หลินตงถึงกับตกตะลึงกับการที่ภายในแหวนมิติมีหินลมปราณยุทธที่มากมายเช่นนี้ โดยปกติแล้วหินลมปราณยุทธเพียงแค่ห้าร้อยก้อนมันก็มากมายพอสำหรับผู้มีพลังจิตยุทธปฐพีแล้วแต่เขาก็ไม่คิดว่าชายวัยกลางคนเบื้องหน้าเขาคนนี้จะมอบของตอบแทนให้อย่างมหาศาล
ขณะเดียวกันเมื่อหวูหนานถูกถามเช่นนี้ก็ส่ายหัวออกมาอย่างสบายใจพลางพูดขึ้น
"ไม่เลยท่านปรมาจารย์ หินลมปราณยุทธระดับต่ำสองพันก้อนนี้ถือว่าไม่มาก ข้าบอกตรงๆเลยนะข้าอยากจะสร้างสานสัมพันธ์กับท่าน ในอนาคตข้าอาจจะมีสัตว์อสูรตนอื่นๆและให้ท่านฝึกฝนมันให้ก็ได้'
ภายในสายตาของหวูหนานแล้วหลินตงนั้นถือว่าเป็นคนที่น่าคบหาด้วยอย่างยิ่ง ถึงตอนนี้สำหรับเขาจะไม่ค่อยมีอะไรมากแต่เชื่อได้เลยว่าภายในอนาคตที่อยู่ไม่ไกลนี้เขาจะต้องเป็นอย่างที่ทุกๆคาดหวังไว้ได้อย่างแน่นอน ปรมาจารย์ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรระดับสี่ได้ด้วยอายุเพียงแค่นี้ ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเองบอกใครไปก็คงจะไม่มีใครจะเชื่ออย่างแน่นอน
หลินหยวนที่ยืนอยู่เคียงข้างก็ทำได้เพียงสูดหายใจเข้าลึกๆ หวูหนานเพื่อนของเขาคนนี้มีสถานะที่ร่ำรวยเป็นอย่างมาก มันคือหัวหน้าสมาคมการค้าของหัวเมืองต่างๆแม้แต่เมืองเหรินซานของเขาก็ยังมีธุรกิจของมันอย่างมากมายซะจนไม่สามารถนับได้ไหว แล้วสถานการณ์นี้เขาก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีที่มันจะมอบหินลมปราณยุทธให้ท่านปรมาจารย์หนุ่มถึงสองพันก้อน
จากที่รู้จักกันมานับแต่อดีตมันกลายเป็นคนใจกว้างเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ก่อนหน้านั้นเขาอยากจะยืมมันสักหนึ่งพันหินลมปราณมันก็ยังไม่ให้เขาเลยแม้แต่ก้อนเดียว เชื่อกับมันจริงๆ ให้ตายสิ
นัยน์ตาของชายหนุ่มจ้องมองไปยังแหวนมิติที่อยู่ภายในฝ่ามือของตนพลางครุ่นคิดอยู่นิดๆ ดูเหมือนว่าสถานะผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรสำหรับทวีปชิงหลงนี้จะมีหน้ามีตามากกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ถึงเขาจะไม่ค่อยเข้าใจมันมากนักแต่ทว่าการที่เขาสามารถฝึกฝนสัตว์อสูรระดับสี่ทั้งสองตัวได้คงจะทำให้หลายๆคนตกตะลึงและถ้ามันเป็นเช่นนี้จริงๆหลังจากนี้เขาคงจะหาหินลมปราณยุทธเพื่อมาพัฒนาพลังได้ง่ายๆเลยทีเดียว ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก
"เข้าใจแล้ว งั้นข้าจะขอรับไว้อย่างไม่เกรงใจละกัน..!!"
หลินตงพูดขึ้นพลางเก็บแหวนมิติเข้าไปอย่างยินดี หลังจากนี้เขาจะมีหิมลมปราณยุทธไว้ให้ใช้ฝึกฝนมันอยู่ไม่ขาดแล้ว
พลังงานฟ้าดินบริสุทธิที่อัดแน่นกันเป็นก้อนๆสำหรับเขาแล้วล้วนดียิ่งกว่าเม็ดยาหรือแกนสัตว์อสูรไหนๆ ลองคิดดูสิ หินปลมราณบริสุทธิ์สองพันก้อนถ้าเขาซึมซับมันได้ทั้งหมดคงจะทำให้การพัฒนาพลังของเขาขึ้นไปถึงหลายระดับเลยทีเดียวแถมมันยังไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ภายในร่างอีกด้วยและนี้ก็คือข้อดีของหินลมปราณยุทธที่ทุกคนต้องใช้มัน
หวูหนานเมื่อเห็นว่าเขารับหินลมปราณทั้งหมดไปก็ยกยิ้มขึ้นอย่างยินดี โดยปกติแล้วเรทราคาของการฝึกฝนสัตว์อสูรแร้งมัจจุราชอาจจะไม่ถึงห้าร้อยหินลมปราณยุทธเลยด้วยซ้ำแต่ทว่าที่เขาทำเช่นนี้ก็คงจะไม่ต้องบอกอะไร ด้วยศักยภาพและพรสวรรค์ของชายหนุ่มมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาจะต้องอยากสานสัมพันธ์ด้วยความจริงใจ
ระหว่างนั่นชายวัยกลางคนก็นึกอะไรขึ้นได้จึงได้ถามออกมา
"ว่าแต่ท่านปรมาจารย์ ข้าได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ท่านจะไปสมัครเข้าสำนักจิตวิญญาณยังงั้นเหรอ"
หลินตงเมื่อได้ยินก็พยักหน้ารับ
"ใช่แล้ว บอกตรงๆข้าเป็นเพียงเด็กภายในหมู่บ้านธรรมดาๆแห่งนึง ที่ข้าออกมาจากหมู่บ้านนั่นก็เพื่อที่จะเปิดหูเปิดตาและสัมผัสเข้ากับโลกของผู้ฝึกยุทธ"
ทั้งสองคนที่ได้ฟังก็มองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้ ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ถือกำเนิดมาจากหมู่บ้านธรรมดายังงั้นเหรอ ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรระดับสี่ได้อย่างง่ายดายถึงกับเพิ่งออกมาจากหมู่บ้านแห่งนึง ถ้าบอกใครก็คงจะไม่เชื่อ เผลอๆพวกเขาคงจะบอกว่าชายหนุ่มมาจากสำนักหรือเป็นทายาทของขุมพลังที่แข็งแกร่งแทนอย่างแน่นอน
"งั้นจะให้พวกข้าช่วยอะไรรึไม่ ที่สำนักจิตวิญญาณยุทธพวกข้าก็พอจะมีฐานะอยู่บ้าง ถ้าให้พวกข้าช่วยละก็ท่านจะสามารถเข้ามันได้อย่างสบายๆโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยทั้งนั้น..!!"
