โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 113 ซ่านจื่อเทพแห่งสงคราม

    เช้าวันหนึ่งเณรน้อยซ่านจื่อได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้เข้าเมือง เพื่อไปนำผักที่ปลูกเอาไว้ไปแลกกับข้าวสาร ที่ร้านค้าในเมือง วันนั้น เขาได้พบกับหญิงสาวหน้าตางดงาม  กำลังถูกไล่ล่า จนบาดเจ็บ จากทหารกลุ่มหนึ่ง ซ่านจื่อทนไม่ได้ที่เห็นสตรีที่อ่อนแอถูกรังแกเลยช่วยเหลือเอาไว้ จากนั้นก็พามาพักอาศัยในถ้ำหลังเขา ที่สำนักเทียนซาน โดยที่ ซ่านจื่อนั้นคอยรักษา และ หาอาหารมาให้ จนนางเริ่มหายดี ซ่านจื่อนั้นไม่เคยพบใกล้ชิด สนิทสนมกับสตรีมาก่อน 

    จนในที่สุดทั้งสองก็เกิดความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวเกิดขึ้น ซ่านจื่อถูกหญิงสาวชักชวนลงจากเขา ให้ไปเข้าร่วมกับบิดาของเธอ ซึ่งเป็นอ๋องแห่งเหลียวตง อยู่นอกด่านตะวันตก กำลังต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตกับอ๋องฮั่นตงที่มีอาณาเขตติดกัน

    ซ่านจื่อนั้นเป็นกำลังจะบวชเป็นพระ เลยสองจิตสองใจไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี แต่สุดท้ายด้วยความที่ตัดกิเลสไม่ขาด จึงได้แอบหนี อาจารย์ตั๊กม้อไปเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพเหลียวตง กลายเป็นราชบุตรเขยแห่งเหลียวตง  บุกตลุยกับกองทัพฮั่นตง เข่นฆ่าศัตรูไปเป็นจำนวนมาก จนถึงศึกสุดท้าย 

    ซ่านจื่อนำกองทัพบุกเข้าไป ทำลายที่มั่นสุดท้ายเมืองฮั่นตง  แม้จะทำการบุกโจมตีอย่างหนักแต่ว่าเมืองฮั่นตงที่มีแนวเขากั้นอยู่ด้านหลัง มีด้านหน้าเป็นเนินเขาสูง มีแม่น้ำใหญ่ขวางกั้น ยากต่อการโจมตี ทำให้กองทัพของซ่านจื่อ ใช้เวลากว่าสามเดือนก็ไม่สามารถตีที่มั่นสุดท้ายได้สำเร็จ 

    แต่สุดท้าย ซ่านจื่อก็ใช้วิธี ระเบิดภูเขาชักแม่น้ำใหญ่เปลี่ยนเส้นทาง ทำให้น้ำจากภูเขาไม่อาจไหลลงแม่น้ำได้ เลยเปลี่ยนทางเดินน้ำไหลทะลักเข้าเมืองฮั่นตง ชาวเมืองฮั่นตงนับแสนต้องจมน้ำตาย  อ๋องแห่งฮั่นตงประกาศยอมแพ้ แล้วเชือดคอตัวเองตายอยู่บนกำแพงเมือง 

    ชัยชนะที่แลกมาด้วยโครงกระดูกนับแสนของซ่านจื่อ ทำให้เขาได้รับฉายาเทพแห่งสงครามในเวลาต่อมา

    ผ่านไปสิบเอ็ดปี  อ๋องเหลียวตงได้เกิดเลื่อมใสนับถือ สถาบันเต๋า อย่างมาก ทำให้ส่งคนไปทำลาย ฝ่ายสถาบันพุทธ และ สำนักความเช่ืออื่นๆ ให้หมดสิ้น เพื่อให้ประชาชนนับถือ สถาบันเต๋าเพียงหนึ่งเดียว

    ซ่านจื่อ ได้รับคำสั่งให้มาทำลายวัดเทียนซาน ซึ่งเป็นสถานที่อาจารย์ตั๊กม้อ ได้เป็นผู้สร้างขึ้น

    “ ท่านพี่ข้ารู้ว่า ท่านลำบากใจ เรื่องนี้ปล่อยให้ข้า กับนักพรตเฉียนฟงไปจัดการเถอะนะ”

    “ บอกบิดาของเจ้า ห้ามยุ่งกับอาจารย์ของข้าไม่ได้รึ?”

