“ประมุขน้อย!”
เสียงของกู่หยาและผู้าุโอีกสองคนดังขึ้นขณะที่เสี่ยวเฮยบินต่ำลงมาหยุดลงที่ด้านหน้าของพวกเขาหลังจากเย่ฉีเดินลงมาเขาก็หยุดยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นก่อนที่พวกกู่หยาจะรีบเดินเข้ามาหาทันทีในเวลาเดียวกันคำทักทายของสามผู้าุโใหญ่ก็ทำให้คนของนิกายันพเก้าหนังหัวชาหนึบพวกเขาไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าประมุขนิกายรุ่นที่สิบเอ็ดที่ผู้าุโใหญ่ทั้งสามพูดถึงจะเป็เด็กน้อยที่ดูธรรมดาเช่นนี้
ทางฝ่ายของราชวงศ์ต้าไห่เองก็หยุดชะงักไปเช่นกันไม่เว้นแม้แต่ขุนพลหลิน!คำว่าประมุขนิกายของนิกายันพเก้านั้นแม้จะฟังดูเป็เพียงคำธรรมดาที่ใช้กันทั่วไปทุกนิกายทุกสำนักแต่สำหรับนิกายันพเก้าแล้วมันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง!
นิกายันพเก้ามีประมุขผู้สืบทอดแล้ว?
นี่คือคำถามที่ปรากฏขึ้นในหัวของทุกคนยกเว้นคนของนิกาย...พวกเขาอื้ออึนไปกับภาพของเย่ฉีที่เป็เพียงเด็กอายุสิบขวบปี? ต้องรู้ว่าคำสั่งโต้ตอบราชวงศ์ต้าไห่จนทำให้เกิดการรบในวันนี้ล้วนมาจาก...ประมุขรุ่นที่สิบเอ็ด!คนกว่าสามร้อยจ้องมองไปยังเย่ฉีที่ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจพวกเขาเลยด้วยความสับสน
เขา...ไม่ใช่ผู้ฝึกตน? และยังเป็คนที่...ใกล้ตาย?
ในความเป็จริงพวกกู่หยาก็ััได้เช่นกันดวงตาของผู้าุโทั้งสามคนเบิกกว้างขณะที่ััได้ถึงพลังชีวิตอันอ่อนแอของเย่ฉีพลังชีวิตของเขาเหมือนราวกับลำน้ำสายเล็กที่กำลังจะแห้งเหือด
“ปประมุขน้อย...พลังชีวิตท่าน…”
“ไม่ต้องกังวลเมื่อข้าเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนปัญหานี้ก็จะหมดไป”
พวกกู่หยาได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเื่นี้ใครก็รู้...มันเป็เื่พื้นฐานของผู้ฝึกตนเพียงแต่พวกเขาใจนลืมไปก็เท่านั้นในขณะเดียวกันที่เย่ฉีพูดคุยกับพวกกู่หยา ขุมกำลังอื่นๆที่จับตามองการต่อสู้นี้ก็รีบรายงานข่าวกลับไป...ข่าวนี้ทำให้ทั้งแผ่นดินเทียนเหอต้องเกิดเป็ความปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง!
ในเวลาเพียงไม่นานสายตาจากขุมอำนาจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างพุ่งเป้ามายังนิกายันพเก้าเพื่อจับตาดูบทสรุปครั้งนี้อย่างใกล้ชิด!ในจำนวนนั้นยังมีอีกไม่น้อยที่เริ่มเคลื่อนไหวติดต่อกันในทันที...การสืบทอดมรดกของประมุขนิกายันพเก้าเป็สิ่งที่ทั่วทั้งแผ่นดินเทียนเหอไม่้าเห็น!
“ประมุข?ฮ่าๆเด็กบัดซบเช่นนี้คือประมุขของนิกายเ้า...ฮี่ฮี่นิกายเน่าเปื่อยก็ย่อมเหมาะสมกับเด็กไร้ค่า!”
เสียงขององค์ชายไห่หยวนดังออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเขาเกิดมาเป็ดั่งลูกรักของ์ดังนั้นเกี่ยวกับตำนานโบราณของนิกายที่เสื่อมโทรมลงเช่นนี้เขาไม่เคยให้ค่าเลยแม้แต่น้อยอย่างไรก็ตามในขณะที่ไห่หยวนยังคงกล่าววาจาเย้ยหยันต่อไปนั้นที่ด้านข้างของเขา...ใบหน้าของขุนพลหลินซีดลงอย่างเห็นได้ชัด!
