ตอน 20 ไม่สิ้นไม่สุด
และแล้วสองสามีก็ได้ร่วมรักกันอย่างที่ควรจะเป็ บทเพลงรักที่เร่าร้อน บรรเลงหลายหนหลายยก กระทั่งตะวันโด่งกลางฟ้า ลับลง...มืดมิด
เว่ยกวงผู้หื่นกระหาย อุ้มร่างภรรยาที่อ่อนล้าจากการถูกกระแทกบั้นท้ายกลับเข้าเรือน ทิ้งตัวนางลงบนเตียงใหญ่ ก่อนจะโล้รักนางอีกครั้งจวบจนรุ่งสางของอีกวัน...
**********
ยามเฉิน (辰:chén) คือ 07.00 น.
"เหตุใดตื่นนอนไวนัก ข้าอยากให้เ้าพักผ่อนมากกว่านี้อีกหน่อย" เว่ยกวงลืมตาตื่นก็เห็นใบหน้าอันงดงามของภรรยาเพ่งมองอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เขาสุดแสนปลื้มใจแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
"ที่ข้าตื่นไวขนาดนี้ เพราะข้าอยากมองหน้าท่านให้มากขึ้นหน่อย ข้าไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อใดท่านจะหมดรักข้า " หลินอีพูดออดอ้อนสามีั้แ่เช้าตรู่
"เอาล่ะยอดรัก เ้าอย่าได้กังวล ด้วยเกียรติของข้า ฉือเว่ยกวงไม่ขอปันใจให้นางใดยกเว้นเ้า" เว่ยกวงดึงนางเข้ามากอดอย่างอบอุ่น ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
ยามสายของวันเดียวกัน หลินอีเพลียหนัก ไม่อยากย่างเท้าเอาร่างออกจากเรือน นางเพียงนั่งจิบชาร้อน ชมนกน้อยนอกหน้าต่าง
"คุณหนูเ้าคะ... คุณหนูถานขอเข้าเฝ้า" เสี่ยวถีมาพร้อมกับ ถานหย่งเล่อและถานเมี่ยนอวิ๋น
"เข้ามาเถอะ" หลินอีประหลาดใจที่อนุทั้งสองเข้าพบนางด้วยตัวเองถึงเรือน
"พี่หญิง พวกข้านำของกำนัลเล็กน้อยมาให้ท่าน"ทั้งสองมีท่าทีนอบน้อมกับหลินอีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"พวกเ้ามอบหยกนี้ให้ข้าเพราะอะไร" หลินอีต้อนรับทั้งสองเป็อย่างดี โดยไร้ซึ่งท่าทีที่เป็อคติ
"ที่จริงแล้ว พวกเราอยากจะมาเพื่อขอบคุณท่าน ที่ช่วยเหลือ ไม่เข้าใจผิดคิดร้ายกับอนุน้อยอย่างพวกข้า" ถานหย่งเล่อพูดจาโผงผางอย่างตรงไปตรงมา ต่างกับถานเมี่ยนอวิ๋นน้องเล็กสุดที่มัวแต่เขียมอาย พูดจาอ้อมค้อมไปไกล
"แล้วอนุรองเล่า นางไปที่ใด มิพานพบหน้าข้าพร้อมพวกเ้าหรือ" หลินอีเอ่ยถามด้วยความใสซื่อมิได้คิดเล็กคิดน้อยมากนัก
"เช่นนั้นข้าถานหย่งหล่อ ขอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา น้องรองของข้าผู้นี้มีใจดื้อรั้นอยู่บ้าง หากจะหวังให้นอบน้อมแก่ผู้ใมใดนั้นช่างยากยิ่ง อีกทั้งฉือเว่ยกวงยังเป็ชายเดียวที่นางปรารถนามาแต่เล็กแต่น้อย ส่วนข้ากับน้องสาม มิได้มีใจชมชอบฉือเว่ยกวงั้แ่แรก ที่ยอมแต่งเข้าจวนฉือเพียงเพราะ้าปลดพันธนาการบุญคุณที่ท่านแม่ติดค้างต่อฮูหยินฉือก็เท่านั้น" ไม่เสียแรงที่เป็พี่หญิงใหญ่จวนถาน กล้าออกหน้าปกป้องน้องเล็ก มิหนำซ้ำยังเลือกพูดจาอย่างตรงไปตรงมา
