++ มหาเทพสมบัติอนันต์ NC25+ ++

    ตอนที่ 37 ฝันลึกลับ

    “ที่นี่...ที่ไหนกัน?” หลิงรั่วซีมองสำรวจไปรอบๆอย่างประหลาดใจนางจำได้ว่าตนเพิ่งเอนตัวนอนหลับอยู่บนรถม้าข้างกายลูกชายของนางแล้วไม่ใช่หรือ?เหตุไฉนจึงมาโผล่ยังสถานที่อันสวยงามราวแดนสวรรค์แห่งนี้ได้?

     

    รอบตัวของนาง คือทุ่งบุปผาสีขาวพิสุทธิ์ไกลสุดลูกหูลูกตากลิ่นหอมของมันช่างหอมรัญจวนจิต เต็มไปด้วยพลังลี้ลับวิเศษเลอภพและที่โดดเด่นสะดุดสายตาที่สุด... ก็คือดวงจันทราที่ลอยค้างเด่นอยู่บนท้องฟ้านภา

     

    ค่ำคืนที่มืดมิดและเต็มไปด้วยแสงดาวดวงจันทร์นั้นกลับสว่างไสวและใหญ่โตยิ่ง

     

    “สวยเหลือเกิน...” นางแทนที่จะตื่นตระหนกตกใจกลัวคนงามกลับรู้สึกสงบอย่างไม่ทราบสาเหตุนางจ้องมองดวงจันทร์ที่คล้ายกำลังลอยลงใกล้นางขึ้นเรื่อยๆเรือนกายงามทรงเสน่ห์เปล่งแสงสว่างนวลงาม

     

    ท่วงทำนองพลังเต๋าและกฎเต้นระบำ เสียงเพลงขับขานจากทวยเทพเซียน

     

    ดอกบัวทองคำแห่งโชควาสนาเบ่งบานโปรยปรายเต็มท้องดารา

     

    ตูม!

     

    “โฮก!”

     

    วินาทีนั้นเอง...ที่ดวงจันทร์ได้ปรากฏเงาร่างของมังกรแท้ขึ้น มันม้วนตัวไปมาป่นขยี้ทุ่งดาวเป็นฝุ่นผง เหยียบย่ำเมฆาสวรรค์สีทอง ลุกชันกายอันงามสง่าอย่างอหังการร่างกายที่ใหญ่โตและยาวเหยียดของมันมิอาจมองเห็นได้ทั้งหมด

     

    ประดุจโลกทั้งใบไม่เพียงพอรองรับบารมี! ไม่คู่ควร!

     

    “...อะไรกัน?” หลิงรั่วซีอึ้งนางยืนตะลึงค้างอยู่กับที่

     

    โดยมิทันรู้ตัว

     

    คนงามก็ได้เผลอโอบกอดดวงจันทร์ดวงนั้นเอาไว้เสียแล้วดวงจันทร์ดวงน้อยที่แกะสลักมาจากหยกเทพจันทราขาวบริสุทธิ์ไร้มลทินดั่งคล้ายมีชีวิต มันสั่นไหวเบาๆ ดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของนางอย่างยินดีมีความสุข

     

    วูบ...

     

    ความฝันได้สลายหายไปอย่างช้าๆปลดปล่อยจิตสำนึกของหลิงรั่วซีให้ตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์นิมิตอันลึกลับ

     

    “...”

     

    บนรถม้าที่กำลังวิ่งไปบนท้องถนน

     

    เสียงพูดคุยจอแจของชาวบ้านชาวเมืองปุถุชนธรรมดาและผู้ฝึกตนดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินได้ฟัง ผู้คนเดินสัญจรขวักไขว่ทำงานกิจหน้าที่ของตนเอง

     

    พรานวัยกลางคนแบกร่างของหมูป่าน้ำตาลตัวใหญ่โอ้อวดมิตรสหายที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างภาคภูมิใจ แม่หม้ายคนสวยเปิดร้านขนมต้อนรับลูกค้าบุรุษมากมายที่แอบมีความคาดหวังในตัวนางผู้ฝึกตนถือกระบี่ถอนหายใจยาว เดินย่ำไปโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อน

     

    พวกเขาใช้ชีวิตตามโชคชะตา ตามยถากรรมของตน

     

    สงบสุขและห่างไกลจากภัยอันตรายรบกวน

     

    “อื้อ...”

