อสูรข้ามฟ้า

ตอนที่ 169 ร่มโลหะพิรุณ

ตอนที่ 169


“อ๊ากกกกก!!” ดวงตาขวาที่ถูกทำลาย ย่อมทำให้ เกาถิงเจ็บปวดรวดร้าวอย่างถึงที่สุด นี่มิใช่สิ่งที่จะสามารถรักษาได้ในภายหลัง มันมิใช่บาดแผลแต่มันคือก็ทำลายอวัยวะไปอย่างสมบูรณ์ไม่มีวันฟื้นคืนกลับมา

 

มู่เจี้ยน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่ค่อยข้างกะหันหันหันมองกลับไป ซุน ในช่วงจังหวะหนึ่ง สัมผัสได้ว่าเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ เกาถิง ชะงักการโจมตีจนไม่อาจลงดาบสุดท้าย และการระเบิดออกของดวงตาข้างขวาล้วนแล้วเกิดจากฝีมือของ ซุน ทั้งสิ้น

 

เวลานี้ ซุน ที่รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก รีบทะยานตรงมาอยู่ข้างกายของมู่เจี้ยน หยิบยื่นสุราฟื้นฟู พร้อมกับใช้สุราอีกหลายชนิด เทราดไปบนบาดแผลของ มู่เจี้ยนทำให้มันเกิดเยื้อบาง ๆ เกาะบนบาดแผล สัมผัสได้ถึงอำนาจฟื้นฟูด้วยเช่นกัน...

 

มู่เจี้ยน เผยแววตาชื่นชม...

“อย่ากังวลไป ข้ายังไหว... หลายสมรภูมิที่ข้าผ่านมา เลวร้ายกว่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยพบเจอ”

 

ซุน เอ่ยขออภัยอีกหลายคำตามความรู้สึกผิดในใจ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเพ่งมองไปยังเกาถิง ที่เวลานี้บาดเจ็บหนักกว่า มู่เจี้ยน หลายต่อหลายเท่า... ดวงตาข้างหนึ่งถูกทำลายแผลที่ท้องทั้งลึกและเป็นตำแหน่งสำคัญ

 

เวลานี้ไฟรบของ เกาถิง มอดดับลงแทบจะสมบูรณ์ ด้วยอาการบาดเจ็บที่สาหัสทำให้สติวิเคราะห์จึงหวนกลับมา ตระหนักถึงสิ่งที่สำคัญมากยิ่งกว่า... นั่นคือการเอาชีวิตรอดออกไปให้ได้เพราะตนก็คือความหวังทั้งหมดของตระกูลเกา!!

 

เกาถิง คิดไม่ออกและไม่เข้าใจสักนิดว่าตนพลาดท่าในจุดใด...แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะมาคร่ำครวญเสียใจกับสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขด้วยประสบการณ์ของ เกาถิง หากมิใช่เพราะมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสังหารศัตรูได้เลือกจึงตัดสินใจลงมือซึ่งหากตัดสินใจที่จะหลบหนีตั้งแต่แรกล่ะก็ ไม่มีทางที่ ซุน และ มู่เจี้ยน จะสามารถหยุดยั้งได้ด้วยซ้ำไป...

 

เกาถิง สำรอกโลหิตบางส่วนออกมาอีกครั้ง ความแข็งแกร่งลดต่ำลงไปฮวบฮาบหลายขั้นตำแหน่งที่ มู่เจี้ยน แทงกระบี่ลงไปนั้น คือตำแหน่งชีพจรหลักจุดหนึ่ง ดังนั้นเมื่อมันเกิดความเสียหายการโคจรเคลื่อนย้ายลมปราณทั้งหมดล้วนเกิดการติดขัดเสียสมดุล ลมปราณสีเหลืองขั้นสูงสุดเวลานี้รีดเค้นออกมาได้เพียงแต่ 2-3 ส่วนเท่านั้น หมดสิทธิ์ที่จะปะทะกับ มู่เจี้ยนตรง ๆ ได้อีกแล้ว...

 

“ข้าต้องหนีไปจากที่นี่!!” เถาถิงสบถขึ้นในใจ ฉายแววตาเด็ดเดี่ยวยามที่มองไปยังสองบุรุษเบื้องหน้า ระเบิดพื้นฐานลมปราณเท่าที่ทำได้พร้อมกับหยิบเอาธงสีดำผืนหนึ่ง และร่มโลหะคันหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ

 

มู่เจี้ยน เบิกตาโพรงขึ้นในทันทีเมื่อเห็นร่มโลหะคันนั้น ด้วยความที่เป็นมือปราบย่อมต้องเคยเห็นหนึ่งในอาวุธลับที่ไม่อาจดูแคลนชิ้นนี้มาก่อน...ชัดเจนว่าร่มโลหะนี้มิใช่อาวุธอักขระ แต่เป็นอาวุธกลไกพิเศษประเภทหนึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้วิทยาการจากองค์กรใต้ดิน ทั้งยังมีเพียงบุคคลระดับสูงขององค์กรใต้ดินเท่านั้นที่มีไว้ในการครอบครอง

 

“ร่มโลหะพิรุณ!!”

