‘ปุ้งงง’
เสียงประทุแปลกๆที่ดังออกมาจากเตาหลอมโอสถ ทำให้ผู้าุโ2 และคุณหนูใหญ่ตระกูลหยาง ต่างพากันแอบยิ้มมุมปาก เพราะคิดว่าการปรุงโอสถของซิ่วอิงนั้น เกิดความผิดพลาดอย่างแน่นอน
แต่ในไม่กี่อึดใจพวกเขาต้องผิดหวัง เมื่อความหอมของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วห้อง จากที่พวกเขาเป็ผู้ปรุงโอสถเช่นเดียวกัน จึงรู้ได้ทันทีว่าการปรุงโอสถของเด็กสาวตระกูลจ้าวนั้นสำเร็จแล้ว
‘หลังจากนั้นไม่นาน’
‘ฟู่ววว’
ซิ่วอิงเปิดฝาเตาโอสถออกมา ปรากฏโอสถสีทองเรืองแสงอร่ามจำนวน 5 เม็ด จึงนำโอสถใส่ขวดหยกขาวและปิดฝาเก็บไว้ จากนั้นนั่งลงท่าสมาธิปรับลมปราณอยู่ชั่วครู่ เสร็จแล้วลุกขึ้นเดินไปหาทุกคน
ซิ่วอิงนำโอสถสีทองเรืองแสงส่งให้กับเ้าเมืองหนึ่งเม็ด พร้อมกับกล่าวว่า
“ ท่านเ้าเมือง.. นำโอสถเม็ดนี้ให้บุตรชายท่านกิน”
“ อะ โอสถระดับนภา.. นี่เ้าปรุงโอสถระดับนภาได้อย่างนั้นรึ.. ”
ผู้าุโ 2 เอ่ยออกมาเสียงสั่น สองตาเบิกกว้างมองโอสถในมือเ้าเมือง ก่อนจะคว้าโอสถจากมือเ้าเมืองมาดู ความตื่นตลึงทำเขาลืมคิดถึงมารยาทไปสิ้น
“ นะ นะ นี่..”
คุณหนูใหญ่หยางรั่วฉินเอ่ยวาจาติดขัด พลางชึ้โอสถในมือผู้าุโ2อย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะมองซิ่วอิงตาไม่กระพริบหมดคำที่จะพูดอีกต่อไป เด็กสาวคนนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ
“ ท่านผู้าุโท่านเห็นกับตาตัวเอง เหตุใดต้องถามอีก.. ท่านเ้าเมืองนำไปให้บุตรชายท่านกินโดยเร็วเถิด ก่อนที่สรรพคุณของโอสถจะลดลง.. หากจะให้เห็นผลไวท่านควรช่วยเดินลมปราณเร่งให้เขาด้วย ”
สิ้นคำกล่าวของซิ่วอิง เ้าเมืองคว้าโอสถคืนมาจากมือผู้าุโ2 นำไปใส่เข้าปากบุตรชายอย่างเร็ว จากนั้นพยุงตัวเขาขึ้นนั่ง ก่อนจะเอามือทาบด้านหลังส่งพลังปราณตัวเอง ช่วยเร่งสรรพคุณของโอสถให้ออกฤทธิ์เร็วขึ้นอีกทาง
ในขณะที่เ้าเมืองกำลังช่วยส่งพลังปราณช่วยบุตรชาย ซิ่วอิงหันไปกล่าวกับฮูหยินว่า
“ เรียนฮูหยิน.. ท่านให้คนนำอ่างอาบน้ำมาให้ข้า ต่อไปข้าจะช่วยเขาขับพิษออกมาจาร่างกาย”
“ ดะ ได้..”
