"ทำยังไงไฟนั่นถึงจะดับ ?" ฮาเวสที่ปรากฏตัวขึ้นถามชายหนุ่ม
"เปลวไฟสีฟ้าต้องดับด้วยเปลวไฟสีฟ้า" หลินชี้นิ้วขึ้นก่อนเปลวไฟสีฟ้าจะถูกจุดขึ้นที่นิ้วมือของเขา
การกระทำของหลินที่จุดไฟขึ้นบนนิ้วมือ กลายเป็นสิ่งยืนยันว่าคนที่ทำให้ผู้อาวุโสของตระกูลทิมเมรี่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นนั้นเป็นฝีมือของเขาเอง แต่ถึงจะไม่ทำแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็คิดว่าเป็นฝีมือของหลินอยู่ดี เพียงแต่ว่าไม่มีใครมองเห็นว่าหลินลงมือตอนไหนและลงมืออย่างไร
"ถ้าอย่างนั้น คงต้องให้นายเป็นคนจัดการแล้ว" ฮาเวสกล่าวก่อนจะหันไปมองที่กลุ่มแพทย์
"ไม่มีปัญหา" หลินดับไฟที่นิ้ว ก่อนที่ไฟบนตัวของผู้อาวุโสจะปรากฏขึ้นอีกจุดหนึ่ง เมื่อไฟสองสายเข้าปะทะกัน มันก็จะดับลงในที่สุด
ฟีร่าตกใจกับการปรากฏตัวของผู้นำ หญิงสาวลืมตัวเผลอถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ เธอคิดว่าผู้นำจะมาเพื่อที่จะลงโทษเธอที่ทำผิดกฏการคัดเลือก เพราะเธอตั้งใจที่จะสังหารอีกฝ่าย หรือไม่ก็เรื่องที่หลินยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ แต่หากเป็นแบบนั้นฝ่ายนู้นเองก็สมควรจะถูกลงโทษเช่นกัน ในขณะที่ฟีร่ากำลังสับสน ผู้นำก็เอ่ยปากเพื่อที่จะสนทนากับหลินทั้งสองคุยกันเหมือนกับว่ารู้จักกันมาก่อน
เมื่อเห็นว่าไฟดับลง ฮาเวสพยักหน้าให้หลินก่อนจะกลับไปที่เดิม หน่วยแพทย์พยายามรักษาแผลไหม้ที่เกิดจากไฟ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรบาดแผลเหล่านั้นก็ไม่อาจฟื้นฟู แต่อย่างน้อยในตอนนี้ไฟก็หยุดลงแล้ว หน่วยแพทย์แบกร่างของทั้งสองคนออกไปในทันทีเพื่อให้การประลองได้ดำเนินต่อ หลินเองก็เดินออกจากพื้นที่เช่นเดียวกัน
เมื่อผู้มาคัดเลือกคนอื่นเห็นท่าทางที่ดูเหนื่อยของฟีร่า มีคนก้าวออกมาเป็นผู้ท้าประลองแทบจะทันที แม้ว่าจะกินเม็ดยาฟื้นฟูพลังงาน แต่ความเหนื่อล้าก็ไม่ได้จางหายไป ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการใช้พลังงานจำนวนมากยังคงหลงเหลือ แต่ถึงอย่างนั้น ฟีร่าก็ยังสามารถใช้ทักษะของเธอได้อย่างปกติ
สุดท้ายการประลองของฟีร่าสามารถจัดการกับผู้ท้าประลองได้อย่างรวดเร็วและงดงาม ในจำนวนผู้ท้าประลองทั้งหมดห้าคนไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มีโอกาสได้โจมตีฟีร่า ทั้งห้าคนต่างพ่ายแพ้เพราะความเร็วและความรุนแรงในการโจมตีของเธอ นอกจากความเร็วและความรุนแรงแล้วระยะโจมตีก็เป็นอีกจุดเด่นของฟีร่า นั้นคือเหตุผลว่าทำไมเธอจึงสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
ผู้ที่ถูกขานชื่อคนต่อมาคือ ฮันเท จากตระกูลโรฟ เนื่องจากไม่มีคนรุ่นใหม่ลำดับหนึ่งของอีกสองตระกูลและคนจากหน่วยหนึ่งและสอง ท้าประลองกับฮันเท ทำให้ชายหนุ่มเอาชนะห้าคนที่เป็นผู้ท้าประลองได้อย่างไม่ยากเย็นและผ่านเข้ารอบเป็นคนต่อไป
