ตอนที่ 28 คนเดียวที่สามารถพึ่งพาได้คือตัวเอง
โครม!
ประตูเปิดออก
เสียงดังสนั่นนี้ทำให้แม่เฒ่าหลิวและคนอื่น ๆ ใ
พวกนางจ้องมองประตูที่พังทลายด้วยสายตาว่างเปล่า สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อว่ามีใครบางคนกล้าพังประตูบ้านเข้ามาจริง ๆ
หลังจากเห็นได้ชัดเจนว่าเป็ใคร แรงโทสะก็พลันปะทุขึ้นทันที
หลังจากที่หลินจิ่วเหนียงเดินเข้าประตู นางก็เห็นหลิวอู่นีนอนหมดสติอยู่หลังประตูทันที ส่วนหลิวซานนีถูกลงโทษให้คุกเข่าอยู่กลางลานบ้าน
หลินจิ่วเหนียงแสยะยิ้มมุมปากทันที ดี ดีมาก
ดังคำกล่าวที่ว่าศัตรูเจอกัน ั์ตาพลันเป็สีแดง ยิ่งเมื่อเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของหลินจิ่วเหนียง พวกนางจึงรีบออกมาด้วยความโกรธ แล้วเริ่มก่นด่าหลินจิ่วเหนียงพร้อมขับไล่นางออกไป
หลินจิ่วเหนียงไม่คิดจะพูดคุยกับพวกเขา และเหวี่ยงไม้กวาดในมือไปทางแม่สามีกับลูกสะใภ้
ขณะกำลังดื่มด่ำกับเสียงกรีดร้องของพวกนางที่ถูกฟาด สายตาของหลินจิ่วเหนียงก็จับจ้องไปยังหลิวชิงเหอที่อยู่ด้านข้าง หลิวซื่อหลางบอกว่าว่าาแทั้งหมดบนร่างกายเขา เป็ฝีมือของหลิวชิงเหอ
นางโบกไม้กวาดฟาดไปทั่วร่างหลิวชิงเหอ
หลิวชิงเหอเ็ป ะโร้องขณะพยายามถอยหนี “หลินจิ่วเหนียง เ้ากล้าตีข้าหรือ อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำร้ายเ้า หากเ้ายุ่งกับข้าอีก มาดูกันว่าข้าจะจัดการกับเ้าอย่างไร”
นังหญิงบ้า ยังไม่ได้ยั่วโมโหนางเลย แต่นางกล้าตีเขา
หลินจิ่วเหนียงนึกเย้ยหยัน แล้วฟาดไม้กวาดในมืออีกครั้ง “คนที่จะโดนคือเ้านั่นแหละ!”
หลิวชิงเหอโกรธจัด จึงกระโจนเข้าไปหาหลินจิ่วเหนียง แล้วเหวี่ยงหมัดไปที่หลินจิ่วเหนียงโดยไม่ลังเล
แต่หลินจิ่วเหนียงคิดไว้แล้วว่าเขาจะสู้กลับ ขณะที่เขาถลาเข้ามา นางจึงเตะขัดขาเขาอย่างแรง แล้วถีบหลิวชิงเหอออกไป “เป็ข้าต่างหากที่จะจัดการกับเ้าก่อน”
ไม้กวาดในมือนางยังคงฟาดหลิวชิงเหอ อย่าตำหนินางว่าโหดร้ายเลย ในเมื่อบุรุษที่โตแล้วเช่นเขาลงมือทุบตีเด็กอย่างโเี้
หลินจิ่วเหนียงหยุดมือหลังจากที่เริ่มเหนื่อยล้า
นางมองแม่สามีและลูกสะใภ้ตระกูลหลิวที่เอาแต่ร้องคร่ำครวญ แล้วถามว่า “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงทุบตีพวกเ้า?”
แม่เฒ่าหลิวโกรธมาก หากหลิวชิงเหอไม่ห้ามนางไว้ นางคงจะปรี่เข้าไปจัดการหลินจิ่วเหนียงแล้ว แต่การที่นางะโเข้าไปยืนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายที่สุด กลับไม่เป็ที่น่าพอใจอย่างที่คิดไว้
หลินจิ่วเหนียงยืนแคะหู “ด่าพอแล้วหรือยัง? เ้าอยากโดนเพิ่มอีกหรือไม่?”
พูดจบ นางก็ยกไม้กวาดในมือขึ้น
แม่เฒ่าหลิวสะดุ้งและก้าวถอยหลัง สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็สีตับหมู “เ้า นังแพศยา!”
