จั๋วเจาเจี๋ยบุ้ยปาก “ข้าขอพูดสักประโยคหนึ่ง ได้โปรดท่านยายอย่าโมโห...อย่างไรก็เป็แม่ลูกในสายเื ก็ไม่แปลกหรอกที่พี่หญิงรองจะทนไม่ไหว”
“หากป้าสะใภ้ใหญ่ของเ้ายังอยู่ นางจะยินดีที่เห็นพี่หญิงรองกับพี่ชายใหญ่ของเ้าถูกท่านลุงใหญ่ทอดทิ้ง พ่อลูกต้องกลายเป็ศัตรูกันงั้นหรือ” ปานซื่อย้อนถาม
เห็นจั๋วเจาเจี๋ยก้มหน้าครุ่นคิด นางจึงให้คำชี้แนะสั่งสองอย่างจริงใจ “ความโกรธเป็เื่ธรรมดาของคนเรา! แต่การทำเื่เลวร้ายโดยใช้อารมณ์เป็สิ่งที่ไม่ดี เ้าลองคิดถึงเื่ราวในครั้งนี้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พี่หญิงรองกับพี่ชายใหญ่ของเ้าก็มีเหตุมีผลอยู่ แต่ด้วยอารมณ์โกรธเพียงชั่ววูบจึงทำให้คนอื่นหัวเราะได้ว่าพวกเขาเนรคุณกับบิดาบังเกิดเกล้าและโเี้กับน้องชายหรือน้องสาวที่ยังไม่เกิด เท่ากับสร้างความชอบธรรมให้คนอื่นเปล่าๆ แล้วเอาชื่อเสียงมาทิ้งไว้ มันคุ้มค่ากันแล้วหรือ”
“ที่ท่านยายพูดก็ถูก” จั๋วเจาเจี๋ยเอ่ยออกมาแบบนี้ แต่พอลองคิดว่าเป็ตัวเองขึ้นมา กลับรู้สึกว่าตนเองอาจจะข่มใจเอาไว้ไม่อยู่เช่นกัน
ปานซื่ออ่านความคิดของนางออก ลูบปอยผมของนางแล้วแย้มยิ้มพูด “ยังรู้สึกคับข้องใจอยู่อีกหรือ”
จั๋วเจาเจี๋ยยิ้มอย่างเก้อเขิน “แต่ท่านยายก็พูดถูก”
“คนเราไม่สามารถได้ทุกสิ่งที่้า และก็ไม่อาจอดกลั้นได้ตลอด” ปานซื่อไม่โกรธ แต่ยังสั่งสอนอย่างใจเย็น “เพียงแต่ว่าโดยมากนั้น เวลาโกรธก็ไม่เห็นต้องพูดจาโผงผาง เวลาระบายอารมณ์ก็ไม่จำเป็ต้องลงไม้ลงมือ! ที่เขาว่ากันว่าหากมีเหตุผลก็สามารถเดินไปได้ทั่วหล้า ไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม หากมีเหตุผลก็ไม่ผิด ข้าไม่ได้บอกว่าพี่หญิงรองกับพี่ชายใหญ่ของเ้าไม่มีเหตุผลนะ เพียงแต่วิธีการที่พวกเขาใช้มันไม่ถูกต้อง!”
“อย่างเช่นพี่ชายใหญ่ของเ้า เื่ที่เขาฉลาดก็ทำได้เพียงครึ่งเดียว...รู้ว่าทำให้เื่ราวกลายเป็เื่ใหญ่ แทนที่จะจัดการเงียบๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล กลับไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ทำร้ายตัวเองยังไม่พอ โกรธผู้ใหญ่จนกระอักเืต่อหน้าธารกำนัล ในตอนนี้กลับทำให้ลุงใหญ่ผู้ไร้หัวใจของเ้าอาศัยลูกในท้องของจื่ออวี้มาเป็ข้ออ้างได้!” แววตาของปานซื่อฉายแววความเ็า “เพื่อเป็การรักษาชื่อเสียงของสกุลโหยว เื่นี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ พวกเราก็ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมพี่ชายใหญ่ของเ้าให้อดทน จัดการลงโทษเป็การส่วนตัว แต่ในเมื่อกลายเป็เื่ใหญ่ ข้ากับตาของเ้าเห็นว่าจื่ออวี้ได้ตั้งครรภ์แล้ว บ้านใหญ่ก็ใช่ว่าจะไม่มีบุตรชาย! นางพัวพันกับการลอบทำร้ายฮูหยินใหญ่ ด้วยนิสัยของตาของเ้า ถึงแม้บ้านใหญ่จะไม่มีบุตรชาย ก็อาจจะรับเลี้ยงเป็บุตรบุญธรรมไว้มากกว่า จะเก็บนางไว้ได้อย่างไรเล่า พวกเรายอมอดตายดีกว่าทรยศต่อตัวเอง ในเมื่อมันกลายเป็เื่ใหญ่แล้ว ต่อให้เขาอ้อนวอนแทนจื่ออวี้ก็ไม่มีประโยชน์! แต่เขากลับควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ท่านลุงใหญ่พูดไม่กี่ประโยคก็โกรธจน...ตัวเองล้มป่วยไปเสียก่อนอย่างนั้น!”
