คืนนั้น แสงจันทร์สาดส่องทั่วทั้งเมืองหยางโจว ท้องฟ้าที่ไร้เมฆทำให้ดวงจันทร์ดูงดงามเป็พิเศษ หยางลี่เจินนั่งอยู่ที่ระเบียงเล็กๆ ของห้องพักในโรงเตี๊ยม ลมยามค่ำคืนพัดผ่าน เธอกอดเข่าแนบอก มองไปยังดวงจันทร์ด้วยสายตาเหม่อลอย
“ฉันจะได้กลับบ้านไหม…” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความคิดถึงและความเศร้า
ภาพบ้านในยุคปัจจุบัน แม่ที่เธอรัก เพื่อน และชีวิตที่คุ้นเคยผุดขึ้นมาในความคิด น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
“ฉันคิดถึงทุกคนเหลือเกิน…” เธอพูดเบาๆ
เหวินเจาเหยียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลในเงามืด เห็นภาพนั้นพอดี เขานิ่งเงียบ มองเธออย่างพิจารณา ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่คาดคิด
“เ้ากำลังคิดถึงใครกันแน่?” เขาพึมพำเบาๆ
แม้เขาจะยังไม่สามารถเข้าใจตัวตนของเธอได้ทั้งหมด
แต่เขากลับรู้สึกว่าใน่เวลานี้ เธอไม่ใช่ศัตรู หรือคนที่เขาต้องระวังอีกต่อไป
“น้ำตามันช่วยอะไรเ้าไม่ได้หรอก” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด
น้ำเสียงเ็า แต่ไม่ได้แฝงความรุนแรง
หยางลี่เจินสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมามองเขาด้วยความใ “คุณ… มาั้แ่เมื่อไหร่?”
“ั้แ่เ้ามองจันทร์จนร้องไห้” เขาตอบพลางเดินเข้ามาใกล้
เธอรีบปาดน้ำตา “ฉันไม่ได้ร้องไห้”
“อย่าปฏิเสธ” เขาพูดพลางยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ “น้ำตาของเ้าเห็นชัดเจนขนาดนั้น”
หยางลี่เจินรับผ้าเช็ดหน้ามาอย่างลังเล ก่อนจะถามเบาๆ “คุณไม่คิดจะถามเหรอว่าฉันร้องไห้ทำไม?”
“ถ้าข้าถาม เ้าจะตอบไหม?” เขาถามกลับ น้ำเสียงเรียบนิ่ง
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบาๆ “ฉันแค่คิดถึงบ้าน… คิดถึงคนที่ฉันรัก”
เหวินเจาเหยียนจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “บ้านที่เ้าหมายถึง… ไม่ใช่ที่นี่สินะ”
หยางลี่เจินสะอึก เธอเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เขารู้ความลับของเธอ
“เ้ามักพูดหรือทำอะไรที่แปลกไปจากเหมยหลินคนเดิม” เขากล่าว “บางที… เ้าคงมาจากที่ไกลกว่าที่ข้าคาดคิด”
เธอหันกลับมามองเขา ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย
“คุณ… คุณคิดว่าฉันเป็ใครกันแน่?”
“ข้าไม่รู้” เขาตอบเรียบๆ “แต่ข้ารู้ว่าเ้ามีบางสิ่งที่พยายามปิดบัง”
หยางลี่เจินก้มหน้า น้ำตายังซึมออกมาเล็กน้อย “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอะไรคุณ… แต่ฉันเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรีบตอบ” เขาพูดเบาๆ “ข้าแค่อยากรู้ว่าเ้าเป็ใคร ไม่ได้หมายความว่าข้าจะตัดสินเ้าในทันที”
คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะมองไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง
“พักเถอะ” เขากล่าวก่อนจะหันหลังกลับไป “พรุ่งนี้จะเป็วันที่หนักสำหรับเ้า”
เธอมองตามเขาไป ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “ขอบคุณ… ที่ไม่ถามอะไรเกินไปกว่านี้”
เขาไม่ได้ตอบ เพียงแค่เดินกลับเข้าไปในห้อง ทิ้งให้เธออยู่กับความคิดของตัวเอง
หลังจากที่เหวินเจาเหยียนกลับเข้าไปในห้อง หยางลี่เจินยังคงนั่งอยู่ที่ระเบียง ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านปลายผมของเธอเบาๆ ความคิดถึงบ้านและความสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในใจ เธอพยายามสงบจิตใจ แต่คำพูดของเหวินเจาเหยียนที่ว่า “ข้าแค่้ารู้ว่าเ้าจะไม่ทำให้ตัวเองหรือข้าตกอยู่ในอันตราย” ยังคงก้องอยู่ในหัว
เธอหลับตาลง ถอนหายใจยาว รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
เมื่อเธอคิดว่าจะกลับเข้าไปพักผ่อน เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นในความเงียบ เธอหันไปมอง เห็นเหวินเจาเหยียนเดินกลับออกมาพร้อมกับเสื้อคลุมในมือ
“ยังไม่เข้าไปอีกหรือ?” เขาถาม น้ำเสียงไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนทุกที
“ฉันแค่… ยังไม่อยากกลับเข้าไป” เธอตอบเบาๆ
เขาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะโยนเสื้อคลุมลงบนไหล่ของเธอ
“ใส่ไว้ จะได้ไม่เป็หวัด” เขากล่าวสั้นๆ
หยางลี่เจินเงยหน้ามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “คุณ… ทำไมถึง…”
“เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้” เขาพูดขัด น้ำเสียงยังคงนิ่งเรียบ “ถ้าล้มป่วยขึ้นมา จะเป็ภาระข้าเสียเปล่า”
เธออดยิ้มไม่ได้กับคำพูดของเขา แม้จะดูเหมือนคำต่อว่ามากกว่า แต่เธอกลับััได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวเบาๆ
เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยืนมองเธออยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “พักผ่อนซะ พรุ่งนี้ยังมีเื่ที่ต้องจัดการอีกมาก”
เธอมองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินกลับเข้าไปในห้อง รู้สึกถึงบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา แม้เขาจะยังคงเ็าและพูดจาแข็งกระด้าง แต่การกระทำของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
หยางลี่เจินยกเสื้อคลุมขึ้นห่มตัว มองดวงจันทร์อีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นและเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง เธอคิดในใจว่า แม้โลกนี้จะไม่ใช่ที่ที่เธอจากมา แต่บางที… มันอาจจะไม่เลวร้ายเกินไปนัก
คืนนั้นความเงียบกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่เหวินเจาเหยียนกลับเข้าไปในห้อง หยางลี่เจินยืนอยู่ที่ระเบียง มองดูดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในใจของเธอ เธอพยายามหาคำตอบให้กับคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบทั้งหมด
เธอยกเสื้อคลุมที่เขาโยนให้ขึ้นมาห่มตัว ความอบอุ่นจากเนื้อผ้ายังคงอยู่ ราวกับว่ามันสะท้อนความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยพูดออกมา เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเธอถึงรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ ทั้งๆ ที่เขาเป็คนเ็าและไม่ค่อยพูดดีๆ กับเธอ
เธอเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างช้าๆ แสงเทียนที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กให้แสงสลัว บรรยากาศชวนให้นึกถึงเื่ราวในอดีต เธอเดินไปนั่งที่ขอบเตียง ถอนหายใจยาวอีกครั้ง
“ฉันคิดถึงบ้าน…” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเศร้า
บ้านในยุคปัจจุบันยังคงอยู่ในความทรงจำของเธอ ภาพครอบครัว เพื่อน และชีวิตประจำวันที่เธอคุ้นเคย ทุกอย่างเหมือนเป็ความฝันที่ห่างไกล เธอพยายามทำตัวให้ชินกับโลกนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกคิดถึงออกไปได้
ขณะที่เธอกำลังนั่งคิดอยู่นั้น เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้เธอสะดุ้ง เธอลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูอย่างระมัดระวัง
เมื่อเปิดประตูออก เธอเห็นเหวินเจาเหยียนยืนอยู่ ใบหน้าของเขานิ่งเรียบตามปกติ แต่ดวงตาของเขากลับมีแววบางอย่างที่ทำให้เธอสงสัย
“ยังไม่นอนอีกหรือ?” เขาถาม น้ำเสียงเ็าแต่ไม่แข็งกระด้างเหมือนเคย
“ยังค่ะ” เธอตอบเบาๆ “ฉันนอนไม่หลับ”
เขามองเธออยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้น “ข้าเห็นเ้าเอาแต่คิดอะไรบางอย่างมาตลอดทั้งคืน”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ “คุณมีธุระอะไรกับฉัน
เหรอคะ?”
เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่เดินเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำเชิญ เธอถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้เขา
เขามองไปรอบๆ ห้องอย่างพิจารณา ก่อนจะหันมาพูด
“ข้าคิดว่าเ้าน่าจะเล่าอะไรให้ข้าฟังได้บ้าง”
“เล่าอะไร?” เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
“สิ่งที่เ้าคิด สิ่งที่เ้าเก็บไว้” เขาตอบเรียบๆ “เ้ามีบางอย่างที่ข้าไม่เข้าใจ… และข้าอยากเข้าใจ”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ เธอหลบสายตา ก่อนจะตอบเบาๆ “ฉันไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดไหม…”
“ลองดู” เขากล่าว “ข้าจะพยายามเข้าใจ”
เธอนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูด “ฉัน… มาจากที่ไกลมาก ไกลจนคุณอาจไม่เชื่อ”
“อีกอย่างฉันชื่อหยางลี่เจิน ไม่ใช่ซูเหมยหลิน”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดแทรก
“ฉันไม่รู้ว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เธอกล่าวต่อ น้ำเสียงแ่เบา “มันเหมือนกับฉันหลุดเข้ามาในโลกที่ไม่ใช่ของฉัน”
“เ้าไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม?” เขาถาม น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความจริงจัง
“ฉันพูดความจริง” เธอตอบ
เขามองเธออยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้น “นั่นอาจจะอธิบายสิ่งที่ข้าสงสัยมาตลอด”
“คุณหมายถึงอะไร?”
“ั้แ่เ้าฟื้นขึ้นมา เ้าก็ไม่เหมือนเหมยหลินคนเดิม”
เขากล่าว “เ้าคิด พูด และทำเหมือนคนที่ไม่ใช่เ้า”
เธอเงียบไป ไม่รู้จะตอบอย่างไร
เขาเดินเข้ามาใกล้ เงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “บางที… ข้าอาจเชื่อเ้า”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาแบบนี้
“แต่เ้า…” เขาพูดต่อ “ต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเ้าไม่ได้มีแผนการอะไร”
เธอพยักหน้าเบาๆ น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกทั้งโล่งใจและสับสน
“ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็น” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง
หยางลี่เจินมองตามหลังเขา ความรู้สึกอุ่นใจแทรกเข้ามาในหัวใจของเธอ แม้ว่าโลกนี้จะไม่ใช่บ้านของเธอ แต่เธอเริ่มรู้สึกว่ามันอาจจะมีสิ่งดีๆ ที่รอเธออยู่ก็ได้