นี่เป็เื่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน!ความจริงเื่นี้ควรจะจบลงด้วยการสูญเสียเล็กๆ น้อยของทัพราชวงศ์ต้าไห่และในเวลานั้นเขาจะเป็คนสั่งถอยทัพกลับไปหลังจากที่ทำให้ไห่หยวนได้สำนึกถึงขุมอำนาจโบราณแห่งนี้มันไม่ใช่เพราะนิกายันพเก้าแข็งแกร่งจนไม่อาจยั่วยุแต่เป็เพราะใครก็ตามที่เป็คนแรกในการโจมตีนิกายนี้จะต้องตกตายลงไปพร้อมๆกับนิกาย!
“กู่หยา...มรดกสืบทอดแล้ว?”
ขุนพลหลินกว่าวออกมาด้วยเสียงแหบพร่าราวกับน้ำในลำคอเหือดแห้งไปหมดในเวลาเดียวกันกู่หยาก็จ้องมองกลับไปยังขุนพลหลินก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ก้องไปทั่วทั้งพื้นที่บริเวณนั้น
“ทั่วทั้งแผ่นดินเทียนเหอจงฟัง!เวลานี้มรดกของประมุขนิกายรุ่นที่สิบเอ็ดได้สืบทอดแล้ว!ผู้ใดก็ตามที่กล้าล่วงเกินนิกายันพเก้าจงเตรียมตัวรับการโต้ตอบจากเรา!”
“คำนับประมุขน้อย!”
เริ่มโดยกู่หยาตามด้วยสองผู้าุโและไล่ไปจนถึงศิษย์าุโกว่าสามร้อยคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเพียงพริบตาตรงบริเวณนั้นนอกจากด้วงตัวสีดำแล้วมีเพียงเย่ฉีที่ยืนอยู่...มันน่าแปลกเป็อย่างมากเพราะในเวลานั้นเสียงคำนับของคนเพียงสามร้อยคนกลับสามารถดังะเืไปทั้ง์และปฐีกลบมิดเสียงกลองศึกของราชวงศ์ต้าไห่จนสิ้นราบ!
ใบหน้าขององค์ชายไห่หยวนซีดลงเล็กน้อยหลังจากได้เห็นภาพนี้คนของกองทัพต้าไห่นั้นเป็ทหารกล้าที่อาจหาญทั้งยังอุทิศตนให้กับจักรวรรดิเทียนไห่อย่างหมดหัวใจแต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับศิษย์าุโของนิกายันพเก้าแล้วยังด้อยกว่าหลายส่วน!
ในเวลาเพียงพริบตาที่กู่หยาประกาศถึงการสืบทอดมรดกออกไป...เวลานั้นดวงตาของคนกว่าสามร้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้านิกายก็เปลี่ยนไป...ความแคลงใจที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ล้วนมลายหายไปจนสิ้น!พวกเขาในเวลานี้ล้วนแผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมาจนทำให้เพียงแค่มองไปจิตใจก็ต้องสั่นคลอน...กลิ่นอายเหล่านี้คือกลิ่นอายของผู้ที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีและเต็มไปด้วยความมั่นใจอันล้นเปี่ยมว่าใต้หล้าทั่วทั้งเทียนเหอนี้ไม่มีผู้ใดสามารถทัดเทียมได้กับพวกเขาได้!
กระทั่งแววตาของพวกเขายังเปลี่ยนไปด้วยอย่างชัดเจน...แม้ว่าก่อนหน้านี้จะปรากฏเป็ความกังวลอยู่บ้างเมื่อเผชิญหน้ากับต้าไห่แต่ตอนนี้...มันกลับฉายชัดถึงความมั่นใจ...เด็ดเดี่ยว...และเหยียดหยามเมื่อมองไปยังกองทัพนับแสนที่อยู่เบื้องหน้า!
วันใดที่มรดกของนิกายได้รับการสืบทอด...ทั่วทั้งเทียนเหอนี้จะไม่มีคุณค่าให้นิกายต้องเหลือบมอง!
