อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__46_ ผู้มาเยือนจากแก๊งอินทรี

    เมื่อได้ยินคำพูดจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ใบหน้าของ ติงลี่ ซีดเผือดในทันที คนจากแก๊งอินทรีต้องการที่จะมาล้างแค้นอย่างนั้นเหรอ?

    “ติงจื่อ คนจากแก๊งอินทรีจะมาทำอะไรที่นี่?”

    หลี่หานโฮ่ว สังเกตเห็นสีหน้าของ ติงลี่ จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

    “พวกมันเป็นแก๊งมาเฟียจากโลกใต้ดิน แน่นอนว่าพวกมันจะต้องมาก่อปัญหา”

    น้ำเสียงของ ติงลี่ สั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว เมื่อไม่กี่วันนี้ก็ไร้ซึ่งวี่แววจากพวกแก๊งอินทรีมาโดยตลอด เขายังคิดว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ไม่คาดคิดว่าพวกมันจะโผล่ออกมาในตอนนี้!

    “งั้น เดี๋ยวฉันจะไปไล่พวกมันกลับไปเอง!”

    หลี่หานโฮ่ว ได้ยินว่าพวกมันจะมาก่อปัญหา แววตาจึงแวบประกายขึ้น เมื่อตอนเที่ยงเขาเพิ่งจะกินข้าวไป พอดีเลยตอนนี้เขาต้องการที่จะออกกำลังกายย่อยที่กินไปสักหน่อย!

    “พวกมันมากี่คน?”

    เซียวเฉิน เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ

    “3 คนครับ”

    “อะไรนะ? แค่ 3 คน?”

    เซียวเฉิน นิ่งอึ้งไป หากว่าบอกว่า 30 หรือแม้กระทั่ง 300 เขายังไม่รู้สึกตกใจ แต่ว่าพวกมันกลับมากันแค่ 3 คนเท่านั้นเองเหรอ? หรือว่าพวกที่มาจะเป็นพวกที่เป็นยอดฝีมือกัน?

    ติงลี่ ก็เบิกตากว้าง “3คน? พี่จาง พี่แน่ใจนะว่าไม่ใช่ 300 คน?”

    “แค่ 3 คน กวงโถเซ่อ พาลูกน้องมาด้วยแค่ 2 คน ดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหา มันบอกว่ามีเรื่องบางอย่างอยากจะคุยกับหัวหน้าเซียว”

    “มีเรื่องอยากจะคุย? ฮ่าๆๆ ไป ไปดูสิว่าพวกมันคิดจะทำอะไร”

    เมื่อมาถึงแผนกรักษาความปลอดภัย เซียวเฉิน ได้พบกับ กวงโถเซ่อ และพรรคพวกของมัน

    ในขณะเดียวกัน กวงโถเซ่อ ก็เห็น เซียวเฉิน เช่นกัน แววตาของมันแว่บขึ้นด้วยความเกลียดแค้น แต่จิตใต้สำนึกได้สั่งการให้มันลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ โดยไม่ได้แสดงความเย่อหยิ่งจองหองแบบครั้งที่แล้วเลยสักนิด

    “พี่เซ่อเองงั้นเหรอ? ที่มาในครั้งนี้มีเรื่องอะไรต้องการจะสั่งสอนผมรึไง?”

    ส่วน เซียวเฉิน ก็นั่งลงทันที เขาพาดขาทั้ง 2 ข้างลงบนโต๊ะ แล้วกวาดสายตามองไปที่ผ้าพันแผลที่อยู่บนข้อมือของ กวงโถเซ่อ จากนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงธรรมดา

    “หัวหน้าเซียว ที่ฉันมาในวันนี้ก็มาเป็นตัวแทนของลูกพี่ใหญ่”

    แม้ว่าท่าทางของ เซียวเฉิน จะทำให้ กวงโถเซ่อ รู้สึกอึดอัดมาก แต่มันก็ไม่กล้าทำตัวเย่อหยิ่ง นอกจากความทรงจำที่แสนเจ็บปวดในวันนั้นแล้ว หลิวต้าขุย ก็ได้บอกมาว่า เซียวเฉิน นั่นเป็นยอดฝีมือขั้น 1 ซึ่งทำให้มันกลัวเกรงอย่างมาก!

    ในโลกใต้ดิน เพียงแค่ยอดฝีมือที่อยู่ขั้น 2 ก็หาได้ยากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยอดฝีมือขั้นที่ 1!

    ดังนั้นมันจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา!