"แม่นางถาน พวกเ้าปรารถนาสิ่งใด หากข้าหลินอีช่วยได้ จะทำเต็มที่" หลินอีเห็นใจพวกนางนัก
"ข้า้าเป็อิสระ ออกโลดโผนชมลงกว้างในใต้หล้า ฝึกเวทย์ฝึกยุทธ์ดั่งใจหวัง ส่วนน้องสามของข้า ข้า้าให้นางได้ครองคู่กับบุรุษที่นางรัก แต่หากจะกล่าวถึงน้องรองนั้น ข้าไร้ใจแยแส นางนั้นดื้อรั้นมิอาจชี้แนะนางได้ เช่นนั้นชีวิตนาง ให้นางเลือกเองเถิด" หย่งเล่อกล่าวทั้งหมดด้วยแววตาแน่วแน่เยี่ยงบุรุษ
"เอาล่ะ ข้าเข้าใจทั้งหมดดี พวกเ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ น้ำใจของพวกเ้า ข้าได้รับไว้แล้ว" หลินอีมอบของกำนัลคืนแก่พวกนางเพื่อเป็การแลกเปลี่ยนมิตรภาพต่อกัน ก่อนจะส่งยิ้มให้กันและกันอย่างมากไมตรีมิตร
**********
ณ เรือนภรรยาเอกที่แสนเงียบเชียบ ไม่มีแม้แต่ผู้ที่จะเข้าออก
แม้ตำแหน่งเมียของนางจะอยู่สูงเหนือผู้อื่น แต่มันกลับทำให้นางเหน็บหนาวกว่าผู้ใด
"หึ วิธีนี้ไม่ได้ผล... คนเช่นข้าจะสนใจมันปะไร " จี้จูพูดพร่ำบ่นกับสาวใช้คนสนิท
"เช่นนั้นนายหญิงจะทำเช่นไรต่อไปเ้าคะ" สาวใช้รอจังหวะยุยง
"มันคงไม่ยากเกินความสามารถของคนเช่นข้าหรอก ข้าเข้าใจผิดมานานโข ว่าเว่ยกวงไร้ประโยชน์ ที่แท้รูปโฉมของเขางดงามปานนี้ เห็นทีคนที่คู่ควรมากที่สุดต้องเป็ข้า"
"อย่างไรเสีย บุรุษก็พึงพอใจกับสตรีที่ช่างเอาอกเอาใจ ยิ่งข้าบอบบางเพียงนี้ ออดอ้อนออเซาะหน่อย เว่ยกวงก็หนีไปไหนไม่รอดแล้ว" จี้จูหวังหว่านเสน่ห์ต่อเนื่องเพื่อให้สามีหลงใหล เกิดอารมณ์แห่งกามอยากร่วมรักกับนางสักวัน
ทว่าฉือเว่ยกวงนั้นมีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง รู้ทันคน รู้ทันสตรี เขารู้ดีว่าซ่างจี้จูผู้นี้มิใช่คนดีนัก จึงไม่คิดวางใจ ดูออกในทันใดว่าภรรยาเอกพยายามตีสนิทเข้าใกล้ หวังเอาอกเอาใจให้ตนใคว้เขว ดังนั้นเว่ยกวงผู้ปราดเปรื่องจงใจหลบหลีก ตีตัวออกห่าง อยากอยู่เพียงแค่กับหลินอีทุกเช้าค่ำ โดยไม่สนสายตาผู้ใดว่าจะหาทางรังแกนางเฉกเช่นเมื่อก่อน
**********
"เว่ยกวง เ้าจะทำเช่นนี้ให้มารดาอย่างข้าอกแตกตายเลยหรือไร" ฮูหยินใหญ่ทำได้เพียงตัดพ้อ และเพ่งมองสองสามีภรรยาเกี้ยวพาราสี หยอกล้อกันในสวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มันช่างขัดอกขัดใจนางนัก ในเมื่อสะใภ้รอง ผู้นี้นางมิได้มีใจโปรดปรานั้แ่แรก
"นายหญิงเ้าขา บ่าวว่า ปล่อยไว้เช่นนี้ไม่เป็ผลดีแน่ นายหญิงรีบจัดการสะใภ้รองเถอะ" สาวใช้ยุยงนางอีกครั้ง
