“ ความจริงแล้วข้าเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรนักหรอก เอาแบบนี้เป็นไง..ข้าจะให้เวลาท่านสักสิบวินาที เลือกเอาเลยว่าท่านจะโจมตีข้าหรือจะหนีไป ฮ่าๆๆ ขอบคุณในความใจดีของข้าซะสิ“
ไคออนมองดูแอเรียสอย่างใจเย็นราวกับมองดูกระต่ายตัวน้อยๆที่รอให้มันเชือดได้ตลอดเวลามันแสยะยิ้มขึ้นก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม มือทั้งสองข้างผายออกแสดงให้เห็นว่าจะยอมให้แอเรียสโจมตีหรือวิ่งหนีไปจริงๆโดยไม่ขัดขวาง สถานการณ์ในตอนนี้ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้ามันก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือ แอเรียสไม่มีทางรอดไปจากเงื้อมมือของมันได้เลยแม้แต่น้อย
แอเรียสกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น เขารู้ดีว่าไคออนหาได้มีความปราณีใดๆกับเขาไม่ มันเพียงกำลังเล่นสนุกกับเหยื่ออย่างเขาก็เพียงเท่านั้น นี่เป็นการดูถูกที่เขารู้สึกเจ็บใจเป็นอย่างมาก มันคล้ายกับว่าเขาหาได้มีค่าใดๆในสายตาของมันไม่ แม้เขาจะมีเวทมนตร์หรือไม่ก็หาได้ส่งผลใดๆต่อไคออนเลยแม้แต่น้อย ระดับนักเวทฝึกหัดช่างดูเล็กกระจ้อยร่อยนักเมื่อเทียบกับระดับผู้ใช้มนตราเช่นมัน
“ ถ้าท่านไม่เริ่มงั้นข้าจะนับละนะ หนึ่ง สอง สาม “
ไคออนยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากข้างหนึ่งอย่างเหี้ยมเกรียม มันเลียริมฝีปากของมันยามที่มองเหยื่อตรงหน้าด้วยความเคยชิน สายตามองมายังแอเรียสราวกับหมาป่าที่หิวกระหายโลหิต หน้าตาของมันในยามนี้ช่างเป็นใบหน้าที่หน้าเกลียดนักสำหรับแอเรียส
ในหัวของแอเรียสกำลังขบคิดถึงแผนการที่จะรอดพ้นไปจากสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้ แม้จะรับมือตรงๆไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าเขาจะหมดหนทางเอาตัวรอด สายตาของเขาสำรวจผืนป่าโดยรอบเพื่อหาหนทาง ดาบอสูรมายาถูกเก็บเข้าไปในแหวนมิติอีกครั้ง
“ นี่ท่านหวาดกลัวจนสติไม่สมประกอบไปแล้วรึ ? ข้าว่าดาบเล่มเมื่อครู่มันยังดูดีกว่าดาบสั้นในมือท่านนะ อย่างน้อยมันก็ยังทนรับการโจมตีได้ดีกว่าดาบเด็กเล่นในมือท่าน“
ไคออนหรี่ตามองภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่พึ่งเก็บดาบยาวเข้าไปในแหวนมิติแล้วคว้าเอาดาบสั้นเล่มหนึ่งออกมาแทนด้วยความแปลกใจ ดาบยาวสีเงินเมื่อครู่จากที่มันคาดคะเนด้วยสายตาอย่างน้อยก็คงต้องเป็นอาวุธเวทระดับกลางพลังที่มันสัมผัสได้ถือว่าแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย ความจริงมันก็แอบวางแผนที่จะชกชิงดาบยาวเล่มนั้นหลังจากที่สังหารแอเรียสแล้ว แต่เมื่อมันมองดาบสั้นที่แอเรียสถืออยู่ในมือแล้วช่างดูแตกต่างกับดาบอสูรมายานัก มันไม่แม้แต่จะเป็นอาวุธเวทด้วยซ้ำไป
