่สาย
เฟยหรงตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลลุกขึ้นบิดี้เีครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้องนอน ก็เห็นมี่ถงและจิ้นฝานยืนรออยู่ก่อนแล้ว
"เป็อย่างไรบ้างเมื่อคืนได้ลองใช้หยกสื่อสารรึเปล่า ไม่เห็นติดต่อมาหาข้าเลย"เฟยหรงพูดด้วยสีหน้าน้อยใจ
"ข้ากลัวคุณจะรบกวนคุณหนูน่ะขอรับเลยติดต่อไปหามี่ถงแทน" จิ้นฝานว่าแล้วมองหยกสื่อสารในมือ
"งั้นหรือ"เฟยหรงเลิกคิ้วเล็กน้อย
"เ้าค่ะ" มี่ถงพยักหน้าเมื่อคืนนางและจิ้นฝานส่งลมปรานติดต่อกันผ่านหยกสื่อสารกันสนุกสนาน คิดแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
"ดีแล้วเช่นนั้นเราไปหาอะไรกินกันเถอะ เสร็จแล้วจะได้ไปเอาชุดที่สั่งไว้ฝากเ้าอุ้มจิวหูด้วย" เฟยหรงว่าแล้วส่งจิวหูให้มี่ถงอุ้มจากนั้นก็เดินนำทั้งสองลมมายังด้านล่างโรงเตี๊ยมวันนี้บรรยากาศก็ยังคงสงบสุขเช่นเดิม เมื่อกินเสร็จเฟยหรงก็จ่ายเงินค่าอาหารและให้เงินเสี่ยวเอ้อเล็กๆน้อยๆถือว่าเป็ค่าตอบแทนที่มาบริการพวกนางั้แ่วันแรกจนถึงวันนี้
เฟยหรงและมี่ถงเดินไปรับชุดที่สั่งไว้อีกด้านหนึ่งจิ้นฝานเองก็ขอตัวไปดูม้าที่โรงเก็บม้าเฟยหรงเดินมาไม่นานก็ถึงร้านเสื้อผ้า นางเดินเข้าไปในร้านก็เห็นเถ้าแก่กำลังพูดคุยกับลูกค้าสาวนางหนึ่งที่ปกปิดหน้าตาเอาไว้เมื่อเถ้าแก่เห็นเฟยหรงก็ยิ้มออกมา
"อ่า คุณหนูน้อยโปรดรอสักครูข้าต้องไปเอาชุดที่แม่นางทางด้านหลังสั่งตัดไว้" เถ้าแก่พูดลูกค้าสาวนางนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย เถ้าแก่เดินหายเข้าไปหลังร้านไม่นานก็ออกมาพร้อมชุดจอมยุทธสีดำเสื้อตัวนอกเป็สีน้ำเงินหม่นสามชุดและทุกชุดก็ปักด้วยสวดสายสีทองแตกต่างออกไป
"เชิญตรวจสอบสินค้าขอรับคุณหนู"เถ้าแก่ยื่นชุดให้เฟยหรง นางคลี่ชุดแต่ละชุดออกมาดูด้วยความพึงพอใจชุดแรกปักด้วยลายต้นไม้แผ่กิ่งก้านและใบออกมาชุดที่สองปักด้วยลายก้อนเมฆและูเาน้ำแข็ง และชุดที่สามปักด้วยลายั
"ดี! ข้าชอบมากเถ้าแก่"เฟยหรงพูดออกมา
"ขอบคุณขอรับ"เถ้าแก่ยิ้มหน้าบาน จนลูกค้าสาวในร้านคนนั้นอดที่จะอยากรู้ไม่ได้
"แม่นางข้าขอดูชุดด้วยได้หรือไม่" หญิงสาวคนนั้นเปิดผ้าคลุม เผยให้เห็นในหน้ารูปไข่ปากและแก้มเป็สีชมพูดวงตาเล็กๆน่ารักนั้นก็ทำให้เฟยหรงแทบหยุดหายใจรวมๆแล้วเป็หญิงสาวที่จัดได้ว่าหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียวหากโตกว่านี้อีกสัก2-3ปีนางคงมีบุรุษตามเกี้ยวไม่เว้นแต่ละวัน
