[ไข่ข้าวเล่าเื่]
ผมชื่อ ไข่ข้าว ครับ... เป็ชื่อที่ใครได้ยินก็ต้องหลุดหัวเราะแซวถึงสารพัด ไข่ ที่ร้ายที่สุดก็ไข่ตุ้ม(ไข่xx) จนผมอยากจะมุดดินหนี แต่ช่างเถอะ ผมชินแล้วกับการเป็ตัวตลกให้เพื่อนๆ
สำหรับเด็กจากราชบุรีอย่างผม การเดินทางมาเรียนในกรุงเทพฯไม่ใช่เื่ง่ายระยะทางไปกลับมีถึงสี่ชั่วโมง ดังนั้นพอใกล้ถึงวันลงทะเบียนของมหาวิทยาลัย มันก็เหมือนความฝันของเด็กหนุ่มต่างจังหวัดอย่างผมจะเริ่มเป็จริงขึ้นมา
นั่นคือการได้อยู่กรุงเทพ ได้เห็นแสงสีของเมืองกรุง ยังมีความฝันของผมที่อยากพัฒนาตัวเองให้เป็วิศวกรที่สมบูรณ์แบบที่สุดอีก ความฝันที่ผมจะสร้างบ้านได้กำลังจะเป็จริงขึ้นมา
ั้แ่เด็กๆผมชอบเล่นก่อกองทรายสร้างปราสาททราย ต่อมาผมก็ฝันอยากสร้างบ้านที่อยู่อาศัยของตัวเอง ให้พ่อกับแม่อยู่บ้านที่สวยงามและสะดวกสบาย
แล้วพ่อชลันของผมก็บอกว่า จะสร้างบ้านได้ ต้องเป็วิศวกร ผมเลยตั้งความฝันของผมไว้ว่าผมจะเป็วิศวกรให้ได้ ถึงแม้โตมาหน่อยผมจะรู้แล้วว่า การสร้างบ้านไม่ใช่แค่วิศวกร แต่ต้องมีทีมงานอีกหลายฝ่ายก็เถอะ
ผมมาพักคอนโดไอ้วิน หรือนายอัศวิน ในกรุงเทพ เพื่อนซี้ย่ำปึกของผมั้แ่สมัยอนุบาลที่แม่งหายหน้าไปตอน ป.1 แล้วกลับมาเจอกันอีกทีตอน ม. 1 มาเรียนด้วยกัน มาอยู่เป็เพื่อนบ้านใกล้ๆกันอีกครั้ง
ยังมีฝาแฝดโอ๊ต เอ็ม เพื่อนสนิทร่วมก๊วนกันมาั้แ่อนุบาลเหมือนกัน ที่มาอยู่ด้วย โดยมีพ่อของผมขับรถจากราชบุรีมาส่งที่คอนโดสุดหรูของไอ้วิน
ผมพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ในกรุงเทพฯ ที่ต่างจากบ้านเกิดที่ผมคุ้นเคยมากเหลือเกิน ที่นี่เวลาผมปั่นจักรยานผ่าน ไม่มีใคระโเรียกชื่อผม แล้วถามว่าผมจะไปไหน
มันอาจทำให้ผมรู้สึกเหงานิดหน่อย แต่ก็ทำให้ผู้แน่ใจว่าที่นี่คือเมืองใหญ่ที่เร่งรีบและไม่มีใครคิดสนใจใคร
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะทำอะไรก็ได้หรอกนะครับ ถึงผมจะมีนิสัยบ้าๆอยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่ใช่คนบ้า ที่จะไม่รู้จักแคร์สื่อ
เสียงนาฬิกาปลุกดังในเวลา 6 โมงเช้า ตามที่ผมตั้งปลุกเอาไว้เอง ผมหรี่ตามองนาฬิกาแล้วลุกจากที่นอน
“วันนี้แหละที่ชีวิตจะเปลี่ยนไป!”