    “ ท่านก็รู้ ว่าบิดาข้าเป็นอย่างไร หากว่าท่านหรือข้าไม่ทำ เขาก็จะส่งคนอื่นไปทำลายล้าง วัดเทียนซานอยู่ดี”

    “ ขอเวลาข้าเดินทางไปพบกับอาจารย์ก่อน ข้าจะให้พวกเขารีบหนีไป ก่อนที่กองทัพเหลียวตงจะบุกขึ้นไป”

    “ แต่ว่าหากบิดารู้เรื่อง ข้าเกรงว่า..”

    “ ไม่ต้องห่วง ข้าจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

    “ ไม่..หากท่านเป็นอะไร ข้าก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่เช่นกัน”

    วันรุ่งขึ้น ซ่านจื่อก็ไปที่ค่ายทหาร แต่พบว่า กองทัพของเขานั้นหาได้อยู่ประจำค่ายไม่

    “ พวกมันไปไหนกันหมด”

    “ เรียนท่านแม่ทัพ สามวันก่อน มีราชโองการจากท่านอ๋อง ให้นักพรตเฉียนฟง เป็นแม่ทัพนำกำลังของท่าน บุกขึ้นไปที่วัดเทียนซานแล้วขอรับ”

    “ อะไรนะ สามวันแล้วอย่างนั้นเร๊อะ”

    ซานจื่อรีบขี่ม้าพุ่งทะยานไป ที่วัดเทียนซานทันที แต่พอไปถึง ก็พบแต่ซากศพของพระเณรตายไปเป็นจำนวนมาก สิ่งก่อสร้างของวัดก็ถูกเผาทำลายไปสิ้น

    ทหารในกองทัพของเขาได้แต่ก้มหน้าไม่มีใครกล้าสบตากับ ซ่านจื่อแม้แต่น้อย มีแต่นักพรตเฉียนฟง ได้เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแสว่า

    “ น่าเสียดาย ตั๊กม้อ ไม่อยู่ที่นี่ ไม่เช่นนั้น ข้าคงได้นำหัวมันกลับไปถวายให้ท่านอ๋องแล้ว เด็กๆ นำหัวหลวงจีนที่ตาย ไปเสียบประจานเอาไว้ที่ตีนเขา หากใครคิดบวชเป็นหลวงจีนอีก มันต้องเจอบทลงโทษแบบนี้”

    “ นักพรตเฉียนฟง เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือ คนที่ท่านพูดถึงนั่นคืออาจารย์ของข้า และศิษย์น้องของข้าทั้งนั้น”

    ซ่ายจื่อเอ่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธที่พุ่งขึ้นสมองแล้วในเวลานี้ เหล่าทหารที่รู้ไม่กล้าขยับ เพราะกลัว เทพแห่งสงครามผู้นี้ยิ่งนัก

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าได้รับคำสั่งโดยตรงจากท่านอ๋อง หรือว่าท่านจะกล้าขัดคำสั่ง?”

    “ พวกเจ้าไสหัวกลับไปให้หมด ข้าไม่อยากสังหารพวกเจ้า”  ซ่านจื่อตะโกนเสียงดังก้องไปทั่วยอดเขา ทำเอาทหารทั้งกองทัพ ถึงกับสะดุ้ง

    “ ใครกล้าถอย ข้าจะตัดหัวมัน โทษฐานหนีทัพประหารเจ็ดชั่วโคตร ใครอยากตายก็ลองดูซิ รีบตัดหัวพวกมันไปประจานเดี๋ยวนี้”

    ทหารทั้งหมดไม่มีใครกล้าถอยลงไปแม้แต่ก้าวเดียว รีบเดินไปตัดหัวของ หลวงจีนที่นอนตาย ทันที

    ซ่านจื่อโมโหสุดขีด สะบัดดาบง้าวใหญ่ในมือ บุกเข้าฟาดฟัน ทหารผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจนตายไปทีเดียว สิบคน แต่ละคนล้วนขาดครึ่ง เครื่องในไหลทะลักออกมากอง ทหารที่เหลือจำใจยิงธนูเข้าใส่ แต่ว่า ถูกม่านพลังของซ่านจื่อป้องกันเอาไว้ แล้วซ๋านจื่อก็สะบัดง้าวออกไป ฟันทหารที่ยืนเรียกกันนับร้อย หัวขาดสะบั้น ลงมากองกับพื้น ทุกคนไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่ถอยหลังออกมาตั้งหลัก

