อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 177 วิเคราะห์

            ขณะที่เจคกับพรรคพวกของเขากำลังพักเหนื่อยอยู่นั้นก็รู้สึกได้ถึงเสียงเอะอะนอกโรงพยาบาล เจคจึงตัดสินใจเดินออกไปดูแล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใจสถานการณ์ตรงหน้า เพราะเขาเห็นทหารและอัศวินมากมายทำการเดินตรวจตาเหมือนกับหาอะไรบางอย่าง ท่าทีของพวกเขาดูเคร่งเครียดและจริงจังเป็นอย่างมาก เจคเริ่มรู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีแต่ก็พยายามไม่คิดอะไร จนมีสายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งลงมาตรงหน้าเขาเมื่อประกายสายฟ้าหายไปก็เผยให้เห็นร่างของออกัส

            เจคที่เห็นว่าเป็นอีกฝ่ายก็ทักขึ้น

            “คุณออกัสมีปัญหาอะไรขึ้นหรอครับ”

            ออกัสหันมามองเจคสีหน้าเขาดูเคร่งเครียดกังวลจนทำเอาเจคเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีไปด้วย

            “คุณหนูมีเรียที่เป็นอัศวินฝึกหัดถูกลักพาตัว” เจคที่ได้ฟังก็สงสัยพูดตามตรงนะเขาไม่รู้จักคุณหนูมีเรียอะไรนั่น แล้วก็ไม่คิดจะเกี่ยวข้องอะไรแต่การที่อีกฝ่ายมาพูดเรื่องนี้กับเขา ก็หมายความว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาด้วย และมันทำให้เขานึกถึงเนียขึ้นมาทันที เขาพยายามบอกว่าคิดไปเองแต่ออกัสกับพูดออกมาว่า

            “นอกจากนั้นก็มีเด็กคนอื่นกับพวกผู้หญิงถูกลักพาตัวไปด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นก็คือเนียที่อยู่กับพวกคุณ”

            เจคที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย เขาแทบจะยืนไม่อยู่รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในอกหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ตัวเองสงบลง แล้วหันไปถามออกัสว่า

            “คนพวกนั้นมาลักพาตัวเนียถึงในบ้านเหรอครับ”

            ออกัสสายหน้าปฏิเสธบอกว่า

            “ไม่ใช่หรอกเหมือนจะถูกลักพาตัวในเมือง”

            “ลักพาตัวในเมือง…” เจคทวนคำถ้าสิ่งที่ออกัสพูดเป็นความจริงก็หมายความว่าเนียเข้ามาในเมือง แล้วเธอเข้ามาทำไมทั้งที่เขาก็กำชับแล้วว่าอย่าออกไปไหนมาไหน แล้วเจคก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิเครปนั่น บัดซบเอ้ย!” เขานึกออกได้ทันทีเพราะเครปนั่นเป็นสิ่งที่เนียตั้งใจทำมาเผื่อพวกอันนา และก็เป็นเขาเองที่ลืมหยิบมาแล้วมันอาจจะทำให้เนียตัดสินใจนำมาส่งให้ด้วยตัวเอง

            เจคกำหมัดแน่นพยายามหักห้ามความรู้สึกไม่ให้ต่อยกำแพงหรือพื้นดิน ก่อนจะถามออกัสด้วยเสียงที่สั่นเทาว่า

            “แล้วเขารู้เรื่องนี้หรือยัง”

            ออกัสรู้ว่า ‘เขา’ ที่ฝ่ายพูดถึงนั้นคือใครจึงตอบเจคไปว่า

            “ไลลากำลังไปแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าชายอยู่ไม่ต้องกังวลไปหรอก”

            เจคถามออกัสด้วยน้ำเสียงกังวล

            “คุณจะพาเนียกลับมาหาพวกเราได้ใช่ไหม”

