The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 33 ทักษะ ขั้น 2

    สังหารมนุษย์กลายพันธุ์ ขั้น 2 เอนเซปฟารอน ได้รับการ์ดเสี่ยงโชคระดับเงิน 1 ใบได้รับพ้อย จำนวน 20 พ้อย
    สังหารมนุษย์กลายพันธุ์จำนวน 155 ตัวได้รัการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดง จำนวน 15 ใบได้รับพ้อย จำนวน 315 พ้อย
    สังหารมนุษย์กลายพันธุ์ ครึ่งขั้นสู่ขั้น 2 วายร้ายกระหายเลือด จำนวน 8 ตัวได้รับการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงจำนวน 8 ใบได้รับพ้อย จำนวน 40 พ้อย
    เมื่อเข้าอยุ่ในสภาวะปลอดภัย เสียงแจ้งเตือนถึงรางวัลที่เขาได้รับก็ดังขึ้นตามเคย ทว่าการสังหาร เอนเซปฟารอน เป้นครั้งแรกกลับได้รับเพียงการ์ดระดับเงินใบเดียว และพ้อยเพียง 20 แต้มเท่านั้น ทีแรกเขาคิดว่าการสังหารเอนเซปฟารอนจะได้รับสิทธิในการสังหารเป็นคนแรกตามที่เคยเจอมา แต่มันกลับไร้ซึ่งการแจ้งเตือนแบบที่คิดไว้ สรุปแล้วมันจำแนกยังไงว่าใครมีสิทธิหรือไม่มีสิทธิ หรือบางทีอาจมีคนสังหารมนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ได้เป็นคนแรกแล้วกันแน่
    "เออ พี่วินคะ"
    เสียงหยก ปลุกให้เขาออกจากภวังค์ หันไปมองเธอและคนอื่นๆที่ตอนนี้กำลังมองมาทางเขากันหมด
    "หือ ว่าไง"
    เขาถามกลับ และหันไปมองหน้าเธออีกครั้ง ตอนนี้ท่าทางน้องสาวของเขาดูลุกลี้ลุกลนยงไงชอบกล หืม?ปวดฉี่หรือ? คงไม่มั้ง ถ้าปวดก็ต้องไปเข้าสิ ตอนนี้ก็อยู่ใน้องพักแล้วจะกลัวอะไร?
    ท่าทางของเธอทำให้เขาสับสน และกำลังคิดว่าเธอเป็นอะไร หากเป็นเมื่อก่อนการแสดงออกแบบนี้ หมายถึงเธอกำลังไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง เลยดูสับสนและลนลานไปหมด เขาที่เห็นเธออ้ำๆอึ่งๆอยู่สักพักก็อดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้
    "มีไรป่าว หรือหิว?"
    "ป่ะป่าว คือ"
    "คือ พี่วิน ทุกคนเขารอฟังสิ่งที่พี่จะบอกกันอยู่คะ"
    หยกที่ตัดสินใจได้ พลันเอ่ยสิ่งที่ทุกๆคนร้องขอมา เนื่องจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โลกกลับกลายเป็นนรกบนดิน ซอมบี้ สัตว์อสูร หรือกระทั่งความสามารถเหนือมนุษย์มนาของเขา มันเป็นสิ่งกระตุ้นให้คนอื่นๆเกิดความสงสัย โดยเฉพาะกับพละกำลังและความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมา มันคือเป้าหมายและสิ่งที่ทุกๆอยากจะรู้
    แม้ตอนนี้พวกเขากำลังกินอาหารที่ติดมือมา รวมทั้งที่แวะเก็บได้ระหว่างทาง แต่ท่าทีและสายตาที่แสดงออกต่างบ่งบอกเป็นอย่างดีถึงความอยากรู้อยากเห็น
    มันเป็นสิ่งปกติที่มนุษย์มักจะรู้สึกสนใจและใคร่รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้และเห็นว่ามันมหัศจรรย์ ทว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งอันตรายรอบด้านและชีวิตที่เสี่ยงตาย ทำให้พวกเขาหลงลืมความสนใจใคร่รู้ไปชั่วขณะ จนกระทั่งทุกๆอย่างเข้าที่สิ่งเหล่านั้นจึงกลับมาดั่งเดิมอีกครั้ง