หวูหวานครุ่นคิดอยู่นิดๆพลางเอ่ยออกมา ด้วยสถานะเจ้าเมืองเหรินซานกับหัวหน้าสมาคมการค้าของเขาแล้ว สำนักจิตวิญญาณยุทธถึงจะแข็งแกร่งแต่ก็ต้องเกรงใจผู้มีพลังจิตยุทธปฐพีขั้นสูงทั้งสองคนและตอนนี้หลินหยวนยังมีราชสีห์คลั่งที่มีพลังเทียบเท่าระดับห้าอยู่อีกด้วย ต่อให้จะเป็นเจ้าสำนักที่มีพลังจิตยุทธแห่งนภาก็ยังต้องเกรงใจถึงหลายส่วนเลยทีเดียว
ชายหนุ่มเมื่อได้ฟังก็ถึงกับส่ายหัวออกมาในทันที
"ไม่ต้อง ข้าอยากจะสัมผัสประสบการณ์ต่างๆน่ะ เรื่องบางเรื่องถ้าเราสามารถทำได้ก็ควรจะทำด้วยตนเองมันถึงจะเป็นการดี ส่วนถ้ามีปัญหาอะไรที่สำนักนั้นแล้วข้าไม่สามารถแก้ไขมันได้ ข้าก็หวังว่าพวกท่านทั้งสองจะช่วยเหลือข้า"
หลินตงตอบไปตามจริง ถ้าเกิดว่าเขาใช้เส้นสายเข้าไปยังสำนักจิตวิญญาณต่อให้จะเข้าไปได้แต่ก็ต้องถูกกล่าวหาถึงเรื่องราวต่างๆอย่างแน่นอนและเขาก็ไม่อยากจะเป็นคนที่ถูกนินทาจากคนอื่นๆแถมเขายังอยากจะสัมผัสการประลองจากศิษย์ที่เข้าใหม่ด้วย มันยิ่งทำให้เขาต้องปฏิเสธทั้งสองคนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พวกเขาเมื่อได้ยินก็ถึงกับมองหน้ากันอย่างจริงจัง
"แน่นอนท่านปรมาจารย์ ในเมื่อท่านเอ่ยออกมาเช่นนี้สำหรับพวกเราก็ไม่มีปัญหาอะไร
ทั้งสองคนพยักหน้ารับอย่างยิ้มแย้ม ถ้าเขาพูดออกมาเช่นนี้ก็หมายความว่าถ้าเกิดเขามีปัญหาอะไรพวกเขาทั้งสองคนก็อาจจะช่วยเหลือปรมาจารย์หนุ่มคนนี้สุดกำลังอย่างแน่นอน
ที่ยิ่งไปกว่านั่นก็คือทัศนคติของเขาถือว่าไม่ธรรมดายิ่งนัก ถ้าเป็นเด็กคนอื่นๆคงจะรีบตอบรับอย่างรวดเร็วเพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าไปยังสำนักจิตวิญญาณได้อย่างสบาย
ผ่านไปชั่วครู่นึงหลินหยวนเมื่อเห็นว่าทำอะไรเสร็จแล้วก็เชิญชวนไปฉลองกันยกใหญ่ภายในตำหนักและทั้งสองคนก็ไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอน สำหรับแร้งมัจจุราชมันถูกสั่งให้บินเล่นอยู่รอบบริเวณก่อน ถึงยังไงเวลานี้มันก็มืดค่ำและคนภายในเมืองเหรินซานส่วนใหญ่ก็หลับนอนพักผ่อนกันแล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแต่ทว่าพวกเขากับคิดผิดอย่างมหันต์ เพราะว่ามันไม่ใช่ในแบบที่หลินหยวนกับหวูหนานคิดไว้น่ะสิ
เพราะในตอนนี้เจ้าแร้งมัจจุราชกำลังถูกท้าทายจากสัตว์อสูรที่อยู่ด้านล่างของมันแล้วก็ไม่ใช่สัตว์อสูรตนไหนทั้งน่าน มันคือราชสีห์คลั่งอย่างเสี่ยวหลินนั่นเอง ทั้งสองตัวตอนนี้กำลังประจันหน้ากันราวกับเจอศัตรูคู่อาฆาตยังไงยังงั้น