1
ผมไม่ชอบการผูกมัด
นางมลฤดีนั่งมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวแล้วได้แต่ถอนหายใจ ตอนนี้นางก็ถือว่าเป็ไม้ใกล้ฝั่งจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ ส่วนลูกชายก็เป็วัยที่สมควรมีครอบครัวได้แล้ว แต่รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมี บอกก็แล้ว บ่นก็แล้ว ลูกชายตัวดีก็ยังลอยชายควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไปเรื่อยไม่ยอมลงหลักปักฐานสักที
“อย่าบอกน่ะครับว่าเรียกผมกลับบ้านเพื่อนมานั่งจ้องหน้า” ปัถย์ที่นั่งเอาศอกเท้าพนักโซฟา แล้วนิ้วสองนิ้วค้ำที่ขมับ หรี่ตามองแม่ที่เอาแต่นั่งจ้องเขาหลายนาทีแล้วแต่ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จนรู้สึกว่ามันน่ากลัวกว่าโดนบ่นเสียอีก
“ไม่ได้อยากจ้องและเบื่อหน้าแกมากเลยตอนนี้” นางมลฤดีทำเสียงจิ๊จ๊ะเบือนหน้าหนีเอาดื้อ ๆ ปัถย์เห็นแล้วถึงกับหลุดขำออกมา
“ผมควรทำยังไงล่ะครับ”
“อยากจ้องหน้าลูกสะใภ้ทำให้ได้ไหม” นางหันมาจ้องหน้าลูกชายอีกครั้ง
ปัถย์ส่ายหน้าเล็กน้อย กดยิ้มมุมปาก มาอีหรอบนี้เขาคงต้องรอฟังคำบ่นอย่างเดียว อย่าได้มีปากมีเสียงไม่อย่างนั้นวันนี้ไม่จบแค่นี้แน่
“แม่เบื่อจะคุยเื่นี้กับแกแล้ว” แล้วก็เบือนหน้าหนีอีกครั้ง ปัถย์เลยเหมือนกับโดนหลอกให้รีบกลับบ้านทั้งที่วันนี้เป็วันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ และเขาก็ว่างพอดี เลยอยากจะไปสังสรรค์ตามประสาหนุ่มโสดเสียหน่อย จริง ๆ เวลานี้เขาควรนั่งอยู่บนรถกับผู้หญิงสักคน หรือไม่ก็กำลังขับรถไปรับเธอ เพื่อจะได้มีคืนวันดี ๆ ร่วมกัน
“งั้นแสดงว่าผมไปได้แล้วใช่ไหมครับ” เขาลุก แต่ก็โดนแม่ดึงแขนให้กลับไปนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง
“ไม่!” นางมองอย่างเคือง ๆ “เื่นี้แม่จริงจังนะ ตระกูลเรามีแกเป็หลานชายคนเดียว ดูสิอายุเยอะขนาดนี้ไม่ยอมมีลูกมีเมีย แล้วจะหาใครมารับ่สืบสกุลต่อ แม่ล่ะปวดหัวจริง ๆ” ว่าแล้วนางก็ยกมือขึ้นนวดขมับ สลับกับหยิบยาดมขึ้นมาสูดแรง ๆ
“ผมยังไม่สี่สิบเลยนะครับ” ปัถย์พูดขึ้นลอย ๆ แต่แม่กลับตวัดตามองแล้วอารมณ์ขึ้น ระดับเสียงเลยดังขึ้นตามมา “อีกไม่กี่ปีก็สี่สิบ บ้านอื่นเขามีลูกเรียนมัธยมกันแล้ว แต่แม่ไหนล่ะสะใภ้ ไหนล่ะหลาน”
“ไหนบอกว่าพวกเราจะไม่พูดเื่นี้กันไงครับ”
“แม่จะไม่พูดเื่ที่อยากให้แกแต่งงาน”
“ดีครับ” ปัถย์ยิงฟัน แต่ก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยในความโสด เพราะถ้าท่านเรียกมา ต้องมีอะไรแน่ ๆ ถ้าจะเรียกมาบ่นเฉย ๆ คงไม่ใช่
เื่บ่นท่านบ่นตลอดอยู่แล้ว
“แต่...แกต้องมีหลานมาให้แม่” นางมลฤดีชี้นิ้วใส่ลูกชายแล้วงอกลับทันทีที่พูดจบ จากนั้นก็ทำหน้าเชิดขึ้น
“ฮ้า! ไม่มีเมียแต่จะให้มีหลาน” ปัถย์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับรู้ เขาอาจจะต้องทำเื่รับเด็กมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม
“และหลานคนนั้นก็ต้องเป็ลูกของแกเท่านั้น”
เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะ เมื่อมันมีเงื่อนไขอื่นเพิ่มมาอีก “ผมไม่มีเมีย จะไปหาลูกมาจากไหนล่ะครับ”
“แกไม่มีน้ำยาเหรอ ลองคิดดูซิ เผื่อแกไปไข่ไว้กับใครสักคน” นางพยายามชี้นำช่องทางให้ลูกชายอย่างมีความหวัง พูดได้เต็มปากว่าลูกชายของนางมันสำส่อน จะไม่มีหลุดสักคนเลยหรือไง