บทที่ 3
เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
ภายในห้องขนาดไม่ถึงหนึ่งในสามเฟิน[1] ชายหนุ่มรูปงามใบหน้าซื่อวัยยี่สิบปีนำถุงบุหงากลิ่นหอมหวานที่‘ถานเจียวหลิง’ หญิงคนรักมอบไว้ให้เชยชมต่างหน้าด้วยความคิดถึง ขณะบรรจงจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษเพื่อเขียนสารบอกกล่าวให้นางได้รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเขาที่โต๊ะไม้สีน้ำตาลซึ่งมีรอยถลอกและโงนเงนนิดหน่อยจากความสูงของขาที่ไม่เท่ากัน
‘ถึงเสี่ยวหลิงคู่หมั้นข้า... บัดนี้ข้าเดินทางมาถึงเมืองหลิวหยางแล้ว บังเกิดคะนึงถึงคุณหนูใหญ่แซ่ถานอันเป็ที่รักขึ้นมาจับใจในบัดดล ข้าดีใจเหลือเกินที่เราได้โคจรมาอยู่ใกล้กัน คาดหวังว่าเราจะได้พบปะเพื่อสลายความคิดถึงเต็มหัวใจให้มลายในเร็ววัน’
ทันทีที่อ่านจดหมายจากคนรักจบหญิงสาวก็ลิงโลดไปรอบห้องก่อนจะวิ่งออกไปทางเรือนใหญ่เพื่อแจ้งข่าวดีให้บิดาได้ทราบ
“กวงิของข้ามาถึงเมืองหลวงแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ!”
‘ถานหาวเป่า’ ยิ้มดีใจไปกับบุตรสาว
“ดี! เร่งหาเวลานัดพบกัน ั้แ่เราย้ายสำมะโนครัวมาตั้งรกรากอยู่หลิวหยางเ้าทั้งสองก็ไม่ได้พบเจอกันมากว่าสามปีแล้ว อีกทั้งหมั้นหมายกันมาก็อีกหลายปีก่อนหน้า... บัดนี้มาอยู่ใกล้ล้วนเป็เื่ดีจะได้หารือเื่สมรส”
“สมรส!” เจียวหลิงร้องร่าพร้อมบิดตัวเคลิ้มฝัน “ข้าจะได้สมรสจริง ๆ หรือเ้าคะท่านพ่อ”
“เ้ารอคอยเขามานานจนบัดนี้อายุก็เข้าสิบแปดปีเข้าไปแล้ว ไม่มีเวลาใดจะเหมาะสมเท่า่นี้อีกแล้วล่ะ”
“หากมีวาสนาต่อกันห่างกันพันลี้ยังพบกัน แม้นไร้วาสนาใกล้แค่ตรงข้ามไม่เจอกัน...” เสียงเจื้อยแจ้วเล็กแหลมของ ‘ฮูหยินถานจินหยุน’ ผู้เป็มารดาดังแทรกขึ้นพร้อมยกจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาโบกพัด
“เ้าเอาจดหมายให้ท่านแม่รึ?” เจียวหลิงหันไปทำหน้าเอ็ดสาวใช้
“เ้าค่ะ...” ‘โส่วจิง’ ยอมรับอย่างจำนน “ตอนที่คุณหนูวิ่งออกจากหอนอนฮูหยินก็เดินมาพอดี บ่าวเก็บเอาไว้ไม่ทัน...”
แคว่ก!
ยังไม่ทันสืบสาวเอาความจนรู้เื่กระดาษแผ่นนั้นก็ถูกฉีกทำลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตาทุกคนแล้วโปรยกระจายเต็มพื้น
“ท่านแม่!” หญิงสาวร้องเสียงหลงแล้วก้มลงเก็บเศษกระดาษสื่อสายใยรักของตนเองโดยมีสาวใช้กุลีกุจอช่วยเก็บ
“ไม่ต้องเก็บ! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้หลิงเอ๋อร์”
ด้วยเสียงกร้าวของมารดาหญิงสาวจึงลุกขึ้นมาด้วยใบหน้างุ้มงอจากการถูกขัดใจแต่ก็มิอาจขัดคำสั่งเช่นกัน
“ยาจกแซ่ฟู่นั่นจะทำให้ชีวิตคุณหนูใหญ่แห่งเรือนตระกูลวาณิชย์ที่แสนสุขสบายอย่างเ้าดำดิ่งสู่ความมืดมน เลิกยึดเอาคำมั่นสัญญาลม ๆ แล้ง ๆที่กินไม่ได้กับของหมั้นต่ำต้อยอย่างแหวนเงินประจำตระกูลไร้ค่าวงเดียวมาเป็ตัวตัดสินอนาคตของเ้าเสียที!”
“เ้าพูดเกินไปหน่อยแล้วฮูหยิน...” เสียงแหบแห้งของผู้เป็พ่อย้อนแ่
“ไม่เกิน! ข้าพูดถูกต้องทุกคำ บางครั้งข้าเองก็ชักสงสัยว่าท่านพี่เป็ห่วงลูกบ้างรึไม่ เหตุใดจึงไม่เฟ้นหาคู่ชีวิตที่เหมาะสมให้กับนาง หนำซ้ำหากเรามีลูกเขยจากตระกูลดีมาเกี่ยวดอง ก็จะยิ่งส่งเสริมให้ธุรกิจของตระกูลถานเรามั่งคั่งและยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก”
“แต่นี่มันคือความสุขของลูก...”