ฮูหยินเ้าเมืองตอนนี้เชื่อฟังซิ่วอิงเป็ที่สุด นางพอจะเข้าใจในความ้าของซิ่วอิง จึงเรียกคนรับใช้นำอ่างใส่น้ำขนาดใหญ่เข้ามาในห้องทันที
เมื่อได้ตามที่้า ซิ่วอิงเข้าไปยืนข้างอ่างหันหลังให้ทุกคน ก่อนจะนำขวดน้ำทิพย์ดาราออกมาจากแหวนมิติโดยไม่ให้ผู้ใดเห็น จากนั้นหยดน้ำทิพย์ลงไปในอ่างน้ำจำนวน 5 หยด (ครึ่งขวด) เป็เวลาเดียวกับที่เ้าเมืองชินใช้พลังปราณช่วยบุตรชายสิ้นสุดลงพอดี
ซิ่วอิงเดินไปหาเ้าเมืองที่เตียงมุมห้อง แอบส่งขวดหยกใส่น้ำทิพย์ดาราที่เหลือครึ่งขวดให้เขา แล้วก่อนที่เ้าเมืองจะทันกล่าวคำใด ซิ่วอิงรีบส่งเสียงทางลมปราณแก่เขาเพื่อไม่ให้ผู้ใดรับรู้
'ท่านเ้าเมือง.. ทำตามที่ข้าบอกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น'
'ได้ข้าเชื่อเ้า'
ซิ่วอิงพยักหน้าให้เ้าเมืองเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาเสียงดังได้ยินกันทุกคน
" ท่านเ้าเมือง.. นำบุตรชายท่านลงไปในอ่าง แล้วเอาน้ำในขวดให้เขากิน.. ขั้นตอนนี้เป็การล้างพิษในร่างกาย เขาจะรู้สึกเ็ปทรมาณเป็อย่างมาก.. ข้าขอแนะนำให้ฮูหยินกับคุณหนูหยางออกไปด้านนอก ”
" เอ่อ.. ได้.. ข้าจะไปเตรียมอาหารไว้ให้พวกท่านก็แล้วกัน.. ไปเถิดคุณหนูหยาง” ฮูหยินชินอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ แต่ตัวนางเองก็พอรู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้น นางจึงยอมออกไปพร้อมกับพาหยางรั่วเฉินไปด้วย
เ้าเมืองอุ้มร่างที่เริ่มจะรู้สึกตัวของบุตรชาย ก่อนจะวางลงไปในอ่างน้ำ แล้วนำขวดหยกอันเล็กๆที่ซิ่วอิงส่งมาให้ กรอกเข้าปากบุตรชายลงไปทั้งหมด (ซึ่งเขาเองรู้ดีว่าเป็น้ำอะไร)
‘อ๊ากกก..’
เพียงครู่เดียวเท่านั้น ร่างของชินไป๋หลงบุตรชายเ้าเมือง พลันมีไอปราณสีขาวครอบคลุมไปทั้งตัว ก่อนจะส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสงสาร พร้อมกับเริ่มดิ้นสะบัดไปมาแรงขึ้น
“ เ้าเมืองท่านใช้พลังปราณกดร่างเขาไว้ ข้าจะช่วยอีกแรงนึง.."