    “ ใครถอยมาอีก ข้าจะฆ่ามันให้หมด”  นักพรตเฉียนฟง สะบัดแส้ขนม้ายืดยาวออกไป รัดหัวทหารที่ถอยออกมานับสิบ แล้วก็กระชากอย่างแรง หัวทหารก็หลุดจากบ่า กระเด็นกลิ้งตกพื้นตายกันอย่างน่าอนาถ

    “ พวกเจ้าถอยไป”  ซ่านจื่อสะบัดฝ่ามือเทพอรหันต์ออกไป ทำให้ทหารที่อยู่ข้างหน้าปลิวกระจายไปสองฝั่ง จนทำให้เขาเผชิญหน้า กับ นักพรตเฉียนฟง

    “ เจ้าคิดฝ่าฝืนคำสั่งท่านอ๋องอย่างนั้นรึ?”

    “ ข้าไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คนที่ฆ่าสังหารศิษย์น้องของข้า มันต้องตาย”ซ่านจื่อแทงง้าวใหญ่ใส่ นักพรตเฉียนฟง ที่กระโดดจากหลังม้าหลบพลังปราณที่ถูกปล่อยออกมา จากง้าวใหญ่ ทำให้ม้าขาดครึ่ง เลือดสาดกระเด็น นักพรตเฉียนฟงเหวี่ยงแส้ขนม้าพุ่งเป็นสายเข้าหาซ่านจื่อ หมายจะรัดคอ แต่ถูกง้าวใหญ่กันเอาไว้ แล้วบิดทีเดียวแส้ขนม้าขาดสะบั้น ซ่านจื่อพุ่งตัวเข้าหาแล้วฟันง้าวใหญ่เข้าใส่นักพรตเฉียนฟง ที่เอาแต่หลบหลีก แต่สุดท้ายหลบไม่พ้น ถูกถีบหน้าอกกระเด็นกลิ้งไป แส้ขนม้าตอนนี้เหลือแต่ ตัวไม้ แส้ถูกตัดจนไม่เหลือ

    นักพรตเฉียนฟง หยิบยันต์สีเหลืองออกมา แล้วปล่อยเข้าใส่ ซ่านจื่อ พอยันต์เข้าใกล้ ก็ถูกซ่านจื่อควงง้าว เข้าใส่ ยันต์นับร้อยแผ่น ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ไม่อาจทำอะไรซานจื่อได้ นักพรตเฉียนฟง นำตุ๊กตาผ้ามีลักษณะคล้ายๆ กับซ่านจื่อออกมา แล้วปักเข็มลงไป ซ่านจ่ื่อถึงกับทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น ที่แท้มันเป็นตุ๊กตาคำสาป ที่มีเลือดและเส้นผมของซ่านจื่อ ฝังอยู่ในตุ๊กตาตัวนั้น

    “ ฮ่า ฮ่า ข้าเตรียมการเอาไว้นานแล้ว ข้ารู้ว่าคนอย่างเจ้านั้นไม่ยอมแน่ ท่านอ๋องกับข้า เลยวางแผนนี้ขึ้นมา ฮ่า ฮ่า เจ้าคงไม่รู้ซินะ ว่าเลือดและเส้นผมของเจ้าที่ข้านำมาเป็นตุ๊กตาตัวตายตัวแทนของเจ้า เป็นเมียสุดที่รักของเจ้า เป็นคนให้ข้ามาเอง เวลาเจ้าตายไปจะได้รู้ว่า ใครกันที่ทำร้ายเจ้ากันแน่”

    นักพรตเฉียนฟง ชักมีดออกมาจะแทงตุ๊กตาตัวนั้น แต่ว่า กลับมีคนพุ่งถลาเข้ามารับมีดเอาไว้ ทำให้มีดปักเข้าที่กลางหลังของนาง ที่แท้เป็นภรรยาของซ่านจื่อนั่นเอง ไม่ทันที่นักพรตเฉียนฟง จะชักมีดออก ง้าวใหญ่ของซ่านจื่อก็พุ่งเข้ามาตัดคอของเขาจนขาดสะบั้นลงไป ตายไปด้วยสายตาเบิกโพลง

    “ อาหง ทำไม” ซ่านจื่อเข้ามาประคองร่างของ อาหงภรรยาของเขาที่ลมปราณกำลังจะขาดห้วงไปทุกที

    “ ท่านพี่  ข้าขอโทษ ข้าไม่อยากหลอกลวงท่านอีกต่อไปแล้ว ท่านพี่…ข้าอยากจะบอกท่านว่า มีอย่างเดียวที่ข้าไม่เคยหลอกท่านเลย นั่นคือ ข้ารักท่านจนสุดหัวใจ”

    นั่นคือคำพูดสุดท้ายของนาง

    อ๊ากกกกกกกกกกกกก !!!!!!