“สุขชั่วคราว สุขประเดี๋ยวประด๋าวจากนั้นก็นอนกองจมน้ำตาไปทั้งชีวิตไม่เห็นใจลูกรึเ้าคะ”
“เอ่อ... เื่นั้น...” ผู้เป็สามีได้แต่อมพะนำหมดปัญญาหาเหตุผลมาแย้งภรรยา
“หลิงเอ๋อร์อ่า... เ้าจะต้องเชื่อแม่แล้วเลิกติดต่อตระกูลฟู่เสีย หากเ้า้าออกเรือนแต่งงานกับใครสักคนจริงๆ แม่จะเฟ้นหาบุรุษที่ชาติตระกูลดีมาเป็คู่ชีวิตให้เ้าเอง”
“ไม่! ข้าไม่อยากรอ! ข้ารักแค่ฟู่กวงิเท่านั้น!” ร้องไห้ฟูมฟายแล้วเจียวหลิงก็วิ่งกลับหอนอนไปโดยมีสาวใช้วิ่งตามไปดูแลติด ๆ
ฮูหยินถานถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ “ท่านพี่นะท่านพี่...!” นางหันไปจ้องตาดุใส่สามี “เพราะท่านให้ท้ายลูกโดยไม่ทบทวนความเป็จริง เยี่ยงนี้แล้วลูกสาวเราจะเสียอนาคตก็เพราะท่าน!”
เมื่อตกเป็จำเลยในเื่นี้ถานหาวเป่าก็ถอนหายใจออกมาเช่นกันด้วยความละเหี่ยก่อนจะเดินหนีภรรยาไปอีกคน ปล่อยให้นางยืนหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่กับ ‘อิงเถา’ บ่าวรับใช้ประจำตัวในห้องโถง
่พลบค่ำกู้เทียนเฉิงเดินกลับเข้าจวนด้วยร่างโซซัดโซเซจากฤทธิ์สุราที่กรอกใส่ปากั้แ่ตะวันตรงหัว เขาเดินกอดคอ ‘หลงจื่อ’ บ่าวคนสนิทพลางร้องรำทำเพลงเสียงดังโดยไม่เกรงใจสมาชิกคนอื่น ๆที่กำลังพักผ่อน
“คุณชายขอรับ ดูนั่นสิขอรับ” เด็กหนุ่มกระซิบบอกแล้วชี้ไปยังเป้าหมายแถวบ่อน้ำ “นางชื่อชุนเสวี่ยเพิ่งถูกขายเป็บ่าวเข้ามาในจวนไม่กี่วันนี้ขอรับ”
ดวงตาหยาดเยิ้มจ้องไปยังเด็กสาวที่กำลังชักน้ำในบ่อใส่หาบเพื่อนำไปเตรียมไว้ให้เ้านายอุปโภคและบริโภคในตอนเช้า
ถึงแม้จะยังเมามายแต่เขาก็จำได้ทันทีว่าเด็กสาวผู้นั้นที่เคยพบเห็นหน้าตานางแสนงดงามโดดเด่นเตะสายตากว่าใครๆ
มีรอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้าแดงกร่ำ แล้วร่างสูงก็ก้าวฉับเข้าไปอย่างไม่รีรอ
มือหนาโอบลู่เข้าไปที่เอวคอดกิ่วอย่างถือวิสาสะจนเ้าตัวสะดุ้ง
“เอ๊ะ! คุณชาย!”
“เหนื่อยรึไม่เสวี่ยเอ๋อร์”
“มะ ไม่เ้าค่ะ บ่าวไม่เหนื่อย” เด็กสาวร้องตอบติด ๆ ขัด ๆเพราะยังตั้งตัวจากการถูกรุกล้ำไม่ถูก
“ตัวเ้าช่างบอบบางเช่นนี้เหตุใดจึงต้องมาทำงานหนักด้วย...” เสียงทุ้มกระซิบแหบพร่าที่ข้างกกหูพร้อมสูดดมกลิ่นความหอมหวานจากกลิ่นกายสาว “เสียดายมือเรียวสวยที่จะต้องมากร้านสากเพราะตรากตรำ” พร้อมกับยกมือบางขึ้นมากุมไว้แแ่
“คุณชาย...”
“เสวี่ยเอ๋อร์... เ้าอยากมีเงินและความเป็อยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้รึไม่”
“อย่างไรรึเ้าคะ?” ชุนเสวี่ยย้อนถามทันควันด้วยความสนใจ
หากนางจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแล้วส่งเสียให้พี่ชายเพื่อไปรักษาบิดาที่ป่วยหนักยังชนบทก็ย่อมเป็เื่ดี นางพร้อมทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวได้มีเงินไว้ซื้อยารักษาบุพการีอีกทั้งยังทำให้พวกพ้องและญาติพี่น้องมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น พวกเขาจะได้ไม่ต้องดิ้นรนทำงานผิดกฎหมาย...
