“เป็นอย่างที่คิดค่ะ”อีฟพูดหลังจากที่ให้คนไปตรวจสอบครอบครัวนั้นมาให้
เธอส่งคลิปในมือถือให้ออสกับอิงค์ดูก็พบว่าในช่วง2วันที่ผ่านมาสองผัวเมียคือคนที่เข้ามาในบ้านแล้วครั้งสุดท้ายที่มาก็หยิบเอาซองอะไรสักอย่างออกไปด้วย
“โฉนดแน่นอน เมื่อวานฉันมัวแต่ดูทองกับพวกของมีค่าไม่ได้สนใจพวกเอกสารเลย”อิงค์บอก
เธอคิดไม่ผิด เพราะถ้าไม่มีโฉนดไปจะโอนที่ดินต้องไปยื่นคำร้องต่อกรมที่ดินซึ่งกว่าจะได้ก็ต้องใช้เวลากว่า30วัน ส่วนหลักฐานการตายคนพวกนั้นคงหาวิธีเอาจากโรงพยาบาลได้
ส่วนที่พวกนั้นไม่เอาของมีค่าไปเพราะอิงค์เพราะในพินัยกรรมมันก็ระบุไว้แค่บ้านอย่างเดียว ถ้าเอาอย่างอื่นไปอิงค์จะแจ้งความได้ว่าขโมย
ส่วนบ้าน ถ้าพินัยกรรมถูกต้องถึงแม้ว่าจะยังไม่โอนย้ายชื่อแต่ทันทีที่ตาของอิงค์ตายมันก็ถือว่าเป็นของผู้รับมรดกได้แล้ว อิงค์จะไปแจ้งความว่าบุกรุกไม่ได้ถ้าอิงค์พิสูนจ์ไม่ได้ว่าเป็นเจ้าของบ้าน
“อีกเรื่องตาของคุณอิงค์ทำประกันชีวิตเอาไว้ด้วย”อีฟพูด
“จริงหรอตาไม่เห็นบอกเอาไว้เลย”อิงค์แปลกใจไม่น้อยเลยเพราะปกติบ้านเธอก็ไม่ค่อยจะมีเงินพอใช้อยู่แล้ว ไม่คิดว่าตาจะเจียดเงินไปส่งค่าประกันอีก
“แต่มันมีปัญหาค่ะ มันเป็นประกันชีวิตล้วนๆไม่มีประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุเลย"
“ไม่แปลกหรอกเพราะป่วยทีไรตาก็ไปใช้สิทธิถ้ามีประกันสุขภาพก็คงใช้ไปแล้ว”อิงค์เอ่ยขึ้นระหว่างที่อีฟเว้นช่วง
ถ้ามีแต่ประกันชีวิตคือจะได้เงินก็คือตอนที่ตายไปแล้วเท่านั้น ตาคงกลัวว่าถ้าเป็นอะไรไปก่อนที่เธอจะเรียนจบแล้วเธอจะลำบาก
อิงค์ซึมลงทันทีเพราะเธอไม่ได้อยากได้เงินจากการตายของตา ถ้าย้อนไปได้เธออยากให้ตาทำประกันสุขภาพหรือแยกเก็บเงินไว้เวลาป่วยแทนจะได้ไม่ต้องไปง้อโรงพยาบาลระยำนั่น
“แต่คนรับประโยชน์มันเป็นชื่อนาย พิพัฒ หนะสิ”
“ว่าไงนะ”อิงค์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินที่อีฟบอก
“ไอ้พวกเหี้ย จะบ้าหรอตาจะทำประกันแล้วยกเงินให้คนอื่นที่เป็นแค่ครอบครัวเพื่อนแม่ได้ไงไม่มีทาง”อิงค์ตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอคว้าเอกสารทั้งหมดที่คนของอีฟไปตรวจสอบให้มาดูเองคนที่ขายประกันให้ตาของเธอก็คือนายสุวัตรที่เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ตัวประกันก็เป็นของธนาคารที่เขาทำงานนั่นแหละ