 

เกาถิง ไม่สนใจท่าทีของ มู่เจี้ยน ปักร่มโลหะลงยังพื้นดินตรงหน้าพร้อมกับดึงสลักกลไกเปิดใช้งาน จากนั้นก็นำเอาธงสีดำมาห่อหุ้มร่างกายทั้งหมดเอาไว้พุ่งทะยานหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิตออกห่างจากตำแหน่งที่ปักร่ม... หากสังเกตดี ๆจะพบว่า ธงสีดำผืนนี้ถูกถักทอขึ้นจากเส้นใยโลหะจำนวนนับไม่ถ้วน และยังกำกับไว้ด้วยอาคมบางอย่างถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ปกป้องวัตถุแหลมคมขนาดเล็กโดยเฉพาะ

 

ซุน ที่เห็นศัตรูบาดเจ็บในระดับนั้นแล้ว ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงคิดจะหลบหนีแน่นอนตั้งท่าจะพุ่งตัวติดตาม ว่าในตอนนั้นเอง มู่เจี้ยน กลับคว้าข้อมือของ ซุนเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ก่อนจะกระชากร่างของ ซุน ให้หลบหนีไปยังอีกทิศทางอย่างรวดเร็ว

 

“หนีก่อน!! ร่มนั่น คือระเบิดอาวุธลับที่ไม่อาจดูแคลนขององค์กรใต้ดิน!!” มู่เจี้ยน คำรามขึ้นด้วยสีหน้ามืดดำ

 

ร่มโลหะเมื่อถูกดึงสลักกลไก ก็กางขยายออกในพริบตา หากสังเกตให้ชัดเจนจะพบว่าสิ่งที่กางขยายออกมาทั้งหมดคือโลหะรูปใบมีดขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นตัวร่มก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง!!

 

ใบมีดจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระจายออกไปรอบทิศทาง ทุกเล่มล้วนมีอำนาจทะลุทะลวงอย่างที่สุดนี่คืออาวุธลับที่เกิดจากวิทยาการขององค์กรใต้นั้น ดังนั้นอำนาจสังหารของมันจึงสุดจะหยั่งถึงสามารถเล่นงานกองกำลังของทหารและหน่วยมือปราบจำนวนหนึ่งให้ดับสูญลงได้เลย

 

ฝ่าย เกาถิง สามารถใช้ธงสีดำที่ห่อหุ้มร่าง ป้องกันคมมีดเหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็นราวกับว่าธงผืนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกัน ใบมีดเล็ก ๆ จากร่มโลหะพิรุณโดยเฉพาะดังนั้นแล้วฝีเท้าในการหลบหนีของ เกาถิง จึงไม่หยุดชะงักใด ๆ

 

ผิดกับ ซุน และ มู่เจี้ยน เวลานี้ทั้งสองจำเป็นถอยออกมาให้ไกลที่สุดเพื่อลดอานุภาพของอาวุธลับชิ้นนี้ที่นี่คือลานกว้าง จึงไม่มีสิ่งใดจะใช้เป็นที่กำบัง อีกทั้งช่วงเวลาที่สลักถูกดึงไปจนถึงการระเบิดเป็นเวลาแค่ช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 3 ลมหายใจเข้าออก ทั้ง ซุน และ มู่เจี้ยน หนีออกมาได้แค่รัศมี30 จั้ง ก็นับว่าเต็มที่แล้ว...

