" ตอนนี้ข้าสั่งให้ทหารตามหาในเมืองแล้ว- "" เพื่อ? " ผมขัดออกไปสรุปเจ้านี่มันจับฉลากได้ตำแหน่งมาใช่ไหม แล้วก็เขียนประวัติว่าตัวเองแย่งชิงมา ถ้าเรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ก็ไม่สมควรเป็นราชาหรอก หลังจากผมที่ขัดไปผมก็เริ่มพูดต่อ " ป่านนี้ยังคิดว่าพวกมันอยู่ในเมืองหลวงอีกเหรอ ท่านพ่อ ท่าน- " " เรื่องนั้นข้ารู้ดี!!! ตอนนี้พวกมันคงจับตัวทั้งสองคนไปอยู่ที่ประเทศทอซัสกันแล้ว" " แล้ว? " ผมประชดออกไป ทำให้ดิวนีสันเริ่มตะโกนออกมาอีกว่า " เจ้าจะให้ข้าทำยังไง ตอนนี้ถ้าข้าเคลื่อนไหวอะไร ประเทศทั้งสองได้เกิดสงครามขึ้นแน่ "อื้ม! ที่หมอนี่พูดออกมามันก็ถูก เพราะดูเหมือนว่าทางนั้นอยากให้เกิดสงครามยังไงไม่รู้ และอีกอย่างถ้าเกิดว่าดิวนีสันเริ่มเคลื่อนไหวมันจะเป็นปัญหาตามมา พันธมิตร 5 ประเทศคงถูกทำลายลงด้วย เมื่อถึงตอนนั้นประเทษเมซัสก็จะโดนตราหน้าอีก" มีทางอยู่่ " กริมเธอร์พูดขึ้นมา ขณะที่เอามือจับคางของตัวเองด้วยท่าทางเหมือนกำลังคิดหนักอยู่ ผมจึงรีบถามทันที " อธิบายด้วยครับ " " ถ้าพวกเราให้คนที่ไม่มีตำแหน่งไปจัดกาเรื่องนี้ก็จะไม่กลายเป็นปัญหาใหญ่ " " จะบอกว่าให้คนที่ไม่ใช่ทั้งทหาร หรืออัศวินไปจัดการสินะครับ " " ใช่ " ไม่ต้องมาใช่เลย นายเข้าใจไหมพูดอะไรออกมาคนแบบนั้นมัน- " เอ่ะ! " ผมอุทานออกไปหลังจากที่คิดตามสิ่งที่กริมเธอร์ต้องการจะสื่อออกมา เอาจริงดิ! หมอนี่กำลังจะบอกให้เราสละตำแหน่งทั้งหมด และไปช่วยสองคนนั้นเหรอ แบบนี้ก็- " เรื่องนั้นข้าไม่อนุญาต! " ดิวนีสันที่เหมือนจะรู้สิ่งที่กริมเธอร์ต้องการจะบอก พูดเสียงแข็งออกมา " ท่านพ่อ... ท่านกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่หรือป่าว สิ่งที่ข้าจะทำต่อไปนี้มันไม่ได้ขออนุญาตจากใครอยู่แล้ว ตามกฏขุนนางที่ปฏิเสธการรับคำสั่งจากราชาต้องโดนปลดยศออกให้กลายเป็นคนปกติใช่ไหม? " " ใช่ " " ถ้าเช่นนั้น รัชทายาทไม่รับคำสั่งก็ไม่ต่างกันถูกต้องสินะครับ "ระหว่างที่ผมกำลังพูดกับดิวนีสันอยู่เทเลอร์ก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับขวานศึกสีทองของผม เมื่อเทเลอร์เดินมาถึงก็หยุดชงักลงเพราะบรรยกาศที่พวกเราคุยกันอยู่ ผมจึงพูดไป " เอาขวานมาให้ข้า " เมื่อผมพูดจบเทเลอร์ก็เดินมาทางผมทันทีด้วยท่าทางเกร็งๆ ด้วยดวงตาที่มองไปทางดิวนีสันที่กำลังทำหน้าเครียดอยู่ แต่สุดท้ายก็เอาขวานมาถึงมือของผมจนได้ ทันทีที่ผมรับขวานศึกกริมเธอร์ก็พูดขึ้น"เอาจริงใช่ไหมดรารอน์?"กริมเธอร์พูดมาเพื่อยืนยันคำตอบของผมอีกครั้ง ผมที่ได้ยินก็พยักหน้าให้กับกริมเธอร์ทันที มันแสดงให้เห็นว่าตัวผมยืนยันแบบไม่ต้องพูดอะไร จากนั้นกริมเธอร์ก็เริ่มใช้เวทย์เพื่อเปิดประตูเคลื่อนย้ายทันที แต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะก้าวเข้าไปในประตูเคลื่อนย้ายเสียงของดิวนีสันก็พูดออกมา " ที่นั้นมีทหารที่มีพลังเวทย์ชั้นสูงกว่า 300 คน แล้วก็ชั้นสูงสุด 1 คน ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของประเทศ แถมราชาประเทศทอซัสยังได้ชื่อว่าเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอีก เจ้าแน่ใจใช่ไหมที่จะไป " น้ำเสียงของดิวนีสันฟังแล้วก็รู้ได้เลยว่ากำลังเป็นห่วง แต่ว่าถึงจะรู้ว่ามันมีจำนวนนักสู้เยอะขนาดไหนผมก็ไม่สนใจ เพราะเป้าหมายมีเพียงตามหาตัวเอรีน่ากับเอ็ดเน่เท่านั้น เพียงเขาไปถึงเมืองหลวงและตรวจหาพลังเวทย์ของเอรีน่าก็น่าจะจบ" เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงข้าแค่ไปพาตัวท่านแม่กับเอ็ดเน่กลับมาเท่านั้น