            ออกัสสบตาอีกฝ่ายแม้ว่าเขาจะเพิ่งข้องแวะกับพวกเจคได้ไม่นานนัก แต่เขาก็คุ้นชินกับเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ที่เอาแต่เรียกเจ้าชายว่าไอ้ปีศาจอยู่เสมอ

            “พวกเราไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลไปแน่ เพราะว่าหนึ่งในคนที่ถูกลักพาตัวก็คือคุณหนูมีเรียลูกสาวของดยุคหาเลออน ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องตามหาตัวพวกมันให้เจอแล้วให้พวกมันชดใช้ความผิดที่ได้ก่อ”

             

            ในเวลาเดียวกันนั้นภายในพระราชวังเออรฺ์วินกับน้องสาวของเขาเรเชลก็กำลังนั่งเล่นหมากล้อมกันอยู่ สายตาของเออร์วินจ้องมองหมากขาวและดำบนกระดาน ในมือของเขาคีบหมากสีขาวเอาไว้ขณะที่ตัดสินใจได้เขาก็กำลังจะวางหมากก็มีสาวใช้นางหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีแตกตื่น

            “เจ้าชายเพคะเจ้าชายเพคะ”

            เรเวนกับแม็กกี้หันไปมองสาวใช้คนนั้นพบว่าด้านหลังเธอมีไลลาเดินตามมาด้วย ส่วนเรเชลเธอทำเป็นไม่สนใจ เออร์วินถามกลับโดยไม่หันไปมองเธอว่า

            “มีอะไรหรอครับ”

            “ท่านอัศวินหญิงไลลาบอกว่ามีเรื่องจะกราบทูลเพคะ”

            วันนี้ที่ได้ฟังอีกฝ่ายเออร์วินก็ละสายตาจากกระดานขึ้นมามองไลลา ไลลาก็เดินเข้าไปวางฝ่ามือบนด้ามดาบแล้วก็ค้อมกายทำความเคารพ

            “เรียนเจ้าชายตอนนี้เกิดปัญหาขึ้นเพคะ”

            “ปัญหา?”

            “คือว่าได้เกิดการลักพาตัวขึ้นเพคะและคนที่ถูกลักพาตัวไปก็คือคุณหนูมีเรียที่เป็นลูกสาวของท่านดยุค”

            เออร์วินที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้ว เพราะเขามั่นใจว่าเวลาพวกคนลักพาตัวทำการเลือกเหยื่อ เด็กผู้หญิงอย่างมีเรียจะจัดไม่อยู่ในเหยื่อกลุ่มแรกเด็ดขาด สาเหตุก็เพราะว่าชาติกำเนิดของเธอนั้นสูงส่งเกินไป ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอสิ่งที่ตามมาก็คือการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว แล้วจะเป็นอันตรายกับพวกเขา เพราะเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติที่แล้วก็คือพวกกลุ่มคนชายขอบที่ไม่มีใครให้ความสำคัญมากกว่า

            เพราะขนาดในโลกเก่าของเขาก็มีฆาตกรต่อเนื่องหลายคนที่สามารถลงมือได้หลายครั้ง เหตุเพราะว่าคนที่ลงมือนั้นเป็นแค่คนชายขอบ เมื่อตำรวจรู้เรื่องก็แค่รับแจ้งความพอเป็นพิธีเท่านั้น เว้นแต่จะมีการเรียกค่าไถ่ที่จะเลือกเหยื่อที่มีฐานะ แต่ในโลกนี้ก็ไม่ค่อยเกิดเรื่องลักพาตัวเรียกค่าไถ่เท่าไหร่

            ขณะที่เออร์วินกำลังสงสัยไลลาก็พูดอีกว่า

            “นอกจากนี้เรายังพบว่ามีเด็กผู้หญิงหรือหญิงสาวหลายคนถูกลักพาตัวเช่นเดียวกันเพคะ แถมหนึ่งในนั้นยังมีเด็กผู้หญิงที่มีชื่อว่าเนียรวมอยู่ด้วย”