"ได้สิแม่นาง"เฟยหรงยื่นชุดไปให้สาวตรงหน้าของนางพลางลอบพินิจใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นไปด้วย
"งามมาก" นางรับมาแล้วลูบเนื้อผ้าและลวดลายที่ปักไว้ด้วยสายตาเป็ประกาย
"เถ้าแก่ข้าอยากสั่งชุดแบบนี้ด้วยได้หรือไม่" นางหันไปหาเถ้าแก่ร้าน
"ได้ขอรับคุณหนู"เขาพยักหน้ารัวๆ มีหรือที่จะปฏิเสธลูกค้า
"ขอบใจเ้ามาก"สาวคนนั้นคืนชุดให้เฟยหรงแล้วยิ้มออกมา
"ยินดี ยินดี"เฟยหรงยิ้มตาม ในใจก็ยังคงเต้นตึกตักไม่หาย นี่นางคิดไปเองหรือเปล่าว่าหญิงสาวตรงหน้าหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับน้องสาวในอีกโลกของนางมาก
"ข้าถูกชะตากับแม่นางยิ่งนักเหมือนข้ากับเ้ารู้จักกันมาก่อนข้า ป๋านเจียวอิง ขอทราบนามของท่านได้หรือไม่"หญิงสาวตรงหน้าเอ่ยออกมา
"ยินดีที่ได้รู้จักแม่นางป๋านข้า เว่ย เฟยหรง " นางแนะนำตัว
"เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านว่าพี่เฟยหรงได้หรือไม่ดูๆแล้วท่านน่าจะอายุมากกว่าข้า" ป๋านเจียวอิงคิดกะอายุแล้วเฟยหรงคงจะมีอายุประมาณ16-17ปี ซึ่งมากกว่านางที่อายุ14ปี
"ได้สิงั้นข้าขอเรียกเ้าว่าน้องเจียวอิง ด้วยได้หรือไม่" เฟยหรงถามยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกว่าเจียวอิงคล้ายน้องสาวของนางจริงๆ
"ยินดีเ้าค่ะ" นางย่อตัวเล็กน้อย
"คุณหนูขอรับรถม้าพร้อมแล้ว"จิ้นฝานเดินเข้ามาหาเฟยหรง
"อ่า ตอนนี้ข้าต้องไปแล้วน้องเจียวอิงไว้โอกาสหน้าค่อยพบกันใหม่" เฟยหรงยิ้ม
"ลาก่อนเ้าค่ะ"เจียวอิงก็ยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ออกจากร้านเสื้อมาแล้วทั้งสามก็ขึ้นรถม้าเพื่อที่จะเดินทางกันต่อไป
"ไปเมืองเหวินโจว"เฟยหรงสั่งจิ้นฝาน เขาพยักหน้าเล็กน้อย เมืองเหวินโจวเป็เมืองที่มีแม่น้ำหลายสายไหลมากันและเป็เมืองแห่งการเพาะปลูกอีกด้วยแม้จะเรียกว่าเมืองแต่จริงๆแล้วคล้ายหมู่บ้านขนาดใหญ่เสียมากกว่า
เนื่องจากระยะทางเมืองหนานหนิงกับเมืองเหวินโจวไม่ไกลกันมากนักมีเพียงป่าไม้ไม่กี่สิบลี้กั้นระหว่างเมือง ใช้เวลาหนึ่งวันกว่าๆก็ถึง ระหว่างนั้นจิ้นฝานก็แวะพักแรมในป่าโดยที่มี่ถงและจิ้นฝานคอยผลัดเปลี่ยนเฝ้าระวังให้คุณหนูเป็เวลา
จากนั้นผ่านไปสองวันเมื่อใกล้ถึงเมืองเฟยหรงก็เปิดหน้าต่างออกมาดูด้านนอก พบเจอชาวบ้านบ้างประปรายบ้างก็ออกมาเก็บของป่า บ้างก็กำลังจะเดินทางเข้าเมือง
