิษย์ทั้งสามคนตามกฏก็ไม่สามารถขึ้นมาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ อาจารย์อาได้โปรดรักษากฏด้วย” เจียงจู่ไม่ยอม
“ กฏเหล่านี้พวกรุ่นหลานศิษย์เขียนเอาไว้ คิดจะเอากฏสำนักคนรุ่นหลังมาใช้กับข้าหรือ ต่อไปศิษย์สามคนนี้ก็เป็นศิษย์สายตรงของข้าทั้งหมด ข้าพำนักอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน”
“ อาจารย์อาเรื่องนี้” เจียงจู่เหมือนไม่ยอม เทียนปล่อยพลังเซียนออกไป ผู้คุมกฏทั้งสิบถึงกับถูกพลังกดดันให้ก้มลงคุกเข่ากับพื้น ต่อหน้าเทียนทันที
“ คุกเข่าที่นี่ 3 ชั่วยาม คราวหน้าหากยังกล้าเสียมารยาทอีก ข้าจะขังเจ้าไว้ในคุกสายฟ้า” เทียนเอ่ยจบก็กลับเข้าไปในเรือนสีขาวกลางน้ำ พอเข้าไป อู๋เซิน อู๋ซวง เสี่ยวหลิน ก็ก้มลงคุกเข่าคำนับเทียนพร้อมกันทันที
“ อาจารย์”
“ ต่อไปพวกเจ้าฝึกตนที่แห่งนี้อย่างสบายใจได้ หากว่าเจ้าถึงขั้นเซียนเมื่อไร ข้าจะพาเจ้าไปแดนเซียนเอง” เทียนสร้างกระบี่ปราบมาร จำลองแบบของท่านหลี่ตงปินออกมา สี่เล่มแล้วมอบให้ศิษย์ทั้งสี่คนพร้อมกัน
“ นี่คือกระบี่สวรรค์ปราบมาร ที่ข้าสร้างมาจากต้นแบบของท่านหลี่ตงปิน ซึ่งท่านกลายเป็นเทียนจุนไปแล้ว ต่อให้เจ้าเจอปีศาจหรือยอดยุทธ์ ที่ต่ำกว่าขั้นเซียน พวกเจ้าจะไม่แพ้ใคร เทียนสลักชื่อของแต่ละคนไว้ในกระบี่ แล้วมอบให้ทุกคน
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ พวกเจ้าไปศึกษาที่ศิลาอักษรกระบี่ จะได้ชำนาญการใช้กระบี่มากขึ้น ข้าจะกักตนฝึกฌาณ หากมีเรื่องสำคัญก็เรียกข้าได้” เทียนเอ่ยจบก็เข้าไปฝึกตนที่เรือนสีขาวกลางน้ำ แล้วก็ทิ้งร่างแปลงเอาไว้กลับไปเรียนที่มหาลัยคิงส์ตันต่อ
โรงพยาบาลคิงส์ตัน ยามเที่ยงวัน ท้องฟ้าที่สว่างกลับค่อยๆ มืดลงอย่างช้าๆ เป็นเพราะว่าวันนี้เกิดสุริยคราส โลก ดวงจันทร์ ดวงอาฑิตย์โคจรมาแนวระนาบเดียวกัน ทำให้ดวงจันทร์บังดวงอาฑิตย์ แต่ว่าวันนี้กลับแปลกประหลาดกว่า การมีสุริยคราสทั่วไปมากนัก เพราะ ดวงจันทร์กลับบังดวงอาฑิตย์จนมืดดับไปเลย
