อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร


            “องค์ชาย”

             

            ลู่เถี่ยซานจ้องมองฉีหลิงเดินจากไป เรื่องวันนี้ต้องเป็นฝีมือของจวนฉีอ๋องอย่างแน่นอน ปล่อยพวกเขาไปง่ายเช่นนี้คงไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก

             

            โจวหยวนโบกมือแล้วกล่าวว่า “พวกเขาฉลาดมาก เตรียมข้ออ้างไว้แล้ว ตอนนี้ทั้งสองคนนั้นล้วนตายเกลี้ยง พวกเขาไม่มีทางยอมรับ นอกเสียจากพวกเราจะต้องการเปิดสงครามกับจวนฉีอ๋องตอนนี้”

             

            เมื่อได้ยินโจวหยวนพูดลู่เถี่ยซานก็ใจกระตุกเล็กน้อย ดูท่าคนร้ายอีกคนหนึ่งก็ตกตายที่นี่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาฉงนคือ เล่ากันว่าคนร้ายมีพลังอยู่ในสภาวะหล่อเลี้ยงพลังแล้ว แต่ที่นี่มีเพียงแค่โจวหยวนกับเยาเยาซึ่งไม่มีพลังหยวนเท่านั้น คนร้ายที่อยู่ในสภาวะหล่อเลี้ยงพลังคนนั้นจะตายได้อย่างไร?

             

            ในใจของลู่เถี่ยซานเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาไม่กล้าถาม เพียงพูดว่า “องค์ชาย กระหม่อมจะส่งคนไปทูลรายงานฮ่องเต้เกี่ยวกับเรื่องที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

             

            ที่นี่เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ต้องแจ้งให้โจวฉิงทราบจะได้เตรียมตัวไว้บ้าง

             

            โจวหยวนพยักหน้า ลู่เถี่ยซานก็พาคนถอยไป แต่ครานี้พวกเขาไม่ได้ห่างออกไปไกล เพียงแค่ทิ้งระยะห่างออกมาจากพวกโจวหยวนเล็กน้อย ยังดีที่หุบเขาแห่งนี้มีเทือกเขาโอบล้อมจนปกป้องพื้นที่ด้านในเอาไว้

             

            ...

             

            ในหุบเขา เยาเยาจ้องมองขวดหยกจำนวนสามสิบหกชนิดวางอยู่ด้านหน้า ในขวดหยกมีเลือดหัวใจของอสูรหยวนระดับหนึ่งจำนวนสามสิบหกชนิด นางตรวจดูอีกรอบ พยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ไม่เลว วัตถุดิบพร้อมแล้ว ข้าขอเอาไปผสมก่อน พรุ่งนี้ข้าจะวาด ‘อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร’ ให้”

             

            โจวหยวนพยักหน้าอย่างคาดหวัง รีบถามทันทีว่า “พี่เยาเยา ‘อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร’ นี้ ถือเป็นอักขระหยวนระดับใดหรือ?”

             

            โจวหยวนไม่เคยเห็นอักขระหยวนที่ช่วยเปิดลมปราณได้มาก่อน ทั้งต้าโจวก็คงไม่มีผู้ใดทำได้ เขาจึงเห็นถึงความล้ำค่าของอักขระหยวนชุดนี้

             

            “อักขระหยวนระดับสอง” เยาเยาพูดลอยๆ “รอเจ้าฝึกเคล็ดตรึกตรองจิตสับสนถึงขั้นที่สองก่อน ข้าจะสอนเจ้า”

             

            โจวหยวนเกาหัวแล้วถามว่า “แล้วข้าถ่ายทอดวิชาให้ผู้อื่นได้หรือไม่?”

             

            ‘อักขระโลหิตสามสิบหกอสูร’ ชุดนี้นับว่าล้ำค่า โดยเฉพาะสำหรับต้าโจวของพวกเขา แม้จะบอกว่าวิชานี้มีอันตราย แต่หากเลือกผู้ที่มีจิตแน่วแน่ก็คงสำเร็จไม่น้อย

             

            ดังนั้น หากถ่ายทอดให้ทหารได้ย่อมทำให้พลังของคนที่อยู่ในสภาวะเปิดลมปราณจำนวนไม่น้อยยกระดับขึ้น เป็นการเพิ่มพลังให้ต้าโจวของพวกเขา

             

            ทว่าอักขระหยวนนี้ถ่ายทอดโดยเยาเยา หากต้องการถ่ายทอดออกไปยังต้องได้รับการยอมรับจากนางก่อนถึงจะได้

             

            เยาเยาเขย่าขวดหยก พูดอย่างเนิบนาบว่า “หลังจากสอนเจ้า เจ้าอยากถ่ายทอดให้ใครก็อย่าถามข้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปู่เฮยสอนข้า เจ้าเป็นศิษย์ของเขา ย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจ”

             

            “ขอบคุณพี่เยาเยามาก!”