    และเหตุผลที่มันมาเพื่อพูดคุยในวันนี้ก็เป็นเพราะว่า เซียวเฉิน นั้นเป็นยอดฝีมือขั้นที่ 1!

    “ลูกพี่ของแกงั้นเหรอ? มันเป็นใคร?”

    เซียวเฉิน หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ติงลี่ จดจ้องช่วงเหตุการณ์นี้เป็นพิเศษ เขาสูบบุหรี่เข้าไปแล้วพ่นควันออกมา

    “ลูกพี่ของฉันก็คือ หวงซิง!”

    “ฉันไม่รู้จัก”

    เซียวเฉิน ส่ายหน้า แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเขามาที่หลงไห่แล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็มักจะคบค้าสมาคมกับกองกำลังที่ทรงอิทธิพลที่สุดเท่านั้น พวกแก๊งอินทรีที่อยู่เพียงแค่ขั้นที่ 2 ในโลกใต้ดิน ไม่อยู่ในสายตาของเขา

    ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่า หวงซิง นั้นเป็นตัวอะไร!

    แต่ว่า กวงโถเซ่อ ไม่ได้คิดเช่นนั้น ในพื้นที่ตรงนี้ ย่อมไม่มีใครรู้จักลูกพี่ของมัน หรือว่าเจ้าเด็กนี่ตั้งใจกันแน่?

    ลูกน้องทั้ง 2 ที่อยู่เบื้องหลังของมัน มีใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว หากไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ กวงโถเซ่อ ได้อธิบายให้กับพวกมันเป็นพิเศษ ตอนนี้พวกมันก็คงพุ่งชกเข้าไปที่หน้าของ เซียวเฉิน ไปแล้ว

    “พี่เฉิน หวงซิง เป็นหนึ่งในแกนนำของแก๊งอินทรี”

    ติงลี่ ลอบกระซิบ

    “อ้อ ที่แท้เป็นแกนนำ ฉันนึกว่าจะเป็นลูกพี่ใหญ่ของแก๊งอินทรีซะอีก”

    เซียวเฉิน ยกยิ้มมุมปาก ต่อให้เป็นลูกพี่ใหญ่ของแก๊งอินทรีก็ไม่อยู่ในสายตาของเขา นับประสาอะไรกับแค่แกนนำกระจอกๆ

    “......”

    ปากของ กวงโถเซ่อ กระตุก 2-3 ครั้ง ใบหน้ากลายเป็นหมองคล้ำลง “ภายในแก๊งอินทรีมีแกนนำอยู่ทั้งหมด 4 กลุ่ม ลูกพี่ หวงซิ่ง ของฉันเป็นแกนนำกลุ่มเหยี่ยว ซึ่งกลุ่มเหยี่ยวมีสมาชิกอยู่ทั้ง 3,000 คน!”

    “สมาชิก 3,000 คน? ฮ่าๆๆๆ ไม่น้อยเลยนะ” เซียวเฉิน หัวเราะ แต่ทันใดนั้นก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “คิดจะข่มขู่ฉันอย่างงั้นเหรอ?”

    “........”

    “บอกมาเถอะ ลูกพี่ของแกต้องการอะไร?”

    “ลูกพี่ของฉันจะมีงานเลี้ยงที่ ‘ซินเทียนตี้’ คืนนี้ตอน 2 ทุ่ม เขาต้องการเชิญแกเข้าร่วมงานด้วย” กวงโถเซ่อ สะกดข่มความโกรธลง แล้วเอ่ยเสียงต่ำ

    “เชิญฉันเนี่ยนะ? ฮ่าๆๆๆ จะใช้งานเลี้ยงนี้วางแผนการชั่วร้ายอย่างงั้นเหรอ?” เซียวเฉิน เอ่ยหยอกล้อพร้อมกับหัวเราะ

    “ไม่ใช่ เขาเพียงแค่อยากจะทำความรู้จักกับแก ทำไมแกจะหักหน้าเขาอย่างงั้นหรือ?”

    “หักหน้า? ฉันไม่รู้จักแม้แต่ลูกพี่ของพวกแก แล้วจะให้ไว้หน้าเขาทำไม? เขาหน้าใหญ่มากงั้นเหรอ?”

    เซียวเฉิน พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ

    “เด็กน้อย แกคิดว่ากำลังพูดอะไรอยู่! ลูกพี่ของเราอุตส่าห์เชิญแกไปเข้าร่วม เขาให้ความสำคัญกับแกขนาดนี้ แกก็อย่าสำคัญตัวผิดไปนะ...”