รถม้าแล่นเข้าสู่ตัวเมืองเหวินโจวช้าๆอากาศจะไม่ได้เย็นสบายแบบเมืองหนานหนิง แต่ก็ร่มรื่นไม่น้อยจิ้นฝานบังคับรถม้าให้หยุดอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเป็โรงเตี๊ยมเล็กๆที่ไม่เก่าหรือใหม่มากนักแต่ก็เป็โรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองนี้แล้วเพราะไม่ได้เป็เมืองท่องเที่ยวแบบเมืองหนานหนิง
เฟยหรงอุ้มจิวหูลงมาจากรถม้า นางเดินเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยมเมื่อเห็นลูกค้าเข้ามาเถ้าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมก็เดินเข้ามาบริการโดยมีเสี่ยวเอ้อเดินตามมาด้วย
"มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับคุณหนูจะทานอาหารหรือพักที่โรงเตี๊ยม ข้าจะได้ให้คนไปเตรียมให้" เถ้าแก่พูด
"ข้าอยากจองห้องสัก3ห้อง1คืน และเตรียมอาหารอะไรก็ได้สัก4-5อย่างสำหรับสามคน อ้อ เตรียมเนื้อย่างไฟมาสัก5-6จานด้วย"เมื่อได้ยินเถ้าแก่ก็หันไปสั่งกับเสี่ยวเอ้อด้านหลัง
"เชิญคุณหนูทั้งสองนั่งก่อนขอรับ"เถ้าแก่นำทั้งสองคนเข้าไปในร้านอาหารที่มีคนนั่งอยู่ไม่กี่โต๊ะ ไม่นานจิ้นฝานก็เดินเข้ามานั่งด้วย
"คุณหนูสั่งเนื้อให้จิวหูหรือเ้าคะตั้ง6จาน" มี่ถงถาม
"ใช่ ข้าว่าจะทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์แล้วเนี่ยยังเด็กแต่ก็กินจุจริงๆ" จิวหูนอนบนตักเฟยหรงนิ่งๆปล่อยให้นางขยี้ขนมันอย่างหมั่นเขี้ยว
"จะว่าไปคุณหนูคิดเ้าสิ่งนี้ได้อย่างไรเ้าคะหรือมันมีอยู่ในตำราที่ท่านาุโที่ช่วยคุณหนูผู้ในมอบให้"มี่ถงหยิบหยกสื่อสารออกมาจากแขนเสื้อ
"ก็ไม่เชิงหรอก ข้าเคยอ่านตำราเกี่ยวกับทวีปที่อยู่ข้างๆทวีปของเราที่นั่นมีผู้ใช้อักขระมากกว่าทวีปของเราและพวกเขาได้สร้างอุปกรณ์ที่ทำจากอักขระมากมาย หนึ่งในนั้นก็คืออักขระสื่อสาร"นางโกหก...เพราะทวีปที่ว่านั้นคืออีกโลกหนึ่งต่างหาก
"อย่างนี้นี่เองถึงว่าข้าไม่เคยรู้ว่ามีของแบบนี้อยู่ในอาณาจักรด้วย" จิ้นฝานพยักหน้า
"คุณหนูของบ่าวนี่เก่งจริงๆเ้าค่ะ"มี่ถงพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงชื่นชม
"ไม่ขนาดนั้นหรอกข้าก็เพียงแค่ศึกษาจากตำราต่างๆมาเท่านั้น" เฟยหรงพูดขึ้น
ทั้งสามคนคุยกันไม่นานก็มีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งยกอาหารเข้ามาวางจากนั้นทั้งสามคนและอีกหนึ่งตัวก็ลงมือกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