เหล่านกกา รีบบินกลับรังกันแทบไม่ทัน ฝูงค้างคาวบินว่อนไปทั่วโรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน เทียนกับเพื่อนๆ กำลังกินข้าว ต่างเอากล้องมือถือ มาถ่ายกันเล่นเป็นที่สนุกสนานตื่นเต้น แต่เทียนมองไปแล้วเห็นต่างออกไป เหมือนกับว่ามีอำนาจชั่วร้าย ได้ฟื้นกลับคืนมาเพราะเหตุการณ์นี้ เทียนมองไปที่โรงพยาบาลที่มีการทดลองการย้ายเข้าออกของ โลกวิญญาณบ่อย ๆ มากขึ้น ทำให้กลิ่นไอวิญญาณชั่วร้ายได้กระจายไปทั่วโรงพยาบาล อย่างไม่ตั้งใจ พลังวิญญาณเหล่านี้อาจไปปลุกความชั่วร้าย ที่ถูกฝังเอาไว้หลายร้อยหลายพันปี ให้ฟื้นกลับคืนมาก็อาจเป็นได้ เทียนมองไปรอบโรงพยาบาล และ มหาลัย เทียนแค่เห็นวิญญาณล่องลอยอยู่ไม่มาก เป็นเรื่องปกติ ตามธรรมชาติ แต่เห็นรุ่นพี่ขจร รีบเข้ามานั่งใกล้ๆเทียน แล้วรีบเอ่ยกับเทียนว่า
“ หลี่เทียน คุณรู้สึกไหม ว่ามันมีอะไรแปลก ๆ”
“ รุ่นพี่เป็นวิญญาณ น่าจะรู้เรื่องดีกว่าผมนะ” เทียนตอบด้วยภาษาวิญญาณที่ไม่มีใครได้ยิน
“ รู้สึกว่ามันมีพลังความชั่วร้ายได้ ฟื้นคืนขึ้น ผมว่าคุณต้องเตรียมตัวไว้ก็ดีนะ”
“ ผมก็รู้สึกได้ แต่ว่าหากพวกมันทำร้ายมนุษย์ ผมก็คงไม่ปล่อยมันเอาไว้หรอก รุ่นพี่ช่วยดูด้วยก็แล้วกัน หากมีวิญญาณเข้ามาใหม่ ๆ ก็คอยสังเกตุการณ์เอาไว้ ถ้าดูแล้วไม่น่าไว้ใจ แจ้งผมมาโดยด่วน” เทียนบอกรุ่นพี่ขจร ให้ช่วยดู ๆ ให้
“ ได้เลย ผมจะตรวจสอบให้ ผมจะไม่ยอมปล่อยให้ใครมาทำอันตราย รุ่นน้องได้”
แสงที่มืดมิดไปทั่ว ไฟส่องสว่างทำงานเหมือนกลางคืน บรรยากาศเริ่มเย็นระเยือกทั้งที่ในช่วงนี้เป็นหน้าร้อน อุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส แต่อยู่ ๆ ก็เย็นลงมาอยู่ 25 องศากระทันหันเสียอย่างนั้น ผ่านไป เกือบ 5 นาทีท้องฟ้าก็ค่อยเริ่มสว่างขึ้นทีละนิด
อากาศเริ่มร้อนขึ้นตามไปด้วย แต่มีบางสิ่งบางอย่าง ในใต้ดินลึกลงไปอีก ห้าสิบเมตรของโรงพยาบาล กลับมีเทวะสถานโบราณใต้ดิน ได้ถูกสร้างมานานหลายพันปี ภายในห้องหนึ่งของเทวะสถานแห่งนี้ มีหญิงสาวสวย วัย 25 ปี แต่งกายคล้ายนางอัปสรสวรรค์สมัยโบราณ นอนหลับอยู่ บนเตียงน้ำแข็ง หลังจากดวงจันทร์บังดวงอาฑิตย์จนมืดดับ ไอวิญญาณทั่วโรงพยาบาลเริ่มถูกดูดเข้ามาในห้องนี้อย่างรวดเร็ว กลุ่มควันลอยเข้ามาไม่หยุด ร่างนางอัปสรสวรรค์ผู้งดงาม ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา นางค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง มีรูปปั้นปีศาจเวตาลยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง นางอัปสรผู้นี้ใช้นิ้วชี้เข้าไปที่หน้าผาก ปีศาจค้างคาวผีตัวนี้มันกลับมีชีวิตขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