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆจากแอเรียสเขาเพียงกลืนกินเม็ดยาอาบจันทราลงไปเพื่อรักษาบาดแผลก่อนจะจ้องมองไปยังไคออนด้วยความตาอันเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
แอเรียสถือดาบสั้นในมือคล้ายผู้ที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตีได้ตลอดเวลา ทักษะเวทบทหนึ่งถูกร่ายขึ้นอย่างเงียบเชียบ วงแหวนเวทปรากฏอยู่บนตัวดาบสั้นเล่มนั้น สายฟ้าที่ปรากฏอยู่ทั่วใบดาบส่องประกายเจิดจ้าจนไคออนเองก็รู้สึกแสบเล็กน้อยยามที่จ้องมองมัน เวทสายฟ้าเป็นสิ่งแปลกตาที่มันเองไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้มันจะแปลกใจแต่ก็หาได้กลัวเกรงใดๆไม่
“ ท่านนี่ช่างมีเรื่องให้ข้าแปลกใจอยู่ตลอดเวลาจริงๆ สายฟ้าบนดาบนั่นคือสิ่งใดกัน..? ดูเหมือนแม้ข้าจะถามไปท่านก็คงไม่บอกสินะว่ากำลังเล่นปาหี่อะไรอยู่ เอาเป็นว่าไว้ข้าค่อยเค้นถามตอนท่านใกล้จะตายก็คงยังไม่สาย“
ไคออนเลียริมฝีปากอย่างเหี้ยมเกรียม มันเริ่มรู้สึกว่าเหยื่อตรงหน้าก็คงชวนให้มันสนุกกับการเข่นฆ่าได้อยู่ไม่น้อย คำสั่งของมันมีเพียงสังหารเท่านั้น แต่มันเริ่มรู้สึกว่าในหัวของมันเริ่มมีคำถามที่อยากจะถามแอเรียสก่อนตายอยู่ไม่น้อย มันกำลังคิดถึงวิธีทรมานต่างๆที่จะเค้นเอาความลับมาจากแอเรียสให้ได้ ไม่แน่ว่าหากมันรู้วิธีใช้สายฟ้าได้เช่นเดียวกับแอเรียสมันก็อาจจะกลายเป็นนักเวทที่แข็งแกร่งก็เป็นไปได้
“ เอ๋…ข้านับถึงเท่าไหร่แล้วนะ ช่างเถอะ ห้า หก เจ็ด… “
ไคออนยังคงรู้สึกสนุกสนานกับการเล่นสนุกของมันต่อไป มันนับเวลาต่อไปเพื่อรอเวลาที่จะลงมือ มันอยากจะเห็นภาพของเหยื่อที่ดิ้นรนเอาตัวรอดจนสุดชีวิต นั่นคงเป็นภาพที่ชวนให้มันสนุกอยู่ไม่น้อย
“ เจ้าตัวบัดซบ!! “
แอเรียสสบถออกมาอย่างหมดความอดทน ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธเคืองจากการโดนดูถูก เขาใช้ทักษะย่างก้าวเหยียบเมฆาก่อนจะที่จะปรากฏประกายสายฟ้าอยู่ที่ฝ่าเท้าของเขา ร่างของแอเรียสพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เขาต้องการจะโจมตีในระยะที่แม่นยำมากที่สุด เขาเดิมพันทั้งหมดไว้กับการโจมตีในครั้งนี้
“ แปด เก้า ..ง่วงเป็นบ้าเลยแหะ“