เสร็จแล้วก็ออกมาเดินเที่ยวในเมืองและเดินไปที่แม่น้ำสายใหญ่ข้างๆตัวเมืองมีสะพานต่อยาวไปจนถึงอีกฝั่งที่มีแปลงผัก สวนผลไม้ และไร่นาพืชผลแข่งขันกันออกดอกให้ผลผลผลิตเป็ภาพที่น่าดูชมยิ่งเมื่อทั้งสามคนเดินผ่านสวนหรือพืชผลแปลงไหนก็มักจะได้ของติดไม้ติดมือจากคนสวนมาด้วยเพราะเห็นว่าพวกนางเป็นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม ตอนนี้เฟยหรงยิ้มแก้มปริพลางหยิบองุ่นสีเขียวขนาดเท่าข้อนิ้วเข้าปากจิวหูที่เฟยหรงปล่อยให้เดินเล่นเองก็ได้ผลไม้จากชาวสวนเพราะความน่ารักด้วยเช่นกัน
ผ่านไปกว่าสามชั่วยามทั้งสามก็เดินมาจนสุดไร่นาและสวนผลไม้ต่างๆด้านหน้าเป็ป่าทึบที่มีรั้วหนามสูงถึง2เมตรกั้นรอบๆเพื่อกันพวกสัตว์มาขโมยกินพืชผล
"คุณหนูจะเข้าไปด้านในเหรอขอรับ"จิ้นฝานถาม เพราะที่เฟยหรงเดินมาที่นี่ต้องมีเหตุผลแน่ๆ
"ใช่" นางพยักหน้าแล้วนำพัดสลายเมฆาออกมาโบกให้ลมหอบทั้งสามคนและอีกหนึ่งตัวขึ้น แล้วเหาะข้ามรั้วกั้นเฟยหรงโบกพัดอีกรับให้สายลมหอบทั้งหมดทะยานเข้าไปยังด้านในป่าลึก ไม่นานก็ถึงปากทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่ง
"ที่นี่ที่ไหนขอรับ" จิ้นฝานมองเข้าไปในถ้ำอย่างไม่ไว้วางใจมี่ถงเองก็รู้สึกได้ว่าไม่ปลอดภัยเช่นกัน
"นี่คือถ้ำร้อยอสูรตามตำราบอกไว้ว่ามันมีอสูรนับร้อยๆตัวอาศัยอยู่ด้านในข้าจะเข้าไปสำรวจสักหน่อย"เฟยหรงว่า
"พวกเ้าไม่ต้องตามมาไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม" เฟยหรงสั่งคนทั้งสองและจิวหู
"ไม่ได้ขอรับข้าต้องตามเข้าไปคุ้มกันคุณหนูด้วย" จิ้นฝานทำหน้าจริงจัง
"ข้าไม่อนุญาตข้าอยากให้เ้าคุ้มกันมี่ถงและจิวหูอยู่ที่นี่แหละหากเกิดอะไรขึ้นเ้าก็เรียกข้าผ่านหยกสื่อสารแล้วกัน" เฟยหรงว่า นางไม่รีรอให้อีกฝ่ายได้พูดก็เดินเข้าไปในถ้ำซะแล้ว
"เห้อ นี่ข้าตามมาดูและคุณหนูหรือคุณหนูดูแลข้ากันแน่ละเนี่ย"ทั้งยาทะลวงระดับและยาสลายพิษเขาก็ไม่รู้จะขอบคุณเฟยหรงยังไงดีแล้ว
"ข้าเองก็เหนื่อยใจ"มี่ถงส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นก็นั่งลงหน้าปากถ้ำเพื่อเฝ้าระวัง แม้ตอนนี้นางจะเลื่อนขั้นได้มาถึงปรานนภาขั้น4เพราะได้ยาทะลวงระดับจากคุณหนูแล้วแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับคุณหนูและจิ้นฝาน คิดแล้วก็อยากร้องไห้จริงๆ
ด้านในถ้ำ
เฟยหรงเดินเข้ามาแล้วมองไปรอบๆ นางนำกระบี่สยบอสูรขั้นมาถือไว้บนทางเดินเข้าไปมีแต่ซากกระดูกสัตว์อสูรนับร้อยๆตัว หรืออาจมากกว่านั้น นางร่ายอักขระใส่ตัวเองเพื่อป้องกันไม่นานก็เข้ามาโผล่ในถ้ำขนาดใหญ่ ตรงกลางมีแท่นหินอักขระและ...