ผมพูดกับตัวเองอย่างตื่นเต้น เพราะวันนี้เป็วันลงทะเบียนนักศึกษาใหม่ ต้องย้ายเข้าไปอยู่หอพักในมหา’ลัย ตามกฎระเบียบ
“ไอ้ไข่! ตื่นหรือยังมึง รีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วมากินข้าว! ไอ้วิน ทอดไข่ดาวกับสเต๊กไก่ไว้น่ากินมาก มาช้าหมดไม่รู้ด้วยนะมึง”
... ♡…
เสียงของไอ้แฝดโอ๊ต ดังลั้นขึ้นมาจากข้างล่าง ทำให้ผมต้องยอมลุกจากที่นอนจริงๆแล้วเปิดประตูห้อมเดินออกไป ด้านล่างเป็ห้องโถง มีโต๊ะกลางขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ที่โต๊ะมีไอ้ฝาแฝดโอ๊ต เอ็มนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่อย่างอร่อย
“ตื่นเพราะหอมไก่ทอดนี่ล่ะ”
“สเต๊กไก่เฟ้ย ไม่ใช่ไก่ทอด!”
เสียงของแฝด โอ๊ต ะโโต้แย้ง ผมหัวเราะไม่ได้โต้แย้ง ยังไงซะ สำหรับผม จะไก่ทอดหรือสเต็กไก่ มันก็เหมือนๆกันนั่นล่ะ ยังไงมันก็ขึ้นกระทะตั้งไฟ แล้วก็รอให้มันสุกเหมือนๆกัน
ผมแล้วเดินลงบันได ไปนั่งที่โต๊ะกลางด้วย ไอ้วิน อยู่ในชุดนอนผูกผ้ากันเปื้อนสวมิญญาพ่อครัวเต็มที่กำลังวางจานอาหารชุดให้แต่ละคน
ส่วนไอ้โอ๊ตะโพูดกับผมไปยัดไข่ดาวเข้าไปปากอย่างเอร็ดอร่อย ไอ้เอ็ม ฝาแฝดของไอ้โอ๊ตเงยหน้าขึ้นมองผม ส่งยิ้มกว้างสดใส ก่อนจะพูด
“รีบกินเร็วเถอะ แล้วไปแต่งตัว เดี๋ยวไปมหาวิทยาลัยไม่ทันลงทะเบียน 8 โมงเช้านะ”
ผมพยักหน้า มองอาหารเช้าที่มาวางรอไว้แล้ว แต่ผมเฟิ่งตื่นยังไม่ได้แปรงฟันเลยเลือกจะเดินกลับขึ้นห้องนอนอีกครั้งแล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม ฉีดน้ำหอมประจำตัวที่ผมชอบผสมเอง ไม่ได้งกนะ แต่ผมเป็พวกชอบกลิ่นโน้นผสมกลิ่นนี้ เลยซื้อหัวน้ำหอมมาผสมเองจนมีกลิ่นเป็เอกลักษณ์ของผม
ผมเก็บสัมภาระทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางใบย่อม ตามกฎของมหาลัย หลังจากลงทะเบียนแล้ว นักศึกษาปีหนึ่งจะต้องอยู่หอในประจำคณะเป็เวลา 1 ปี
แต่ระยะเวลาที่เคร่งครัดจริงๆก็แค่เทอมแรกเท่านั้น ผมได้ยินมาว่าพอเทอมสอง หากมีเหตุจำเป็ก็สามารถขออนุญาตอยู่หอพักนอกได้
ผมลากกระเป๋าสัมภาระลงมาด้านล่าง วางไว้ในกองกระเป๋ารวมกับคนอื่นๆที่ลากลงมากองไว้แล้วที่หน้าประตู แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว ไอ้เอ็มกินเสร็จแล้วขึ้นไปเก็บของ
ที่โต๊ะเลยมีแค่ ไอ้โอ๊ต กับ ไอ้วิน ที่นั่งกินสเต๊กไก่ด้วยหน้าหล่อๆนิ่งๆเ็าตามแบบฉบับคนไม่มีหัวใจของมัน
“รีบกินเร็วเข้า เย็นหมดแล้วมึง อ้อยอิ่งเป็สาวเลยนะ”
“เชี่ยโอ๊ต เดี๋ยวกูก็ถีบไปโน่นเลย กูแค่ค่อยๆกิน ให้สมกับเป็คน ไม่ใช่หมูยัดห่าได้หมดทั้งที่ยังเต็มปากเหมือนมึง!”