“เอกสารพวกนี้ รวมทั้งพินัยกรรมด้วยทั้งหมดทำขึ้นก่อนที่ฉันจะอายุ15ทั้งหมดเลย”อิงค์ร้องออกมา
“ทำไมหละ”
“ตา อ่านหนังสือไม่ออกแล้วเวลามีอะไรเกี่ยวกับเอกสารตาก็มักจะเอาไปปรึกษากับพวกป้ามินตราเพราะตอนนั้นฉันยังเด็ก จนหลังๆพอขึ้นม.ปลายแล้วฉันก็ช่วยตาทำเองแต่ก็ไม่เคยคิดจะตรวจสอบอะไรเก่าๆที่เคยทำไว้แล้วเลย”อิงค์รู้สึกโกรธตัวเองมาก แต่แค้นคนพวกนั้นยิ่งกว่าเพราะครอบครัวเธอไว้ใจพวกนั้นมาก แต่มันมากเกินไป
“แล้วพวกนั้นเป็นใครไปสนิทกันจนไว้ใจได้ยังไง”
“เพื่อนเก่าแม่ สมัยก่อนเพียวเคยล้มเส้นเลือดใหญ่ที่แขนฉีก โรงพยาบาลเลือดไม่พอนายสุวัตรที่เลือดกรุ๊ปเดียวกับเพียวก็ไปสัมนา แม่ฉันที่เลือดกรุ๊ปเดียวกันเลยบริจาคให้ พอแม่เสียพวกนั้นก็เข้ามาหาบอกว่าอยากจะตอบแทนแล้วก็ช่วยอะไรเราหลายๆทั้งเรื่องเงินเล็กๆน้อยๆ แล้วก็เรื่องพวกเอกสารต่างๆด้วยตาไว้ใจพวกนั้นมากเลย”
“ส่วนเรื่องลายเซ็นตาบอกว่าตาฝึกเซ็นตั้งแต่หนุ่มๆเผื่อต้องเซ็นอะไรแต่ตาอ่านไม่ออกหรอก สมัยก่อนก็แม่อ่านให้ทั้งนั้นพอแม่เสียคนพวกนั้นเลยเข้ามาได้"
ออสเดาเรื่องต่อได้ทันที พวกนั้นคงพิมพ์พินัยกรรมแล้วเอาให้ตาของอิงค์เซ็นหลอกว่าเป็นเอกสารอะไรสักอย่าง ส่วนประกันก็คงหลอกให้ทำโดยบอกว่าผู้รับประโยชน์เป็นอิงค์แต่จริงๆกับใส่ชื่อลูกชายตัวเองแทนที่จะเป็นอิงค์ตาที่อ่านไม่ออกก็เซ็นให้เพราะเชื่อใจ พอถึงเวลาเรื่องแดงออกมาตาของอิงค์ก็ตายไปแล้วไม่สามารถแก้ต่างอะไรได้
หลังจากนั้นอิงค์ก็เล่าเรื่องของครอบครัวนั้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“พยานในพินัยกรรมจากที่สืบดูแล้วพวกนั้นจ้างคนมาเซ็น สองคนที่เป็นพยานไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยฉันเลยให้คนของเราสั่นสอนไปเบาๆแล้ว”อีฟเอ่ยหลังจากที่ฟังอิงค์เล่าจบ
ออสมองดูอิงค์แล้วก็ส่ายหน้า เรื่องแต่ละเรื่องที่เธอเจอช่วงนี้มันหนักมากจริงๆ
คนพวกนั้นโลภมากไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆจากที่ฟังคนหนึ่งทำงานธนาคารอีกคนก็เป็นข้าราชการถือว่าฐานะมั่นคงแท้ๆกลับมาหลอกคนแก่จากครอบครัวที่ด้อยกว่าตนเอง นี่ถ้าเกิดว่าอิงค์ไม่มาเจอกับเขาเธอคงไม่เหลืออะไรเลยแถมเรื่องนี้มันจะเกิดหลังจากตาเธอตายสภาพจิตใจคงจะพังพินาศแน่ๆ