     

    ในรถม้า มารดาคนงามได้เปิดตาขึ้นนางกระพริบเนตรงามอย่างสับสนมึนงงอยู่สักพัก ก่อนที่จะชันกายทรงเสน่ห์มองไปยังตรงที่นั่งของสารถี แลเห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มที่คุ้นเคยคนก็อดถอนหายใจอย่างโล่งใจมิได้

     

    “ท่านแม่ตื่นแล้วหรือขอรับ?” สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวด้านหลัง อี้ชิงก็หันศีรษะกลับมาส่งรอยยิ้มบางๆให้นาง

     

    เขาสวมหมวกไม้ไผ่หวายปีกกว้างและชุดอาภรณ์ผ้าป่านที่เหมือนกับชาวบ้านธรรมดาพยายามกลมกลืนไปกับผู้คนรอบตัวพลางเก็บงำรัศมีกลิ่นอายปราณวิญญาณบนตัวให้เหลือน้อยถึงขีดสุดจนไม่ต่างกับคนทั่วไปที่ไร้ตบะ

     

    แต่กระนั้น ก็มิอาจปกปิดเสน่ห์ดึงดูดและตกเป็นเป้าสนใจทำให้สตรีน้อยใหญ่ตามรายทางหลายคนที่เหลือบเห็นเขาเป็นต้องใจเต้นหน้าแดงไปเป็นแถวมิได้พวกนางต่างส่งสายตาชื่นชมและประทับใจมาให้เขา

     

    “...อืมข้าฝันนิดหน่อย แต่ก็ช่างเถอะ” นางเปิดปากเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อน คนงามสูดลมหายใจปรับสภาพจิตใจและอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ

     

    “ฝัน? เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านพักผ่อนได้ดีท่านอย่าเพิ่งออกมาโดนแดดโดนลมเลยนะขอรับ บริเวณนี้คนเยอะเกินไป เกรงว่าจะโดนความงามของท่านล่อลวงเอา” ชายหนุ่มเคลื่อนเข้ามาในกระโจมผ้าใบเข้าโอบกอดเรือนกายงามอ่อนนุ่มอย่างทะนุถนอมรักใคร่

     

    “ตกลงข้าจะเชื่อฟังเจ้าแล้วกัน...♥” ศีรษะของนางเอนอิงกับไหล่กว้างของลูกชายดวงหน้างามสะคราญพริ้มเพราแดงซ่านอิ่มเอิบ อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

     

    หวนนึกถึงความทรงจำที่เขามอบให้ยามอยู่ด้วยกันนานนับสัปดาห์ในป่าไพรภูเขานางยังจำได้ดี เพราะทั้งตนและเขาต่างแก้ผ้าแก้ผ่อน พลอดรักเสพสุขกันอย่างเร่าร้อนและโฉ่งฉ่างปานใด? น่าอายขนาดไหน?

     

    มันเป็นความทรงจำที่ดีและวิเศษที่สุดของนางชั่วชีวิตก็คงมิลืมเลือน

     

    ทว่า...

     

    นางก็ย่อมรู้ดีว่าเจ้าลูกตัวดีตัวแสบคนนี้คงไม่หยุดมอบประสบการณ์อันแสนยอดเยี่ยมเช่นนี้แก่นาง เนื่องจากสายตาของเขาที่จ้องมองนางทุกครั้งนั้นล้วนเต็มล้นไปด้วยความหื่นกระหายปรารถนา ราวกับหมาป่าตัวร้ายที่หิวโหยอยู่ตลอดเวลา

     

    คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา...

     

    มารดาคนงามก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าหลายครั้งหลายคราลูกชายของนางก็ชอบแวะเวียนมาพักเท้าพักม้าที่เมืองไม้เขียวเสมอ ที่เมืองแห่งนี้ก็มิได้มีอะไรให้น่าสนใจมากนัก เปรียบเทียบกับเมืองไม้ครามก็หาได้แตกต่างกันสักเท่าไร

     

    จะมีก็แต่เป็นบ้านของฟางเหนียงภรรยาของลุงของเขา ป้าสะใภ้ของเขาเท่านั้นที่อาศัยและบริหารกิจการโรงทอผ้าอยู่ณ ที่เมืองนี้

     

    เมื่อประกอบกับอุปนิสัยชอบมั่วสตรีไปทั่วแล้ว...หรือว่า?

