Ep 10 : เควสต์เร่งด่วน
ผมเดินเข้ามาไม่นานนัก ก็มุ่งหน้าสู่อาคารนักผจญภัย ซึ่งมันทำมาจากหินอ่อนที่ซ้อนกันเป็ชั้นๆ ดูให้ความแข็งแรงและมีความคงทนเป็อย่างมาก ทว่าในเื่ของการระบายอาการ หรือควบคุมการแลกเปลี่ยนอุณหภูมิทำได้ยาก เพราะว่าหินมีการสะสมความร้อนเอาไว้มาก และเมื่อถึงจุดอิ่มตัวมันก็คลายความร้อนออกมาทำให้มันมีอุณหภูมิสูงขึ้น
วิธีแก้ก็เลยเป็การทำช่องรูหน้าต่างระบายเพื่อถ่ายเทความร้อนและแลกเปลี่ยนอากาศได้อย่างสะดวก
ผมรู้ได้จากพวกนักผจญภัยที่เดินออกมาจากอาคาร ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ก็นะที่นี่คือเมืองขนาดเล็ก ซึ่งการจะติดตั้งกลไกการแลกเปลี่ยนอุณหภูมิมันเป็สิ่งที่แพง จึงไม่ค่อยอยากเสียเงินโดยใช่เหตุ
ผมหาวิธีคิดจะสร้างอาคารด้วยมีการถ่ายเทความร้อน โดยสะดวก ซึ่งก็คิดได้แล้วว่าจะทำยังไง แต่ว่าผม้าโลหะอย่าง เหล็กและเงินเป็จำนวนมาก ซึ่งในไอเทมบ๊อกซ์ของผมก็ไม่ได้มีของแบบนั้นมากพอ สงสัยผมต้องหาช่างที่ทำพวกนี้ซะแล้ว
ไม่ก็พวกอาวุธ เสื้อผ้าก็ได้
สาเหตุที่ผมไม่ทำเองก็เพราะ เดี๋ยวคนจะแตกตื่นกัน ผม้าอาวุธที่มีคุณภาพเหนือกว่าที่วางขายในตลาดให้พอเห็นได้ เมื่อมองมันจะเห็นถึงความแตกต่างกันได้ชัดเจน
แต่อาวุธที่ผมทำ ก็เอ่อ... อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า คลังสมบัติระดับชาคิได้ล่ะมั้ง ซึ่งไม่ดีแน่ ถ้าหากสร้างของแบบนั้นออกมาเยอะจนเกินไป เพราะมันทำให้การเฟ้อของอาวุธมีมากขึ้น จนทุกคนจะมามัวเเต่พึ่งอาวุธกันหมด ไม่ได้ฝึกฝนตัวเอง
จนท้ายที่สุดก็จะพูดว่า 'ถ้าไม่มีอาวุธสุดเทพ ก็สู้ไม่ได้หรอก' อะไรแบบนี้
ผมเลิกคิดก่อนจะเดินเข้าไปในกิลด์นักผจญภัย
ที่นั้นแบ่งเป็ 2 ช่อง ช่องแรกจะเป็พวกรับซื้อและขาย ไอเทมจากที่นักผจญภัยเอามาขาย เมื่อเขาไม่้าแล้ว นั่นรวมไปถึงวัตถุดิบต่างๆ ด้วยเช่นกัน
แต่ถ้าเป็ไอเทมหรือของที่้าระบุอยู่ในเควสต์ ก็ต้องเอามายืนยันและให้ทางกิลด์นักผจญภัยแทน ซึ่งเราก็สามารถจะซื้อมันคืนได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนจะทำกัน
ช่องที่สองก็คือประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้กับนักผจญภัย ซึ่งตรงด้านซ้ายมือของเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็มี บอร์ดประกาศที่มีเควสต์เอาไว้ แบ่งระดับเป็ F จนไปถึง B เลยทีเดียว
ส่วนข้อกำหนดในการรับเควสต์นั้น ผมก็จะไปสมัครเป็นักผจญภัยนั่นเอง เพื่อเอาไว้สำหรับการเข้าเมืองขนาดใหญ่ รวมไปถึงประเทศที่มีการตรวจคนเข้าเมืองและยืนยันตัวตน
การเป็นักผจญภัยก็ถือว่าเป็การระบุตัวตนได้ชนิดหนึ่งแล้ว
เพราะว่าในอนาคต ผมอาจจะต้องทำการคบค้าสมาคมกับพวกมนุษย์เอาไว้ มันคงจะดีไม่น้อยถ้าผมได้เตรียมตัวพร้อมไปก่อน
ผมเดินไปยังที่เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่ตรงนั้นก็มีพนักงานสาวสวยกำลังยืนต้อนรับส่งยิ้มมาให้กับผมอยู่
“ไม่ทราบว่าพึ่งจะมาสมัครเป็นักผจญภัยใช่ไหมคะ” พนักงานต้อนรับเอ่ยอย่างนอบน้อม กริยาของเธอเพียบพร้อมละเต็มไปด้วยความสง่า ดั่งสมกุลสตรีที่เสมือนเป็ดอกไม้บานสะพรั่งในที่เต็มไปด้วยหมาป่าผู้หิวกระหาย
เนื่องจากว่าเธอน่าตาจัดว่าใช้ได้ ดวงตาสีเหลืองอำพันประกายความสดใส ใบหน้าได้รูปสมบูรณ์ดี รวมไปถึงหน้าอกอันอุดมสมบูรณ์คู่นั้นกำลังเด้งดึ๋งอย่างเย้ายวน
คงมีไม่น้อยที่เหล่าหมู่หมาป่าต่างก็หมายจะเธอ พลางชวนไปออกเดทหรือทานข้าวก็กันบ้างแหละ
ผมส่ายหน้าสลัดความคิดฟุ้งซ้านนั่นไป ก่อนจะกลับมาเข้าเื่ต่อ
“ใช่ครับ...”