    "ใครเคยฆาซอมบี้พวกนั้นแล้วบ้าง"
    เขาไม่อธิบายแต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยถามขึ้นมา 1 ประโยคแทน ท่ามกลางความสับสนมึนงงกับคำถามที่เขาเอ่ยขึึ้นมา ทำให้พวกเขาต่างมองห้ากันเองอย่างลืมตัว
    "ฉันเคยคะ"
    "หนูก็เคย"
    เกรทเป็นคนแรกที่เอ่ยตอบ จากนั้นหลินจึงเอ่ยตามมาด้วย จำนวนเกือบ 10 มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่เคยลงมือฆ่าซอมบี้ ยิ่งไปกว่านั้นคนทั้งสองกลับเป็นผู้หญิง!! ฮึมดูถูกไม่ได้เลยทีเดียว
    "แล้วเคยฆ่าไปกี่ตัว"
    "เอ่ะ!!"*2
    "ฉันเคย 2 ตัว"
    "ส่วนหนู 3 คะ"
    "แล้วจากนั้นได้ยินเสียงอะไรในหัวหรือไม่"
    ยังไม่ทันให้ทั้ง 2 และคนอื่นๆหายสงสัย เขาพลันเอ่ยถามต่อทันทีด้วยประโยคชวนสับสน พวกเขาต่างมองหน้ากันและอดคิดไม่ได้ว่า ฆ่าซอมบี้แล้วมันจะไปมีเสียงอะไรกันละ ก็แค่ฆ่ามันเพื่อให้ตัวเองรอดตายไม่ใช่หรือ
    ทว่า 2 สาว ที่ได้ยินคถามของเขา พวกเธอต่างแสดงสีหน้าขบคิดขึ้นมา ด้วยคำถามที่ดูไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับคนอื่นๆ แต่สำหรับพวกเธอที่เคยฆ่าซอมบี้ และได้ยินเสียงแปลกๆในหัวจึงต้องทบทวนความคิดและสิ่งที่ได้ยินมาอีกที
    ในทีแรกที่ทั้ง 2 ได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นในหัว มันเป็นประโยคที่ฟังแล้วแหม่งๆชอบกล ยิ่งไปกว่านั้นพวกเธอที่ตกอยู่ในอันตรายจนไม่เป็นอันทำอะไร พอได้โอกาสกลับมาหายใจอีกครั้ง จึงคิดว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเพียงความเหน็ดเหนื่อยของพวกเธอเองที่ทำให้หูแว่ว
    "เคยคะ"*2
    เกรทและหลินที่ตอบออกมาพร้อมกันนั้น ทำให้คนอื่นๆอดที่จะนใจไม่ได้
    "เกรท หลิน พวกเธอได้ยินเสียงอะไรกัน"
    ไอซ์ที่สงสัยท่าทีที่แปลกไปของเพื่อนสนิททั้ง 2 ตัวเธอก็อดที่จะคิดตามสิ่งที่เขาพูดไม่ได้เช่นกัน แม้ว่าเธฮจะไม่เคยทำและได้ยินสิ่งที่เขาบอก ทว่าตัวเธอกลับรู้สึกแปลกๆถึงความผิดปกติเหล่านั้น ทั้งจากสิ่งที่เกิดขึ้นและท่าทีของเพื่อนเธอทั้ง 2 คน
    "เสียงมันแจ้งว่าสังหารมนุษย์กลายพันธุ์ได้ แบะได้รับพ้อยจำนวนเท่าไหร่เนี่ยแหละ"หลินตอบกลับมา
    "ใช่ ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน"เกรทที่กล่าวเห็นด้วย และทำท่าทีนึกคิด ด้วยความน่ารักของเธอหากมีายหนุ่มมาเห็นการกระทำแบบนี้ย่อมทำให้พวกเขาอดที่จะกระชุ่มกระชวยไม่ได้ และเขาก็ดันเป็นหนึ่งในนั้น
    "ใช่ สิที่พวกเธอได้ยินนั้นถูกต้องแล้ว"
    "ทีแรกที่ผมได้ยินก็อดแปลกใจแบบพวกเธอไม่ได้"
    "แต่ความจริงที่ผมรู้และเจอมากับตัว ทำให้ผมมั่นใจว่าเวลานี้โลกของเราได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว"