             

            โจวหยวนตื่นเต้นดีใจสุดขีด อักขระหยวนระดับสองสำหรับเยาเยาอาจะไม่นับว่าเป็นอะไร แต่สำหรับต้าโจวในขณะนี้กลับมีมูลค่าอย่างมหาศาล

             

            ...

             

            ณ จวนฉีอ๋อง

             

            “เจ้าว่าอะไรนะ? หาศาสตร์แสงพิฆาตไม่พบ?!”

             

            พอฉีเยวี่ยได้ยินฉีหลิงพูดก็ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าบึ้งตึง แววตาลุกโชน

             

            ท่าทางของฉีเยวี่ยที่จ้องมองมาเหมือนจะกลืนกินอย่างไรอย่างนั้น ฉีหลิงจำใจต้องพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตอนที่ข้าน้อยรุดเข้าไปหลัวถ่งก็ถูกจับไปแล้ว ส่วนหลัวเฮ่ากลับไม่พบร่องรอยขอรับ”

             

            “หลัวเฮ่าเป็นผู้มีพลังสภาวะหล่อเลี้ยงพลัง โจวหยวนไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา เด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเยาเยาไม่มีพลังหยวน ดังนั้นหลัวเฮ่าต้องยังไม่ตาย!” ฉีเยวี่ยกัดฟันพูด

             

            “หรือว่าเขาหนีไปพร้อมของล้ำค่าแล้ว?” ฉีหลิงถามด้วยความสงสัย

             

            “สารเลว กล้าดีนัก” ฉีเยวี่ยแววตาเปล่งประกายเยือกเย็น พูดว่า “เอาภาพของเขาติดประกาศออกไป ออกค้นหาให้ทั่ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาศาสตร์แสงพิฆาตกลับมาให้ได้!”

             

            สำหรับศาสตร์แสงพิฆาตชุดนี้เป็นของที่ราชวงศ์ต้าอู่ประทานให้แก่ท่านพ่อของเขา เป็นหนึ่งในศาสตร์หยวนชั้นยอดของจวนฉีอ๋อง มีเพียงแค่ผู้ที่เป็นคนของจวนฉีอ๋องเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติฝึกฝนได้ เวลานี้กลับถูกขโมยไป ลองนึกดูว่ารอฉียวนกลับมาจะเดือดดาลขนาดไหน

             

            ฉีเยวี่ยใบหน้ากระตุก สูดหายใจเข้าลึก ยกถ้วยชาที่อยู่ด้านข้างขึ้น แต่สุดท้ายก็ทนไฟร้ายในใจไม่ได้ ขว้างถ้วยชาในมือออกเสียงดังกระแทกพื้น

             

            “โจวหยวน ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

             

            เสียงดุร้ายราวกับสัตว์ป่าของฉีเยวี่ยดังขึ้นในห้อง

             

            เดิมทีเขาต้องการสั่งสอนโจวหยวน แต่เรื่องกลับตาลปัตร เปลี่ยนเป็นส่งของล้ำค่าให้ สิ่งนี้จะให้ฉีเยวี่ยที่หยิ่งผยองทนรับได้อย่างไร

             

            ...

             

            ไอเย็นในรุ่งเช้าปกคลุมหุบเขา ใบไม้สีเขียวขจีพราวระยับไปด้วยหยาดน้ำค้าง

             

            เยาเยาเขย่าขวดหยกใสในมือเบาๆ ในขวดมีเลือดสีแดงสดหนืดอยู่ครึ่งขวด เพียงเขย่าไปมาเล็กน้อยก็ส่งกลิ่นรุนแรงพวยพุ่ง ท่ามกลางความคลุมเครือมีเสียงอสูรคำรามหลายชนิดดังออกมา

             

            “เลือดตั้งมากมาย ผสมได้แค่นี้เองหรือ?” โจวหยวนถามด้วยความตกใจ เลือดหัวใจจากอสูรหยวนระดับหนึ่งสามสิบหกชนิดเต็มขวด กลับผสมจนเหลือไม่ถึงครึ่งขวด

             

            “อืม ข้าเลือกส่วนที่ดีที่สุด ในหยดเลือดของอสูรหยวนสามสิบหกชนิดแฝงไว้ด้วยพลังดุร้าย พอรวมตัวเข้าด้วยกันพลังดุร้ายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง”

             

            “ครึ่งขวดนี้คงพอใช้ได้ห้าครั้ง”

             

            เยาเยาหมุนพู่กันสีเขียวในมือ จากนั้นเท้าคางใส่โจวหยวนแล้วพูดว่า “เจ้าถอดเสื้อตัวบนออกสิ”

             

            โจวหยวนได้ยินก็รีบถอดเสื้อออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่แข็งแกร่ง แม้ไม่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แต่รอยเส้นชัดเจนเต็มไปด้วยความเป็นชายชาตรี

             

            “หุ่นนับว่าไม่เลว”

             

            เยาเยาผู้มีใบหน้าเย็นชายังหลุดปากชมออกมาคำหนึ่ง

             

            โจวหยวนเขินเล็กน้อย

             