    ในที่สุดลูกน้องคนหนึ่งของ กวงโถเซ่อ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ในพื้นที่นี้ ไม่มีใครกล้าหยิ่งทระนงต่อหน้าแก๊งอินทรี เจ้าเด็กน้อยคนนี้ถือดียังไง ถึงกล้าทำตัวแบบนี้!

    ปัง

    โดยไม่ทันพูดจบ หลี่หานโฮ่ว มีสีหน้าหมองคล้ำลง เขาก้าวไปข้างหน้า ส่งอีกฝ่ายบินกระเด็นออกไป มันลอยไปกระแทกกำแพงอย่างหนักหน่วง ปากกระอักเลือดออกมากองใหญ่

    “กล้าด่าพี่เฉินเหรอ ฉันจะฆ่าแก!”

    หลี่หานโฮ่ว ตะโกนเสียงดัง จากนั้นก็กลับไปอยู่ข้างกาย เซียวเฉิน

    “........”

    กวงโถเซ่อ มองเห็นลูกน้องของตนกระอักเลือด แล้วหันกลับไปมอง หลี่หานโฮ่ว ดวงตามันหดลง เจ้าเด็กคนนี้เป็นใครกัน?

    ลูกน้องอีกคนกลืนคำสบถกลับลงไป เมื่อมันเห็นสภาพของเพื่อน มันก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่ยังไม่พูดออกไป ไม่อย่างนั้นมันเองก็คงต้องกระอักเลือดแล้วลงไปนอนกองอยู่บนพื้นเหมือนกัน!

    “หัวหน้าเซียว นี่หมายความว่ายังไง? ฉันมาด้วยความจริงใจนะ!”

    กวงโถเซ่อ กัดฟันเอ่ยถาม

    “ไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น ในเมื่อมันไม่สามารถความคุมปากของตัวเองได้ มันก็จะต้องถูกจัดการแค่นั้น!” เซียวเฉิน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สำหรับที่แกบอกว่าความจริงใจ มันอยู่ที่ไหน? ทำไมฉันไม่เห็นเลยสักนิด?”

    “ฉันพาลูกน้องมาด้วย 2 คน นี่ยังไม่จริงใจอีกงั้นเหรอ?”

    “ฮ่าๆๆ หากว่าแกพาคนมาสัก 200 คน มืออีกข้างของแกก็ยังหักได้ เชื่อไหม?”

    “แก.....” กวงโถเซ่อ อ้าปากค้าง และพูดขึ้น “หัวหน้าเซียว แกมีฐานะเป็นแค่ยอดฝีมือขั้นที่ 1 แต่ไม่มีความกล้าที่จะไปงานเลี้ยง?”

    ยอดฝีมืออันดับที่ 1?

    เซียวเฉิน นิ่งอึ้งไป จากนั้นระเบิดเสียงหัวเราะ ดูเหมือนว่าไอ้โง่นี่ยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน!

    “หัวหน้าเซียว ในเมื่อฉันมาเชิญแกแล้ว แกจะไปหรือไม่มันก็แล้วแต่แก...แต่ว่าฉันขอเตือนแกเอาไว้อย่าง อย่าคิดว่าเป็นศัตรูกับแก๊งอินทรี แล้วจะอยู่ในหลงไห่ได้สบาย ๆ นะ!”

    “แกกำลังข่มขู่ฉันเหรอ?”

    “ฉันเพียงแค่เตือนแก” กวงโถเซ่อ พูดจบ ก็หันไปบอกกับลูกน้อง “พวกเรากลับ!”

    “พี่เฉิน ยังไม่ได้ปล่อยให้แกไปสักหน่อย!”

    หลี่หานโฮ่ว อ้าแขนทั้ง 2 ข้างขวางทางของพวกมัน เขาจ้องเขม็งไปที่ กวงโถเซ่อ แล้วเอ่ยตะโกน

    กวงโถเซ่อ หยุดก้าวเดินต่อ หากก่อนหน้านี้เขาใส่อารมณ์ เขาคงเตะใส่ หลี่หานโฮ่ว ไปแล้ว แต่หลังจากที่ตระหนักได้ว่ายักษ์คนนี้มีความร้ายกาจมากขนาดไหน เขาก็หมดความกล้า… และอีกอย่างด้านข้างของเขายังมียอดฝีมือขั้นที่ 1 อยู่อีก!

    “ต้าหาน ปล่อยพวกมันไป!”