ผมเอ่ยตอบกลับอีกฝ่ายไป ซึ่งเธอคงรู้ได้จากผมเป็หน้าใหม่ ไม่เคยมาที่แห่งนี้ล่ะมั้ง อีกอย่างผมใช้สกิล [ลบตัวตน X] ไปด้วยทำให้ผมดูเหมือนคนที่ไร้พิษสงใดๆ
เธอพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาวางบนโต๊ะ ซึ่งมันก็คือเอกสารในการสมัครเป็นักผจญภัยนั่นเอง และก็มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ผมก็อ่านอย่างเงียบๆ
ก็นะผมไม่ได้คิดจะเป็นักผจญภัยอย่างจริงๆ จังๆ เสียหน่อย เป็แค่ทำให้มันเอื้ออำนวยต่อผมเพียงเท่านั้น ไม่ต้องไปใส่ใจมันมากเกินความจำเป็ก็เห็นจะได้
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อ่านมันอยู่ดี เมื่อผมทำความเข้าใจกฎและข้อระเบียบบังคับทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็กรอกข้อมูลทุกอย่างลงไปในแผ่นกระดาษ ก่อนจะส่งคืนพนักงานสาวกลับไป
เธอหยิบสร้อยคอที่เขียนว่า F บ่งบอกว่าผมได้กลายเป็นักผจญภัยระดับ F หรือระดับต่ำสุดไปแล้ว
“ในการรับเควสนั้น นักผจญภัยสามารถรับเควสต์ได้ไม่เกินหนึ่งขั้นระดับของตัวเอง หนึ่งขั้น ถ้าคุณอยู่ระดับ F ก็สามารถรับเควสต์ระดับ E ได้ค่ะ และแต่ละครั้งที่รับเควสต์ก็สามารถรับเควสต์ได้ไม่เกิน 5 ค่ะ เพื่อปกป้องการแย่งเควสต์กันค่ะ”
พนักงานสาวเอ่ยรายละเอียดให้ผมฟัง
ซึ่งก็เป็การดีไม่น้อย ในการไม่ให้คนอื่นแย่งใบเควสต์กัน และถ้ามีเควสต์เดียวที่สนใจกันระหว่างทั้งสองคน ก็ให้เควสต์แก่คนแรกที่มาก่อน
เป็การแก้ปัญหาในการทะเลาะและมีเื่ปากเสียงกัน
ทว่าผมไม่ได้มีความ้าแค่นี้
“มีวิธีอะไรไวๆ ที่สามารถเลื่อนขึ้นไปเป็ระดับ B อย่างรวดเร็วได้ไหมครับ” ผมเอ่ยพูดกับพนักงานสาว ซึ่งเธอก็เบิกตาถลึงขึ้นอย่างใ
“เอ่อ... ก็มีนะคะ แต่ว่าไม่แนะนำ นั่นก็คือสู้กับกิลด์มาสเตอร์ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ” เธอเอ่ยออกมา กลับมาอยู่ในสภาพปกติแล้ว เมื่อเป็การแสดงท่าทางอันดูไม่ดี จึงกระแอมไอกลบเกลื่อนตัวเองเบาๆ
“แต่ก็มีอีกอย่างนั้นก็คือ สังหารขุนพลจอมมารและนำเอาหัวของมันมาเป็หลักฐานยืนยันค่ะ” พนักงานสาวเสนออีกวิธีหนึ่งออกมา
ตามที่ผมคิด คงมีพวกหาทางลัดจะเป็นักผจญภัยระดับสูงไวๆ เพราะแบบนั้น เธอจึงดูไม่ค่อยใมาก ที่ผมพูดว่าหาวิธีไปยังระดับ B เร็วๆ
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเชื่อมั่นในตัวเองเ่าั้ ก็ไม่ได้กลับมาโดยที่ยังมีชีวิตรอดเป็ๆ ให้เห็นอยู่บ่อยนัก บ่งบอกว่าโลกนี้ไม่ได้ง่ายดายอะไรขนาดนั้น
ผมพยักหน้ารับเล็กน้อย เท่ากับว่าผมต้องฆ่าขุนพลจอมมารสินะ เพื่อจะได้กลายเป็นักผจญภัยระดับ B ไวๆ ที่ผมอยากจะเป็ก็เพราะว่า นักผจญภัยระดับ B มันได้อภิสิทธิ์หลากหลายอย่าง เช่นการเข้าเมือง การซื้อของ การเข้าหอสมุดหลวง เป็ต้น
และที่สำคัญได้รับชื่อเสียงและเกียรติยศจากคนอื่นไม่น้อย
ซึ่งผม้าจะเข้าไปประเทศใหญ่ๆ เพื่อสืบข่าวคราวของโลกใบนี้ ซึ่งบางอย่างก็ต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป
ในตอนนั้นเองก็มีเด็กสาววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในกิลด์นักผจญภัย เสื้อของเธอเปรอะเปื้อนโคลน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา บนเสื้อมีร่องรอยเืประดับเอาไว้อยู่
“ชะ ช่วยด้วยค่ะ!”