“ ได้..” เ้าเมืองรับคำแล้วใช้พลังปราณกดร่างบุตรชายไว้
จากนั้นซิ่วอิงจึงกล่าวต่อไปว่า
" คุณชายไป๋หลง.. ข้ารู้ว่าท่านได้ยินเสียงข้า ท่านต้องพยายามอดทนไว้ให้ได้.. ตอนนี้ท่านสามารถเดินลมปราณได้แล้ว ท่านต้องเดินลมปราณช่วยเหลือตัวเองอีกทางนึง”
ซิ่วอิงกล่าวเสียงเข้ม ก่อนจะโคจรลมปราณเข้าสู่ร่างเขาพร้อมๆกับเ้าเมือง ผ่านไปครู่นึงเธอรับรู้ได้ว่า ชินไป๋หลงเริ่มเดินลมปราณได้ด้วยตนเอง ซิ่วอิงทาบฝ่ามือไปที่เส้นลมปราณของเขา แล้วเริ่มเดินลมปราณตนเองส่งเข้าร่างเขา เพื่อช่วยขับพิษในร่างของชายหนุ่มทันที
‘วู๊สสส’
ในความเป็จริงแล้ว ด้วยสรรพคุณของน้ำทิพย์ดาราและโอสถระดับนภา ที่ซิ่วอิงให้ชายหนุ่มดื่มกินเข้าไปนั้น เพียงพอที่จะรักษาเขาได้แล้ว เพียงแต่อาจจะใช้เวลานานถึง 2 วันจึงจะเห็นผล
เหตุที่ซิ่วอิงต้องทำแบบนี้ เพราะเธอ้าให้การรักษาเห็นผลโดยไว เพื่อสร้างการยอมรับจากเ้าเมืองกับฮูหยินอย่างหมดทั้งใจ อีกทั้งผู้าุโของตระกูลหยางยังนั่งดูอย่างใจจดใจจ่อ เธอจึง้าแสดงความสามารถอย่างเต็มที่
‘ฟู๋วววว’
ภายในอ่างน้ำ ชินไป๋หลงที่ครั้งแรกร้องโหยหวนด้วยความเจ็บนั้น เมื่อเวลาผ่านไปชั่วหนึ่งก้านธูป ตอนนี้ความเ็ปของเขาได้หมดไปแล้ว ฤทธิ์ของโอสถและน้ำทิพย์ได้ซ่อมแซมเส้นชีพจร เส้นลมปราณ และล้างพิษออกจากร่างกายเขาจนหมดสิ้น จนตอนนี้น้ำในอ่างได้กลายเป็สีดำสนิท
เมื่อพิษร้ายในร่างกายหมดไป หน้าตาของชินไป่หลงที่เคยซีดเซียว ทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วง บัดนี้กลับกลายเป็ชายหนุ่มที่หล่อเหลาเช่นเดิม
“ เอาละ.. คุณชายไป่หลง.. ตอนนี้เส้นชีพจรและเส้นลมปราณของท่านหายดีแล้ว อีกทั้งพิษในร่างกายได้ถูกขจัดออกมาจนหมด.. คุณชายไป่หลง.. ท่านลุกจากอ่างไปนั่งบ่มเพาะพลังปราณสักสองชั่วยาม.. ด้วยสรรพคุณจากโอสถระดับสูงของข้า จะทำให้ท่านทะลวงไปยังระดับปฐีขั้นต่ำได้เลย.. หมดเื่แล้วข้าขอตัวก่อน”
ซิ่วอิงกล่าวจบประสานมือคำนับให้แก่เ้าเมือง แล้วเดินออกไปจากห้องทันที ชินไป๋หลงส่งสายตามองตามร่างเพรียวของซิ่วอิงจนลับจากสายตา แล้วหันมากล่าวกับบิดา
“ ท่านพ่อ.. ข้าขอบ่มเพาะพลังตามที่นางพูดก่อน ฝากท่านพ่อดูแลนางด้วย นางเสียพลังปราณไปมากเหมือนกัน”
เ้าเมืองชินยิ้มกว้างด้วยความยินดี แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ พ่อดีใจยิ่งที่เ้าหายดีแล้ว เ้าบ่มเพาะไปอย่างสบายใจเถิด.. ส่วนเื่อื่นนั้นพ่อรู้ว่าสมควรทำเช่นไร”
“ ขอบคุณท่านพ่อ ขอบคุณผู้าุโ..“
ชินไป๋หลงกล่าวกับบิดา จากนั้นหันไปขอบคุณผู้าุโ2 ตามมารยาท
“ คุณชายไป๋หลงไม่ต้องเกรงใจ เชิญท่านบ่มเพาะพลังตามสบาย”