            ทันทีที่เออร์วินได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งรู้สึกสงสัย เพราะเขาเพิ่งเตือนเจคไปไหนวันนี้ แต่ชีวิตเตือนปุ๊บโดนลักพาตัวปั๊ปเสียอย่างนั้น แต่ก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เขาสงสัย เพราะคนพวกนี้ไม่มีทางจะลงมือซึ่งหน้าเด็ดขาด”

            “ไม่ทราบว่ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับ”

            “คือว่าลิลลี่เธอได้ตามกลิ่นของมีเรียแล้วก็พบว่าอยู่ๆ ร่องรอยก็ขาดหายไป เธอบอกว่ามันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่อยู่ในกรงขังทาสเพคะ นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุเธอยังได้พบกับถุงกระดาษและบนตัวถุงนั้นมีกลิ่นของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งและกลิ่นของเจ้าชายด้วยเพคะ”

            เออร์วินที่ได้ฟังก็เข้าใจในขณะที่เรเชลได้ยินว่าพี่ชายของเธอไปเกี่ยวข้องอะไรกับเด็กผู้หญิง จึงหรี่ตาแต่ไม่แสดงสีหน้าอาการใดๆ

            “แล้วตอนนี้ได้ทำการปิดเมืองและตรวจคนแล้วใช่ไหมครับ”

            ไลลาพยักหน้า

            “ทำการตรวจค้นอยู่เพคะเมืองเมืองนี้ก็ไม่ใช่เที่ยวที่ใหญ่โตอะไรนักคาดว่าตรวจอีกไม่นานก็คง…”

            ไม่รอให้ไลลาพูดจบเออวินก็พูดขัดว่า

            “วันนี้มีรถมาออกจากเมืองไหมครับ”

            “ฮะ?” ไลลาอุทานออกมาก่อนจะตอบว่า “เรื่องนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบเพคะ แต่คาดว่าคงมีแน่เพราะในช่วงนี้ทุกวันล้วนมีคนที่มาทำการค้าขายที่เมืองนี้ แล้วก็คนที่เดินทางจากไปเพคะ”

            “จำกัดระยะเวลาที่ออกจากเมืองครับเพราะเมื่อตอนประมาณบ่ายผมยังอยู่ที่บ้านของพวกคุณเจค การที่คุณเนียมถูกลักพาตัวต้องเป็นระยะเวลาหลังจากนั้น ลองตรวจสอบดูครับว่าในตอนบ่ายมีรถม้าออกจากเมืองไหมแล้วก็ส่งคนสัก 2-3 คนครับ ไปตรวจดูน็อคมาให้หน่อยครับว่ามีร่องรอยของการใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไหม”

            การตรวจสอบร่องรอยการใช้เวทย์ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย มันเป็นงานที่น้อยคนนักจะทำได้เพราะทุกแต่ทุกการใช้เวทย์บางครั้งจะลงเหลือร่องรอยสักระยะเวลาหนึ่งก่อนจะหายไป ถึงไม่รู้ว่ามีการใช้เวทย์มนต์อะไรแต่ก็จะสามารถรับรู้ได้ว่ามีการใช้เวทมนต์ แต่ในบรรดาเวทย์มนต์ทั้งหมดมีเพียงประเภทเคลื่อนย้ายเท่านั้นที่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก

            ไลลาเข้าใจเรื่องการตรวจสอบร่องรอยการใช้เวทย์มนต์แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเออร์วินถึงมั่นใจว่าจะมีการใช้เวทย์เคลื่อนย้าย

            “เอ่อ…เจ้าชายเพคะทำไมเจ้าชายถึงถึงทรงคิดว่าอาจจะมีการใช้เวทย์เคลื่อนย้ายเพคะ”