ในเวลานั้นเย่ฉียังคงยืนนิ่งอย่างสงบไม่ได้หวั่นไหวไปกับการคำนับของคนในนิกายเลยแม้แต่น้อยสายตาของเขาหันไปเผชิญหน้ากับกองทัพนับแสนเบื้องหน้าและจ้องมองไปยังองค์ชายไห่หยวนที่ตอนนี้มีใบหน้าซีดขาวราวกับซากศพเพราะสายตาของเย่ฉีทำให้เขารู้สึกถึงความกดดันที่ไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งขยับตัว!
“ประมุขน้อยเราจะทำอย่างไรกันต่อ ?”
กู่หยากล่าวถามออกมาขณะที่สายตาของเขาเหลือบไปมองด้วงตัวสีดำที่ยืนอยู่ด้านข้างของเย่ฉีทางด้านเย่ฉีก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาเขาลูบมือไปยังปีกหลังของเสี่ยวเฮยก่อนจะเคาะนิ้วลงไปเบาๆ ทีหนึ่ง
“ไปนำตัวมันมาให้ข้า”
เพียงพริตาเดียวจากด้วงตัวสีดำก็กลายเป็ชายหนุ่มใบหน้ามืดทะมึนพุ่งออกไปยังท้องฟ้าความเร็วของทำให้เกิดเป็เส้นแสงสีดำลากยาวไปก่อนจะไปปรากฏตัวด้านหน้าของราชรถทองคำเมื่อเห็นท่าไม่ดีขุนพลหลินก็ขมวดคิ้วเป็ปมแน่นพุ่งออกมาจากราชรถขวางกั้นชายหนุ่มชุดดำเอาไว้...ทว่าในเวลานั้นใบหน้าของชายหนุ่มชุดดำกลับยังคงเรียบเฉยเหลือบมามองเขาด้วยหางตาและแค่นเสียงออกมาคำหนึ่ง
“ไสหัวไป!”
เพียงคำพูดเดียวนั้นก็เกิดเป็คลื่นพลังระลอกหนึ่งสะกดข่มพื้นฐานการฝึกตนของขุนพลหลินเอาไว้และกระแทกเขาออกไปนับสิบลี้ฝนโลหิตร่วงโรยเป็ทางยาวก่อนที่ร่างของเขาจะหยุดลงในสภาพที่ราวกับสู้รบมาเป็เวลานานภาพนี้ทำให้ทั่วทั้งสนามรบเงียบกริบ…ขุนพลหลินเป็ถึงผู้ฝึกตนระดับบรรพบุรุษ การที่พ่ายเพียงแค่หนึ่งคำพูดเช่นนี้...แม้แต่พวกกู่หยาเองก็ยังต้องเบิกตากว้าง!
เพียงพริบตาเดียวฝ่ามือของเสี่ยวเฮยก็คว้าจับไปที่ลำคอขององค์ชายไห่หยวนและไปปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านข้างเย่ฉีในตอนนี้ใบหน้าขององค์ชายไห่หยวนซีดขาวไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด...อันที่จริงตัวเขาเองก็ยังมึนงงอยู่เลยเสียด้วยซ้ำว่าเหตุใดเื่ราวถึงเป็เช่นนี้?
“จับตัวเขาเอาไว้...ตลอดหลายปีที่ผ่านมานิกายของเราเป็ฝ่ายถูกรีดไถแทะเล็มแม้กระทั่งกระดูกและเืจากวันนี้ไปจะเป็ทีของพวกเราบ้าง!”