    ซ่านจื่อร้องคำรามก้องฟ้า ทหารที่อยู่บนเขาล้วนรีบวิ่งหนีลงจากเขาไปจนหมด ฝนตกลงมาอย่างหนัก ชะล้างเลือดของผู้คนที่ตายไปเป็นจำนวนมาก ซ่านจื่อนึกถึงวันที่ได้ อยู่ที่วัด ได้ร่วมฝึกวิทยายุทธ์ กับศิษย์น้องทั้งหลาย แต่มาบัดนี้ บรรยากาศเช่นนั้น มันไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ภาพของอาหงที่คอยปรนนิบัติเขาทุกอย่าง จนทำให้เขาต้องทิ้งสำนักไป ซ่านจื่อรู้สึกผิดต่ออาจารย์ยิ่งนัก

    “ ศิษย์พี่”

    ซ่านจื่อหันไปมอง พบกับ ศิษย์น้องถงจื่อ ยืนเปียกฝนอยู่คนเดียว

    “ เจ้ายังไม่ตาย แล้วท่านอาจารย์ล่ะ?”

    “ ศิษย์พี่ตามข้ามา”

    ซ่านจื่อ อุ้มศพของอาหงมาวางเอาไว้ใน ใต้ร่มไม้ แล้วก็เดินตามถงจื่อไปที่ถ้ำหลังเขา พอเข้าไปก็พบกับ เงาสีดำ เป็นรูปของอาจารย์ตั๊กม้อ นั่งสมาธิหันหน้าเข้าหาผนังถ้ำ

    “ อาจารย์เล่า?”

    ถงจื่อพามาด้านในเป็นภาพของท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ แล้วก็มีอัฐิธาตุของท่านตั้งอยู่

    “ เกิดอะไรขึ้น  ทำไม เป็นเช่นนี้”

    “ หลังจากศิษย์พี่ออกจากวัดไป ท่านอาจารย์ก็มอบหน้าที่ดูแลวัดให้กับข้า แล้วท่านก็มานั่งสมาธิมองที่ผนังถ้ำ โดยไม่กิน ไม่นอน ไม่พัก เป็นเวลา สิบปี แล้วท่านก็ละสังขารไป ข้าได้ทำการเผาท่านด้วยตัวข้าเอง และเก็บอัฐิธาตุของท่านเอาไว้ที่นี่ ท่านบอกว่า ลูกศิษย์ทำผิด อาจารย์เปรียบเหมือนบิดาต้องรับผิดด้วยเช่นกัน ท่านอาจารย์เลยทำโทษตนเอง โดยการจ้องมองกำแพงผนังถ้ำ โดยไม่กิน ไม่นอน ไม่ขยับตัว ท่องบทแผ่เมตาแก่ทุกสรรพสิ่งที่ตายไปเพราะท่าน จนกว่าชีวิตจะหาไม่  แต่ก่อนที่ท่านจะมาที่ถ้ำแห่งนี้ ก็ได้ทำนายล่วงหน้าว่า ปีที่ 11 ครบรอบวันละสังขารของท่าน ศิษย์สำนักเทียนซานก็จะต้องพบกับภัยพิบัติใหญ่หลวง ให้ข้าพาศิษย์ไปหลบไปอยู่ที่อื่นให้หมด แต่ศิษย์บางคน ยอมตายไม่ยอมจากไป ท่านบอกกับข้าว่า ท่านไม่ได้ถือโทษหรือโกรธศิษย์พี่แม้แต่น้อย ขอให้ท่านอย่าได้โทษตัวเองเลย”

    ซ่านจื่อถึงกับคุกเข่าแล้วก็ ร่ำไห้ออกมา

    “ ถงจื่อ ข้าฝากเจ้าจัดการศพของ อาหงด้วย”

    “ ได้ แล้วศิษย์พี่จะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”

    “ ข้าผิดต่ออาจารย์ยิ่งนัก แม้นข้าตายไปก็คงยังชดใช้ความผิดนี้ไม่ได้ ข้าจะทำโทษตนเอง แบบท่านอาจารย์ ต่อไป เจ้าก็ดูแลสำนักแทนข้าด้วย”

    ซ่านจื่อพูดจบ ก็ใช้ง้าวใหญ่ตวัดฟันแขนซ้ายของตนจนขาดสะบั้น แล้วจี้สะกัดจุดเอาไว้

    “ ศิษย์พี่ ท่านทำอะไร?”