นางหรี่ตามองสัตว์อสูรที่นอนหลับใหลอยู่บนแท่นหินอักขระมันมีขนาดและลำตัวใหญ่กว่าเฟยหรงหลายเท่า เกล็ดของมันส่องประกายสีทอง ลักษณะสัตว์ที่อยู่ตรงหน้าบ่งบอกให้รู้ว่ามันคือ'ัทอง' เฟยหรงขยับตัวเดินวนรอบแท่นอักขระเพื่อสำรวจนางใช้เวลาเพียงเสี้ยววิก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออักขระกักขังที่ทำให้สัตว์อสูรที่ถูกขังไม่สามารถขยับไปไกลเกินแท่นหินนั้นัทองที่รู้สึกได้ว่ามีคนจ้องมองมันอยู่ก็ลืมตาขึ้นจ้องมองเฟยหรง
"ตื่นแล้วหรือ"เฟยหรงถาม
"เ้าเป็ใคร"มันเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มต่ำก้องไปทั่ว
"ข้ามีนามว่า เว่ยเฟยหรง" นางแนะนำตัว
"เหตุใดเ้าจึงเข้ามายังที่แห่งนี้รู้หรือไม่ว่ามันคือที่ใด" ัทองเอ่ยถาม
"รู้ถึงเข้ามาไง" นางหัวเราะเบาๆ
ัทองคำรามในลำคอ มันไม่สบอารมณ์กับเด็กสาวตรงหน้าที่มีท่าทีไม่เกรงกลัวมันเลยสักนิดหากว่ามันไม่ถูกกักขังไว้บนแท่นอักขระ หัวของเฟยหรงคงได้หลุดออกจากบ่าแน่นอน
"ที่นี่ไม่มีอะไรให้เ้าดูหรอกนังหนูออกไปซะ" มันไล่
"เอ มาถึงก็ไล่กันเลยหรือเฮ้อเสียดาย ข้ารึอุส่าห์จะช่วยให้เ้าเป็อิสระ" นางถอนหายใจเบาๆเมื่อัทองได้ยินดังนั้นก็หางตากระตุกเล็กน้อย
"เ้าจะบอกว่าเ้าสามารถปล่อยข้าได้เหรอ"แม้จะไม่อยากคาดหวังกับเด็กสาวตัวเล็กๆมากนักแต่การอยู่ในถ้ำแห่งนี้คนเดียวนับพันปีก็ใกล้ถึงขีดจำกัดของมันแล้ว
"ใช่" นางพยักหน้าแล้วคลี่ยิ้มออกมา เป็รอยยิ้มที่ัทองอย่างมันดูแล้วไม่น่าไว้ใจซะเหลือเกิน
"อักขระนี้เป็อักขระระดับเทวาเ้าจะทำลายมันได้อย่างไร" ัทองเอ่ยขึ้นแล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาเฟยหรง
...นางมีดวงตาที่ดีทีเดียว... ัทองอยู่มานานหลายหมื่นปีเคยเห็นคนมีแววตาเช่นนี้เพียงไม่ถึงสิบคนเดาได้เลยว่าคนตรงหน้าของมันเป็พวกพูดจริงทำจริงแน่นอน
"ระดับเทวา? ข้าว่าระดับเซียนมากกว่า อักขระบางตัวก็ผิดเพี้ยนหากเป็ระดับเทวาจริงตัวอักษรพวกนี้ต้องไม่ผิดแม้แต่ตัวเดียว" นางพวกแล้วใช้มือลูบไปตามเนื้อหินอักขระแม้จะพึ่งเคยเห็นแท่นอักขระนี้ครั้งแรกแต่นางก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"งั้นเ้าสามารถแก้ได้หรือ..."แต่เท่าที่ัทองสังเกตคนตรงหน้ามีพลังเพียงแค่ปรานปฐีขั้น2และยังเป็แค่เด็กสาวที่ดูๆแล้วอายุแค่16ปีอย่าว่าแต่อักขระระดับเซียนเลย แค่ระดับกลางจะใช้ได้รึเปล่าก็ไม่รู้