มันเริ่มขยับแขนขา กางปีกของมันแล้วคุกเข่าต่อหน้านางอัปสรสวรรค์ทันที
“ คำนับนางพญาฟูนัน”
“ เฮ้อ พวกเราหลับไหลมาถึงสองพันปีแล้วหรือนี่ โลกใบนี้คงจะเปลี่ยนไปมากมาย พวกเราออกไปดูโลกใหม่กันเถอะ” ทั้งสองหายวับออกจากที่เทวะสถานใต้ดินแห่งนี้แล้วไปปรากฏตัว ที่บนดาดฟ้าโรงพยาบาลคิงส์ตัน
“อืมบรรยากาศโลกมนุษย์นี่สดชื่นจริง ๆ เวลัน เจ้ากับข้าไปหาชุดใหม่ใส่กันก่อนดีกว่า” แล้วสองนายบ่าวก็หายวับไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งทันที
เทียนที่อยู่กับเพื่อน ๆ และวิญญาณรุ่นพี่ขจร ก็หันไปมองที่ดาดฟ้าโรงพยาบาลทันที แต่มองไม่เห็นแล้ว เพราะว่า ทั้งสองคนจากไปแล้ว
เทียนกับเพื่อนเข้าไปเรียนหนังสือต่อรอบบ่าย กับอาจารย์หมอปีเตอร์ วัย 35ปี ที่วันนี้เอาวีดีโอมาเปิดการผ่าตัดส่องกล้องเอนโดสโคป เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งจะเปิดแผลไม่ถึงเซนติเมตร และพักรักษาตัวเพียงแค่สองสามวันก็กลับบ้านได้
เทียนได้ยินนักศึกษาเอ่ยถึงอาจารย์หมอปีเตอร์ว่า เป็นหนึ่งในสิบหมอผ่าตัดที่ใช้กล้องเอนโดสโคปที่เก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งมีโรงพยาบาลดัง ๆ มาขอซื้อตัวไปทำงานด้วยแต่ไม่ยอมไป เพราะว่ายังมีความผูกพัน กับเพื่อนชายคนหนึ่งที่ได้ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน ทำให้ไม่ยอมมีแฟนเสียที และไม่ยอมไปทำงานที่ไหนนอกจากเป็นอาจารย์แล้วยังเป็นหมอที่นี่อีกด้วย เทียนเลยหันไปมองวิญญาณรุ่นพี่ ขจร ที่มาเฝ้าดูอาจารย์หมอปีเตอร์สอนทุกชั่วโมงไม่ยอมจากไปไหน
“ มีอะไรอยากบอกอาจารย์หมอปีเตอร์หรือเปล่า” เทียนส่งกระแสจิตไปถามรุ่นพี่ขจรที่ยังนั่งฟังนิ่งไม่จากไปไหน
“ ไม่มี” รุ่นพี่ขจรตอบสั้นๆ ไม่หันมามองเทียน
คืนนั้นมีคนพบศพคนแห้งกรังตายไป หกคน กลายเป็นข่าวใหญ่ คนเริ่มหวาดกลัว
ว่ามีผีดิบดูดเลือดฆ่าคน ตอนเช้าเทียนถูกผอ.ฟ่านหลีเรียกมาที่โรงพยาบาลคิงส์ตัน
ให้มาเจอที่หน้าห้องชันสูตร เจอ ผอ.ฟ่านหลี ดร.ฟอร์ด ดร.โควิน
และดร.ทอมมี่ยืนรอเทียนอยู่
“ หลี่เทียน เธอได้ยินข่าวว่ามีคนตายไป หกคนเมื่อคืนนี้แล้วใช่ไหม” ผอ.ฟ่านหลีเอ่ยถามเทียน
“ ครับได้ยินมาบ้าง”
“ ข้างในเป็นศพของคนทั้ง หกคนไปดูกันก่อน” ดร. ฟอร์ดชวนกันเข้าไปดูศพที่ตาย