     

    เขากับพี่สาวเหนียงจะแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆโดยไม่ชวนนาง?

     

    “...” หลิงรั่วซีหรี่เนตรคู่งามลงเล็กน้อยนางลองถามกับบุตรชายของนางไปตรงๆอย่างไม่คิดอ้อมค้อม “ชิงเอ๋อห์เจ้าช่วยบอกกับแม่มาตามตรงเถิดนะ เจ้ากับป้าสะใภ้ของเจ้า... พวกเจ้าทั้งคู่...”

     

    “อา ท่าน...” อี้ชิงตัวสะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนสีสันเล็กน้อยไม่คิดว่าจู่ๆนางจะซักถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ทำเอาเขาเผลอแสดงพิรุธ ไม่อาจปฏิเสธบ่ายเบี่ยงและปิดซ่อนความลับนี้จากนาง

     

    สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติชัดเจนเช่นนั้น นางก็ไม่จำเป็นต้องสืบสาวราวเรื่องใดๆพ่นลมหายใจแรงแค่นเสียงเย็นชา “เฮอะ! งั้นข้าก็เดาไม่ผิดสิ?เจ้านี่จริงๆเลย กระทั่งป้าของตัวเองก็ไม่เว้น! แถมดูจากที่เจ้าชอบมาแวะพักที่นี่บ่อยๆสาเหตุหลักก็เป็นเพราะนางด้วยใช่หรือไม่?”

     

    “ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว...” ชายหนุ่มน้ำท่วมปากตัวเล็กลีบอย่างกลัวภรรยา?

     

    “ช่างเถอะเอาไว้ข้าค่อยพูดคุยกับนางทีหลัง เจ้ามีความผิดมากนัก กลับไปก็อย่าลืมจุดธูปขอขมาโทษจากลุงเจ้าด้วยเล่า” นางพูดจาเสียงแข็งดุด่าอย่างขุ่นเคืองขุ่นโกรธในใจอย่างมาก

     

    แต่พูดไปก็แอบขมปากฝืดคอ เพราะตนก็เพิ่งแอบลักลอบแหกด่านศีลธรรมก้าวข้ามเส้นแบ่งสัมพันธ์กับเขา เย็ดเอากันไปตั้งหลายสิบๆน้ำในป่าเขาจนยามนี้ก็มิต่างอันใดกับสามีภรรยา ไม่ต่างกับผัวเมียกันแล้ว

     

    “ขอรับข้าจะกลับไปขอโทษท่านพ่อและท่านลุงที่หน้าป้ายวิญญาณของพวกท่าน” อี้ชิงกล่าวอย่างสำนึกผิด พรมจูบหอมแก้มนวลงามของมารดาคนงาม เอาอกเอาใจอย่างดีอย่างไม่กล้าขัดขืนพระบัญชา

     

    “ดีแล้ว” เห็นเขายอมรับผิดยอมถอยให้นาง หัวใจในทรวงอกก็พึงพอใจเป็นอย่างมากริมฝีปากอวบอิ่มดุจกลีบบุปผางามประกบจูบ จุมพิตแลกลิ้นดูดดื่มกับเขาอย่างหึงหวงแหนง้องอนชายผู้เป็นลูกและสามีจอมเจ้าชู้ของนาง

     

     

    ……

     

     

    พวกเขาทั้งสองนั่งรถม้ามาถึงที่หมาย

     

    ป้าสะใภ้ฟางเหนียงที่ทราบข่าวจากสาวใช้ก็ละวางจากงานการของนางเร่งรุดกลับจวนมาพบเจอกับน้องหญิงและหลานชายทันที

     

    นางให้การต้อนรับอย่างดีและอบอุ่นเชิญชวนทั้งสองร่วมรับประทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้วยกัน

     