หลี่ซิ่วเจวียนซ่อนตัวอยู่หลังหลิวชิงเหอ พลางยื่นหน้าออกมามอง น่าเสียดายที่หลิวชิงเหอไม่อาจบดบังร่างอันใหญ่โตของนางไว้ได้มิด
นางจ้องมองหลินจิ่วเหนียงด้วยความโกรธ แล้วกัดฟันพูด “หลินจิ่วเหนียง จู่ ๆ เ้าก็มาถีบประตูบ้านข้าพัง และทุบตีพวกเราทันทีที่เ้าเข้ามาโดยไม่มีเหตุผล ข้าจะฟ้องหัวหน้าหมู่บ้าน และบอกให้หัวหน้าหมู่บ้านขับไล่เ้าออกไปจากที่นี่”
หลี่ซิ่วเจวียนแทบรอไม่ไหวที่จะสั่งสอนบทเรียนหลินจิ่วเหนียง แต่ความดุร้ายของอีกฝ่ายทำให้นางกลัวที่จะก้าวเข้าไป ตอนนี้หญิงคนนั้นกลายเป็คนบ้าไปแล้ว และจะโจมตีทุกคนที่นางเห็น
“ไม่มีเหตุผลงั้นหรือ?” หลินจิ่วเหนียงแสยะยิ้มอย่างโเี้ แล้วบอกให้หลิวซื่อหลางยืนขึ้น “เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดถึงถูกทุบตี?”
“คนของข้า ข้าจะทุบตีเขาอย่างไรมันก็เื่ของข้า แต่เ้าทุบตีเขา เ้าถามความคิดเห็นของข้าหรือยัง! พวกเ้าทำร้ายเขาก็เหมือนตบหน้าข้า ข้าจะโจมตีคนที่ตบหน้าข้ากลับไม่ได้หรือ? “
“ข้าบอกพวกเ้าไว้เลยว่า ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องคนของข้า จะต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับด้ามไม้กวาดนี้!”
ทันทีที่พูดจบ นางก็หักไม้กวาดอย่างแรง แล้วโยนลงตรงหน้าพวกเขา
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของพวกเขา นางก็หันหลังเดินจากไป พร้อมเบ้ปากเหยียดหยาม
หลิวซื่อหลางมีความสุขมากเมื่อเห็นแม่ของเขาจัดการทุกคน แต่เมื่อเห็นแม่กำลังจะเดินจากไป เขาก็สับสนไปหมด
เขารีบตามไปจนทัน “ท่านแม่ พี่หญิงสามกับอู่นี และคนอื่น ๆ...”
หลินจิ่วเหนียงหยุดเดิน แล้วเยาะเย้ย “พวกเขา? พวกเขาเกี่ยวอันใดกับข้า? เหตุใด เ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้พวกนาง หรือมารับพวกนางกลับงั้นหรือ?”
“หลิวซื่อหลาง เ้ากำลังฝันกลางวันหรือเปล่า?”
ใบหน้าของหลิวซื่อหลางเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ รู้สึกอึดอัดใจ “แต่ท่านแม่ หากพี่หญิงสามและอู่นีอยู่ที่นั่นต่อไป พวกนางจะต้องถูกรังแกอย่างสาหัสแน่นอน”
โดยเฉพาะเมื่อแม่บุกไปทำร้ายพวกเขาเมื่อครู่นี้ หลังจากที่แม่จากไปแล้ว ท่านย่าและคนอื่น ๆ คงโกรธพี่หญิงสามแน่นอน
“ทุกคนต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง นี่คือทางที่พวกนางเลือกเอง เกี่ยวอันใดกับข้ามิทราบ? หากเ้าไม่สบายใจก็ไม่เป็อะไร ไปอยู่เฝ้าพวกนางเสีย มันไม่เกี่ยวอันใดกับข้าอยู่แล้ว” หลินจิ่วเหนียงพูดอย่างเ็า แล้วหันหลังเดินจากไป
แต่ก่อนจะจากไป นางทิ้งประโยคไว้ว่า “อยากได้ชีวิตแบบใดก็จงต่อสู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่พึ่งพาคนอื่นเพื่อให้ได้มา ดังคำที่ว่าพึ่งพาูเาูเาย่อมถล่ม พึ่งพาผู้คนผู้คนย่อมหนี คนเดียวที่สามารถพึ่งพาได้คือตัวเองไม่ใช่หรือ? ทำให้คนอื่นยำเกรงเ้า คนเ่าั้ถึงจะไม่กล้ารังแกเ้า”
เมื่อเห็นแผ่นหลังของหลินจิ่วเหนียงกำลังจากไป หลิวซื่อหลางก็รู้สึกเศร้า เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดตอนนี้แม่ของเขาถึงเฉยเมยได้ถึงเพียงนี้
เขามองหลิวซานนีด้วยความรู้สึกผิด เขาไปหาแม่เพื่อให้มาช่วยพาพี่สามและคนอื่น ๆ ออกมา แต่แม่มาที่นี่เพื่อระบายความโกรธแล้วจากไป “พี่หญิงสาม ขอโทษนะ ข้า…”
หลิวซานนีที่กำลังเหม่อลอยกลับมามีสติอีกครั้ง แล้วส่ายหน้าให้หลิวซื่อหลาง “ซื่อหลาง เ้ากลับไปเถิด ข้าไม่เป็อันใดหรอก”
นางพูดจบก็พยายามดิ้นรนลุกขึ้นจากพื้นดิน รู้ว่าสิ่งที่แม่ของนางพูดเมื่อครู่นี้ก่อนจะจากไปนั้นมีเจตนาเพื่อให้นางได้ยินด้วย
ท่านแม่พูดถูก ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งที่้า และทำให้คนอื่นยำเกรง จะได้ไม่กล้ารังแกนาง
“พี่หญิงสาม!” หลิวซื่อหลางกังวล
“ไปเถิด!”
