บทแห่งเด็กชายในหุบเขา
"สิงห์คำ บัวนวล และเสือสมิง"
หลังจากตื่นจากค่ำคืนที่แสนคิดว่าเป็ความฝัน แต่เมื่อเขาพบว่า ดวงตาของเขายังคงปรากฏภาพตัวอักษร และข้อความลอยอยู่ในม่านตา เขาก็แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่จริง รวมถึงการได้พบกับพ่อและแม่ของเขาด้วยเช่นกัน
แสนเล่าเื่ทุกอย่างที่จำได้ให้แม่อุ๊ยฟัง ยกเว้นแต่เื่ของผีเหมย และการออกไปผจญภัยเล็กๆ ในป่าเมื่อคืน เพราะเด็กชายรู้ว่าหากเล่าไปคงต้องได้ถูกแม่อุ๊ยตำหนิเข้าเป็แน่
เมื่อแม่อุ๊ยได้ฟังเื่ความฝันและดวงตาของเขาแล้ว แม่เฒ่าก็ไม่แสดงท่าทีแปลกใจมากเท่าไรนัก อุ๊ยบอกว่า มันน่าจะเป็ดวงตาที่ใช้ประเมินตัวเอง และสิ่งต่างๆ รอบตัว มันอาจเป็พร์ที่ส่งต่อมาทางสายเืของตระกูล หรือไม่ก็อาจจะเป็สิ่งที่ติดตัวแสนมาจากภพชาติก่อนก็เป็ได้ ส่วนมันจะมีประโยชน์หรือไม่อย่างไรนั้น เป็สิ่งที่แสนจะต้องเรียนรู้ และค้นหาคำตอบด้วยตัวของเขาเอง
กว่าแสนจะออกจากกระท่อมได้ก็เลยเพลไปแล้ว เขามองไปที่ต้นตะเคียนใหญ่ที่ชายป่า หวังว่าจะได้ทักทายกับพี่เหมยและอ้ายมิ่ง แต่เขาก็ไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ ที่โคนต้นตะเคียน
“สงสัยแดดจะแรงเกินไป พี่เหมยกับอ้ายมิ่งคงไม่น่าจะชอบแสงแดดเท่าไร” แสนพูดพึมพำกับตัวเอง
แสนวิ่งมุ่งหน้าตรงเข้าไปในหมู่บ้าน ตั้งใจจะทดสอบดวงตาของเขา คนแรกที่เขาพบหน้าก็คือ อ้ายบะตื๋นที่กำลังอาบน้ำให้ควายอยู่ริมคูน้ำ
[เผ่ามนุษย์: เพศชาย]
[อายุ: 19 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 2]
-พลังกาย: 19/20
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง: 0]
* * *
‘อ้ายบะตื๋นอยู่ขั้นที่ 2 มีค่าพลังกายมากกว่าเราตั้งเยอะ’ แสนคิด
“ไอ้แสน เอ็งมายืนจ้องหน้าข้าทำไมวะ” อ้ายบะตื๋นถามขึ้น
แสนยิ้มแฉ่งแทนคำตอบ ก่อนจะวิ่งพรวดออกไปต่อทันที
เด็กชายเดินตัดผ่านบ้านเรือนของชาวบ้าน ซึ่งล้วนต่างเปิดโล่งไม่มีรั้วกั้นแบ่งเขตแนว ผู้อาศัยในแต่ละหลังเมื่อมองเห็นแสนเดินผ่านมา ก็ต่างร้องะโทักทายอย่างสนิทสนม และเมื่อแสนเพ่งมองทุกคน เขาก็จะเห็นตัวอักษรทำนองเดียวกันนั้นลอยปรากฏขึ้นทุกครั้งไป แสนเดินต่อมาจนถึงบ่อเกลือกลางหมู่บ้าน
[เกลือ: แร่ผลึกจากหินเกลือ]
[ลักษณะ: ผนึกรูปลูกบาศก์ขนาดเล็ก]
[คุณสมบัติ: ดูดความชื้น ,ละลายน้ำได้ดี ,ให้รสเค็ม]
* * *
ตัวอักษรลอยอยู่เหนือหม้อต้มใบใหญ่ที่ใช้สำหรับต้มเกลือ
‘ถ้าตั้งใจเพ่งมองสิ่งของ ตัวหนังสือพวกนี้ก็ออกมาได้เหมือนกันแฮะ’ แสนคิด
“แสน!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง แสนหันกลับไปมอง
[เผ่ามนุษย์: เพศชาย]
[อายุ: 46 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 6]
-พลังกาย: 58/60