“ง่ายดายมากแค่เ้ายอมเป็เมียของข้า”
“เมีย!”
“จุ๊ ๆ... อย่าเสียงดังไป ประเดี๋ยวคนอื่นจะอิจฉาตาร้อนเ้าเอานะ บ่าวไพร่สตรีในจวนนี้ล้วนอยากตกเป็เมียของข้ากันทั้งนั้น”
“...!”
“ทำงานเป็ทาสจะได้พบเจอเนื้อคู่หรือตบแต่งออกเรือนไปได้อีกเมื่อใด... ดูอย่างผัวเถานั่นสิ อยู่ที่จวนนี้ั้แ่ยังเด็กจนบัดนี้แก่ทึนทึกไม่มีชายใดเหลียวแล เ้ายังมีโอกาสเลือก จะปล่อยให้ตัวเองเหี่ยวเฉาอย่างน่าเสียดายไปเยี่ยงนั้นหรือ? เ้าว่าอย่างไรเล่า?”
เด็กสาวกลืนน้ำลายก้อนเหนียวหนืดลงคอพร้อมหัวใจเต้นรัวด้วยความสับสน
คุณชายใหญ่ผู้นี้หน้าตาผิวพรรณก็จัดอยู่ในบุคคลรูปงาม กลิ่นกายของเขาแม้จะฟุ้งไปด้วยกลิ่นสุราในเวลานี้แต่ก็ยังคงหอมรัญจวนชวนหลงใหล
พร้อมๆ กับที่มือซุกซนก็เริ่มเลื้อยไปยังส่วนสัดต่าง ๆของความเป็สาวจนความอยากรู้อยากลองจากความเคลิบเคลิ้มถูกนำมาใช้เป็ตัวตัดสินใจ
“เ้าค่ะ...” นางตัดสินใจในที่สุด
ชายหนุ่มหันไปยิ้มกับบ่าวติดตัวอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะรวบร่างน้อยขึ้นกระชับแนบอก แล้วพานวลนางกลับเข้าหอนอนด้วยใจคะนองราวพบของเล่นชิ้นใหม่
กู้หนิงฮวาใบหน้าเหยเกไปด้วยความปวดระบมหลังนางเรียนรู้วิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้เพียงสามวันจากอดีตแม่ทัพแซ่เสิ่นที่จวนเล็กๆ แถบชานเมืองฝั่งตะวันตกซึ่งบิดาเป็ผู้ฝากฝังเอาไว้ตามคำขอ
“หากยังเป็ไข่มุกงดงามบนฝ่ามือของบิดาเ้าก็กลับไปเสียเถอะ ใยต้องลำบากร่ำเรียนให้เจ็บตัวด้วยเล่า”
“ข้ายังไม่ยอมแพ้เสียหน่อยท่านอาจารย์!” นางะโเถียง “แค่นั่งพักเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง” พร้อมให้เหตุผลอ้อมแอ้ม
“ยิ่งพักนานก็ยิ่งเ็ป หากใจไม่สู้แล้วก็ออกประตูจวนไปเถิดข้าเองก็ไม่อยากเสียเวลา”
ได้ยินคำปรามาสเยี่ยงนั้นหนิงฮวาจึงแข็งใจลุกขึ้นมาแม้กล้ามเนื้อในร่างกายกำลังประท้วงก็ตาม
“หากเ้าไม่สามารถล้มเ้าอ้วนนั่นได้ก็ยังไม่ถึงเวลาพัก”
หญิงสาวมองร่างตระหง่านของบุรุษร่างั์ที่ยืนตัวมันเลื่อมด้านหลังผู้เป็อาจารย์ด้วยใจหวาดหวั่น
“เข้ามาเลยแม่หนูน้อย”
เมื่อถูกท้าทายมีหรือที่กู้หนิงฮวาจะยอมแพ้ นางพุ่งเข้าไปหาไอ้ั์นั่นพร้อมง้างหมัดรัวใส่ไม่ยั้ง
“ย้ากกก!!!”
แต่ทว่า...
นางเพียงหลับหูหลับตาชกอากาศโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่ถูกั์ใหญ่นั้นยื่นมือไปยันค้ำหน้าผากไว้ก็ไม่สามารถบุกเพื่อคลุกวงในคู่ต่อสู้ได้แล้ว
“เล่นตลกพอรึยัง?”
“หืม?”
สิ้นเสียงย้อนถามอย่างเบื่อหน่ายร่างอรชรของนางก็ลอยขึ้นแล้วถูกจับทุ่มลงกับพื้นดินอย่างแรงจนฝุ่นตลบอบอวล
ตุ้บ!
ภาพสุดท้ายที่เห็นคือซูหลานวิ่งเข้ามาหาอย่างแตกตื่นพร้อมร้องเรียกเสียงดัง ก่อนสติการรับรู้ของนางจะดับวูบไป
[1] 1 เฟิน มีขนาดพื้นที่ราว 66.6 ตารางเมตร