"เออ จะว่าไปแล้วพรุ่งนี้เขาจะเริ่มฝึกทหารแล้วสิน่ะ ฉันยังไม่พร้อมเลย "เป่ยหยวนเปิดประเด็นขึ้นมาขณะเคี้ยวอาหารในปากอย่างเอร็ดอร่อย
"ใช่แล้วพูดถึงเื่ฝึกทหารฉันเครียดขึ้นมาเลย เราเป็นักศึกษาน่ะไม่ได้เป็ทหาร" เจิ้งฟานบ่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยใจ เื่ของการฝึกทหารนั้นเป็เื่ที่เป็ที่พูดคุยกันเป็ประจำสำหรับนักศึกษาเข้าชั้นปี1
การฝึกทหารเป็ประเพณีที่มีมาเพื่อให้เหล่านักศึกษาใหม่ปฏิบัติ ซึ่งการฝึกทหารเป็การฝึกความพร้อมของร่างและฝึกความอดทน โดยส่วนมากนักศึกษาจะไม่ชอบการฝึกทหารเพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขามาเพื่อเรียนไม่ได้มาเพื่อออกรบ
หลินเทียนก็เคยได้ยินมาบ้างว่าการฝึกทหารนั้นโหดเป็อย่างมาก โดยในการฝึกทหารนั้นทางมหาวิทยาลัยจะเอาทหารจริงๆมาเป็ครูฝึก ซึ่งสามารถจินตนาการการได้ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไร
"ฉันว่า...ฉันไม่ไปฝึกน่ะ พอดีพรุ่งนี้ฉันมีธุระ"เหลียงเหว่ยพูดขึ้นท่ามกลางความกังวลของเป่ยหยวนเเละเจิ้งฟาน
"หาา...นายไม่กลัวทางมหาลัยทำโทษงั้นหรอ" เจิ้งฟานกล่าวถามเหลียงเหว่ยอย่างเป็ห่วง การฝึกทหารเป็สิ่งที่รัฐบาลบังคับให้ฝึกสำหรับนักศึกษาใหม่การที่เหลียงเหว่ยไม่ไปร่วมฝึกแบบนี้มันถือเป็การละเมิดกฎของรัฐบาล
"ไม่หรอกพอดีฉันให้พ่อของฉันคุยเื่นี้กับคณบดีแล้วน่ะ"เหลียงเหวายตอบกลับมาด้วยด้วยรอยยิ้ม
"เห้อ...เป็คนที่มีอำนาจนี่ดีจริงๆเลยน่ะ"เป่ยหยวนกล่าวขึ้นมาอย่างท้อแท้ และรู้สึกเศร้ากับชะตาของตัวเอง
..............
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงครึ่ง พรรคพวกของหลินเทียนก็กินอาหารกันเสร็จ ซึ่งค่าอาหารรวมเเล้วทั้งหมดเกือบครึ่งแสน หลังจากที่เป่ยหยวนกับเจิ้งฟานได้ดูบิลค่าอาหาร ตาสองคู่ของพวกเขาก็แทบถลนออกมา พวกเขากินอาหารมื้อละเกือบครึ่งแสน เื่นี้สามารถเก็บไปเล่าให้ลูกหลานฟังได้เลย
พรรคพวกของหลินเทียนวางแผนกันต่อว่าจะไปเที่ยวที่ตลาดคนเดินเดิน แต่หลินเทียนปฎิเสธ "พวกนายไปกันเองเถอะ พอดีฉันมีธุระนิดหน่อย"
"ได้ไงล่ะต้องด้วยกันสิ"เป่ยหยวนกล่าวออกมา
"ขอโทษทีพอดีฉันมีธุระจริงๆ เอาเป็ว่าถ้าฉันเสร็จธุระแล้วฉันจะรีบไปหาพวกนายโอเคไหม"หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับแสดงความขอโทษ
"งั้นก็ได้ ถ้าเสร็จแล้วรีบตามพวกเรามาล่ะ"เป่ยหยวนกล่าว
"ได้"
พรรคพวกของหลินเทียนออกจากห้องอาหารวีไอพีไป ภายในห้องวีไอพีเหลือหลินเทียนอยู่เพียงเเค่คนเดียว อันที่จริงธุระของหลินเทียนไม่มีอะไรมากหรอก เขาเพียงแค่อยากจะไปเจอคนที่ปล่อยจิตััตรวจสอบเขา ในตอนที่เขาเข้ามาภายในภัตตาคารนั้นเอง