"แก้ได้สิ" นางพยักหน้าได้ยินดังนั้นมันก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
"แต่มีข้อแลกเปลี่ยน"ัทองหรี่ตามองนางอีกครั้ง
"อะไรล่ะ" ัทองถาม
"ข้าอยากให้เ้ามาเป็สัตว์อสูรในพันธะของข้า"นางยิ้มหวานจนัทองอดที่จะขนลุกไม่ได้
“ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน” ัทองนิ่งเงียบไปก็เอ่ยออกมาแต่นั่นก็ทำให้เฟยหรงคิ้วกระตุกเล็กน้อย
“ข้อตกลงของข้ามีเพียงข้อเดียวคือห้ามใช้งานข้าในสิ่งที่ไม่อยากทำเด็ดขาด” ัทองเทียนหลงเอ่ย
“อืม...เช่นนั้นก็ได้แต่ถ้าหากข้ามีอันตราย จะต้องรีบออกมาช่วยทันที เ้ายอมหรือไม่” เฟยหรงเอ่ย
"หึถ้าทำให้หลุดพ้นจากแท่นหินบ้าๆนี่ไปได้ แค่ปกป้องเ้าจากอันตรายแค่นี้ข้ายอมได้!"มันเอ่ยวาจาลั่น เสียงของมันทำให้ผนังถ้ำสั่นไหวรุนแรง
"ดี! ถือว่าเ้าพูดแล้ว"เฟยหรงเก็บกระบี่เข้าไปในแหวนมิติหยกแล้วนั่งทำสมาธิไม่นานก็ยกนิ้วขึ้นมาวาดอักขระกลางอากาศ นางโบกสะบัดมือไปตามตัวอักษรเกิดเป็ตัวอักษรหลายพันตัว เสร็จแล้วก็ผลักอักขระเ่าั้เข้าไปในแท่นหินเกิดแสงสว่างวาบ
ตูมมม
แท่นหินอักขระะเิออกปลอดปล่อยัทองเป็อิสระมันทะยานวนไปรอบถ้ำอย่างตื่นเต้นเมื่อพอใจแล้วก็แปลงกายเป็ชายหนุ่มลงมาหาเฟยหรงด้านล่าง
"เอาล่ะ สัญญาก็เป็สัญญาข้านามว่า เทียนหลง แต่เดิมข้าเป็สัตว์เทพอาศัยอยู่บน์ได้ยินว่าจ้าวอสูรออกอาละวาดเมือหลายพันปีก่อนท่านเทพสูงสุดจึงส่งข้ามากำจัดมันข้ากับมันต่อสู้กันเป็เวลา10วัน10คืนก็รู้ผลข้าเอาชนะมันมาได้แต่ในตอนนั้นเองก็เกิดผิดพลาดจ้าวอสูรตนนั้นให้ผู้ใช้อักขระในบัญชากักขังข้าไว้ในถ้ำแห่งนี้"เทียนหลงพูดด้วยความเจ็บใจในตอนนั้นมันได้รับภารกิจให้สู้กับสัตว์อสูรตนหนึ่งแต่ก็พลาดท่า ทำให้ถูกกักขังใบหน้าของสตรีที่ใช้อักขระผู้นั้นยังฝังลึกในใจราวกับภาพวาดที่ถูกตอกลงบนฝาผนัง
"แบบนี้นี่เอง" ที่นางเข้ามาในถ้ำแห่งนี้นั้นก็กะจะมาเอาของมีค่าเล็กๆน้อยๆกลับไปแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอัทองที่ถูกกักขังอยู่ ถือว่าลาภลอยจริงๆ
"เอาล่ะมาทำพันธสัญญากันเถอะ" นางนำขวด จอกเหล้าและมีดออกมาจากกำไลมิติเฟยหรงและเทียนหลงกรีดนิ้วตนเองแล้วหยดเืสีทองลงในขวดเหล้าเืของทั้งสองหลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียว เฟยหรงเทเหล้าลงในจอกเล็ก นางและเทียนหลงถือไว้คนละจอกการทำพันธสัญญาแบบนี้เรียกว่าพันธสัญญาเื คือทั้งสองจะสามารถรับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้และรับพลังของอีกฝ่ายมาในร่างกายของตนเอง