            เออร์วินหยิบมาสีขาวขึ้นมาดูมันก่อนจะตอบเธอว่า

            “คนพวกนี้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายเป็นธรรมดาที่จะต้องเหลือทางนี้ทีไล่ไว้อยู่แล้วครับ โดยเฉพาะคราวนี้เขาลงมือกับลูกหลานขุนนาง ต่อให้เป็นเมืองเล็กๆ ก็ตาม ก็ไม่ใช่อะไรที่พวกเขาจะรับมือได้ รายการที่พวกเขาเลือกจะลงมือกับคุณมีเรียถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองเก่งกว่าก็ต้องมั่นใจว่าพวกตัวเองหนีรอด ดังนั้นเวทย์เคลื่อนย้ายจึงเป็นตัวเลือกครับ และผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะต้องเป็นจารึกมนตราแน่ เพราะบันทึกหาซื้อได้ง่ายราคาก็ไม่สูงนัก”

            ไลลาที่ได้ฟังก็รู้สึกว่ามีเหตุผลแต่ถ้าเป็นตามที่เจ้าชายคนนี้พูดก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง

            “แล้วแบบนี้พวกเราจะช่วยเด็กเหล่านั้นทันไหมเพคะ เพราะคนพวกนั้นจะไปที่ไหน หรือไม่เคลื่อนย้ายนั่นพาพวกเขาไปโผล่ที่ไหนพวกเรายังไม่รู้เลย”

            เออร์วินยิ้มอย่างใจเย็นก่อนจะตอบว่า

            “ช่วยทันแน่ครับฝากนำการวิเคราะห์เหล่านี้ไปบอกคุณเจคคด้วยนะครับ เมืองที่ใกล้กับไพร์ล็อกมากที่สุดมีแค่ 2 เมือง ถ้าเยื้องขึ้นถ้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือก็จะเจอกับเมืองริเวอร์วิวของอาณาจักรเซลเวเรีย แต่ถ้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ก็จะเจอกับป้อมปราการแอสทราวินของอาณาจักรดราโกวิช ถ้ามุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเลยตามแผนที่ก็จะมีเมืองอยู่แน่นอน เพียงแต่ว่ามันไกลและก็อันตรายเกินไป เพราะต้องฝ่าป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร มอนสเตอร์ แล้วก็สัตว์ที่กลายพันธุ์ ดังนั้นจะเหลือแค่ 2 เมืองนี้ครับ”

            ไลลาที่ได้ฟังก็สรุปได้ว่า

            “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็น 1 ใน 2 เมือง…”

            “เป็นเมืองริเวอร์วิวไม่ผิดแน่นอนครับ”

            “เอ๊ะ?” ไลลาอุทานออกมา ซึ่งไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นแม้แต่เร็วใน กับแม็กกี้ที่ได้ยินบทสนทนาก็ยังรู้สึกแปลกใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าชายถึงมั่นใจว่าเป็นเมืองนี้ โดยเฉพาะแม็กกี้นั้นในสายตาของเธอไม่เคยมองป้อมปราการแอสทราวินเป็นเมืองที่ดีมาตลอด ซึ่งสาเหตุก็เพราะเธอมองว่าอาณาจักรดราโกวิชเป็นศัตรู ดังนั้นเธอจึงไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าชายถึงมั่นใจว่าเป็นเมืองริเวอร์วิวของอาณาจักรเซลเวเรีย ในขณะที่เรเวนนั้นให้ความสนใจในการอธิบายเหตุผลของเด็กชายมากกว่า

            เออร์วินที่เหมือนจะคาดเดาได้ว่าเธอจะต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้จึงอธิบายอีกว่า