แฝดโอ๊ตหัวเราะชอบใจ ยัดสเต๊กไก่เข้าปากคำสุดท้าย เคี้ยวยังไม่ทันละเอียดก็หยิบกาแฟซัดโฮกตามจนหมดแก้ว
ผมกินไปมองหน้ากองกระเป๋าที่อยู่ประตูไป ทบทวนว่าตัวเองลืมเก็บอะไรหรือเปล่า
... ♡…
ไอ้วินกินหมดแล้วก็ถือจานไปวางที่ซิงค์ล้างจานแล้วเดินขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่พูดอะไร แต่จากแววตาคมลึกแฝงความวิบวับไว้ ทำให้ผมรู้ว่ามันกำลังตื่นเต้นที่จะได้เจอใครบางคน แต่พยายามกลบเกลื่อนด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่
“ไปกัน เรียบร้อยแล้ว โทรเรียกรถแท็กซี่เลยไหม อ้าว วินล่ะ” แฝด เอ็ม ที่อยู่ในชุดนักศึกษาใหม่กริบเรียบร้อย ลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กมาวางรวมกันถามขึ้นเมื่อหันมองไปรอบห้องแล้วเห็นคนไม่ครบ
“ขึ้นไปแต่งตัว ไอ้โอ๊ตเอาจานมาวางนี่ กูล้างเอง”
“ไม่ต้องหรอก วางไว้อย่างนั้นล่ะ เดี๋ยวมีแม่บ้านมาจัดการ”
เสียงไอ้วินดังลงมาจากข้างบน ผมจึงเงยหน้าขึ้นถาม
“มึงหมายถึงพี่จอม คนดูแลของมึงเหรอ”
“แม่บ้านที่นี่” ไอ้วินตอบสั้น สะพายกระเป๋าเป้ที่มีเสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ชุด จนผมสงสัย
“แล้วนี่ มึงจะเอาไปแค่นี้จริงดิ”
“ขาดอะไรเดี๋ยวค่อยมาเอาก็ได้ คอนโดกับมหา’ลัยอยู่ห่างกันไม่เท่าไหร่ ถ้าเขาไม่ให้ออกจากมหาลัย ค่อยให้พี่จอมเอาไปให้ที่มหา’ลัย”
คำว่าไม่เท่าไหร่เห็นว่าต้องฝ่าขบวนรถติดเป็ชั่วโมงไม่ใช่หรือมึง
“คุณชายจริงนะ”
ผมแซวเล่น หัวเราะเบาๆตามนิสัย ไอ้วินก็เป็แบบนี้ จัดการได้ทุกอย่าง เคลียร์ได้ทุกปัญหา เสียอย่างเดียวว่ามันไม่เคยต้องทำเอง ถ้าไม่ใช่พี่จอมคนดูแลั้แ่เด็กของมัน ก็ผมล่ะที่เหมือนเป็เบ้ของมัน
ไม่ไหวครับ จะปล่อยให้มันทำเอง ผมก็สงสารเกิ๊น ผมเลยต้องช่วยมัน ช่วยอะไรได้ผมก็ช่วยมันไปหมดนั่นล่ะ
“พร้อมกันแล้วนะ แท็กซี่จะมาในอีก 10 นาที”
แฝดเอ็มเป็คนบอก พวกผมทั้งสี่คนสำรวจตัวเองและข้าวของอีกครั้ง ก่อนจะลากกระเป๋าใครกระเป๋ามันลงไปรอแท็กซี่ที่หน้าคอนโด
“ไอ้ไข่ ทำหน้าซีเรียสขนาดนี้ มึงจะไปมหา’ลัยหรือไปรบ?”
“รบในรั้วมหา’ลัยไง เชี่ย! กูก็หน้าของกูแบบนี้!”