“ พวกเราดูกันไปแล้วรอบหนึ่ง ต่างถกเถียงกันว่า น่าจะเป็นมนุษย์โรคจิต ที่ชอบดูดเลือดคน หรือ เป็นพวกผีดิบ แต่ไม่พบรอยกัดเลย” ดร.โควินเอ่ยให้เทียนฟัง
“ ใช่แล้วพวกเราเชื่อว่า ด้วยความสามารถของเธอน่าจะรู้ว่าเกิดจากปีศาจหรือมนุษย์” ดร.ฟอร์ดเอ่ยถาม
“ พวกเรากลัวว่าการทดลองของพวกเรา จะนำปีศาจขึ้นมาจากโลกวิญญาณโคม่า”
ผอ.ฟ่านหลีเอ่ยด้วยความกังวล
เทียนมองดูซากศพทั้ง หกคนที่ไม่มีวิญญาณอยู่แล้ว คงถูกดูดไปในโลกวิญญาณ
เทียนใช้เนตรสวรรค์สำรวจซากศพ พบว่าสิ่งที่ถูกดูดไปนั้นคือพลังชีวิต ไม่ใช่ฝีมือปีศาจดูดเลือด แต่น่าจะเป็นปีศาจพันปี แบบเดียวกับ ปีศาจต้นไม้ ที่ดูดพลังชีวิต
มนุษย์พวกนี้ไม่มีพลังยุทธ์ จึงทำให้ถูกดูดเพียงครั้งเดียวพลังชีวิตก็หมดไป ตายทันที
“ คนพวกนี้ถูกปีศาจที่มีตบะพันปี ดูดกลืนพลังชีวิตไปใช้เพื่อเสริมอายุขัยให้ยืนยาวขึ้น หรือไม่ก็นำไปเพิ่มพลังยุทธ์ให้แข็งแกร่งขึ้น” เทียนเอ่ยไปตามความเป็นจริง
“ มันออกมาจากโลกวิญญาณโคม่าหรือเปล่า” ดร.ฟอร์ดรีบถามด้วยความกังวล
“ ไม่น่าใช่ น่าจะเป็นปิศาจที่หลับไหลอยู่ในโลกใบนี้อยู่แล้ว แต่ว่าไอปีศาจที่เกิดจากการทดลอง ปล่อยคนไข้โคม่า เข้า-ออก มันกระจายไปทั่ว ทำให้ไอปีศาจเหล่านี้ไปรวมกับพลังหยินที่เกิดขึ้น จากสุริยะคราส ทำให้ปีศาจตนนี้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา” เทียนอธิบาย
“ คราวนี้จะทำอย่างไรกันนี่” ผอ.ฟ่านหลีเอ่ยด้วยความตกใจ
“ พวกเราแจ้งตำรวจดีไหม” ดร.โควินเอ่ยออกมา
“ ใครที่ไหนจะเชื่อ” ดร.ฟอร์ดบอกกับทุกคน
ขณะที่ทุกคนเริ่มกังวลใจ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยพิเศษเข้ามาขอตรวจสอบสภาพศพอีก ผอ.ฟ่านหลีเลยพาเข้าไป
“ ทุกคนไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการปีศาจตนนี้เอง” เทียนบอก ทุกคนให้สบายใจแล้วก็ขอตัวไปเรียนที่มหาลัย
พอเข้าไปมหาลัย ก็เจอเพื่อนๆทุกคนกำลังคุยถึงนักศึกษาคนใหม่ที่เข้ามาเรียนโดยไม่ต้องสอบ
“ ใครหรือที่ได้สิทธิ์พิเศษขนาดนั้น” เทียนเอ่ยถามทันทีที่มาถึง
“ เจ้าหญิงเมธาวดี แห่งประเทศเจนละ”
“ เจ้าหญิงเชียวหรือ?” เทียนสงสัย
“ ใช่แล้วเจ้าหญิงเมธาวดีสวยงามมาก ฉันเห็นมาแล้ว” วาวาเอ่ยให้ทุกคนฟังทันที
“ ทำไมไม่เรียนที่อื่น ทำไมต้องมาลงเรียนมหาลัยเล็ก ๆ ของเรานะ” อาเปาเอ่ยด้วยความสงสัยแทนเพื่อนๆ