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง: อำนาจรอยสัก: --]
* * *
“ลุงหนาน!” แสนเรียกชายที่สวมเสื้อแขนสั้นสีครามไม่กลัดกระดุม เผยให้เห็นรอยสักรูปเสือทะยานเด่นชัดกลางหน้าอกกำยำ เขาคือ สิงห์คำ หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้
“เอ็งมาเดินเกะกะอะไรอยู่แถวนี้วะ?” สิงห์คำเอ่ยถาม
“ฉันแค่เดินดูอะไรไปเรื่อยน่ะจ้ะลุงหนาน” แสนติดปากเรียกสิงห์คำว่า หนาน เหมือนกับชาวบ้านแทบทุกคน เนื่องด้วยเป็คำเรียกขานผู้ที่เคยบวชเป็พระมาก่อน
“แถวบ่อเกลือนี้ไม่ใช่ที่ที่เด็กจะมาเดินเล่นกันนะเว้ย มันอันตราย” เขาบอกอย่างเป็ห่วง
“ถ้าเอ็งไม่มีอะไรทำ ไปเล่นกับบัวนวลที่เรือนข้าสิ ได้ยินมันบ่นถึงเอ็งมาหลายวันแล้ว นี่ข้าก็กำลังจะกลับเรือนอยู่พอดี ไปด้วยกันเลยมั้ย”
แสนพยักหน้า ก่อนจะเดินตีคู่ไปพร้อมกับสิงห์คำ ไม่นานนักทั้งสองก็เดินมาถึงเรือนของสิงห์คำ มันเป็เรือนไม้ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าบ้านของชาวบ้านคนอื่นเท่าไรนัก แต่ก็นับว่าใหญ่ หากเทียบกับกระท่อมของแสนซึ่งอาศัยอยู่กับแม่อุ๊ยแค่สองคน
เรือนของสิงห์คำเป็เรือนไม้ดูแข็งแรงยกพื้นสูง หลังคาสูงชันมุงด้วยแฝก ที่ปลายส่วนยอดสุดมีไม้ยาวยื่นไขว้สลับกัน รอบบริเวณตัวบ้านเป็ลานดินกว้าง วางเรียงรายด้วยกระจาดสานใส่พืชผล และปลาตากแห้ง ที่ใต้ถุนเรือนก็ยังมีกองภาชนะจักสานหลายชนิดซึ่งถูกจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ
ด้วยเพราะความสนิทสนมระหว่างแม่อุ๊ยของแสน กับหนานสิงห์คำ แสนจึงเคยมาเที่ยวเล่นที่เรือนหลังนี้อยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งกลายเป็เพื่อนสนิทกับบัวนวลลูกสาวคนเล็กของสิงห์คำ
“แสน ฉันกำลังคิดว่าจะไปหาเธอที่บ้านอยู่พอดี” บัวนวลวิ่งะโออกมาจากเรือน เมื่อเห็นแสนเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อ
[เผ่ามนุษย์: เพศหญิง]
[อายุ: 6 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 1]
[พลังกาย: 7/10]
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง: 0]
* * *
แสนมองเห็นตัวอักษรปรากฏขึ้นเหนือใบหน้ายิ้มร่าเริงของบัวนวล
“ลุงหนานบอกฉันเมื่อกี้ว่า เธอบ่นถึงฉัน” แสนเอ่ยขึ้น
“ใช่ๆ ฉันมีของจะอวดน่ะ รอแป๊บหนึ่งนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วก็ทำท่าจะหันหลังวิ่งกลับเข้าเรือน
“เดี๋ยวก่อนสิลูก เจอเพื่อนปุ๊บก็จะชวนกันเล่นเลยรึไงจ๊ะ ไปหาน้ำหาท่ามาให้พ่อกินก่อนสิ เอามาให้แสนด้วยนะ” แม่ของบัวนวลที่ยืนอยู่ไม่ไกลพูด
[เผ่ามนุษย์: เพศหญิง]
[อายุ: 35 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 2]
[พลังกาย: 16/10]