 

มู่เจี้ยน กัดฟันตวัดกระบี่ฟาดฟันใบมีดนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้ามาตรงหน้ายังดีที่ มู่เจี้ยน เคยมีประสบการณ์รับมือกับ ร่มโลหะพิรุณ นี้มาก่อน จึงยังพอถูไถรับมือแต่ก็ใช่ว่าจะทำได้สมบูรณ์แบบ การตวัดกระบี่เลือกป้องกันได้แค่บางส่วน จำต้องป้องกันตำแหน่งอวัยวะสำคัญเป็นอันดับแรกทำให้ใบมีดจากคมอาวุธอีกหลายส่วนที่เหลือ เสียบแทงเข้าที่ขา และหัวไหล่

 

ด้านของ ซุน นั้น โชคดีที่ได้ยิน มู่เจี้ยน เตือนภัยล่วงหน้าจึงขับขานปราณคุ้มกัน และอาคมคุ้มกายถึงขีดสุด พร้อมกับหยิบเอาขวานจักรพรรดิที่มีขนาดใหญ่ออกมาปักลงเบื้องหน้าสร้างเป็นที่กำบังขนาดย่อมได้อย่างฉิวเฉียดด้วยใบขวานที่ใหญ่พอสมควร จึงทำให้พอจะปกป้อง ซุน จากคมอาวุธจำนวนมากนี้ได้ แต่ก็ยังมีอวัยวะบางส่วนที่เกินขอบเขตใบขวานถูกเชือดเฉือนอาภรณ์จนขาดรุ่งริ่ง มีบาดแผลเล็ก ๆ ปรากฏทั่วเรือนกาย

 

ดวงตาของ ซุน ได้แต่แข็งค้างไปด้วยจิตโทสะ เวลานี้แม้การระเบิดของคมมีดจะหยุดลงแล้วแต่ เกาถิง ก็หนีออกไปไกลหลายร้องจั้ง ต่อให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหนัก แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ยากจะติดตามไปแล้วทั้งยังไม่แน่ชัดอีกด้วยว่า เกาถิง ยังมีร่มโลหะเช่นนี้อีกมากน้อยเพียงใด!!

 

“เกาเทียนฉี เป็นหนึ่งในสิบแกนนำกลุ่มมังกรทององค์กรใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดของยุทธภพ การจะมีร่มโลหะไว้ในครอบครองหลายชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ และทั้งหมดคงถูกส่งต่อมายัง เกาถิง เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นพวกเราไม่อาจประมาทได้”มู่เจี้ยน กล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่ขาวซีด อาการบาดเจ็บของ มู่เจี้ยน ก็ใช่ว่าจะสามัญทั้งเวลานี้ขาทั้งสองข้าง ยังถูกเล่นงานจนได้รับบาดแผลจากคมมีดยากที่จะระเบิดความเร็วติดตาม เกาถิง

 

ซุน ตระหนักได้ทันทีว่าเวลานี้ มีแต่ตนเท่านั้นที่พอจะติดตาม เกาถิงไปได้... และหากยอมปล่อยให้ เกาถิง หลบหนีไป จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในภายหลังตามมาอย่างมหาศาลจากความคับแค้นที่ถูกกวาดล้างตระกูล อาจจะกลายเป็นคนบ้าคลั่งผู้หนึ่ง

 

และที่สำคัญ... เบาะแสสุดท้ายที่ ซุน จะหาตัว เหยาหมิงผู้เป็นเหล่าซือ ก็จะหายไปด้วย!! เมื่อคิดได้เช่นนั้นดวงตาของ ซุน ก็เผยประกายเด็ดเดี่ยว...  มีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะหยุดเกาถิง ให้ได้ในเวลานี้...

 

ซุน ตัดสินใจสลายพลังของ จี้แปลงโฉม เปลี่ยนจากใบหน้าของชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้เผยให้เห็นถึงใบหน้าดั้งเดิมอันเป็นผู้เยาว์... “เกาถิง!! แน่จริงก็มาสู้กับข้า”

 

น้ำเสียงของ ซุน แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อกระทบเข้ากับหูของเกาถิง ร่างของ เกาถิง ก็สั่นเทิ้มขึ้นทันทีความทรงจำต่อน้ำเสียงที่เป็นปรปักษ์นี้ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ก่อนจะค่อย ๆหยุดการพุ่งทะยาน เหลือบหันมองกลับมาด้วยดวงตาที่ฉายไอสังหารไร้สิ้นสุด...

 

หากคราวถึงอิทธิพลในตัวตนของ ซุน ที่มีต่อ เกาถิง ตลอดช่วงเวลาราวครึ่งปีมานี้ถือเป็นอะไรที่มีผลกระทบต่อตัวของ เกาถิง อย่างที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในชีวิต!! จากภารกิจที่ ลู่เหรินฮ่าว มอบหมายให้เฝ้าระวังผู้เยาว์ชนชั้นคนเถื่อนไร้วรยุทธผู้หนึ่งซึ่งถือเป็นภารกิจที่ง่ายอย่างยิ่ง หากเทียบกับภารกิจลอบสังหารแสนอันตรายอย่างที่ผ่านๆ มา  

 

แต่สุดท้าย เกาถิง ก็พลาดอย่างจัง พลาดครั้งแล้วครั้งเล่า!!