ไคออนทำราวกับว่าไม่ได้เห็นการโจมตีของแอเรียสที่พุ่งเข้ามาเลยแม้แต่น้อย มันนับเลขต่อไปแบบไม่ได้ใส่ใจนัก มันอ้าปากหาวราวด้วยความดูถูกการโจมตีของนักเวทหนุ่มที่กำลังพุ่งเข้ามา
แม้จะดูหละหลวมในการป้องกันและเต็มไปด้วยช่องโหว่แต่ไคออนก็หาได้ประมาทแอเรียสจนเกินไป แม้มันจะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่อาจที่จะต่อสู้กับมันได้แต่มันก็คงรู้สึกอับอายเป็นอย่างมากหากต้องมาบาดเจ็บจากงานง่ายๆเพียงกำจัดนักเวทที่อ่อนแอผู้นี้
มือข้างหนึ่งของไคออนร่ายทักษะเวท”กำแพงวายุ”ออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปรากฏสายลมอันเกรี้ยวกราดพัดโหมกระหน่ำอยู่รอบตัวมัน มันไม่ต้องการจะมีแม้แต่รอยขีดข่วนจากการต่อสู้ในครั้งนี้ กำแพงวายุที่มันใช้ออกมาแม้จะเป็นเพียงทักษะระดับต่ำแต่เท่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับการที่จะรับการโจมตีจากเด็กหนุ่มกำลังพุ่งเข้ามาโจมตี
มันกำลังรอจังหวะที่แอเรียสพุ่งเข้ามาโจมตีในระยะใกล้แล้วจัดการกับแอเรียสซะ จิตสังหารแผ่ออกมาจากทั่วร่างของมัน
พรึ่บ !!
แต่เหมือนกับการคาดเดาของไคออนจะผิดพลาดไป แอเรียสที่มันคาดว่าจะพุ่งเข้ามาโจมตีกลับปาดาบสั้นเล่มนั้นเข้ามาแทนที่จะโจมตีในระยะประชิด สายฟ้าอาบอยู่ทั่วมีดเล่มนั้นราวกับเป็นเส้นสายฟ้าที่กำลังฟาดฟันลงมาจากท้องนภาก็มิปาน ดูเหมือนพลังของเด็กหนุ่มจะเกินกว่าที่มันคาดการเอาไว้ไม่น้อย
“ นี่ท่านกำลังเล่นปาหี่อะไรของท่านอีก“
ไคออนยกยิ้มด้วยความดูถูก การป้องกันของกำแพงวายุถูกเน้นไปที่ตำแหน่งช่วงบนลำตัวที่เป็นเป้าหมายของดาบสั้นที่กำลังพุ่งเข้ามา สายลมที่พัดโหมอย่างรุนแรงยากที่มีดสั้นเล่มนั้นจะเข้าใกล้ได้ ‘ เล็งที่หัวใจสินะ การโจมตีนับว่าแม่นยำแต่พลังยังอ่อนหัดนัก นักเวทระดับนักเวทฝึกหัดต่อให้เป็นระดับสูงสุดก็ยังยากที่จะทะลวงการป้องกันของกำแพงวายุของข้าได้ ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่ก็มีพรสวรรค์อยู่ไม่น้อย แต่น่าเสียดายนักที่ต้องตายแต่ยังเยาว์ ‘
ดาบสั้นที่พุ่งมาปะทะกับกำแพงวายุห่ำหั่นกันราวกับสองนักรบที่ปะทะกันอย่างดุเดือด สายฟ้ามีจุดเด่นด้านความรุนแรงในการเจาะทะลวง แต่ดูเหมือนความต่างของระดับพลังจะทำให้มันไม่สามารถทะลวงผ่านสายลมอันเกรี้ยวกราดนี้ไปได้ ดาบสั้นเล่มนั้นค่อยๆอ่อนแรงลงอย่างช้าๆ พลังสายฟ้าบนตัวดาบก็คล้ายกับอ่อนแอลงเช่นกัน
“ โอ้ย !บ้าเอ๊ย !! “