            “คนพวกนี้เป็นพ่อค้าทาสดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือการขายพวกเด็กหรือผู้หญิงที่จับตัวมา และสิ่งจำเป็นก็คือตลาดครับเพียงแต่ว่าอาณาจักรดราโกวิชแม้จะมีระบบทาส แต่พวกเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทาสเท่าไหร่นัก ซึ่งสาเหตุก็เพราะต้องการคนที่ออกรบได้ครับ จะเป็นผู้มีพลังไม่อ่อนด้อยหรือจะเป็นคนชนชั้นต่ำยังไงก็ช่าง ขอแค่สามารถออกรบได้ล้วนได้รับความสำคัญครับ เขาจึงมองว่าการมีอยู่ของทาสเหมือนเป็นการขัดขวางการสร้างทหารของพวกเขา เพราะทาสส่วนใหญ่มักไม่มีประสิทธิภาพในการออกรบทั้งยังเหลือเสบียงและทำให้การเคลื่อนทัพช้าลง แทนที่จะเปลี่ยนคนให้กลายเป็นทาสสู้เปลี่ยนให้กลายเป็นทหารดีกว่า ต่อให้คนๆนั้นเป็นผู้มีพลังไม่อ่อนด้อยก็จะถูกชดเชยด้วยอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถออกรบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพราะเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นอาณาจักรใหญ่แห่งที่ 8 ครับ”

            ไลลาที่เดียวกับอีกฝ่ายพูดก็นึกขึ้นได้ว่านี่คือเรื่องพื้นฐานที่เธอเองก็รู้เกี่ยวกับอาณาจักรดราโกวิชเช่นกัน เออร์วินก็อธิบายต่ออีกกว่า

            “ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นฝ่ายที่ต้องการขายเด็กและผู้หญิงที่ถูกจับมาก็มีแต่จะมุ่งหน้าไปที่อาณาจักรเซลเวเรียเท่านั้น เพราะอาณาจักรนี้ให้ความสำคัญกับเวทย์มนตร์แบบสุดโต่ง เหมือนที่อาณาจักรทั่วไปทำกัน และแรงงานส่วนใหญ่ของอาณาจักรนี้ก็เป็นแรงงานทาส การที่คนพวกนี้จะมุ่งหน้าไปที่อาณาจักรเซลเวเรียจึงเป็นความคิดที่สมเหตุสมผลครับ เพราะถ้าเป็นที่อาณาจักรนี้ก็สามารถมั่นใจได้ว่ายังไงก็ขายได้ ไม่ต้องมาเสี่ยงเดินทางไปอาณาจักรดราโกวิช แล้วพบว่าขายทาสไม่ได้เลยสักคนเดียว”

            ไลลาที่ได้ฟังก็ถามเขาอีกว่า

            “แล้วถ้าหากว่าคนพวกนั้นใช้เวทย์เคลื่อนย้ายตามที่เจ้าชายบอกเพคะป่านนี้คนพวกนั้น…”

            “ไปได้ไม่ไกลหรอกครับ”

            “เอ๊ะ?”

            “คนพวกนั้นแน่นอนว่าต้องมีกันหลายคนเมื่อบวกคนที่ถูกจับตัวมาอีกก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เวทย์เคลื่อนย้ายที่พวกเขาใช้คงพาไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ครับ จุดประสงค์ก็แค่ว่าไม่ต้องการเหลือล่องลอยให้พวกเราตามไปก็แค่นั้น ตอนนี้คงอยู่ระหว่างเส้นทางจากเมืองไพร์ล็อกนั่นแหละครับ”

            ไลลาฟังการวิเคราะห์ของเจ้าชายแม้ว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าชายคนนี้ไม่ได้ไร้ความสามารถผิดกับพลังเวทย์ที่เขามี ซึ่งหากมองข้ามพลังเวทย์ของเจ้าชายแล้วทักษะอื่นๆ เรียกได้ว่าน่าทึ่ง โดยเฉพาะพลังใจที่แม้ขนาดอยู่ต่อหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ยังดูชิวอยู่ได้ ผิดกับพวกเธอที่เล่นเอานอนไม่หลับไปหลายคืน เดิมเธอเองนั้นก็เหมือนกับทหารหรืออัศวินคนอื่นๆ ที่มาว่าเขาเป็นแค่เจ้าชายขยะซึ่งไม่สมควรกับฐานะที่เขามี แต่พ่อบุญธรรมของเธอก็มักจะพูดกับเธออยู่เสมอว่า พลังเวทย์ไม่ใช่ทุกอย่างและเจ้าชายก็ไม่ใช่เศษขยะ จนเมื่อเธอได้เข้าเป็นอัศวินฝึกหัดและได้รู้เรื่องของเจ้าชาย เธอก็ยิ่งรู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กผู้ชายอายุ 10 ขวบคนหนึ่ง จัดแสดงศักยภาพออกมาได้ขนาดนี้ทั้งที่เกิดมามีพลังเวทย์อ่อนด้อย จนตอนที่เธอได้รับหน้าที่ให้คอยดูแลอารักขาเจ้าชายอยู่ห่างๆ ตอนที่เขาสวมบทเป็นนักล่าค่าหัว เธอก็ยิ่งค้นพบว่าจำนวนผู้ใช้เวทย์ระดับที่สูงกว่า แต่กลับต้องจบด้วยเงื้อมือของเด็กอายุ 10 ขวบคนนี้ เรียกได้ว่ามีไม่รู้เท่าไหร่