    เซียวเฉิน เปิดปากพูด

    “ครับ พี่เฉิน”

    หลี่หานโฮ่ว พยักหน้า แล้วก็เปิดทางให้

    กวงโถเซ่อ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในตอนที่มันกำลังจะพาลูกน้องกลับไป ก็มีเสียงดังตามหลังมันขึ้นมา “กลับไปบอกลูกพี่ของพวกแกด้วย คืนนี้เดี๋ยวฉันจะไปตามนัด”

    “ได้!”

    กวงโถเซ่อ มองเห็น เซียวเฉิน ตอบตกลง แววตาก็เปล่งประกาย จากนั้นก็ไม่หันกลับมามองอีก

    “พี่เฉิน คืนนี้พี่จะไปจริง ๆ เหรอ?”

    เมื่อเห็น กวงโถเซ่อ ไปแล้ว ติงลี่ ก็รีบถามขึ้น

    “ฮ่าๆๆ มีคนเชิญไปกินเลี้ยงทั้งที ต้องไปอยู่แล้วสิ”

    เซียวเฉิน พูดพร้อมหัวเราะ

    “นี่เป็นงานเลี้ยงเพื่อวางแผนชั่วร้าย เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงภายใต้งานเลี้ยงนี้!”

    ติงลี่ รู้สึกเป็นกังวล เลยเอ่ยเตือนเขา

    “งานเลี้ยงเพื่อวางแผนการณ์อย่างงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆๆๆ นายให้ความสำคัญพวกมันมากเกินไปแล้ว!”

    เซียวเฉิน ยิ้มเบาๆ

    “พี่เฉิน ในเมื่อมีคนเชิญกินข้าว พี่จะพาฉันไปกินด้วยได้ไหม?”

    หลี่หานโฮ่ว เปิดปากถามขึ้น

    เซียวเฉิน จ้องมอง หลี่หานโฮ่ว จากนั้นก็หัวเราะ แม้ว่าเด็กคนนี้จะซื่อ แต่ก็ไม่ได้โง่ เห็นได้ชัดว่าเขารู้สถานการณ์ในคืนนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าต้องการจะไป เขาจึงใช้เหตุผลนี้แทน

    “ตกลง ฉันจะพานายไปกินข้าวด้วยกัน”

    “ฮ่าๆๆๆ ตอนบ่ายนี้ฉันออกแรงมากไปหน่อย สงสัยคืนนี้คงจะกินได้เยอะแน่ ๆ เลย!”

    “......”

    ติงลี่ กลายเป็นไร้คำพูดไป นี่เป็นงานเลี้ยงของแก๊งอินทรีนะ 2 คนนี้คิดอะไรอยู่? คิดว่าเป็นงานแต่งงานหรือยังไง?

    แต่ว่าเมื่อเขามองไปที่ เซียวเฉิน สลับกับมอง หลี่หานโฮ่ว ก็กัดฟันแล้วพูดขึ้น “พี่เฉิน ถ้าพี่อยากจะไป งั้นผมก็จะไปกับพี่ด้วย!”

    ในเมื่อ หลี่หานโฮ่ว จะไปด้วย เซียวเฉิน ก็ยังไม่แปลกใจ แต่เมื่อ ติงลี่ เปิดปากพูดคำนนี้ออกมา ทำให้เขารู้สึกเหนือความคาดหมาย!

    ไม่ใช่เพราะอื่นใด เพราะเด็กคนนี้ขี้ขลาดเกินไป เมื่อได้ยินว่ากวงโถเซ่อมา เขายังเกิดความกลัวจนขาสั่น… เห็นได้ว่าเขารู้สึกกลัวมากแค่ไหน!

    คาดว่าในสายตาของเขา งานเลี้ยงคืนนี้คงจะมีแต่พวกอันตราย ๆ มารวมตัวกันอย่างแน่นอน!

    แต่พอรู้แบบนี้แล้วก็ยังเอ่ยปากขอตามมาด้วย นี่ทำให้ เซียวเฉิน รู้สึกแปลกใจขึ้นในเวลาเดียวกัน และยังเกิดความรู้สึกประทับใจ

    “ติงลี่ พวกเราแค่ 2 คนก็พอแล้ว นายอย่าไปเลย”

    เซียวเฉิน ส่ายหน้า เขาคิดสะระตะเรื่องนี้ดีแล้ว ตัวเขามีความสามารถที่จะหลบหนีได้ ส่วน หลี่หานโฮ่ว ก็มีพละกำลังที่แข็งแกร่งไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด แต่ ติงลี่ ไม่ได้ เพราะว่าในอนาคตแก๊งอินทรีอาจจะไปล้างแค้นกับเขาแล้วเขาจะทำยังไง?