หลินเทียนวาดมือไปในอากาศ จากนั้นไม่นานได้ปรากฎรอยแยกมิติขึ้นมา หลินเทียนเดินเข้าไปในรอยแยกมิติอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ภายในห้องลับในภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า มีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ร่างกายของชายชราซูบผอมเป็อย่างมากจนเกือบจะเหลือเพียงกระดูก ส่วนเส้นผมและนวดเครานั้นล้วนเป็สีขาวซีดทั้งสิ้น
จู่ๆอากาศตรงหน้าของชายชราก็เกิดบิดเบือนขึ้นมา หลังจากนั้นไม่าน ก็ได้ปรากฏรอยแยกมิติขึ้นพร้อมกับภายในรอยแยกมิตินั้นมีคนเดินออกมา
ชายชราลืมตาขึ้นมาจ้องมองไปยังตรงหน้า ภายในแววตาของชายชราปรากฏความตกตะลึงและตื่นใ
ชายชราคิดภายในใจ'นี่มัน...การเดินทางผ่านมิติ บ้าน่า...จะเป็ไปได้อย่างไร ตามตำราโบราณที่ฉันเคยอ่านมากล่าวไว้ว่าคนที่สามารถท่องมิติได้นั้นจะต้องมีฐานการบ่มเพาะระดับเทพ หรือว่าคนตรงหน้า...'
"ข..ข้าน้อยหนิงเหยียน ขอคาราวะท่านเทพ" ชายชราหรือหนิงเหยียนลุกขึ้นคุกเข่าหนึ่งข้าคาราวะต่อหลินเทียน ท่าทางของชายชรากระชับกระเฉงเป็อย่างมากไม่สมกับร่างกายที่เป็ไม้ใกล้ฝั่งเลย ลักษณะการพูดของเขาเองก็เหมือนกับได้ย้อนยุคไปในสมัยก่อน
"โอ้ว...เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็เทพ"หลินเทียนประหลาดใจเล็กน้อยทีาคนๆนี้รู้ตัวตนของเจาได้ ดังนั้นเขาก็เลยอดไม่ได้ที่จะถามออกมา แน่นอนเขาถามออกไปด้วยลักษณะการพูดที่ดูโบราณและทรงอำนาจ
"เดินทางตามใจ กฎเกณฑ์ไร้ความหมาย ท่องมิติดั่งใจนึก "หนิงเหยียนพึมพำออกมา
"โอ้วนับว่าเ้าเป็คนมีความรู้ ตาแก่"
"หามิได้ขอรับ" หนิงเหยียนตอบอย่างสุภาพ
"เอาล่ะมาเข้าเื่กันเถอะ นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังใง" หลินเทียนถามคำถามที่ตัวเองสงสัยออกมา เขาสงสัยว่าคนอย่างตาแก่นี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
"เอ่อ...ข้าตั้งใจจะละสังขารที่นี่ขอรับ" หนิงเหยียนตอบอย่างนอบน้อม เขาไม่กล้าไม่สุภาพกับคนระดับนี้
หลินเทียนใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบชายชราหนิงเหยียน หลินเทียนพบว่าชายชราาเ็ภายในคิดว่าน่าจะเกิดจากการต่อสู้ ทำให้ตอนนี้พลังชีวิตของชายชรากำลังถดถอยลงอย่างรวดเร็ว
"แล้วเ้าของภัตตาคารรู้ไหมว่านายจะมาตายในที่ของเขาน่ะ"หลินเทียนถามชายชราด้วยสีหน้าแปลกๆ มาตายในร้านอาหาร?ชายชราคนนี้มีรสนิยมเช่นใดกัน
"เออ...ที่จริงภัตตาคารแห่งนี้เป็ของข้าน้อยเปิดเองขอรับ ตอนนี้ข้าน้อยให้เหลนเป็ผู้ดูแล"ชายชราตอบข้อสงสัยของหบินเทียน
"อ่อ เป็อย่างงนี้นี่เอง"
....