"เ้ามีความเห็นเช่นนั้นหรือ เ้าแน่ใจนะ ว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรผิดพลาดเหมือนคราวก่อน" ฮูหยินฉือชักจะไม่แน่ใจในตัวสาวใช้ แต่จิตใจด้านมืดนั้นก็ยังอยากกำจัดหลินอีไปให้พ้นๆ เพราะความหมั่นไส้ที่นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ
"ท่านแม่ หากไม่มั่นใจ มิสู้ให้จี้จูกับอนุรองร่วมด้วยเป็อย่างไร" จี้จูเริ่มหาพรรคหาพวก นางดูออกว่าถานเซียวผิง อนุรอง มีนิสัยเช่นไร จึงได้เข้าใกล้ตีสนิท หวังชักใย หลอกใช้เป็เครื่องมือ ครานี้ถึงคราวของแม่ผัวผู้โง่เขลา ที่นาง้าบงการ
"จี้จู เ้าช่างหูตาสับปะรดนักนะ ราวกับว่าจับตามองความเคลื่อนไหวของข้าอยู่ตลอด" แม่ผัวเริ่มระแวงและใหนักว่าจี้จูรู้ได้อย่างไร ว่าในใจของนางคิดอยากจะทำสิ่งใด
"ท่านแม่ ท่านจะระแวงข้าไปไย เราต่างเป็คนกันเองทั้งนั้น ข้าและท่านมีจุดประสงค์เดียวกัน มิใช่ว่าเป็เื่ดีหรอกหรือ " จี้จูพยายามกล่อมเกลายายแก่
"เช่นนั้นคนแก่อย่างข้าคงต้องยืมแรงคนหนุ่มอย่างพวกเ้าเสียแล้ว เอาเถอะ ตามกลับเข้าเรือนข้า วางแผนกลั่นแกล้งสะใภ้รอง เขี่ยนางให้พ้นหน้าข้ากันเถอะ" ฮูหยินใหญ่ตกหลุมพรางของจิ้งจอกสาวอย่างซ่างจี้จูในที่สุด
**********
"อย่าหาว่าข้าใจร้ายไส้ระกำ คนเป็มารดาอย่างข้า อย่างไรก็อยากให้บุตรได้สตรีที่คู่ควร ข้านั้นไร้ที่พึ่งพึง ั้แ่ลูกใหญ่(คุณชายใหญ่ชื่อ พี่ชายของฉือเว่ยกวง) และท่านพี่จากไป ข้านั้นโดดเดี่ยวในจวน ไม่ว่าเื่น้อยใหญ่ ข้าเองต้องพยายามประคองให้คงอยู่ และได้ดีมากที่สุด "
"ดูท่าแล้ว แม่นางหยางหลินอีไม่เหมาะสมกับบุตรข้าแม้แต่น้อย" ดูเหมือนว่าฮูหยินใหญ่จะเกลียดหลินอีเข้าไส้ กระทั่งเข้ามาในเรือนก็ยังตำหนินางไม่หยุด จนเซียวผิงเริ่มรำคาญ
"ท่านแม่... เซียวผิงขอออกความเห็น หากจะกลั่นแกล้งให้นางปวดใจที่สุด เห็นทีคงมิใช่การพรากท่านพี่ออกห่างนาง แต่เป็การทำลายความตั้งใจของนาง" เซียวผิงเริ่มแสดงฤทธิ์เดชของความเ้าเลห์ออกมา
"โอ่ว... ประโยคที่เ้ากล่าวมา ฟังดูไม่เลว เช่นนั้นพูดแผนของเ้าให้ข้าฟังอย่างละเอียด" ฮูหยินใหญ่เริ่มชอบความฉลาดแกมโกงของอนุรองอย่างถานเซียวผิง
"ได้ยินมาว่า... นางชอบเขียนบทกวีและหนังสือออกขายที่ตลาดหลวง บัดนี้นางเป็ที่รู้จักของคนในวงกว้าง เซียวผิงจึงมีความคิดว่า เมื่อใดที่นางเผลอเรอ ข้าและท่านแม่ ควรแก่การทำลายงานเขียนของนางให้สิ้นซาก ดีหรือไม่"ความคิดของเซียวฟังดูน่ากลัวมาก วินาทีนี้นางมิใช่เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว แต่นางคืออสรพิษที่พร้อมแว้งกัดทุกคน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่นาง้า