ปานซื่อถอนหายใจ “เ้าต้องจำไว้ หากวันหลังเ้าได้พบเจอกับเื่ราวเช่นนี้ ห้ามวู่วามทำอะไรเองโดยพลการเด็ดขาด โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่ตัวเองมีเหตุผล อย่าให้คนรอบข้างมาทำให้จิตใจของเ้าไขว้เขวได้ง่าย! มิฉะนั้นก็ลองคิดถึงจุดจบของพี่ชายใหญ่ของเ้าเอาไว้!”
“ครั้งนี้ท่านลุงใหญ่ก็พลั้งปากไปเช่นกัน...” จั๋วเจาเจี๋ยพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็เห็นปานซื่อมองมาที่ตนเองด้วยสีหน้าเหมือนจะขบขันจึงรู้สึกตัวขึ้นมา สารภาพผิดอย่างเหนียมอาย “ตอนนั้นข้าแอบฟังอยู่ด้านนอกได้ความมาหลายประโยคเ้าค่ะ”
“ไม่ได้มีแค่เ้า คุณหนูสามก็อยู่ด้วยมิใช่หรือ” ปานซื่อทำเสียงฮึดฮัด แสดงว่าได้ซักถามจากไต้เม่าแล้ว
จั๋วเจาเจี๋ยเขย่าแขนของนางเป็การออดอ้อน “ก็กลัวว่าท่านยายจะโกรธ...”
“เอาเถอะ” ปานซื่อแตะหน้าผากของนาง พูดเคล้ารอยยิ้ม “สตรีสูงศักดิ์จะทำแบบนี้ไม่ได้ ครั้งนี้จะไม่เอาผิดกับพวกเ้า แต่ครั้งหน้าห้ามเด็ดขาดเลยนะ เข้าใจไหม” แล้วพูดอีกว่า “สิ่งที่ควรให้พวกเ้าฟัง จะปิดบังพวกเ้าได้อย่างไร ครั้งนี้ก็ให้เ้าเข้ามาฟังด้านในแล้วมิใช่หรือ”
เห็นจั๋วเจาเจี๋ยตอบตกลงว่าวันหลังจะไม่แอบฟังอีกแล้ว ปานซื่อก็พูดเบาๆ ด้วยสีหน้าที่จริงใจ “เดิมทีคำพูดนี้เป็สิ่งไม่สมควรพูดออกไป เพียงแต่ว่า...ในวันข้างหน้าเ้าต้องกลับไปยังสกุลจั๋ว ข้าคิดไปคิดมาจึงขอใช้โอกาสตรงนี้พูดเสียหน่อยดีกว่า...แม้จะเป็ความรักใคร่ในสายเื ส่วนใหญ่ล้วนไม่ผูกใจเจ็บต่อกัน เพียงแต่ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เป็ญาติกันก็ใช่ว่าไม่จำเป็ต้องระมัดระวัง!”
จั๋วเจาเจี๋ยนิ่งชะงักไป
เห็นปานซื่อขมวดคิ้ว พูดเสียงเบา “เ้าคิดว่าการที่ลุงใหญ่พยายามปกป้องจื่ออวี้ในครั้งนี้...มีสาเหตุมาจากอะไร”
“ได้ยินว่าท่านลุงใหญ่ชอบจื่ออวี้มาแต่ไหนแต่ไร จะพูดอย่างไรก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของท่านลุงใหญ่...” จั๋วเจาเจี๋ยบุ้ยปากตอบ
“เหล่านี้เป็เพียงสาเหตุหนึ่งเท่านั้น” ปานซื่อหัวเราะอย่างเ็า ลูบปอยผมของนางแล้วตอบว่า “ที่สำคัญที่สุดคือทารกที่อยู่ในครรภ์ของจื่ออวี้เป็เพศชาย!”