“ เจ้าหญิงเคยสัมภาษณ์ว่า ที่อยากมาเรียนที่นี่ เพราะว่า แถวนี้เมืองสองพันปีก่อนเคยเป็นเมืองโบราณของอาณาจักรฟูนัน เจ้าหญิงบอกว่า บรรพชนของเจ้าหญิงเคยอาศัยอยู่ที่บริเวณมหาลัยของเรา” วาวารู้รายละเอียดจริงๆ
“ สองพันกว่าปีเนี่ยนะ” อาเปียวสงสัย
“ ใช่แล้ว” เสียงใสใส ออกมาจากหญิงสาวแสนสวยเดินมากับไต้อีกับเพื่อนอีกสองคน เอ่ยตอบแทนวาวา
“ เจ้าหญิงเมธาวดี” ทุกคนยกเว้นเทียนเอ่ยออกมาพร้อมกัน
“ ใช่แล้ว ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือเมธาวดีเพื่อนของฉันเอง” ไต้อีแนะนำทุกคนให้เจ้าหญิงเมธาวดีรู้จัก
“ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ ทุกคนไม่ต้องห่วงพูดตามสบาย เจ้าหญิง ไม่ให้พูดคำราชาศัพย์ เธอแค่อยากใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป อยากมีเพื่อนๆ เหมือนคนอื่นๆ” ไต้อี บอกกล่าวกับทุกๆ คน
“ ฉันกับ เมธาวดีเป็นเพื่อนนักเรียนกันตั้งแต่อนุบาล แล้วก็แยกย้ายกันไป เพิ่งมาเจอกันใหม่นี่แหละ” ไต้อีบอกกับทุกคนให้หายสงสัย
“ องค์หญิงบอกว่า มาเรียนที่มหาลัยคิงส์ตันเพราะเมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นที่อยู่บรรพบุรุษของท่านจริงๆ หรือ” วาวาเอ่ยถามแทนทุกคน
“ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เมื่อก่อนที่บริเวณนี้เรียกว่าอาณาจักรฟูนัน ปกครอง โดยราชินีเรียกกันว่า นางพญาฟูนัน ก่อนที่นางจะขึ้นครองอำนาจ นางเป็นมหาเทวีของกษัตริย์มาแล้วเกือบสิบพระองค์ อาณาจักรฟูนันครองความยิ่งใหญ่ไปทั่ว
บรรพชนของเรา ก็เคยถูกพระนางจับตัวมาเป็นนางสนมคอยบำเรอกามให้กับกษัตริย์และขุนนางทุกคน หากใครไม่เชื่อฟังก็ถูกลงโทษอย่างหนัก เช่น ตัดร่างกายออกเป็นสองท่อน จังขึงพึดกับพื้นแล้วให้ช้างเหยียบจนตาย แล่เนื้อ เอาเกลือทา แล้วให้กินเนื้อตัวเองจนตาย จับเอาไปต้มในน้ำเดือด เอาไม้แหลมแทงทวารทะลุจนออกปาก เป็นต้น จนนางพญาฟูนันมีอายุได้ 900 ปี ได้ถูกขุนพลคนสนิทได้ลอบทำร้ายเพราะหลงไหลสาวงามจากอาณาจักรเจนละผู้หนึ่ง จากนั้นขุนพลกับบรรพชนของเรา ก็ตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรฟูนันเป็นต้นมา” เจ้าหญิงเมธาวดีอธิบายอย่างย่อให้ทุกคนฟัง
“ นางพญาฟูนันทำไมอายุยืนจัง” วาวาสงสัย เจ้าหญิงเมธาวดีกล่าวตอบว่า
“ เพราะนางมีสายเลือดพญานาคราชอยู่ครึ่งหนึ่ง...”