    "ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ตัวผมเองก็ยังไม่รู้ว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร ทว่าเวลาที่เราฆ่าซอมบี้พวกนั้นได้ 1 ตัว สิ่งที่เรียกว่าพ้อยจะปรากฏขึ้นมา ซึ่งเราจะรู้ได้จากเสียงที่แจ้งเตือนและหน้าจอโปร่งใสที่จะเด้งขึ้นมาให้เห็น"
    "สำหรับหน้าจอโปร่งใสนั้น ผมไม่มั่นใจว่าทุกๆคนจะเห็นได้ทุกคนหรือไม่ แต่เสียงเหล่านั้นที่ดังขึ้นในสมองทุกๆจะต้องได้ยินไม่ต่างกันแน่นอน"
    แต่ละคนต่างทำสีหน้าเหมือนหบืนไม่เ้าคายไม่ออก ด้วยสิ่งที่ได้ยินมามันดูแปลกเกินไป จนทำใจเชื่อไม่ได้
    ""สำหรับเธอทั้ง 2 ที่สามารถฆ่าซอมยี้ได้นั้น พวกเธอจะได้รับการแจ้งเตือนถึงความสำเร็จผ่านเสียงที่ดังขึ้นในหัว รวมทั้งพ้อยที่จะได้รับ ผมคิดว่าหากเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ทั่วๆไป หรือที่ราเรียกกันว่าซอมบี้นั้น หากฆ่าได้ 1 ตัว เราจะได้รับพ้อยมา 2 แต้ม"
    "แล้วพ้อยมันเอาไว้ทำอะไร"
    พยาบาลสาวคนสวยพลันเอ่ยถามออกมา เธอมีชื่อว่ามิ้ง อายุพอๆกับเขา ด้วยท่าทางที่เขาแสดงออก บวกกับสิ่งที่เขาบอกกล่าวออกมา มันดูไม่มีความโกหกเลยแม้แต่น้อย กลับกันความจริงจังของเขากลับสะกดทุกคนให้จำต้องเชื่อแทน และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นที่อดจะถามคำถามตามความสงสัยของเธอไม่ได้
    "มันมีไว้สำหรับเพิ่มความสามารถของเรายังไงละครับ"
    ??เครื่องหมายคำถามพลันปรากฏบนหน้าของแต่ละคนทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เขาบอก
    "เกรท หลิน พวกเธอลองนึกในใจและ คิดว่า "อัพพ้อยไปที่ความสามารถของร่างกายด้านความเร็ว สติปัญญาและพละกำลังดูสิ"
    ทั้งที่ได้ยินกลับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทว่าทั้งสองก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะไม่ทำตาม หลังผ่านไป 1 นาที สีหน้าของสองสาว มันตื่นเต้นยินดี ทั้งสองต่างหันมามองทางเขากันอย่างพร้อมเพียง ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้จากคนอื่นๆ ที่ต่างมองมาด้วยความสงสัย
    "ใช่ พ้อยที่ได้มา เราสามารถอัพไปที่ความสามารถทางร่างกายได้"
    "และความสามารถที่ผมรู้และคิดว่าทุกๆคนสามารถอัพพ้อยได้นั้น คือ พละกำลัง การเคลื่อนไหว สติปัญญา การฟื้นฟู และการต่อต้านเชื้อ"
    "โดยเฉพาะอันหลังที่เพิ่มโอกาสให้เราไม่กลายเป็นซอมบี้แบบพวกมัน แม้ว่าเราจะมีรอยข่วนหรือบาดแผลที่เกิดจากพวกมันก็ตาม ซึ่งเปอร์เซ็นต์การต่อต้านเชื้อจะต้องมากกว่าอัตราการติดเชื้อ โอกาสของเราจึงจะสูง"
    "จริงรึรี่"
    พลันเสียงอุทานหลุดออกมาจากป้าแม่บ้านวัย 40 กว่าๆ ซึ่งเกรทได้แนะนำแล้วว่าเธอชื่อ ป้าแก้ว
    "เห็นการ์ดบนมือของผมมั้ย"
    "การ์ดเหล่านี้คือของรางวัลที่เราจะได้หลังจากการฆ่าซอมบี้เหล่านั้น อัตราการดรอปที่ผมคิดไว้ หากฆ่าซอมบี้ธรรมดาทั่วไป จะอยู่ที่ 1 ใบ ต่อ 10 ตัว"