ไคออนร้องออกมาจากความเจ็บปวดที่แล่นมาจากขาทั้งสองข้าง มันมองลงไปเห็นเข็มขนาดเล็กสองเล่มที่ปักอยู่ที่ขาของมันทั้งสองข้าง โลหิตซึมออกมาเล็กๆจากร่องรอยบาดแผลนั้น โลหิตที่ไหลออกมามีสีดำปะปนอยู่ด้วย แม้จะไม่บาดเจ็บรุนแรงนักแต่มันก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เข็มธรรมดาอย่างแน่นอน ดูเหมือนกลยุทธ์เดิมของแอเรียสจะยังคงได้ผลอีกครั้ง
“ดูเหมือนข้าคงเล่นสนุกกับเจ้ามากไปสินะ หมดเวลาสิบวินาทีของเจ้าแล้วล่ะ !! ไปลงนรกซะเถอะ“
ไคออนกัดฟันกรอดอย่างหมดความอดทน ภายในใจเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและโกรธเกรี้ยว
“ คมเขี้ยววายุ“
วงแหวนเวทสีเขียวปรากฏเจิดจ้าอยู่เบื้องหน้าของไคออนก่อนที่จะปรากฏสายลมอันเกรี้ยวกราดพัดโหมกระหน่ำมาทางแอเรียสอย่างรวดเร็ว สายลมอันเกรี้ยวกราดที่แลดูคล้ายกับใบมีดขนาดเล็กจำนวนมากพุ่งโจมตีมาทางแอเรียสอย่างบ้าคลั่ง
แอเรียสร่ายเวทออกมาป้องกันด้วยความรวดเร็ว สายฟ้าจำนวนมากล้อมรอบร่างของแอเรียสราวกับเป็นเกราะป้องกัน เสียงสายลมที่ปะทะกับสายฟ้าอยู่เบื้องหน้าของแอเรียส ฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างได้รับผลกระทบจากการปะทะกันของเวทวายุและเวทอัสนี ร่องรอยจากสายลมถูกประทับเอาไว้กับต้นไม้เหล่านั้นคล้ายกับรอยของใบมีดจำนวนมากที่กรีดเฉือนลงไปยังเนื้อไม้
“ หึ !!เนี่ยเหรอพลังคนที่ถูกส่งมากำจัดข้า “
แอเรียสใช้มือปาดหยดเลือดที่ไหลรินออกมาจากบาดแผลขนาดเล็กบนใบหน้าที่เกิดจากคมเขี้ยววายุพร้อมแสยะยิ้มมองไปทางไคออนอย่างท้าทาย บาดแผลเช่นนี้ปรากฏอยู่อีกหลายจุดบนร่างของแอเรียส แต่ดูเหมือนทุกร่องรอยบาดแผลจะเป็นเพียงรอยตื้นเขินเท่านั้นหาได้อันตรายใดๆไม่
ไคออนกัดฟันกรอดอีกครั้งด้วยความโกรธแค้น มันรู้สึกอับอายอยู่ไม่น้อย การโจมตีของมันควรที่จะสังหารเด็กหนุ่มได้ด้วยซ้ำ แต่มันกลับสร้างได้เพียงรอยแผลราวกับแมวข่วนบนร่างของแอเรียสเท่านั้น นี่นับเป็นความอับอายสำหรับนักเวทเช่นมันนัก
“ ครั้งนี้เจ้าได้ตายสมใจแน่ !! “
เสียงตะโกนออกมาด้วยความโกรธของไคออนดังไปทั่วบริเวณ
“ คมเขี้ยววายุ!! บ้าน่า..“
มันร่ายทักษะเวทบทเดิมขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นดวงตาของมันก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ราวกับเวทในร่างไร้การตอบสนองใดๆต่อมัน ไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย มันคล้ายกับเวทในร่างของมันถูกผลึกเอาไว้