หลินเทียนถามชายชราหนิงเหยียนด้วยตำถามต่างๆที่เขาสงสัย ส่วนชายชราหนิงเหยียนก็ตอบหลินเทียนทุกคำถามอย่างนอบน้อม
"เอาล่ะตาแก่ขอบคุณมากที่เ้าตอบคำถามของข้า เพื่อเป็การตอบแทนข้าจะมอบโชควาสนาให้กับเ้า" หลินเทียนแบมือออกมาและรวบรวมพลังเทพไว้ที่ฝามือ จากนั้นพลังเทพก็ควบแน่นกลายเป็เม็ดยาสีดำหนึ่งเม็ด
เม็ดยาเม็ดนี้หลินเทียนใช้พลังเทพเพียงเศษเสี้ยวจองเขาเพื่อกลั่นขึ้นมา ถ้าเขาใช้พลังเทพของเขาอย่างเต็มที่สภาพของชาบชราคงจะไม่สามารถหลอมรวมมันได้
หลินเทียนยื่นเม็ดยาให้กับชายชราหนิงเหยียนด้วยท่าทางที่ไม่ใส่ใจ
"เออ...นี่คือ"ชายชราหยิบเม็ดยาขึ้นมาและกล่าวถามหลินเทียนออกมาด้วยท่าทางที่สงสัย
เขาไม่รู้ว่าเม็ดยาสีดำนี้เป็เม็ดยาอะไร แต่ในเมื่อเทพเป็คนให้มีนก็คงจะไม่ใช่เม็ดยาธรรมดาใช่ไหม?
"มันสามารถ่เื่อาการาเ็ของเ้าได้ ข้ารู้ว่าเ้ายังไม่อยากตาย"
"ขอบคุณท่านเทพ"ชายชราป้อนเม็ดยาเข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็นั่งลงหลับตาทำสมาธิ
เพียงไม่กี่อึดใจสีหน้าของชายชราจากเมื่อก่อนที่ดูซีดเซียวก็กลับมามีเืฝาดขึ้นมา แต่ว่าชายชราก็ยังคงไม่ลืมตา เขายังคงหลับตาอยู่อย่างนั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รอบๆตัวชายชราหนิงเหยียนก็ปรากฏวังวนขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็สัญญาณบ่งบอกว่าชายชราหนิงเหยียนกำลังจะเลื่อนระดับ
หลินเทียนใช้พลังของตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้ชายชราเลื่อนระดับได้เร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นถ้ารอให้ชายชราเลื่อนระดับสำเร็จด้วยตัวของเขาเองมีหวังต้องรอเป็ปีแน่ๆ ด้วยสภาพแวดล้อมพลังธรรมชาติที่เบาบางของโลกใบนี้
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
"อ้าาาาา" ชายชราหนิงเหยียนคำรามออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น ไม่สิตอนนี้จะเรียกชายชราไม่ได้แล้วเพราะว่าตอนนี้รูปลักษณ์ของหนิงเหยียนได้เปลี่ยนไปแล้ว
หลังจากที่เลื่อนระดับขึ้นมาเป็เซียนทองแดงขั้นต้นทำให้พลังชีวิตของชายชราเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็เหตุผลทำให้รูปลักษณ์ของหลินเทียนเปลี่ยนจากชายชราไม้ใกล้ไกลเป็ชายวัยกลางคนสมบูรณ์แข็งแรง
"ข้าน้อยหนิงเหยียนชีวิตนี้จะไม่ลืมคุณของท่านเทพ ข้าน้อยยอมเป็วัวเป็ม้าให้กับท่านเทพ" หนิงเหยียนคุกเข่าทั้งสองข้างลงให้กับหลินเทียน และพูดออกมาจากใจจริง ชีวิตนี้เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้เจอวาสนายิ่งเช่น ไม่ว่าจะเป็าแเก่าที่รักษาหาย สามารถเลื่อนระดับสำเร็จและเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาสามารถมีชีวิตต่อได้ หนิงเหยียนรู้สึกขอบคุณหลินเทียนจากใจจริง
"ไม่เป็ไรๆ เ้าลุกขึ้
นมาเถอะข้าแค่ตอบแท-...หืม"ยังไม่ทันที่หลินเทียนจะพูดจบสายตาของก็เลื่อนไปมอง้า