รายชื่อที่ห้าที่ถูกขานเรียกเป็น เทียน จากตระกูลหยาง และ รายชื่อต่อไปเป็น สมิท จากตระกูลแบรมิ่ง ก่อนจะเป็นโฮม จากตระกูล ทิมเมรี่ แต่เนื่องจากได้แพ้ไปแล้วถึงสองครั้งจึงถูกตัดสิทธิ์ รายชื่อต่อมาเป็น ปีเตอร์ จากหน่วยที่หนึ่ง และ อัลติโน่ จากหน่วยที่สอง รายชื่อตัวเต็งถูกเอ่ยออกมาเป็นลำดับต้นๆเสียหมด ทำให้มีคนพ่ายแพ้ถึงสองครั้งไปมากกว่าครึ่งแล้ว เห็นทีจะไม่จำเป็นต้องคัดเลือกต่อรอบหนึ่งก็จะได้คนจนครบ
เวลาผ่านไปจนเข้าช่วงเย็นจึงได้ข้อสรุป ผู้ที่จะได้เข้าร่วมดันเจี้ยนพิเศษระดับสูงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ซึ่งก็คือ
หลินเรเชล จากตระกูลโรฟฟีร่า จากตระกูลทิมเมรี่ฮันเท จากตระกูลโรฟเทียน จากตระกูลหยางสมิท จากตระกูลแบรมิ่งปีเตอร์ จากหน่วยที่หนึ่งอัลติโน่ จากหน่วยที่สองไทม์มาเซีย จากตระกูลทิมเมรี่เควิน จากหน่วยแพทย์
รายชื่อลำดับที่สิบ เรียกได้ว่าเป็นเหมือนม้ามืดในการคัดเลือกครั้งนี้ก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นคนของหน่วยแพทย์ที่สามารถต่อสู้เอาชนะคนรุ่นใหม่ลำดับสองของตระกูลใหญ่ได้ การได้อยู่ในหน่วยแพทย์ แถมยังได้เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ของหน่วยเพียงคนเดียวได้ แน่นอนว่าทักษะการรักษาจะต้องดีเยี่ยม แต่ที่หลายคนไม่คาดคิดก็คือความสามารถในการต่อสู้และการใช้เทคนิคอย่างชาญฉลาดของเขาในการเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมดมาได้
ไทม์มาเซียและเควิน ได้ถูกทำการประลองมากกว่าอีก 8 คนก่อนหน้าเนื่องจากทั้งสองคนไม่ต้องการท้าทายเพื่อแย่งชิงลำดับตัวเลข เพราะคนที่มาคัดเลือก็ไม่ได้เหลือคนที่มีชื่อเสียงหรือคนที่ต้องกังวลอยู่อีก แม้จะเสียเวลามากหน่อยแต่ทั้งสองคนก็ได้รับชัยชนะและได้เป็นตัวแทนผ่านการคัดเลือกในที่สุด
ตระกูลใหญ่ทั้งหมดต่างมีชื่อคนรุ่นใหม่ของตนเองผ่านการคัดเลือกเป็นหนึ่งในสิบ และมีเพียงสองตระกูลที่สามารถส่งคนรุ่นใหม่ถึงสองคนผ่านการคัดเลือกเข้าไปได้คือตระกูลโรฟและตระกูลทิมเมรี่ แต่ถึงอย่างนั้นคนรุ่นใหม่ลำดับแรกของตระกูลทิมเมรี่กับไม่สามารถผ่านการคัดเลือกไปได้ อย่างไรก็ตามนับว่าชื่อเสียงของตระกูลทิมเมรี่ยังคงกู้คืนกับมาได้เล็กน้อย
ต่างจากตระกูลโรฟ ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นบรรยากาศภายในตระกูลยังครึกครื้นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เนื่องจากผู้นำตระกูลโรฟได้จัดงานเลี้ยงในค่ำคืนนั้นทันที คนรุ่นใหม่ลำดับสองของตระกูล โรฟแม้ว่าจะไม่ผ่านการคัดเลือก แต่ด้วยความพยายามเขาจึงได้คำปลอบใจจากเหล่าผู้อาวุโสอยู่หลายคำ นั้นจึงทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้นและร่วมยินดีกับอีกสองคนที่ผ่านการคัดเลือก
เนื่องจากสงครามใกล้เข้ามาจึงมีเวลาให้ทั้งสิบคนได้พักผ่อนพรุ่งนี้อีกหนึ่งวันก่อนที่จะเดินทางเข้าดันเจี้ยนพิเศษ