    “ อาจารย์ทุกข์ทรมานนับสิบปี ข้าผู้เป็นศิษย์ไม่รักดี สมควรต้องยิ่งทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าท่านอาจารย์หลายเท่า ต่อไปนี้ไม่ต้องมาสนใจข้าอีก ปล่อยให้ข้าอยู่อย่างนี้จนกว่าจะตายไป”

    นับจากวันนั้นสิบปี ซ่านจื่อก็ได้ตายตามอาจารย์ตั๊กม้อไป ร่างกายถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน กลายเป็นผงธุลี อ๋องเหลียวตง ถูก ราชันหลิงเทียนกวาดล้างสิ้น

    แล้วทันใดนั้นเอง ร่างของท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ ก็ได้มายืนต่อหน้า ขจร

    “ ท่านอาจารย์”  ขจรรีบไปกราบเท้าเของท่านอาจารย์น้ำตาไหลพราก ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อเอามือลูบหัว ขจรด้วยความเอ็นดู

    “ ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกจนได้นะ ซ่านจื่อ”

    “ อาจารย์ศิษย์ผิดไปแล้ว ขอให้ท่านอาจารย์ได้โปรดยกโทษให้ศิษย์ด้วย”

    “ เรื่องราวมันผ่านมาเป็นร้อยปีแล้ว เจ้าจะมามัวโทษตัวเองทำไม เจ้ากำเนิดใหม่แล้ว เรื่องในอดีตไม่ควรเก็บมาคิดอีกต่อไป ทำเรื่องปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ”

    “ แต่ว่า”

    “ ไม่ต้องแต่ ตอนนี้ศิษย์น้องของเจ้าบาดเจ็บ พวกหมู่มารกำเริบเสิบสาร คิดเอาอัฐิธาตุของข้าไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เพื่อให้ตนเองเป็นใหญ่ ข้าเองก็จะพลอยกลายเป็นคนบาปไปด้วย ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้า จัดการกับพวกมันอย่าให้พวกมันมาเข่นฆ่าคนของสำนักเทียนซานหรือผู้บริสุทธิ์ได้อีก”

    “ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”

    “ ดีมาก ข้าจะถ่ายทอดพลังจากอัฐิธาตุให้เจ้า เตรียมตัวรับให้ดี”

    แล้วทันใดนั้นเอง ลูกประคำที่วางอยู่ด้านหน้า ก็ลอยขึ้นมา วนอยู่รอบๆ ตัวของขจร

    จากนั้นก็มีแสงออกมาจากลูกประคำ เริ่มจากลูกที่ 1 ลูกที่ 2 แล้วไล่ไปจนถึง 10 ลูกจนลูกสุดท้าย พุ่งเข้ามาในร่างของขจร  ตอนนี้ร่างของขจรก็เปล่งประกายรัศมีออกจากร่าง   พลังยุทธ์ของเขาเพิ่มขึ้นจากอาณาจักรเทพยุทธ์ พุ่งผ่านเข้ามาอาณาจักรขั้นกึ่งเซียน อยู่ในขั้นปราณพรหมยุทธ์ ระดับสูงสุดแล้ว

    ส่วนพลังแฝงนั้นตอนนี้ กลับมีพลังจากอัฐิธาตุ เป็นพลังแสงแห่งธรรมะ  และ พลังเทพอรหันต์ เป็นพลังแฝงเพิ่มขึ้นมาอีก ซึ่งตัวขจรเอง ก็ไม่รู้ว่า พลังแฝงเหล่านี้ จะมีพลานุภาพเพียงใดกันแน่

    ขจรคุกเข่าต่อ ป้ายวิญญาณท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ สามครั้ง แล้วเดินออกไป พบกับ ไต้ซือถงจื่อ ที่ยังคงนั่งสมาธิรออยู่หน้าถ้ำ  จึงเอ่ยออกมาว่า

    “ ไปกันเถอะศิษย์น้อง เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะเลย” ..

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912