"ข้า เว่ย เฟยหรงขอทำพันธสัญญากับเ้า และของสาบานจะไม่ทรยศเ้าเด็ดขาด"
"ข้าเทียนหลง รับทำพันธสัญญาและขอสาบานจะไม่ทรยศเ้าเช่นกัน"
ทั้งสองคนกระดกเหล้าเข้าปากพร้อมกันรสขมฝาดของเหล้ากลบกลิ่นเืได้แต่ก็ไม่อาจกลบพลังของเทียนหลงพลังมหาศาลของเทียนหลงไหลเข้าสู่ร่างกายทั้งสองจนร้อนรุ่มเพียงไม่นานร่างกายของทั้งสองก็ค่อยๆกลับเป็ปกติ
"พลังของเ้ามีบางสิ่งที่ข้าไม่สามารถอธิบายได้มันคืออะไรเหรอเฟยหรง" เทียนหลงพูดขึ้นหลังจากที่รับพลังของเฟยหรงมา
"ไม่รู้สิ..."บางที่ท่านเทพอาจให้พลังบางอย่างมาก็ได้ละมั้ง เฟยหรงคิดเทียนหลงจึงไม่ได้ใส่ใจต่อ
"จริงสิแล้วจ้าวอสูรตนนั้นมันตายหรือยัง?" เฟยหรงนึกขึ้นได้
"ข้าไม่อาจทราบแต่แต่ถ้าหากมันยังไม่ตายก็าเ็จนไม่สามารถออกมาอาละวาดได้ใน่หลายพันปีมานี้"เพราะาแที่เทียนหลงฝากให้จ้าวอสูรตอนนั้นมันสาหัสเอาการหากรักษาก็ต้องใช้เวลาหลายพันปีเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและลมปราน
"เข้าใจล่ะ"เฟยหรงพยักหน้าเบาๆแล้วคิดอะไรในหัว
"เอาเถอะยังไงข้าก็ออกมาได้แล้ว หากเ้านั้นมันอาละวาดอีกก็แค่กลับไปจัดการ ถึงตอนนั้นเ้าที่เป็ถึงผู้ใช้อักขระก็สามารถเป็กำลังให้ข้าได้แน่"เทียนหลงยิ้ม
"เื่นั้นคงอีกหลายปีตอนนี้เราออกไปข้างนอกกันดีกว่า คนของข้าคงรอแย่แล้ว" นางหยิบหยกสื่อสารที่กำลังเปลี่ยนเป็สีแดงขึ้นมาแม้มันจะไม่มีเสียงเรียกเข้าแบบโทรศัพท์ แต่เมื่อหยดเืลงไปแล้วมันก็จะหลอมรวมิญญากับเ้าของเวลามีคนติดต่อมาก็รู้สึกได้ทันที
"ว่าไง"เฟยหรงส่งลมปรานเข้าไปในหยกแล้วพูดขึ้น
[คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะเมื่อกี้มีเสียงแปลกดังออกมาจากถ้ำ บ่าวเป็ห่วงมากเลย!]เสียงมี่ถงดังออกมาจากหยกสื่อสาร จนเทียนหลงที่มองดูอยู่เบิกตากว้าง
"ข้ากำลังออกไป"เฟยหรงว่าแล้วหยุดส่งลมปรานเข้าไป
"นะนั้นมันอะไรนะเฟยหรง" เทียนหรงมองอยู่หยกในเมืองเฟยหรงอย่างตื่นตาตื่นใจ
"นี่คือหยกสื่อสารสามารถใช้ติดต่อกับผู้ที่มีหยกแบบเดียวกันได้" นางพูด
"เ้าจะบอกว่าแม้อยู่ไกลกันเท่าไหร่ก็สามารถติดต่อหากันได้เพียงแค่พูดกับหยกงั้นหรือ!"เทียนหลงเบิกตากว้าง