จั๋วเจาเจี๋ยนิ่งชะงักไป ถามด้วยความไม่เข้าใจ “แต่ท่านลุงใหญ่ก็มีพี่ชายใหญ่กับพี่ชายสี่แล้วมิใช่หรือเ้าคะ”
ถึงแม้โหยวเซี่ยนจะมีบุตรชายเพียงสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่นับว่าลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ยังไม่ถึงขั้นที่ไม่สามารถมีบุตรชายได้อีกแน่นอน...อีกทั้งยังไม่ใช่ลูกที่เกิดจากภรรยาหลวงด้วย
แววตาปานซื่อฉายแววความเ็ป “พี่ชายใหญ่ของเ้า สุขภาพไม่ค่อยดีั้แ่เด็ก ทั้งยังไม่มีพร์ในด้านการเรียนหนังสือที่เพียงพอ พี่ชายสี่ของเ้าหากไม่พูดถึงการเป็บุตรที่เกิดจากอนุ สุขภาพของเขานั้นดีมาก แต่เป็คนซื่อไม่ค่อยพูดจา เรียนหนังสือก็ไม่สำเร็จ เช่นนี้ลองคิดคำนวณดูแล้ว ถึงแม้บ้านใหญ่จะมีคุณชายสองคน แต่ไม่มีสักคนที่เรียนหนังสือได้สำเร็จ ลุงใหญ่ของเ้า ถึงแม้ตัวเองจะเคยสอบผ่านเพียงระดับจวี่เหริน แต่ก็ยังตั้งความหวังมาโดยตลอดว่าในบรรดาลูกหลานจะมีสักคนที่สอบได้ระดับจิ้นซื่อ[1] แต่ในรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเ้านี้ คนที่เรียนหนังสือได้ดีที่สุดคือบ้านสามและบ้านสี่ หลังจากพี่ชายสี่ของเ้าแล้ว คนในบ้านของเขาก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอีกและด้อยความสำคัญลงไปทุกที...ในเวลานี้จื่ออวี้ตั้งครรภ์บุตรชาย ความตั้งใจนี้ของเขาก็ย่อมถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
จั๋วเจาเจียตอบด้วยความลังเล “เื่นี้...”
“เมื่อวานเขาโกรธพี่ชายใหญ่ของเ้า แต่เมื่อเห็นพี่ชายใหญ่ของเ้ากระอักเืก็ใช่ว่าไม่เสียใจ แต่ถึงแม้เื่ราวจะเป็เช่นนี้ เขาก็ยัง้าลูกของจื่ออวี้” ปานซื่อถอนหายใจอย่างหนักอึ้ง “คนแบบลุงใหญ่ของเ้าที่สนใจเพียงความปรารถนาของตัวเองจนละเลยสายเืแท้ๆ บนแผ่นดินนี้ไม่ได้มีแค่คนเดียว...สกุลจั๋ว...แน่นอนว่าบางทีสกุลจั๋วคงไม่เป็เช่นนี้ แต่เ้าต้องรู้ไว้ว่าบรรดาลุงทั้งสี่และแม่ของเ้าล้วนสืบเชื้อสายมาจากข้า ส่วนบรรดาลุงๆ อาๆ ของเ้านั้นมีหลายคนที่ต่างมารดากัน”
“เมื่อต้องพบเจอกับเื่ราวและผู้คนแบบนี้ก็ต้องมีไหวพริบบ้าง แต่ก็อย่าเศร้าเสียใจจนเกินไป” ปานซื่อเห็นจั๋วเจาเจี๋ยกัดริมฝีปาก รู้ว่านางเริ่มรู้สึกหวาดกลัวสกุลจั๋วแล้ว จึงปลอบประโลมอย่างเห็นอกเห็นใจ “ญาติผู้ใหญ่ของเ้าก็มีมาก คนที่รักเ้าก็มีมาก ถ้าต้องพบเจอกับคนแบบนั้นบ้างก็ลอบระมัดระวังไว้บ้างก็พอแล้ว”
ถึงจะพูดไว้แบบนี้...แต่อย่างไรญาติพี่น้องก็เป็ญาติพี่น้องอยู่วันยังค่ำ
จั๋วเจาเจี๋ยคิดถึงจวนิ่ผิงโหวในฉางอันที่อยู่ห่างออกไปนับหมื่นลี้ รู้สึกว่ามันเริ่มจะวุ่นวายไม่จบสิ้น...พ่อแม่ที่ให้กำเนิดตนเอง พี่น้องในสายเื จะเป็คนแบบโหยวเซี่ยนหรือไม่
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad
[1] ผู้ที่สอบผ่านการสอบระดับราชสำนักที่จัดขึ้นในทุกๆ 3 ปี