    “ไม่คิดว่าน้องซีและหลานชายชิงจะมาเยือนอย่างกระทันหัน ต้องขออภัยที่ข้ามาช้า เลยทำให้พวกเจ้าต้องรอนานข้าจะลงโทษตัวเองด้วย 3 จอกก่อนเลย” ป้าสะใภ้ฟางเหนียงนางเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีรูปโฉมงาม ดวงหน้าสละสลวยหมดจรด

     

    ชุดอาภรณ์สีเขียวของนางทำมาจากผ้าเนื้อดีหายากเมื่อสวมอยู่บนเรือนกายทรงเสน่ห์ ก็ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความงดงามและมนต์เสน่ห์อันน่าดึงดูดใจหน้าอกอวบอิ่มเต่งตึงชูช่อ เอวบางคอดกับสะโพกบั้นท้ายเว้าโค้งกลมกลึง

     

    อาศัยความงามของนางไม่ทราบว่าทำจิตใจบุรุษหนุ่มกี่คนต่อกี่คนต้องหวั่นไหว

     

    กระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน

     

    เนื่องจากนางนั้นคือญาติห่างๆของเจ้าเมืองไม้เขียวมีเส้นสายกว้างขวางในเมืองแห่งนี้อยู่พอสมควร อีกทั้งเป็นหญิงหม้ายสามีตายผู้ชายจำนวนมากที่เคยไล่ตามเพื่ออ้อนวอนขอความรักจากนางจึงเริ่มตีตัวออกห่างไปเรื่อยๆ

     

    อย่างไรก็ดี... นางหาได้สนใจไม่

     

    เพราะความเหงาเปล่าเปลี่ยวของนางได้ถูกเติมเต็มโดยหลานรักของนางแล้ว

     

    ‘อะไรกัน? เหตุไฉนรูปร่างของเขาจึงเปลี่ยนไปมากเพียงนี้?หรือเสี่ยวชิงไปได้วาสนาอันใดมา? ข้าตรวจสอบกลิ่นอายปราณมิได้เลยสักนิด?’ กวาดสายตาสำรวจดูหลานชายของตนแลเห็นถึงความหล่อเหลาและรูปร่างที่สูงกำยำมากกว่าเดิมของเขาคนงามก็อดใจเต้นใจสั่นมิได้

     

    นางคาดเดาไปว่าคงเป็นเพราะเขาบังเอิญประสบโชคโอกาสเข้าแต่ที่ทำให้ฟางเหนียงแปลกใจและตะลึงมากกว่าเดิมนั่นก็คือผิวพรรณที่งามผุดผ่องดุจหยกจันทร์ของน้องหญิง ที่ดูจะงามล้ำมากกว่าเดิมผิดเพี้ยนไปจากภาพจำที่นางเคยจำได้

     

    เกิดอะไรขึ้นในช่วงที่นางมิได้พบเจอพวกเขากัน?

     

    ป้าสะใภ้บังเกิดคำถาม แต่ก็รู้ดีกว่าไม่ควรไปก้าวก่ายซักไซ้ไล่เรียงเพราะอาจไปกระทบกับความลับหรือทำให้ความสัมพันธ์เกิดความระหองระแหงผิดใจเสียเปล่าๆปลี้ๆ

     

    พวกเขาทั้งคู่ยังอยู่สุขสบายนั่นจึงนับว่าประเสริฐดีแล้ว

     

    “ไม่เลยๆไม่นานเกินไปหรอกพี่เหนียง กิจการของท่านเจริญรุ่งเรืองผู้น้องเช่นข้าก็ขอยินดีและอวยพรให้ท่านด้วย” หลิงรั่วซีสังเกตเห็นสายตาที่จับจ้องมาของพี่สาวโดยเฉพาะยามมองไปยังลูกชายของนางที่ราวกับจะมีเยื้อใยรักติดออกมา

     

    มารดาคนงามที่ล่วงรู้ความจริงอยู่แล้วก็แค่ยิ้มน้อยๆ

     

    หยิบจอกสุราขึ้นมา ร่ำน้ำเมาและพูดคุยสังสรรค์กับอีกฝ่ายอย่างคิดถึงสนิทสนม

    คล้ายกับเรื่อง++ มหาเทพสมบัติอนันต์ NC25+ ++ ที่คุณอ่าน