            ไลลาทำความเคารพเจ้าชายก่อนจะตอบว่า

            “เดี๋ยวหม่อมฉันฉันแจ้งเรื่องนี้กับท่านพ่อเพคะ”

            ทว่าเออร์วินกลับพูดว่า

            “เรื่องนั้นยังไม่ต้องรีบก็ได้ครับรอเย็นๆ หน่อยค่อยแจ้งก็ได้ เพราะถึงยังไงนี่ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของผม และต่อให้มันเป็นจริงตามที่ผมกล่าว พวกคุณมีเรีย คุณเนียแล้วก็คนอื่นๆ คงยังไม่ต้องเป็นห่วงมากนักหรอกครับ เพราะพวกเขาคงไม่สามารถเดินทางถึงเมืองริเวอร์วิวได้ใน 2-3 วันนี้ แล้วผมต้องการจะใช้โอกาสนี้ทำอะไรบางอย่างด้วย”

            ไลลามองเด็กชายด้วยความแปลกใจไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่เธอก็ทำความเคารพเขา ขณะหมุนตัวเดินจากไปแต่แล้วเธอก็ชะงักก่อนจะหันมาพูดกับเขาว่า

            “แล้วก็เจ้าชายเพคะคือว่าลิลลี่เธอรู้สึกผิดมากเลยที่ละสายตาจากคุณหนูมีเรีย และทำให้เพื่อนของเจ้าชายต้องถูกจับไปด้วยถ้ายังไงรบกวนเจ้าชายช่วยปลอบโยนเธอหน่อยจะได้ไหมคะ”

            เออร์วินรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ลิลลี่รู้สึกผิดเรื่องแบบนี้ด้วย แต่เมื่อคิดดูถึงเด็กผู้หญิงที่มีนิสัยตรงไปตรงมาคนนั้นก็ไม่รู้สึกแปลกใจ เขายิ้มแล้วบอกว่า

            “รับทราบแล้วครับเดี๋ยวผมจะช่วยปลอบโยนเธอให้”

            จนเมื่อไลลากลับไปแล้วเออร์วินก็หันมาพูดกับน้องสาวเขาว่า

            “เรเชลเดี๋ยวพี่เล่นกับเธออีกแค่ตานี้ตาเดียวนะเหมือนว่าพี่จะมีธุระด่วน”

            เรเชลแม้จะรู้สึกสงสัยในตัวเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเนีย และยังลูกสาวของดยุคกาเลออนคนนั้นอีก ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงต้องสนใจเรื่องเด็กผู้หญิงเหล่านี้ด้วยทั้งที่มีน้องสาวอย่างเธออยู่แล้วทั้งคน แต่เธอก็ยังสวมบทเป็นน้องสาวผู้ว่าง่ายตอบเขาไปว่า

            “ทราบแล้วค่ะท่านพี่” ก่อนเธอจะถามอีกว่า “ว่าแต่ท่านพี่สนิทกับคุณมีเรียแล้วก็เด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเนียอะไรนั่นเหรอคะ”

            “ฮะ?” เออร์วินอุทานออกมา


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643