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง: 0]
* * *
ผ่านไปแค่ไม่ถึงครึ่งวัน แสนก็ชักจะติดนิสัย ‘เพ่งมอง’ ทุกคนไปแล้ว
บัวนวลวิ่งปรู๊ดเข้าเรือนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งกลับออกมาพร้อมกับประคองขันน้ำมาด้วยสองใบ ใบหนึ่งเธอยื่นส่งให้พ่อ อีกใบส่งให้แสน
ลุงหนานก้มลงขยี้ผมของบัวนวล ก่อนจะยกขันน้ำขึ้นดื่ม
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่แสนเห็นภาพพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้า เขาจะรู้สึกโหวงๆ ขึ้นในใจ แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้เขากลับไม่รู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว เื่ราวเมื่อคืนช่วยเติมเต็มบางอย่างขึ้นในใจเขา
“แสนดูนี่สิ” เสียงเจื้อยแจ้วของบัวนวลเรียก “พ่อทำลูกข่างโว่ให้ฉันเล่น แสนลองเล่นดูสิ มันมีเสียงดัง โว่ๆ ตลกดีนะ” เธอยื่นส่งมาให้แสน
[สิ่งประดิษฐ์: ไม้ไผ่ ,ไม้เนื้อแข็ง ,เส้นใยจากพืช]
[ลักษณะ: ทรงกระบอกเจาะรูด้านข้าง
มีเดือยปลายแหลมเสียบทะลุจาก้า ด้ามจับพันด้วยเชือกถัก]
[คุณสมบัติ: เคลื่อนที่ได้ด้วยแรงเหวี่ยง ,ส่งเสียงเมื่อเกิดการหมุน]
* * * *
แสนถือมันอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“อันนี้เรียกว่าลูกข่างโว่เหรอ?” แสนพูด
[บันทึกข้อมูล: ลูกข่างโว่]
[เริ่มพิเคราะห์การใช้งาน]
* * * *
[ความน่าจะเป็ในการใช้งาน]
1.พันเชือกจากด้านล่างเดือยขึ้น้า
2.เรียงเชือกที่พันเดือยให้เป็ระเบียบ เหลือปลายเชือกไว้ไม่น้อยกว่า 1 คืบ สำหรับชัก
3.ร้อยเชือกผ่านรูไม้ดันเชือก
4.ใช้มือข้างหนึ่งจับไม้ดันเชือกไว้ มืออีกข้างม้วนปลายเชือกพันกับนิ้วมือ แล้วดึงเชือกอย่างรวดเร็ว
[เคล็ดลับ: ควรตั้งลูกข่างให้สูงจากพื้นไม่เกิน 1 คืบ ประคองลูกข่างให้ตั้งตรง ยิ่งดึงเชือกได้เร็วเท่าไร แรงส่งให้ลูกข่างหมุนจะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น]
* * * *
“ว้าว!” เด็กชายร้องขึ้นเมื่อเห็นข้อความปรากฏ เขารีบทำตามคำแนะนำทีละข้อทันที
เมื่อแสนปล่อยลูกข่างออกจากมือ มันก็หมุนควงตั้งอยู่บนพื้นดินพร้อมกับส่งเสียงออกมาจากรูด้านข้างดัง โว่ๆ
[ทักษะการใช้ลูกข่างโว่-มือใหม่: ขั้นที่ 1]
* * * *
“ไม่เลวเลยนี่นา เอ็งเคยเล่นมาก่อนรึไงแสน” ลุงหนานพูด
“เพิ่งเคยเล่นครั้งแรกเลยล่ะจ้ะ” เขายิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจตามประสาเด็ก
“เล่นครั้งแรกก็หมุนได้เลยเหรอเนี่ย เก่งจังเลยแสน” บัวนวลพูดอย่างชื่นชม
แม้ลูกข่างจะหมุนได้ แต่แสนเห็นว่ามันยังหมุนเอียง ๆ อยู่เล็กน้อย และเสียงที่ดังออกมาก็ยังไม่สม่ำเสมอ แสนคิดว่าเขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้