 

แล้วก็เพราะการใช้อำนาจตระกูลเกา กระจายกำลังค้นหาตัว ซุน อีกเช่นกันที่ทำให้ตระกูลเกา ซึ่งปกติแล้วจะไม่เปิดเผยความพิรุธใด ๆ ออกมา ว่าเป็นหนึ่งในกบฏที่เข้าร่วมองค์กรใต้ดินแต่ด้วยการค้นหาที่ยาวนานติดต่อกันหลายเดือน ใช้เส้นสายภายในองค์กรจำนวนไปไม่น้อย...นั่นจึงทำให้หางที่เก็บซ่อนมิดชิดมาโดยตลอด ค่อย ๆ โผล่ออกมา จนสำนักบุปผาประจิมและสำนักสายลมประจิมเริ่มสังเกตเห็นและลุกลามใหญ่โตถึงขั้นดับล้างตระกูลในวันนี้...

 

ถึงจะกล่าวไม่ได้ว่า ซุน คือสาเหตุทั้งหมดที่ตระกูลเกาถูกดับทำลาย...แต่ก็ชัดเจนอย่างยิ่งว่า ซุน คือหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ!! ยิ่งการปรากฏตัวในเวทีประลองของวังหลวง เล่นงาน เกาทงหลิน จนย่อยยับถึงขั้นพิกลพิการก็ยิ่งตอกย้ำว่า ซุน คือศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมแผ่นดินกับตระกูลเกา!!

 

ด้วยเหตุนี้ การเปิดเผยตัวตนของ ซุน จึงสามารถสร้างพันธนาการที่มองไม่เห็นได้ทรงอำนาจมากยิ่งกว่าเนตรมรกตเสียอีก... เพราะมันคือพันธนาการแห่งจิตใจที่เกาะกุมเกาถิง ไว้อย่างล้ำลึก ต่อให้เวลานี้ เกาถิง จะตัดสินใจทำทุกอย่างเพื่อหลบหนีแต่เมื่อ ซุน ปรากฏทุกอย่างล้วนขาวโพลนในหัว หลงเหลือเพียงความเครียดแค้นอย่างไร้ที่สิ้นสุด

 

“ที่แท้ก็เป็นมัน!! เจ้าเด็กสมควรตายผู้นั้น!!” เกาถิง เค้นเสียงไม่ยกฟัน ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวแดงก่ำอย่างถึงที่สุด

 

เดิมที ซุน ไม่อยากเผยตัว แต่เพราะไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องใช้การเผยตัวเพื่อหยุดยั้งเกาถิง เอาไว้... มู่เจี้ยน ที่อยู่ด้านหลังส่งเสียงย้ำเตือนถึงความอันตรายของ ราชสีห์บาดเจ็บตนนั้นแต่เด็กหนุ่มก็เพียงแต่หันมายิ้มรับ และตัดสินใจที่เสี่ยงเข้าเผชิญหน้าอยากปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้โดยไม่พึงพา มู่เจี้ยน!!

 

สถานการณ์นี้อาจมองเป็นความประมาท... แต่ ซุน ก็ทราบดีว่าในยุทธภพหากหลีกเลี่ยงความประมาททั้งหมด ก็ไม่อาจพัฒนาเติบโต เวลานี้ร่างกายของ ซุนแม้จะมีบาดแผลอยู่บ้างแต่ก็นับว่าตื้นเขิน ไหนเลยจะเทียบได้กับความสาหัสของ เกาถิง

 

ซุน ถือกระบี่แยกสมุทรไว้ในมือ... และยังมีกระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ที่ถูกควบคุมด้วยจิตวิญญาณแห่งกระบี่หมุนวนอยู่รอบกาย ระเบิดลมปราณทั่วร่างจนถึงขอบเขตสูงสุด…

“เกาถิง!! ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่กับน้องชายเจ้าให้เอง!!”

 

เกาถิง จากที่เดือดดาลอยู่แล้ว ทันทีที่ถูกกระตุ้นก็บ้าคลั่งอย่างไม่ต้องสงสัยแม้การโคจรลมปราณทั่วร่างจะติดขัดจากบาดแผลที่ท้อง เบ้าตาข้างขวาจะเจ็บปวดอย่างที่ไม่อาจอธิบายแต่สิ่งเหล่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับจิตใจที่ถูกกระตุ้นบีบรัด เกาถิงพุ่งร่างตรงเข้ามา ซุน เช่นเดียวกัน คำรามเสียงดุจสัตว์ร้ายน่าสะพรึง...