ตอนแรกที่ออสยังไม่ทำอะไรก็เพราะลงมายังไม่ได้รู้เรื่องอะไรจะให้เล่นงานคนเพราะทะเลาะกันในไม่กี่ประโยคก็ยังไงๆอยู่ ส่วนเรื่องพินัยกรรมที่ผิดปกตินั้นผู้ใหญ่เขาอาจจะตกลงอะไรกันโดยที่ไม่ให้เด็กรู้ก็ได้ อย่างเช่นตาของอิงค์ไปยืมเงินครอบครัวนั้นมาแล้วอิงค์ไม่รู้เป็นต้น
แต่หลังจากที่รู้เรื่องประกันชีวิตมันก็ชัดแล้วว่าครอบครัวนั้นโกงตาของอิงค์แน่นอน เพราะอีฟเช็คแล้วว่าตาของอิงค์จ่ายค่าประกันเองไม่ใช่ทางนั้นจ่ายให้ ถ้าเรื่องนี้โกงเรื่องบ้านก็โกงแน่นอนเพราะมันแปลกมาตั้งแต่แรกแล้ว
เพราะงั้นเรื่องเงินที่จ่ายไปเขาคงต้องเอาคืนและคงต้องคิดดอกเบี้ยด้วยหละนะ
“แล้วเธอจะเอายังไงต่ออิงค์”ออสหันไปถามเพราะเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องของเธออีกอยู่
“ฉันเสียดายเงินที่นายจ่ายค่าบ้านไป ขอโทษนะที่ทำให้เดือดร้อนไปด้วย”อิงค์ตอบกลับด้วยความรู้สึกผิด ตั้งแต่มาออสช่วยเธอไปไม่รู้ตั้งกี่เรื่องแล้ว
“ไม่ต้องห่วงพวกนั้นไม่ได้ไปหรอก”ออสฉีกยิ้มวิธีเอาคืนมันมีตั้งเยอะแยะ
“ว่าไงนะ”
“ตอนแรกฉันไม่แน่ใจว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ก็เลยจ่ายๆไปก่อนจะได้รักษาบ้านเอาไว้ให้เธอ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าพวกนั้นโกงแน่นอนก็ต้องเอาเงินคืนสิ ส่วนเรื่องที่มันหลอกตาเธอนั่นก็แล้วแต่เธอ ถ้าอยากเอาคืนฉันจะช่วยเอง”
“แน่นอนเห็นตาฉันไม่รู้เรื่องก็มาหลอกให้ทำประกันต้องจ่ายไปตั้งเท่าไหร่ แต่คนได้รับดันเป็นไอ้เพียวหมดฉันต้องต้องเอาคืนอยู่แล้ว”อิงค์พูดด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นเธอทนไอ้สุวัตรทั้งจิกกัดทั้งแขวะแซะมาตลอดหลายปีหาว่าเธอเป็นปลิงคอยเกาะกินพวกมัน
แต่มันกลับมาหลอกตาของเธอ จะเอาทั้งบ้านทั้งเงินประกัน
“แล้วเราจะเอาคืนพวกนั้นยังไง”
“ไม่เห็นยากเลยอิงค์ เราก็โกงมันคืนไง อยากเห็นหน้ามันมั้ยหละว่าความพยายามหลายปีถ้าสุดท้ายแล้วไม่ได้อะไรเลยมันจะทำหน้ายังไง”
ตอนแรกออสคิดว่ากว่าจะตัดสินเรื่องของพวกที่โรงพยาบาลเขาคงมีเวลาว่างๆพักใหญ่แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แล้ว
“เอาเถอะขอเล่นสนุกกับพวกนี้หน่อยแล้วกัน”ออสยิ้มออกมา หลังจากผ่านอะไรมาหลายๆเรื่องในช่วงครึ่งปีมานี้เขาชักสนุกกับการเอาคือพวกนิสัยเลวๆพวกนี้เสียแล้ว