แสนเริ่มขั้นตอนั้แ่ต้นใหม่อีกครั้ง เขาตั้งใจจดจ่อกับการพันเชือกให้แน่นยิ่งขึ้น และจัดเรียงให้เป็ระเบียบ เขาประคองให้ลูกข่างตั้งตรง และจัดท่าทางการยืนของตัวเองให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ก่อนจะดึงเชือกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยลูกข่างออกจากมือ
ลูกข่างหมุนนิ่งตั้งตรงบนพื้นอย่างได้สมดุล เสียง โว่ ดังออกมาอย่างสม่ำเสมอ บัวนวละโตัวลอยพร้อมกับปรบมือให้อย่างชื่นชม
“โอ้โห! หมุนได้สวยขึ้นกว่าเดิมอีกแหนะ” บัวนวลพูด
[ทักษะการใช้ลูกข่างโว่-มือใหม่: ขั้นที่ 2]
* * * *
‘ได้ระดับเพิ่มขึ้นด้วยเหรอเนี่ย?’ แสนคิดขึ้นในใจ
แสนรอจนลูกข่างหมดแรงหมุน แล้วจึงค่อยเริ่มต้นเล่นใหม่อีกครั้ง เขาเกิดความรู้สึกท้าทายขึ้นมา อยากรู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีกว่านี้อีกหรือไม่
แล้วเมื่อผ่านการเล่นซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายสิบรอบ ระดับทักษะของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
[ทักษะการใช้ลูกข่างโว่]
[-ก้าวสู่มือฉมัง: ขั้นที่ 1]
* * * *
[กำเนิดใหม่พลังแฝง]
[-วิริยะ: 10]
* * *
‘พลังแฝง...วิริยะ? อันนี้เพิ่งโผล่ออกมาใหม่แฮะ’ แสนคิด พลางทำท่าจะเล่นต่ออีกรอบ
“แสน...เธอเล่นมาตั้งหลายรอบแล้วนะ ฉันชักเบื่อแล้วอ่ะ พวกเราไปหาอย่างอื่นเล่นกันเถอะนะ” บัวนวลพูดพลางทำหน้างอ
แม้แสนจะรู้สึกลังเลอยากเล่นต่อ แต่เขาก็ตัดใจยอมเลิกเล่นตามที่บัวนวลขอ
“แล้วเธออยากเล่นอะไรล่ะ?”
บัวนวลทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม... ไปเล่นโป้งแปะที่หลังเรือนกันดีกว่า” พูดแล้วเธอก็คว้ามือของแสนออกวิ่งไปอย่างร่าเริง
“เล่นกันอยู่แถวนี้นะเด็กๆ อย่าออกไปไกลเกินล่ะ” พ่อของบัวนวละโบอกตามหลัง ก่อนที่เขาจะหันไปคว้าจอบ และเดินออกไปถากหญ้าที่ปากทางเข้าเรือน
วันนั้นเป็วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสมีเมฆเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวมีชีวิตชีวาด้วยเสียงนกร้อง และเสียงแมลงปอบิน ไม้ดอกเล็กๆ พลิ้วไหวไปตามสายลมอ่อน เด็กทั้งสองวิ่งไปยังด้านหลังเรือนที่เต็มไปด้วยไม้ใหญ่ให้เงาร่มรื่น พวกเขาคุ้นเคยกับที่แห่งนี้ดี เพราะมันเป็ที่วิ่งเล่นของทั้งสองมาั้แ่ยังเล็ก แสนเริ่มต้นเล่นเป็คนหา
“หนึ่ง สอง สาม สี่...” แสนหันหน้าเข้าหาต้นไม้ ใช้ฝ่ามือปิดตาและนับออกมาเสียงดังอย่างช้าๆ ปล่อยเวลาให้บัวนวลหาที่ซ่อนตัว
“ปิดตาไม่มิด สาระพิษเข้าตา พ่อแม่ทำนา ได้ข้าวเม็ดเดียว ฮิฮิ” บัวนวลร้องเป็เพลง พลางมองซ้ายมองขวาหาที่ซ่อนตัว
“เอายัง...” แสนร้องถาม
“ยาง...” บัวนวลร้องตอบ
“เจ็ด แปด เก้า สิบ เอาล่ะนะ!” แสนเปิดตาออก และเริ่มเดินมองหาบัวนวล
