“องค์ชาย”
ลู่เถี่ยซานจ้องมองฉีหลิงเดินจากไป เรื่องวันนี้ต้องเป็นฝีมือของจวนฉีอ๋องอย่างแน่นอน ปล่อยพวกเขาไปง่ายเช่นนี้คงไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก
โจวหยวนโบกมือแล้วกล่าวว่า “พวกเขาฉลาดมาก เตรียมข้ออ้างไว้แล้ว ตอนนี้ทั้งสองคนนั้นล้วนตายเกลี้ยง พวกเขาไม่มีทางยอมรับ นอกเสียจากพวกเราจะต้องการเปิดสงครามกับจวนฉีอ๋องตอนนี้”
เมื่อได้ยินโจวหยวนพูดลู่เถี่ยซานก็ใจกระตุกเล็กน้อย ดูท่าคนร้ายอีกคนหนึ่งก็ตกตายที่นี่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาฉงนคือ เล่ากันว่าคนร้ายมีพลังอยู่ในสภาวะหล่อเลี้ยงพลังแล้ว แต่ที่นี่มีเพียงแค่โจวหยวนกับเยาเยาซึ่งไม่มีพลังหยวนเท่านั้น คนร้ายที่อยู่ในสภาวะหล่อเลี้ยงพลังคนนั้นจะตายได้อย่างไร?
ในใจของลู่เถี่ยซานเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาไม่กล้าถาม เพียงพูดว่า “องค์ชาย กระหม่อมจะส่งคนไปทูลรายงานฮ่องเต้เกี่ยวกับเรื่องที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
ที่นี่เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ต้องแจ้งให้โจวฉิงทราบจะได้เตรียมตัวไว้บ้าง
โจวหยวนพยักหน้า ลู่เถี่ยซานก็พาคนถอยไป แต่ครานี้พวกเขาไม่ได้ห่างออกไปไกล เพียงแค่ทิ้งระยะห่างออกมาจากพวกโจวหยวนเล็กน้อย ยังดีที่หุบเขาแห่งนี้มีเทือกเขาโอบล้อมจนปกป้องพื้นที่ด้านในเอาไว้
...
ในหุบเขา เยาเยาจ้องมองขวดหยกจำนวนสามสิบหกชนิดวางอยู่ด้านหน้า ในขวดหยกมีเลือดหัวใจของอสูรหยวนระดับหนึ่งจำนวนสามสิบหกชนิด นางตรวจดูอีกรอบ พยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ไม่เลว วัตถุดิบพร้อมแล้ว ข้าขอเอาไปผสมก่อน พรุ่งนี้ข้าจะวาด ‘อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร’ ให้”
โจวหยวนพยักหน้าอย่างคาดหวัง รีบถามทันทีว่า “พี่เยาเยา ‘อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร’ นี้ ถือเป็นอักขระหยวนระดับใดหรือ?”
โจวหยวนไม่เคยเห็นอักขระหยวนที่ช่วยเปิดลมปราณได้มาก่อน ทั้งต้าโจวก็คงไม่มีผู้ใดทำได้ เขาจึงเห็นถึงความล้ำค่าของอักขระหยวนชุดนี้
“อักขระหยวนระดับสอง” เยาเยาพูดลอยๆ “รอเจ้าฝึกเคล็ดตรึกตรองจิตสับสนถึงขั้นที่สองก่อน ข้าจะสอนเจ้า”
โจวหยวนเกาหัวแล้วถามว่า “แล้วข้าถ่ายทอดวิชาให้ผู้อื่นได้หรือไม่?”
‘อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร’ ชุดนี้นับว่าล้ำค่า โดยเฉพาะสำหรับต้าโจวของพวกเขา แม้จะบอกว่าวิชานี้มีอันตราย แต่หากเลือกผู้ที่มีจิตแน่วแน่ก็คงสำเร็จไม่น้อย
ดังนั้น หากถ่ายทอดให้ทหารได้ย่อมทำให้พลังของคนที่อยู่ในสภาวะเปิดลมปราณจำนวนไม่น้อยยกระดับขึ้น เป็นการเพิ่มพลังให้ต้าโจวของพวกเขา
ทว่าอักขระหยวนนี้ถ่ายทอดโดยเยาเยา หากต้องการถ่ายทอดออกไปยังต้องได้รับการยอมรับจากนางก่อนถึงจะได้
เยาเยาเขย่าขวดหยก พูดอย่างเนิบนาบว่า “หลังจากสอนเจ้า เจ้าอยากถ่ายทอดให้ใครก็อย่าถามข้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปู่เฮยสอนข้า เจ้าเป็นศิษย์ของเขา ย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจ”
“ขอบคุณพี่เยาเยามาก!”
โจวหยวนตื่นเต้นดีใจสุดขีด อักขระหยวนระดับสองสำหรับเยาเยาอาจะไม่นับว่าเป็นอะไร แต่สำหรับต้าโจวในขณะนี้กลับมีมูลค่าอย่างมหาศาล
...