 

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ซุน ได้เลือกที่จะเข้าสู่สมาธิอันนิ่งสงบ อัญมณีสีมรกตกะพริบวิบวาบเป็นระยะทำการทรงร่างสมิงขาวอย่างไม่ลังเล แผ่ไอปราณแห่งสัตว์อสูรออกมาอาศัยจิตวิญญาณแห่งกระบี่ ทำให้กระบี่ทองไร้เอกลักษณ์พุ่งเข้าไปดุจลูกธนูออกจากแล่ง

 

จากนั้น ซุน ก็พลันระเบิดปราณธาตุร้อนเย็นประสานหักล้าง จึงเกิดเป็นกลุ่มหมอกควันที่แฝงไว้ด้วยอณูลมปราณกระจัดกระจายบดบังทัศนวิสัยและสัมผัสลมปราณที่ย่ำแย่อยู่แล้วของ เกาถิง ให้ย่ำแย่ลงมากยิ่งขึ้นไปอีกแฝงเร้นซ่อนกายในกลุ่มหมอกควัน...

 

เกาถิง กัดฟันดังกรอด ตวัดดาบอักขระดุดันครั้งหนึ่งทำให้กระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ กระเด็นออกไปไกลสูญเสียการควบคุมชั่วพริบตา... แล้วจึงระเบิดปราณห่อหุ้มตัวดาบฟาดฟันไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ทำให้เกิดกระแสลมกรรโชก สาดซัดทำลายหมอกควันเหล่านั้นให้สลายหายไป

 

ทว่าเพียงแค่อึดใจเดียวที่หมอกควันปกคลุมนั้นเอง เงาร่างของ ซุนก็เลือนหายไปจากสัมผัสรับรู้ที่พร่าเลือน ความตื่นตะลึงปรากฏในสีหน้าของ เกาถิงทันที เพราะที่นี่คือลานกว้าง ในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ไม่มีทางที่ ซุนจะสามารถหายตัวไปได้ ซ้ายขวารอบด้านล้วนว่างเปล่าไปหมด

 

จวบจนกระทั่งหูของ เกาถิง ได้ยินเสียงกระพือปีกของวิหคที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นยามราตรี...ดวงตาข้างเดียวนั้นจึงกวาดมองไปยังด้านบน ท้องฟ้าที่มืดมิดกลับมีเงาร่างที่บินตัดผ่านหมู่ดาวที่ทอแสง

 

มีเพียงแสงสีเขียวจุดเล็ก ๆ เท่านั้นที่สามารถทำให้สังเกตเห็นได้...เวลานี้ ซุน นั่งอยู่บนหลังของ เฝิงน้อย ที่ลอบพาออกมาจากสำนักด้วย และกำลังพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วที่มหาศาลก่อนที่ ซุน จะขว้างปาวัตถุสิ่งหนึ่งลงมา ตรงเข้ามา เกาถิง!!

 

ด้วยปฏิกิริยาของยอดฝีมือ ผนวกกับภาพจำของกระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ที่พุ่งโจมตีเข้ามาเมื่อครู่นี้ทำให้ไปกระตุ้นการตอบสนองของ เกาถิง จนต้องฟาดฟัดดาบคลื่นออกไปปะทะไม่ยินยอมที่จะให้วัตถุดังกล่าวเข้าใกล้ร่างของตน...

 

ทว่าในพริบตาที่ถูกคลื่นดาบฟันเข้าใส่นั้นเอง วัตถุนั้นซึ่งแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงน้ำเต้าสุรา ก็ได้แตกระเบิด และสาดกระเซ็นสุรากลิ่นฉุนเป็นฝอยละออง กระจายพรมรอบรัศมีหลายสิบจั้งประหนึ่งสายฝนไม่หลงเหลือพื้นที่ตารางส่วนใดให้ เกาถิง สามารถหลบเลี่ยงได้...

 

“สุราแห่งหยิน... เมรัยกัดกร่อน!!”

 

.............................................................

**แจ้งหยุดชั่วคราวครับ...เนื่องด้วยไรท์มีเหตุสำคัญในการเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน กลับอีกครั้งในวันจันทร์ที่23/11/63 จึงขอชี้แจงว่าเป็นการหยุดอัพนิยายชั่วคราว ประมาณ 4 วันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากไรท์มีเวลาในการเขียนมากพอ จะก็อัพให้ได้วันละ 1 ตอนครับขออภัยสำหรับผู้ติดตาม ที่เป็นเหตุฉุกละหุก จึงไม่ได้แจ้งล่วงหน้า... Free-J

คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.63M 2739
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
388K 744
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.77M 1648
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912