เขากวาดตามองไปรอบๆ มองเห็นพุ่มไม้กอหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักขยับไหวเบาๆ แสนจึงเดินย่องเข้าไปหา พร้อมกับแหวกพุ่มไม้ออกทันที
“โป้ง!” แสนร้องใส่เด็กหญิงที่นั่งคุดคู้แอบอยู่หลังพุ่มไม้
“ว้า!...หาเจอเร็วจัง” บัวนวลทำหน้าเบ้
ตาต่อไป เป็แสนที่ต้องเปลี่ยนเป็ฝ่ายซ่อนตัว เมื่อบัวนวลปิดตาเริ่มนับเลข แสนก็วิ่งไปซ่อนตัวที่หลังพุ่มไม้หนึ่งซึ่งอยู่ข้างดงกอไผ่
“เอาล่ะน้า!...” บัวนวลร้องเมื่อนับครบสิบ
เด็กหญิงมองซ้ายมองขวา เธอเห็นบางอย่างเคลื่อนไหว จึงเดินตรงมาทางพุ่มไม้ที่แสนซ่อนตัวอยู่ ก่อนจะหันเลี้ยวไปยังดงกอไผ่ด้านข้าง แสนที่แอบมองอยู่ดีใจเล็กๆ ที่เห็นเธอเดินไปผิดทาง
บัวนวลเดินย่องเข้าไปหาดงกอไผ่อย่างมั่นใจ “ฉันเห็นแล้วนะ เธออยู่ตรงนั้นใช่มั้นล่า”
เธอขยับก้าวเข้าไปจนใกล้กับกอไผ่มากยิ่งขึ้น “ฮิฮิ ออกมาซะดีๆ เถอะน่า” แล้วบัวนวลก็กระโจนอ้อมไปที่ด้านหลังกอไผ่
“โป้ง!!- -!! กรี๊ดดดด!!”” เธอกรีดร้องออกมาดังสุดเสียง
“โฮกกกกกก!!!” เสียงคำรามหนึ่งดังกว่าเสียงกรีดร้องของบัวนวล
แสนพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ตามสัญชาตญาณ เขาวิ่งเข้าไปหาบัวนวลที่กำลังยืนตัวแข็งอยู่หลังดงกอไผ่
และสิ่งที่แสนเห็นก็คือ เสือลายพาดกลอนตัวเขื่องตัวหนึ่ง มันนั่งหมอบอยู่แทบจะกลมกลืนกับกอไผ่ ตาของมันแดงก่ำ แสยะปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมเหลืองขู่คำรามด้วยท่าทางตื่นกลัว ร่างกายของมันเต็มไปด้วยริ้วรอยาแ มีคราบเืเกรอะกรังตามหน้าอกและลำตัว
[เสือสมิง: เพศผู้]
[อายุ: 10 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 8]
-พลังกาย: 13/80
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง-อำนาจผีตายโหง: 20]
* * *
“!!!” แสนใไม่น้อย แต่เขาก็มีสติกล้าแข็งเกินวัย เขาเอื้อมมือช้าๆ ไปแตะแขนของบัวนวล
“กรี๊ด!!!” แต่เด็กหญิงกลับใสะดุ้ง กรีดร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิม
เ้าเสือที่กำลังตื่นกลัว จึงขยับตัวเคลื่อนเข้าหาอย่างรวดเร็ว
แสนรีบคว้ามือของบัวนวลไว้ ก่อนจะกระชากวิ่งถอยหนีออกมา แต่ก้าวสั้นๆ ของเด็กน้อยก็ไม่อาจพ้นจากระยะกระโจนของเสือโคร่งตัวเต็มวัย
ฉับพลัน ร่างกำยำร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ากระแทกกับเสือโคร่งจนมันล้มหมุนกลิ้งไปกับพื้น เด็กทั้งสองปลอดภัยอย่างหวุดหวิด
“บัวนวล! แสน! พวกเ้าเป็อะไรรึเปล่า?” เป็สิงห์คำที่ร้องะโถามขึ้น
เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองไม่มีร่องรอยาแ เขาก็โล่งใจ รีบหันกลับไปมองเสือร้ายที่กำลังหมุนตัวกลับมายืนหมอบขู่คำรามใส่พวกเขาอีกครั้ง