เด็กสาวคนนั้นะโลั่นกิลด์นักผจญภัย ซึ่งนักผจญภัยทั้งหมดก็หันไปมองดูเธอชั่วครู่
“ขะ ขุนพลจอมมาร บุกหมู่บ้านของหนู กะ กรุณาได้โปรดช่วยเหลือด้วยค่ะ!” เธอเอ่ยทั้งน้ำตา พร้อมกับก้มหัวขอร้องนักผจญภัยในนี้ทั้งหมดทุกคน
แจ็คพอตแตก...
อยู่ดีๆ การเลื่อนระดับทางลัดอย่างง่ายก็ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ผมคิดก่อนจะมองไปยังเด็กสาวและกวาดสายตามองนักผจญภัยรอบๆ
ซึ่งพวกนั้นก็คล้ายกับถอนหายใจละเหี่ยใจออกมา บ้างก็อย่างจะพูดอะไรบางอย่าง บางก็หลบสายตาของเธอไป
(เห้ย นี่มันอะไรกันเนี่ย...)
ความรู้สึกที่ผมได้เห็นนักผจญภัยทั้งหมดเ่าั้ เรียกได้ว่าน่าผิดหวัง เพราะว่าทุกคนกำลังพยายามเมินเด็กสาวคนนั้นอยู่
“ทำไมทุกคนถึงไม่ทำอะไรเลยล่ะครับ”
ผมเอ่ยถามหนักงานสาว เธอลังเลที่จะพูดเล็กน้อย เมื่อโดนสายตาพิฆาตของผม เธอก็พูดมันออกมา
“นักผจญภัยที่นี่อยู่ในระดับ E ไม่ก็ D ค่ะ นานๆ ทีนักผจญภัยระดับ C จะกลับมาบางเป็ครั้งคราว ซึ่งสำหรับขุนพลจอมมารที่อยู่ในระดับ B ขึ้นไปแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งหรอกค่ะ” เธอตอบผม ทำให้หายข้องใจไม่น้อย
ผมส่งสายตาเ็าให้กับเหล่านักผจญภัยที่ดูไร้ค่าราวกับขยะเบื้องหน้า ไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ เพียงว่าสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือ การไม่ยอมทำอะไรและเป็ห่วงชีวิตตัวเอง มากกว่าสิ่งอื่น
ทั้งที่เธอเป็ผู้ได้รับเคราะห์ ตกเป็เหยื่อของขุนพลจอมมาร แม้แต่จะช่วยเหลือเธอ คนเหล่านี้ก็ทำไม่ได้ เป็สิ่งไร้ค่ายิ่งกว่าเศษขยะเสียอีก
“งั้นเขียนว่า ผมรับเควสต์นี้ไปด้วยละกันครับ” ไม่สนใจพนักหน้าสาวที่ทำหน้าอึดอัดราวกับกังวลเกี่ยวกับผม เพราะคงคิดว่าผมเป็มือใหม่ ที่เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง
สุดท้ายพนักงานสาวก็กลืนคำพูดนั้นลงไป
ส่วนผมก็เดินเข้าไปหาเธอที่กำลังโค้งก้มลงจนใบหน้าติดกับพื้น เหล่านักผจญภัยทุกคนมองผมด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่ก็มีไม่น้อยมีส่งสายตามุ่งร้ายมาหาผม
ผมไม่สนใจเศษสวะพรรค์นั้น
ก่อนจะคุกเข่าลงและจับมือเธอเบาๆ
ความรู้สึกเหมือนถูกผมจับ เด็กสาวก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา เธอเป็เด็กที่กล้าหาญและแข็งแกร่งมากที่มาถึงที่นี่ได้
ผมใช้มือปาดน้ำตาของเธอ ผมกลับพูดปลอบประโลมให้เธอไม่ต้องเป็กังวลมากนัก
“ผมจะช่วยเธอเอง ไม่ต้องเป็กังวลไป รีบพาไปยังหมู่บ้านของเธอเถอะ”
ราวกับเสียงของผม มันพัดพาความกังวลใจของเธอ เด็กสาวพยักหน้าให้กับผม ก่อนจะรีบเดินออกไปจากกิลด์นักผจญภัยแห่งนี้ โดยมีเสียงของพนักงานสาว ส่งเสียงบอกว่า ‘กลับมาปลอดภัยนะคะ’ ไล่ตามหลังผมมาจนเลือนหายไป