“ ถ้าอย่างนั้น.. ผู้าุโพวกเราก็ออกไปกันเถอะ”
เ้าเมืองชินกล่าวจบทั้งสองจึงออกไปจากห้อง ปล่อยให้ชินไป่หลงนั่งบ่มเพาะพลังตามลำพัง
เมื่อเ้าเมืองชินกับผู้าุโ2 ออกมาภายนอก สายตาของทั้งคู่เห็นซิ่วอิงนั่งสมาธิฟื้นฟูลมปราณ อยู่ในศาลาใต้ตนไม้หน้าห้องนั่นเอง แต่ทั้ง 2 คนหารู้ไม่ว่านี่เป็การแสดงของซิ่วอิง เพราะเธอไม่ได้เสียลมปราณมากเท่าใดนัก เพียง้าแสดงให้ทุกคนเห็นว่า เธอได้ทุ่มเทกับการรักษาเป็อย่างมากเท่านั้นเอง
ทั้งเ้าเมืองและาุโ2ตระกูลหยาง มองเด็กสาวตระกูลจ้าวด้วยตาเป็ประกาย แต่ความคิดนั้นไปคนละทางกัน
เ้าเมืองนั้นคิดว่า
‘ต่อไป.. ข้าต้องดูแลตระกูลจ้าวอย่างดี ’
ผู้าุโ2 ตระกูลหยางกลับคิดไปอีกทางนึง
‘จ้าวซิ่วอิงคนนี้ช่างเก่งกาจยิ่งนัก.. ทั้งการต่อสู้และการปรุงโอสถ หากสามารถผูกสัมพันธ์กับนางได้ก็เป็เื่ดี.. หากทำไม่ได้.. นางคงเป็ศัตรูตัวฉกาจที่ตระกูลหยางต้องกำจัดเช่นกัน..’
เ้าเมืองชินเห็นสายตาของผู้าุโตระกูลหยาง พลันรับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง
“ ผู้าุโ2.. ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ ขอให้เลิกล้มความคิดเช่นนั้นเสีย.. เพราะต่อจากนี้ไปคุณหนูตระกูลจ้าวคนนี้ คือผู้มีพระคุณของข้าและครอบครัว.. หากมีเื่อะไรเกิดขึ้นกับนาง ข้าจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด..”
เ้าเมืองชินกล่าวเสียงเข้ม พร้อมกับปล่อยแรงกดดันระดับปราณนภาขั้นกลางออกมา ผู้าุโ2 ที่อยู่ในระดับปฐีขั้นกลาง ถึงกับรู้สึกกดดันเข่าแทบทรุด จึงรีบกล่าวขึ้นมาว่า
“ ข้าเข้าใจแล้ว.. ขอท่านเ้าเมืองวางใจ.. หากนางไม่มุ่งร้ายต่อตระกูลหยาง เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางเช่นกัน"
“ ขอให้เป็ดังเช่นท่านพูด..”
เ้าเมืองชินกล่าวจบถอนแรงกดดันกลับคืน ผู้าุโ2ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ซิ่วอิงที่กำลังนั่งปรับพลังปราณอยู่ไม่ไกล เธอแผ่อาณาเขตจิติญญา ตรวจสอบความเคลื่อนไหวรอบข้างอยู่ตลอดเวลา จึงรับรู้เื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอแอบยิ้มในใจด้วยความสมหวัง วันนี้จุดประสงค์ของตนเองลุล่วงแล้ว
“ เรียนนายท่าน.. ฮูหยินขอเชิญทุกคนไปทานอาหารขอรับ”
เสียงพ่อบ้านดังออกมาจากด้านข้าง เ้าเมืองชินเห็นซิ่วอิงยังไม่รู้สึกตัว จึงเชิญผู้าุโ2 ร่วมทานอาหารตามมารยาท แต่าุโ2 ปฏิเสธอย่างสุภาพเช่นกัน ก่อนจะให้พ่อบ้านไปแจ้งคุณหนูหยางว่าเขาจะกลับแล้ว ให้นางกลับไปพร้อมกับเขาเลย คุณหนูหยางจึงต้องกลับด้วยความจำใจ
………………………………