"ใช่ไว้ข้าจะเอาให้เ้าสักอันแล้วสอนวิธีใช้ละกัน" ถึงแม้นางจะติดต่อกับเขาผ่านทางจิตสื่อสารได้ก็เถอะ
"จริงๆนะเฟยหรง!"เทียนหลงตื่นเต้นดีใจ
"จริงสิ" เฟยหรงยิ้มอยากจะหัวเราะคนตรงหน้า นี่นะหรือัทองเทียนหลงช่างมีท่าทางราวกับเด็กน้อยเสียจริง
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาจากตัวถ้ำมี่ถงและจิ้นฝานขมวดคิ้วมองเทียนหลงอย่างไม่ไว้ใจ เมื่อััพลังของเทียนหลงได้ก็หน้าซีดเผือดเพราะเทียนหลงนั้นมีระดับถึงปรานา
"คะคุณหนูท่านผู้นี้คือ" จิ้นฝานถามอย่างนอบน้อมไม่กล้าที่จะเสียมารยาทกับชายตรงหน้าเพราะกลัวว่าเทียนหลงจะฆ่าพวกตนเสียหากพูดจาไม่เข้าหูแม้จะมีใบหน้าที่ใจดีก็ตาม
"เก็บได้ในถ้ำน่ะตอนนี้เป็อสูรในพันธสัญญาของข้า" พูดไปแล้วทั้งสองก็เบิกตากว้าง
'นี่นางบอกว่าเก็บสัตว์อสูรระดับาได้ในถ้ำเนี่ยนะ!'มี่ถงอยากร้องไห้ส่วนจิ้นฝานเองก็อยากเอาเท้าก่ายหน้าผาก
จิวหูเองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ชายตรงหน้ามันเอาแต่หลบหลังจิ้นฝานเพราะััได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งกว่าตน แต่เมื่อได้ยินว่าอสูรในพันธสัญญาก็กระโจนออกมาทับเฟยหรงทันที
"โอ้ย!"เฟยหรงหน้าเบ้เล็กน้อยแล้วมองจิวหูที่ดูเกรี้ยวกราดในตอนนี้
"เ้าโกรธหรือที่ข้าทำพันธสัญญากับเขา"จิวหูพยักหน้า เฟยหรงจึงยิ้มแล้วลูบหัวมันเบาๆ
"เ้ายังเด็กมีเส้นทางให้เลือกมากมายในวันข้างหน้าอาจจะมีเ้านายใหม่หรือบางทีอาจจะอยากกลับเข้าป่าไปก็ได้"แต่ไม่ทันที่เฟยหรงพูดจบเทียนหลงก็ใช้มือหยิบจิวหูขึ้นมาด้วยมือเดียว
"หึ นี่เ้านายข้าไปให้พ้นเ้าเปี๊ยก" เทียนหลงโยนจิวหูออกไปจากเฟยหรง นางเห็นแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ...นี่คงจะเป็อาการของสัตว์เลี้ยงที่หวงเ้านายสินะ...มี่ถงเดินมาพยุงเฟยหรงให้ลุกขึ้น
"นี่คือเทียนหลงเทียนหลงนี่มี่ถง จิ้นฝาน และจิวหู" นางแนะนำให้รู้จักกันทุกคน
"จริงสิข้าว่าเ้าปกปิดพลังให้เท่าๆกับจิ้นฝานดีกว่านะออกจากป่าไปทั้งพลังแบบนี้เดี๋ยวคนก็แตกตื่นกันพอดี"เฟยหรงเอ่ยขึ้นทำให้เทียนหลงผนึกพลังตนเองให้อยู่เพียงระดับจอมทัพ
ทั้งมี่ถงและจิ้นฝานก็ไม่กล้าถามว่าคนตรงหน้าเป็สัตว์อสูรอะไรถึงมีระดับพลังขนาดนี้แถมยังแปลงกายเป็มนุษย์ได้ส่วนเฟยหรงเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก นางเรียกพัดสลายเมฆาออกมาโบกให้ลมหอบคนทั้งหมดขึ้นไปบนฟ้า