            ปากแดงๆ ของเยาเยายกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นใบหน้ากลับมานิ่งเรียบทันทีแล้วพูดว่า “จงรักษาความคิดและความรู้สึกให้มั่น อย่าได้ถูกพลังดุร้ายครอบงำ ไม่เช่นนั้นมันจะทำร้ายจิตวิญญาณของเจ้า”

             

            โจวหยวนได้ยินก็ไม่กล้าชะล่าใจ สูดลมหายใจเข้าลึก คุมจิตตั้งมั่นเหมือนยามที่เผชิญหน้ากับศัตรู

             

            เยาเยาเห็นท่าทีเช่นนี้ พู่กันสีเขียวในมือก็จุ่มลงไปในเลือดสีแดงสดหนืดเล็กน้อย จากนั้นลงปลายพู่กันช้าๆ

             

            เพียงปลายพู่กันตวัดวาดออกโจวหยวนก็อดไม่ได้ที่สูดลมเย็นเข้าปอด เพราะบริเวณที่ปลายพู่กันวาดออกกลับคล้ายกับลาวาที่ปะทุร้อนซึ่งมาพร้อมความรู้สึกแผดร้อน

             

            เส้นหยวนสลับซับซ้อนปรากฏบนแผ่นหลังของโจวหยวนไม่หยุด หลังจากเป็นเช่นนี้ไปยาวนานกว่าหลายนาทีข้อมือของเยาเยาก็สั่นเบาๆ ปลายพู่กันสุดท้ายกำลังจะวาดลง

             

            “เตรียมตัวให้ดี!”

             

            ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสียงแผ่วเบาของนางก็ดังเข้าโสตประสาทโจวหยวน

     

            ขณะที่เสียงของนางจบลง จู่ๆ แสงสีแดงก็พุ่งออกมาจากแผ่นหลังโจวหยวน เสียงอสูรคำรามประสานเสียงดังขึ้น

             

            รูม่านตาโจวหยวนพลันหดเล็กลง เขารู้สึกได้ว่าพลังรุนแรงนี้กำลังไหลเข้ามาจากด้านหลังอย่างบ้าคลั่งแล้วทะลวงเข้าสู่ภายในร่างกาย

             

            โฮก! โฮก! โฮก!

             

            เสียงอสูรคำรามดังดุร้ายสะท้อนกึกก้องในจิตใจโจวหยวนจนจิตวิญญาณสั่นสะท้านเล็กน้อยเหมือนถูกอสูรร้ายกัดกิน

             

            แต่ยังดีที่โจวหยวนเตรียมตัวไว้ จิตวิญญาณบริเวณหว่างคิ้วสั่นเล็กน้อย เปิดตรึกตรองจิตสับสนที่มีเครื่องบดจิตวิญญาณหมุนบดอยู่ เสียงอสูรคำรามที่ดุร้ายเหล่านั้นก็ถูกบดละเอียดจนสะอาด

             

            จิตใจที่เลื่อนลอยของเขาค่อยๆ ฟื้นคืนขึ้นมา

             

            จากนั้นโจวหยวนก็รู้สึกได้ถึงกระแสร้อนที่ปรากฏขึ้นมาในร่างกายอีก กระแสร้อนที่ร้อนระอุและดุร้ายผิดแปลกนี้พวยพุ่งอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในร่างกายของโจวหยวน

             

            โจวหยวนทราบว่ากระแสร้อนนี้คงเป็นพลังของอักขระโลหิตสามสิบหกอสูร

             

            ด้วยเหตุนี้จิตใจจึงเต้นแรง ขับเคลื่อนกระแสร้อนเหล่านี้พุ่งทะลวงเข้าใส่ลมปราณเส้นที่ห้าที่ถูกปิดกั้น

             

            กระแสร้อนพุ่งชนเข้าไป ทันใดนั้นลมปราณเส้นที่ห้าซึ่งปิดกั้นอยู่ก็เริ่มคลายตัวลง

             

            รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้โจวหยวนจึงดีอกดีใจ ยิ่งจดจ่อควบคุมกระแสร้อนทะลวงโจมตีไม่หยุด

             

            ผ่านไปครู่หนึ่งจนกระแสร้อนสลายหายไปอย่างสมบูรณ์ ลมปราณเส้นที่ห้าที่ปิดกั้นไว้ก็ถูกทะลวงแล้วออกส่วนหนึ่ง ความก้าวหน้านี้ทำให้โจวหยวนดีใจอย่างไม่คาดคิด ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่แย่ไปกว่าครั้งแรกที่ใช้น้ำตกอวี้หลิงเลย

             

            ฟู่

             

            โจวหยวนลืมตาขึ้น กลิ่นเหม็นคาวพ่นออกจากปาก เขาไม่สนใจกลิ่นเหม็นคาวเหล่านั้น ดวงตากลับเปล่งประกาย

             

            ผลลัพธ์ของอักขระโลหิตสามสิบหกอสูรนี้ได้ผลดีเกินคาด

             

            ตามประสิทธิภาพเช่นนี้ เขาก็จะเปิดลมปราณเส้นที่ห้าได้อย่างสมบูรณ์ภายในหนึ่งเดือน