ผมทำหน้ามุ่ย บึนปากใส่ไอ้แฝดโอ๊ตมันซะเลย ไอ้นี่ชอบแกล้งแซวหน้าผมทุกที ผมออกจะน่ารัก ตัวไม่สูงมากหากเปรียบเทียบกับทุกคนในกลุ่ม ผมก็เตี้ยที่สุด แต่อย่างน้อยๆ ผมก็สูง 175 นะครับ เป็พวกมันที่สูงเกินกันไปเองต่างหาก
ผมผิวขาวถึงจะเป็เด็กต่างจังหวัดแต่แม่ก็ชอบบังคับให้ผมทาครีมทุกวัน เป็การดูแลตัวเอง ผมมีใบหน้ารูปไข่ั้แ่เกิด ผมถึงได้ชื่อไข่ข้าว ตาโต จมูกรั้น ปากห้อย เอ๊ย ไม่ใช่ ปากผมเป็รูปกระจับอวบอูมต่างหาก
สรุป ผมน่ารักก็แล้วกัน หลังพ่อกลับบ้าน ผมยังแอบไปย้อมผมเป็สีน้ำตาลอ่อนด้วย เลยยิ่งทำให้ผมหน้าขาวปากแดงขึ้นไปอีก
... ♡…
ผมคว้ากระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้เดินออกจากห้องคอนโดสุดหรูที่ผมมาพักหลายคืนอย่างประหม่านิด
ขึ้นแท็กซี่ไปมหา’ลัยด้วยความตื่นเต้น แต่แค่ 10 นาทีแรก ความตื่นเต้นก็ถูกแทนที่ด้วยความวิงเวียนจากการรถติด แถมไอ้แฝดโอ๊ตกับเอ็ม ยังหันมองโน่นนี่ข้างทางไม่หยุด ยิ่งทำให้ผมเวียนหัวเพิ่มขึ้นไปอีก
หลังจากนั่งแท็กซี่ฝ่ารถติดที่แน่นขนัดไปกว่าหนึ่งชั่วโมง พวกเราสี่คนก็มาถึงมหาวิทยาลัยด้วยสภาพอิดโรยนิดหน่อย รถติดๆขับเบรกขับเบรกอยู่อย่างนั้นเล่นเอาผมแทบอ้วก
พวกแฝดดีหน่อยที่แค่หน้าซีดเหมือนยังไม่ชินแค่นั้น ส่วนไอ้วินหน้าหล่อๆนิ่งสนิท เรียบกริบเช่นเดิม เหมือนคุ้นชินเป็อย่างดี
ผมปรับอารมณ์ใหม่ หลังจากก้าวลงจากรถ ตึกมหา’ลัยสูงใหญ่ สลับกับต้นไม้ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นหายใจได้คล่องขึ้น ผมรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง
ตึกสูงใหญ่ บรรยากาศคึกคักของเพื่อนใหม่ๆรอบตัว ทำให้ผมรู้สึกเหมือนปลาเล็กที่เพิ่งว่ายเข้าทะเลกว้าง...
ชีวิตในรั้วมหา’ลัยของผมกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
... ♡…
✿ คุยกันจ้า ! ✿
การเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตของไข่ข้าวเป็เหมือนภาพสะท้อนของความฝันและความหวังของเด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่ก้าวเข้าสู่เมืองใหญ่ พร้อมกับความตั้งใจและเป้าหมายที่ชัดเจน คุณล่ะเคยมีความฝันแบบไข่ข้าวหรือเปล่า? แชร์เื่ราวของคุณไว้ให้ เรารู้กันบ้างนะคะ
ตอนต่อไป ไข่ข้าวเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัยด้วยความป่วนขั้นสุด เจอทั้งพี่ว้ากสุดโหดและกิจกรรมรับน้องที่ทำเอาหัวหมุน แต่ท่ามกลางความอลหม่าน ยังมีเื่ลึกๆ ของวินที่เริ่มเผยให้เห็น!
อย่าลืมกดติดตาม กดหัวใจ และเก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นะคะ มาเอาใจช่วยไข่ข้าวกันค่ะ!
... ♡…