ไม่ได้ไปทำลายประเทศของพวกมัน " " ถ้าพูดแบบนั้นข้าก็คงต้องไปด้วยแล้วละ " กริมเธอร์เสนอตัวเองเพื่อไปกับผม " ท่านกริมเธอร์! " ดิวนรสันตะหวาดเสียงเพื่อเรียกสติของกริมเธอร์ทันที แต่กริมเธอร์ก็ส่ายหัวไปมาแบบช้าๆ จากนั้นก็เริ่มพูดออกมาต่อโดยสีหน้าที่จริงจังมองไปที่ดิวนีสัน " ท่านก็ได้ยินที่เจ้าดรารอน์บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะไปแค่พาทั้งสองคนนั้นกลับมา แล้วถ้าสามารถช่วยได้ใครจะเป็นคนเปิดประตูเคลื่อนย้ายให้ละ? " โห่ว! เล่นเอาแปลกใจเหมือนกันแหะ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้ ตอนแรกก็คิดว่าไม่ได้สนใจเอรีน่ากับเอ็ดเน่เท่าไหรสะอีก แต่ว่าถ้าให้หมอนนี่ไปด้วยได้มีปัญหาตามมาแน่ ขอโทษด้วยนะกริมเธอร์ " เรื่องนั้นข้ามีหนทางอยู่ "ผมเริ่มเสนอความคิดออกไป ทั้งสองคนจากที่กำลังคุยกันอยู่ก็พากันหันมาส่วนผมก็เริ่มพูดต่อโดยมองไปที่กริมเธอร์ที่กำลังทำหน้าสงสัย" ข้าต้องการให้ท่าน เปิดประตูเคลื่อรย้ายค้างเอาไว้สัก 10 นาที " " 10 นาที??? " ภายในใจของกริมเทอร์ตอนนี้ก็คงกำลังแปลกใจมากอยู่แน่ เพราะโดยปกติแล้วเวลา 20 นาทีมันไม่สามารถช่วยออกมาได้หรอก ถ้าเป็นคนปกติ แต่ว่าเรามีเวทย์ตรวจสอบสายดรารอน์อยู่เรื่องการหาตำแหน่งไม่ถึงนาทีก็หาเจอ 2 นาทีเดินทาง 5 นาทีสู้ 2 นาทีเดินทางกลับ คิดยังไงมันก็ลงตัวที่ 10 นาที ถึงแม้ว่ามันฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้กเถอะ แต่ว่ถ้าทำไม่ได้ตัวเรานั้นแหละที่จะแย่เอง! " เจ้าคิดว่า 10 นาที จะสามารถช่วยสองคนนั้นได้เหรอ? " ดิวนีสันถามเพราะแคลงใจออกมาก็คิดนะสิ! ถ้าไม่คิดฉันจะพูดออกไปเพื่ออะไร เหอะๆ! ผมที่ได้บอกข้อเสนอไปก็ได้ถามกริมเธอร์ที่กำลังทำสีหน้าคิดหนักอีกครั้งว่า " สามารถทำได้ไหมครับ " กริมเธอร์ก็เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย และมองมายังผมพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่่นใจนัก" น่าจะได้ " น่าจะ? คิดว่ากำลังเล่นอยู่หรือไง ถ้าแกทำไม่ได้ฉันกับพวกเอรีน่าได้ตานที่นั่นแน่ ผมอยากจะพูดอออกไปแบบนี้ แต่ต้องทำตัวให้ใจเย็นเอาไว้ก่อน แล้ว " อย่าน่าจะสิครับ "น้ำเสียงไม่พอใจนักของผมออกไปจากปากแบบไม่ทันรู้ตัว " ถ้างั้นก็ได้ " " ครับ " ทันทีที่ผมได้ยินคำยืนยันจากกริมเธอร์ผมก็เดินเข้าไปในประตูมิติทันที พร้อมกับขวานศึกของผมถ้ามีเวลาก็อยากเล่นเมืองหลวงของมันสักครึ่งเมืองให้พังอยู่หรอก จะได้ทำให้มันรู้ว่าที่พวกมันทำบบนี้มันหมายความว่าพวกมันต้องเจอกับอะไร แต่ว่าการช่วยเหลือสำคัญสุด ความปลอดภัยของเอรีน่ากับเอ็ดเน่ต้องมาก่อนเมื่องเอาไว้ค่อยถล่มก็ได้
เกล็ดความรู้ : เวทย์เคลื่อนย้าย! ตัวเวทย์เป็นเวทย์ของคนที่มีพลังชั้นสูงขึ้นไปที่สามารถใช้ได้ แต่มันก็ไม่ได้สามารถใช้ได้ทุกคนเพราะงั้นเวทย์เคลื่อนย้ายจึงเป็นเวทย์ที่หาผู้ใช้ยากมาก แถมมันยังกินพลังมากอีกด้วย ยิ่งถ้าเปิดค้างเอาไว้ก็จะสูบพลังมากกว่าเดิมที่กริมเธอร์บอกว่าสามารถเปิดได้ 10 นาที ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว ตามจริงจะให้เปิดอีก 10 นาที หลังจากที่ส่งดรารอน์ไปก็ได้ แต่ว่าเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเลยต้องเปิดเอาไว้ตลอด และต้องเปิดให้ไกลจากเมืองหลวงของประเทศทอซัสพอประมาณด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงเวทย์ตรวจจับ