ณ จวนฉีอ๋อง
“เจ้าว่าอะไรนะ? หาศาสตร์แสงพิฆาตไม่พบ?!”
พอฉีเยวี่ยได้ยินฉีหลิงพูดก็ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าบึ้งตึง แววตาลุกโชน
ท่าทางของฉีเยวี่ยที่จ้องมองมาเหมือนจะกลืนกินอย่างไรอย่างนั้น ฉีหลิงจำใจต้องพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตอนที่ข้าน้อยรุดเข้าไปหลัวถ่งก็ถูกจับไปแล้ว ส่วนหลัวเฮ่ากลับไม่พบร่องรอยขอรับ”
“หลัวเฮ่าเป็นผู้มีพลังสภาวะหล่อเลี้ยงพลัง โจวหยวนไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา เด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเยาเยาไม่มีพลังหยวน ดังนั้นหลัวเฮ่าต้องยังไม่ตาย!” ฉีเยวี่ยกัดฟันพูด
“หรือว่าเขาหนีไปพร้อมของล้ำค่าแล้ว?” ฉีหลิงถามด้วยความสงสัย
“สารเลว กล้าดีนัก” ฉีเยวี่ยแววตาเปล่งประกายเยือกเย็น พูดว่า “เอาภาพของเขาติดประกาศออกไป ออกค้นหาให้ทั่ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาศาสตร์แสงพิฆาตกลับมาให้ได้!”
สำหรับศาสตร์แสงพิฆาตชุดนี้เป็นของที่ราชวงศ์ต้าอู่ประทานให้แก่ท่านพ่อของเขา เป็นหนึ่งในศาสตร์หยวนชั้นยอดของจวนฉีอ๋อง มีเพียงแค่ผู้ที่เป็นคนของจวนฉีอ๋องเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติฝึกฝนได้ เวลานี้กลับถูกขโมยไป ลองนึกดูว่ารอฉียวนกลับมาจะเดือดดาลขนาดไหน
ฉีเยวี่ยใบหน้ากระตุก สูดหายใจเข้าลึก ยกถ้วยชาที่อยู่ด้านข้างขึ้น แต่สุดท้ายก็ทนไฟร้ายในใจไม่ได้ ขว้างถ้วยชาในมือออกเสียงดังกระแทกพื้น
“โจวหยวน ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
เสียงดุร้ายราวกับสัตว์ป่าของฉีเยวี่ยดังขึ้นในห้อง
เดิมทีเขาต้องการสั่งสอนโจวหยวน แต่เรื่องกลับตาลปัตร เปลี่ยนเป็นส่งของล้ำค่าให้ สิ่งนี้จะให้ฉีเยวี่ยที่หยิ่งผยองทนรับได้อย่างไร
...
ไอเย็นในรุ่งเช้าปกคลุมหุบเขา ใบไม้สีเขียวขจีพราวระยับไปด้วยหยาดน้ำค้าง
เยาเยาเขย่าขวดหยกใสในมือเบาๆ ในขวดมีเลือดสีแดงสดหนืดอยู่ครึ่งขวด เพียงเขย่าไปมาเล็กน้อยก็ส่งกลิ่นรุนแรงพวยพุ่ง ท่ามกลางความคลุมเครือมีเสียงอสูรคำรามหลายชนิดดังออกมา
“เลือดตั้งมากมาย ผสมได้แค่นี้เองหรือ?” โจวหยวนถามด้วยความตกใจ เลือดหัวใจจากอสูรหยวนระดับหนึ่งสามสิบหกชนิดเต็มขวด กลับผสมจนเหลือไม่ถึงครึ่งขวด
“อืม ข้าเลือกส่วนที่ดีที่สุด ในหยดเลือดของอสูรหยวนสามสิบหกชนิดแฝงไว้ด้วยพลังดุร้าย พอรวมตัวเข้าด้วยกันพลังดุร้ายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง”
“ครึ่งขวดนี้คงพอใช้ได้ห้าครั้ง”
เยาเยาหมุนพู่กันสีเขียวในมือ จากนั้นเท้าคางใส่โจวหยวนแล้วพูดว่า “เจ้าถอดเสื้อตัวบนออกสิ”
โจวหยวนได้ยินก็รีบถอดเสื้อออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่แข็งแกร่ง แม้ไม่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แต่รอยเส้นชัดเจนเต็มไปด้วยความเป็นชายชาตรี
“หุ่นนับว่าไม่เลว”
เยาเยาผู้มีใบหน้าเย็นชายังหลุดปากชมออกมาคำหนึ่ง
โจวหยวนเขินเล็กน้อย
ปากแดงๆ ของเยาเยายกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นใบหน้ากลับมานิ่งเรียบทันทีแล้วพูดว่า “จงรักษาความคิดและความรู้สึกให้มั่น อย่าได้ถูกพลังดุร้ายครอบงำ ไม่เช่นนั้นมันจะทำร้ายจิตวิญญาณของเจ้า”
โจวหยวนได้ยินก็ไม่กล้าชะล่าใจ สูดลมหายใจเข้าลึก คุมจิตตั้งมั่นเหมือนยามที่เผชิญหน้ากับศัตรู
เยาเยาเห็นท่าทีเช่นนี้ พู่กันสีเขียวในมือก็จุ่มลงไปในเลือดสีแดงสดหนืดเล็กน้อย จากนั้นลงปลายพู่กันช้าๆ
เพียงปลายพู่กันตวัดวาดออกโจวหยวนก็อดไม่ได้ที่สูดลมเย็นเข้าปอด เพราะบริเวณที่ปลายพู่กันวาดออกกลับคล้ายกับลาวาที่ปะทุร้อนซึ่งมาพร้อมความรู้สึกแผดร้อน
เส้นหยวนสลับซับซ้อนปรากฏบนแผ่นหลังของโจวหยวนไม่หยุด หลังจากเป็นเช่นนี้ไปยาวนานกว่าหลายนาทีข้อมือของเยาเยาก็สั่นเบาๆ ปลายพู่กันสุดท้ายกำลังจะวาดลง
“เตรียมตัวให้ดี!”