    ดังนั้น เขาจึงไม่อยากลาก ติงลี่ เข้ามาพัวพันด้วย!

    “พี่เฉิน พวกพี่ไปได้ แล้วทำไมผมจะไปไม่ได้? เป็นเพราะผมขี้ขลาดอย่างงั้นเหรอ? หรือว่าผมไม่แข็งแกร่งพอ? ใช่ผมมันเป็นคนขี้ขลาด ทั้งยังไร้ซึ่งพละกำลัง แต่พี่เฉิน พี่เป็นลูกพี่ของผม พี่กำลังจะเหยียบเข้าถ้ำเสือ แต่ผมกลับไม่สามารถไปด้วยได้อย่างงั้นเหรอ?”

    ติงลี่ ตะโกนเสียงดัง

    เหยียบเข้าถ้ำเสือ?

    เซียวเฉิน ลอบยิ้มเย็น แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความภักดีจาก ติงลี่

    “ติงลี่ ที่ฉันไม่ให้นายไป ก็เพราะว่านายเป็นคนดี นายไม่ควรจะเข้ามาอยู่ในโลกใต้ดิน....”

    “พี่เฉิน พี่ไม่ได้บอกเหรอว่าจะให้ผมฝึกฝนความกล้าหาญ? ผมคิดว่า คืนนี้เป็นโอกาสที่ดี พี่พาผมไปด้วยเถอะ...” ติงลี่ พูดอ้อนวอน

    “พี่เฉิน ให้ ติงจื่อ ไปด้วยเถอะ ฉันจะปกป้องเขาเอง!”

    หลี่หานโฮ่ว เห็นสภาพที่น่าสงสารของ ติงลี่ ก็เลยช่วยพูดแทนเขา

    เซียวเฉิน หันไปมอง หลี่หานโฮ่ว สลับกับ ติงลี่ เขาเกิดความลังเลขึ้น แต่ก็พูดออกมา “ติงลี่ ฉันไม่เคยหวังให้นายเป็นคนตัดสินใจหุนหันพลันแล่น นายจะต้องคิดถึงผลกระทบที่ตามมาด้วยถ้านายอยากจะไป เข้าใจไหม?”

    “หากว่านายไปด้วย ถ้าเกิดว่าการเจรจาในคืนนี้ไม่สำเร็จ ไม่ต้องพูดถึงความอันตรายที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเลย หลังจากเหตุการนี้ แก๊งอินทรีต้องตามล้างแค้นนายแน่ เมื่อถึงเวลานั้นนายอาจจะตกอยู่ในอันตราย หรือแม้กระทั่งถึงตายก็ได้!”

    ติงลี่ ได้ยินคำพูดนี้ ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป แม้กระทั่งร่างกายของเขายังเกิดอาการสั่น เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกกลัวมากขนาดไหน

    “ตอนนี้นายยังอยากจะไปอยู่อีกไหม? อย่าไปเลย ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นกับนาย” เซียวเฉิน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

    “ไม่ พี่เฉิน ผมจะไป!” ติงลี่ สูดลมหายใจ แล้วทำจิตใจให้มั่นคง “ในเมื่อมันอันตราย ผมยิ่งจะต้องไปให้ได้!”

    เซียวเฉิน เห็นถึงความแน่วแน่ของเขา ก็ไม่พูดอะไรอีก เขาพยักหน้า “ได้ งั้นคืนนี้พวกเราไปด้วยกัน!”

    “ครับ!”

    เซียวเฉิน ยิ้มแล้วตบไปที่บ่าของ ติงลี่ จากนั้นพูดว่า “อย่ากลัวไปเลย มีฉันกับต้าหานอยู่ด้วย นายจะต้องไม่เป็นอะไร”

    “ผม ผมไม่กลัว มันจะมีอะไรน่ากลัวกัน! หากต้องเจอกับอันตราย มันก็ไม่มีอะไรมากกว่ามีรอยแผล แต่ถ้าผ่านไปอีก 18 ปีก็จะมีฮีโร่โผล่ขึ้นมาอีกคน!” ในตอนที่ ติงลี่ พูด น้ำตาของเขาแทบจะหลั่งไหลออกมาแล้ว

    “ใช่ มันไม่มีอะไรน่ากลัว ไปกว่าการไม่มีกินข้าวสิน่า...” หลี่หานโฮ่ว ตะโกนขึ้น แต่เขาพลันขมวดคิ้ว แล้วถามอย่างสงสัย “แต่ว่า ติงจื่อ นายตัวสั่นอะไรเหรอ?”

    “.........”

    --------------------------