หลังจากที่หลิวซานนีไล่หลิวซื่อหลางออกไป นางก็มองแม่เฒ่าหลิวและคนอื่น ๆ ด้วยสายตาเ็า หากพวกนางไม่เอาแต่พูดเื่ไม่ดีของแม่เข้าหูนางตลอด และพยายามยุยงไม่ให้พวกนาง้าแม่ พวกนางก็คงไม่ต้องฝืนใจส่งแม่ไปถ้ำทิ้งคนชรา คงไม่ทำร้ายหัวใจแม่จนแตกสลายหมดสิ้น จนแม่เกลียดชังพวกนางเข้ากระดูกดำ
ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของคนเหล่านี้ และเกิดจากความโง่เขลาของพวกนางเองด้วย
แม่เฒ่าหลิวด่าทอหลินจิ่วเหนียงด้วยเสียงแ่เบา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นหลิวซานนีจ้องมองนางเขม็ง นางก็โกรธมาก “นังเด็กบ้า กล้าดีอย่างไรมาจ้องหน้าข้า กล้าดีอย่างไรมาจ้องหน้าข้า!”
ขณะที่พูดเช่นนั้น นางก็ปรี่เข้าไปหาหลิวซานนีทันที แม่ของนางทุบตีพวกนาง มันจึงไม่ผิดที่จะใช้นางเพื่อระบายความโกรธ
แต่คราวนี้นางคิดผิด
เมื่อนางเหวี่ยงมือใหญ่เหมือนตีนไก่ไปทางหลิวซานนี หลิวซานนีกลับใช้แรงทั้งหมดตบมือนางออกไป
แม่เฒ่าหลิวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็โกรธจัดในวินาทีต่อมา นางะโด่าทอ แล้วโจมตีหลิวซานนีอีกครั้ง
แต่หลิวซานนีไม่ยอมเป็สนามอารมณ์ของนางอีกต่อไป จึงเป็ไปไม่ได้ที่นางจะยืนนิ่งเชื่อฟังให้ตนถูกทุบตี ดังนั้นเมื่อแม่เฒ่าหลิววิ่งมาถึงตัว นางก็เบี่ยงตัวหลบ แล้วใช้หลังมือตบหน้าแม่เฒ่าหลิวอย่างแรง
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังคมชัด ทำให้ทุกคนตกตะลึง
ทุกคนมองหลิวซานนีด้วยความใและไม่อยากจะเชื่อ นางตบแม่เฒ่าหลิวที่เป็ย่าของตัวเอง ทั้งยังเป็การตบหน้าด้วย
แม่เฒ่าหลิวกลับมามีสติ แล้วตวาดใส่หลิวซานนีด้วยความโกรธเกรี้ยว ั้แ่นางเกิดมาจนอายุปูนนี้ นางยังไม่เคยถูกใครตบหน้าเลย
หลิวซานนีจ้องมองพวกเขาอย่างไม่กลัวเกรง แล้วตอบโต้ว่า “พวกเ้าหาเื่ก่อน อย่ามาโทษว่าข้าไม่กตัญญู ตอนที่เ้าด่าข้า ก็เหมือนกับด่าตัวเองไปด้วยไม่ใช่หรือ? ข้าเป็นังเด็กสารเลว ส่วนเ้าก็เป็นังแก่สารเลวไม่ใช่หรือ?”
“สุดท้ายเ้าก็ให้กำเนิดพ่อข้าไม่ใช่หรือ?”
“เ้า...” แม่เฒ่าหลิวโกรธมากจนต้องยกมือกุมหน้าอก
“ซานนี ใครอนุญาตให้เ้าคุยกับท่านย่าเช่นนี้ ขอโทษเดี๋ยวนี้!” หลิวต้าหลางที่เพิ่งกลับมาจากการร่ำสุราจนเมามายเข้าข้างแม่เฒ่าหลิวโดยไม่สนใจสิ่งใด
หลิวซานนีพลันผิดหวัง ไม่น่าเชื่อถือเลยจริง ๆ นางเหลือบมองเขา แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่เอ่ยคำใดสักคำ
สำหรับความรักอันลึกซึ้งระหว่างบรรพบุรุษและลูกหลาน นางไม่สนใจหรอก ตราบใดที่พวกเขาไม่มายุ่งกับนาง นางก็จะไม่สนใจพวกเขา
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
จิ่วเหนียงอาจโหดร้าย แต่สิ่งที่พูดสิ่งที่ทำมามันก็มีส่วนจริงอยู่นะ คนที่เลวสุดตอนนี้ก็คือนางแม่เฒ่าหลิวนี่แหละ
ไหหม่า(海馬)