ในหัวมันกำลังคิดถึงต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น มันมองไปยังบาดแผลที่ขาของมันอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังแสยะยิ้มอยู่เบื้องหน้า ยังไม่ทันที่มันจะได้คิดสิ่งใดร่างของเด็กหนุ่มก็พุ่งหายเข้าไปยังผืนป่าเสียแล้ว มันเตรียมจะใช้ทักษะเคลื่อนไหวเพื่อไล่ตามไปแต่ก็ปรากฏว่าไม่สามารถใช้ทักษะเวทใดๆออกมาได้
“ เจ้าลูกสุนัข !! มาดูกันว่าแกจะหนีข้าไปได้ไกลสักแค่ไหน !!“
มันกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้น มือเอื้อมไปหยิบเข็มทั้งสองดึงออกมาจากบาดแผลก่อนจะขว้างทิ้งไปกับพื้นด้วยความหงุดหงิด มันรีบวิ่งไล่ตามร่องรอยของเด็กหนุ่มไปด้วยความเพลิงของความโกรธที่กำลังลุกโชนอยู่ในใจ นี่ราวกับว่ามันกำลังถูกลูบคมโดยนักเวทระดับนักเวทฝึกหัด หากผู้เป็นนายของมันรู้เรื่องนี้เขามันย่อมถูกลงโทษอย่างหนักเป็นแน่ ยิ่งไม่ต้องกล่าวเลยว่าหากแอเรียสหลบหนีไปได้มันเองจะต้องลงเอยเช่นไร
แม้พลังเวทจะถูกสะกดไว้แต่พลังทางกายของมันยังคงแข็งแกร่งเท่ากับนักเวทระดับผู้ใช้มนตรา นี่คือสาเหตุที่แอเรียสเลือกที่จะหลบหนีแทนที่จะโจมตีมัน สิ่งที่เคลือบไว้กับเข็มทั้งสองเป็นพิษจากสัตว์อสูรผสมกับสมุนไพรบางอย่างที่แอเรียสปรุงขึ้นมาเมื่อเจ็ดวันก่อน แม้พิษนี้จะไม่มีฤทธิ์ถึงตายแต่มันก็ช่วยถ่วงเวลาได้ไม่น้อย ดูจากระดับของไคออนแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงพิษก็คงจะถูกกำจัดออกไปจากร่าง แอเรียสจะต้องหลบหนีไปให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้
แอเรียสเลือกที่จะมุ่งไปทางผืนป่าแทนที่จะมุ่งหน้ากลับตระกูล เขาไม่รู้ว่านอกจากไคออนยังมีใครอีกหรือไม่ที่ถูกเมอร์สันส่งมาสังหารเขา ไม่แน่ว่าอาจจะมีใครบางคนคอยดักซุ่มอยู่กลางทางกลับตระกูลเพื่อป้องกันการผิดพลาดของไคออน เมอร์สันเป็นคนที่เจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมามันสามารถแสดงละครตบตาทุกคนได้อย่างแนบเนียนว่าหาได้สนใจที่จะล้างแค้นใดๆต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นไม่ จนทุกคนในตระกูลคิดว่าเรื่องราวจะสงบลงด้วยดี คาดไม่ถึงว่ามันจะเก็บซ่อนความแค้นเอาไว้อย่างแนบเนียนแล้วใช้คำสั่งของฟาร์ฮานเพื่อเป็นเครื่องมือในการแอบส่งคนมาลอบสังหารเขาเช่นนี้
“ สักวันข้าจะตอบแทนพวกเจ้าอย่างสาสม !! “
ดวงตาของแอเรียสในยามนี้เต็มไปด้วยความแค้น ร่างพลิ้วไหวไปตามผืนป่า การหลบหนีไปพร้อมกับกลบเกลื่อนร่องรอยช่างเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย แต่มันก็ทำให้เขาปลอดภัยขึ้นไม่น้อย อันตรายที่อาจจะมาถึงเขาในตอนนี้มีทั้งสัตว์อสูรและไคออน แอเรียสจึงต้องรอบคอบให้มากที่สุด