ชายผู้เป็หัวหน้าหมู่บ้าน ยกจอบที่ถือติดมือขึ้นมาอยู่ในท่าต่อสู้ เขาจ้องตาเขม็งไปที่เสือโคร่งตรงหน้า พลางทำปากขมุบขมิบ ก่อนจะเป่าลมพ่นใส่ร่างตัวเอง
[ระดับพลังขั้นที่ 6]
-พลังกาย: 58/60
[-พลังแฝง-อำนาจรอยสัก: 80]
‘ค่าพลังแฝงของลุงหนานเปลี่ยนไป..!’ แสนเห็น
เ้าเสือร้ายผงะถอยหลัง สัญชาตญาณของมันบอกว่า มันซึ่งกำลังาเ็และอ่อนแออยู่ คงไม่อาจเผชิญหน้ากับมนุษย์ตรงหน้าผู้นี้ได้แน่ มันค่อยๆ ถอยหลังเข้าป่าไปช้าๆ แต่ก็เตรียมพร้อมที่จะตอบโต้กลับทันทีหากอีกฝ่ายก้าวเข้ามา
ในคราแรกสิงห์คำก็คิดจะกำจัดเ้าเสือตัวนี้ให้สิ้นซาก แต่ติดตรงที่มีเด็กน้อยสองคนนี้เป็ภาระให้ห่วงกังวลใจ เกรงว่าอาจจะพลั้งพลาดจนได้รับอันตรายไปด้วย เขาจึงเปลี่ยนใจเป็เพียงยืนคุมเชิงเอาไว้ ปล่อยให้เ้าเสือร้ายถอยหนีไป
เมื่อเ้าเสือโคร่งตัวใหญ่กระโจนหายลับเข้าไปในป่า สิงห์คำก็รีบพาเด็กทั้งสองกลับไปที่ด้านหน้าเรือนทันที
“ก่อนหน้านี้ ข้าเคยได้ข่าวเื่เสือกินคน ที่ออกอาละวาดในหมู่บ้านอีกฟากหนึ่งของดอย ไม่คิดเลยว่ามันจะมาหากินไกลถึงหมู่บ้านของเราขนาดนี้ ดูเนื้อตัวมันแล้วเต็มไปด้วยาแ คงเพราะหนีการไล่ล่ามาจากหมู่บ้านอื่นมาเป็แน่ ข้าคงต้องไปรวบรวมชาวบ้านออกล่าตัวมันให้ได้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่มันจะทำอันตรายคนในหมู่บ้านของเรา...” สิงห์คำเอ่ยบอกผู้เป็เมีย ซึ่งกำลังกอดปลอบโยนลูกสาวอยู่
“มันเป็เสือสมิง” แสนพูดขึ้น
“!!! เอ็งรู้ได้ยังไงว่ามันเป็เสือสมิง?” สิงห์คำถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“...” เด็กชายไม่ตอบ เขาคิดว่าความลับของเขานั้นไม่ควรจะบอกใคร
............
คืนนั้นก่อนนอนเด็กชายก็เอ่ยถามแม่อุ๊ยของเขาว่าเสือสมิงคืออะไร
“มันก็คือ เสือที่ถูกิญญาของผีตายโหงเข้าสิงนะสิ มันฉลาด ดุร้าย และแข็งแกร่งมากยิ่งกว่าเสือทั่วไป และหากยิ่งมันได้กินคนมากขึ้นเท่าไร มันก็จะถูกิญญาสิงสู่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายถ้ามันไม่ถูกคนไล่ฆ่าเพื่อแก้แค้น ก็จะต้องถูกิญญาที่สิงสู่อยู่กัดกินขวัญจนกลายเป็บ้าคลุ้มคลั่งไป และเมื่อขวัญของมันถูกกินจนหมดสิ้น มันก็จะตายลงในที่สุด” อุ๊ยคำพูด
“... มันก็น่าสงสารเหมือนกันนะ” แสนเอ่ยขึ้น ก่อนจะนึกถึงแววตาที่ตื่นกลัวของเสือตัวนั้น
เด็กน้อยนอนคิดบางอย่างอยู่เงียบๆ ก่อนที่จะหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าเหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา
[ระดับพลังขั้นที่ 1]
-พลังกาย: 6 /10
-พลังปราณจิต: 0
[-พลังแฝง: -กล้าหาญ: 10]
* * * *
[กำเนิดใหม่พลังแฝง]
[วิริยะ: 10]
* * * *
.........................................
.........................................