    "ส่วนการ์ดที่ผมถืออยู่เป็นการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดง มีอันตราได้ของดีอยู่ที่ 30% ซึ่งมันเป็นการ์ดระดับต่ำสุด หากเปิดใช้งานเราอาจได้รับของที่มีประโยชน์ที่จะช่วยให้เราอยุ่รอดหรือกระทั่งแข็งแกร่งขึ้นได้"
    "ส่วนระดับที่เหลือคือ เงิน ทอง และเพชร ซึ่งพวกนี้คือสิ่งที่ผมรู้"
    "พี่วินหมายความว่า หากเราฆ่าซอมบี้ได้ ก็จะได้พ้อยและมีโอกาสได้รับการ์ดรางวัล และถ้าเปิดใช้งานเราอาจได้รับสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอดและแข็งแกร่งขึ้นได้ใช่มั้ยค่ะ"
    หยกเป็นคนสรุปคำพูดของเขาออกมาตามที่เธอนั้นเข้าใจ ซึ่งสิ่งที่เธอเข้าใจก็ตรงกับทุกๆคนเช่นกัน ส่วนเขาที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มและเดินเข้าไปลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน ส่งผลให้หยกพลันทำหน้าตาขึงขังและทำแก้มป่องเหมือนเด็กๆไม่ได้ คนอื่นๆที่ได้เห็นพลันหัวเราะและผ่อนคลายไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว
    "ลองเอาไปเปิดใช้งานดูสิ"
    หยกที่เห็นเขายื่นการ์ดระดับทองแดงมาให้ มันทำให้เธอรู้สึกดีใจที่มีพี่ชายดีๆแบบนี้
    "ขอบคุณคะ พี่ชายคนหล่อ"
    "พอเลยนะเรา ลองเปิดดูสิ"
    "พี่อยากรู้ว่าการ์ดที่พี่หามาได้จะให้คนอื่นเปิดได้หรือป่าว"
    "ได้คะพี่ชาย"
    ท่าทีทะเล้นของน้องสาวทำให้ตัวเขาอดที่จะรู้สึกโล่งใจที่สามารถปกป้องเธอเอาไว้ได้
    วิ้ง
    พลันการ์ดในมือของหยก ลอยออกจากมืออย่างน่าอัศจรรย์ แสงสีต่างๆที่เกิดขึ้นขับกล่อมและสร้างสีสรรให้เหล่าผู้ชมอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เขาได้ข้อสรุปว่าการ์ดเหล่านี้สามารถให้คนอื่นเปิดใช้งานได้เช่นเดียวกัน
    การ์ดที่อยู่บนมือเธอ และเสียงที่แจ้งเตือนทำให้หยกตื่นตะลึง ยิ่งไปกว่านั้นการืดที่เธอได้รับมานั้น มันเป็นอะไรที่เธอก็ไม่คิดฝันว่าจะเจอกับตัวเช่นกัน
    "ได้อะไรมา"
    "พะ พี่"
    หยกมีท่าทีตื่นเต้นอย่างชัดเจน มันทำให้คนอื่นๆอยากรู้ว่าเธอได้รับอะไรมากันแน่ ส่วนเขาที่ยืนมือไปหยิบการืดใบนั้นมา ต้องยอมรับเลยว่าดวงเธอนั้นเฮงจริงๆ เพราะว่า

    การ์ด ความสามารถอันเชิญ ขั้น 2 ระดับ 2 สัญลักษณ์ฟ้าดิน ห้วงมิติและการผันแปร หล่อหลอมและให้กำเนิดสรรพสิ่งที่เหนือยิ่งกว่า ซึ่งผูกพันธะสัญญานายบ่าว เจาแกร่งคูพันธะยิ่งแกร่งเสริ่มสร้างวึ่งกันและกันสามารถอันเชิญสิ่งมีชีวิตได้ 2 ชนิด หากยกระดับสูงขึ้นจะเพิ่มจำนวนสิ่งอัญเชิญได้ตามระดับขั้น"ทุกครั้งที่อัญเชิญ จะเสียสละค่าสติปัญญา 20 จุด พละกำลัง 30 จุด และความเร็ว 30 จุดถาวร"***สิ่งที่ถูกอัญเชิญมาจะเป็นการสุ่มระดับความแข็งแกร่ง ซึ่งไม่อาจระบุตายตัวได้***จะอันเชิญได้ใหม่ เมื่อสิ่งที่ถูกอัญเชิญมาตายเท่านั้น***ทุกครั้งที่สิ่งที่ถูกอัญเชิญมาตาย ผู้เป็นนายจะได้รับผลกระทบ คือ ลดพละกำลัง ความเร็ว และสติปัญญา 20 จุด เป็นเวลา 3 วัน

    "ดวงดีไปมั้ยเนี่ย"

    End