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสียงแผ่วเบาของนางก็ดังเข้าโสตประสาทโจวหยวน
ขณะที่เสียงของนางจบลง จู่ๆ แสงสีแดงก็พุ่งออกมาจากแผ่นหลังโจวหยวน เสียงอสูรคำรามประสานเสียงดังขึ้น
รูม่านตาโจวหยวนพลันหดเล็กลง เขารู้สึกได้ว่าพลังรุนแรงนี้กำลังไหลเข้ามาจากด้านหลังอย่างบ้าคลั่งแล้วทะลวงเข้าสู่ภายในร่างกาย
โฮก! โฮก! โฮก!
เสียงอสูรคำรามดังดุร้ายสะท้อนกึกก้องในจิตใจโจวหยวนจนจิตวิญญาณสั่นสะท้านเล็กน้อยเหมือนถูกอสูรร้ายกัดกิน
แต่ยังดีที่โจวหยวนเตรียมตัวไว้ จิตวิญญาณบริเวณหว่างคิ้วสั่นเล็กน้อย เปิดตรึกตรองจิตสับสนที่มีเครื่องบดจิตวิญญาณหมุนบดอยู่ เสียงอสูรคำรามที่ดุร้ายเหล่านั้นก็ถูกบดละเอียดจนสะอาด
จิตใจที่เลื่อนลอยของเขาค่อยๆ ฟื้นคืนขึ้นมา
จากนั้นโจวหยวนก็รู้สึกได้ถึงกระแสร้อนที่ปรากฏขึ้นมาในร่างกายอีก กระแสร้อนที่ร้อนระอุและดุร้ายผิดแปลกนี้พวยพุ่งอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในร่างกายของโจวหยวน
โจวหยวนทราบว่ากระแสร้อนนี้คงเป็นพลังของอักขระโลหิตสามสิบหกอสูร
ด้วยเหตุนี้จิตใจจึงเต้นแรง ขับเคลื่อนกระแสร้อนเหล่านี้พุ่งทะลวงเข้าใส่ลมปราณเส้นที่ห้าที่ถูกปิดกั้น
กระแสร้อนพุ่งชนเข้าไป ทันใดนั้นลมปราณเส้นที่ห้าซึ่งปิดกั้นอยู่ก็เริ่มคลายตัวลง
รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้โจวหยวนจึงดีอกดีใจ ยิ่งจดจ่อควบคุมกระแสร้อนทะลวงโจมตีไม่หยุด
ผ่านไปครู่หนึ่งจนกระแสร้อนสลายหายไปอย่างสมบูรณ์ ลมปราณเส้นที่ห้าที่ปิดกั้นไว้ก็ถูกทะลวงแล้วออกส่วนหนึ่ง ความก้าวหน้านี้ทำให้โจวหยวนดีใจอย่างไม่คาดคิด ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่แย่ไปกว่าครั้งแรกที่ใช้น้ำตกอวี้หลิงเลย
ฟู่
โจวหยวนลืมตาขึ้น กลิ่นเหม็นคาวพ่นออกจากปาก เขาไม่สนใจกลิ่นเหม็นคาวเหล่านั้น ดวงตากลับเปล่งประกาย
ผลลัพธ์ของอักขระโลหิตสามสิบหกอสูรนี้ได้ผลดีเกินคาด
ตามประสิทธิภาพเช่นนี้ เขาก็จะเปิดลมปราณเส้นที่ห้าได้อย่างสมบูรณ์ภายในหนึ่งเดือน