เสี่ยวเฮยโยนร่างขององค์ชายไห่หยวนไปทางกู่หยาราวกับว่าเขาเป็ขยะชิ้นหนึ่งในเวลานั้นสายตาของเย่ฉีก็มองออกไปบนท้องฟ้าที่ห่างไกลจากนิกายถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา แต่เขาก็ยังมีััดั่งผืนปฐีและดวงตาดุจท้องนภา!เย่ฉียิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าที่ห่างไกลออกไปเ่าั้เกิดเป็รอยแยกของอากาศขึ้นก่อนจะมีผู้ฝึกตนจำนวนมากเยื้องกรายออกมาการสืบทอดของนิกายันพเก้านั้นไม่ใช่เื่เล็กมีคนไม่น้อยที่คิดจะตัดไฟั้แ่ต้นลมพวกเขาไม่อาจเห็นแก่ตัวรอฉวยโอกาสตอนที่ราชวงศ์ต้าไห่เพรี่ยงพร้ำได้อีกแล้ว
ดวงตาของเย่ฉีปิดลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นก้อมมองพื้นดินใต้ฝ่าเท้าพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สหายเอ๋ยหนี้ที่ติดค้างข้าไว้ถึงเวลาต้องชดใช้คืนแล้ว”
ไม่มีใครเข้าใจคำพูดของเย่ฉีหรือแม้กระทั่งเสี่ยวเฮยที่อยู่ด้านข้างเองก็ตามทว่าในเวลานั้นเย่ฉีได้นั่งลงไปและเคาะนิ้วไปที่พื้นดินสามครั้ง...มันดูเหมือนเป็การกระทำที่ไร้ประโยชน์แต่ทว่าในเวลาต่อมาพื้นดินทั่วทั้งดินแดนเทียนเหอก็สั่นะเืโดยเฉพาะบริเวณด้านหน้านิกายันพเก้าที่เริ่มเกิดเป็ฝุ่นควันปะทุขึ้นจากพื้นดินราวกับบ่อนำพุในเวลานั้นพื้นที่ราบก็ได้เกิดเป็รอยแยกเล็กๆขึ้นก่อนที่มันจะขยายใหญ่ออกเป็หลุมกว้างจนกระทั่งบางสิ่งบางอย่างได้คืบคลานออกมาจากหลุมดินเ่าั้
“ม มดมดเกราะปฐี!”
เสียงของใครบางคนในกองทัพดังขึ้นมาและในเวลานั้นมดตัวสีดำที่มีขนาดใหญ่พอกับคนสองคนก็เริ่มพุ่งเข้าหากองทัพของราชวงศ์ต้าไห่มดเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งมานักเพียงแต่เขี้ยวของพวกมันเป็สิ่งที่น่ากลัวเพราะสามารถฉีกกระชากปราณคุ้มกายของผู้ฝึกตนได้ราวกับใบไม้แห้ง!ความน่ากลัวของมดเกราะปฐีนั้นไม่ได้มีแค่นี้สิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวมากที่สุดก็คือจำนวนของพวกมันใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจหลังจากมดตัวแรกปรากฏตัวตอนนี้ฝูงมดที่เข้าโจมตีกองทัพต้าไห่มีอยู่อย่างน้อยก็นับล้านตัว!
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ใบหน้าของคนที่พบเห็นต้องซีดเผือดกองทัพต้าไห่ที่ประกอบไปด้วยผู้ฝึกตนสามแสนคนกำลังถูกกัดกินอย่างโหดร้ายจากฝูงมดจำนวนมหาศาล...มันเป็เวลาเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก่อนที่ทะเลมดสีดำจะไหลลงไปสู่รอยแยกของพื้นดินและหายไปในที่สุดทิ้งไว้เพียงผืนดินบริเวณที่เคยมีกองทัพนับแสนของต้าไห่ที่บัดนี้ได้เหลือเพียงความว่างเปล่าแล้ว
ในเวลานั้นไกลออกไปจากนิกายในสถานที่ที่รอยแยกจำนวนมากปรากฏขึ้นฝึกตนจากขุมอำนาจนับสิบได้เกิดการชะงักค้างสายตาของพวกเขาเบิกกว้างก่อนจะมีคำสั่งในถอยกลับเข้าไปในรอยแยกของอากาศทันทีไม่มีแม้แต่คนเดียวที่หลงเหลือความ้าที่จะยั่วยุนิกายันพเก้าในเวลานี้
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเสียงของเด็กชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างไม่รู้ต้นตอก้องไปทั่วทั้งบริเวณนั้น...
“มิตรสหายมาเยือนนิกายันพเก้าย่อมยินดีต้อนรับส่วนพวกเ้าจะเป็มิตรหรือไม่ก็ตัดสินใจเอาเองเถิด”
มันเป็เพียงการชะงักเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับคนเ่าั้ด้วยเสียงที่ได้ยินนั้นทำให้พวกเขายิ้มออกมาอย่างขมขื่น...เมื่อพวกเขาถูกพบแล้วถึงแม้ว่าจะจากไปทันทีแต่ก็สุดท้ายก็ได้แต่ทำตามความ้าที่แฝงอยู่ในคำพูดประโยคนั้น...
กลับมาที่บริเวณด้านหน้าของนิกายันพเก้านอกจากคนของนิกายแล้วตรงด้านหน้าล้วนกลายเป็ความว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิงในจำนวนคนกว่าสามแสนนั้นนอกจากองค์ชายไห่หยวนที่ถูกจับตัวไว้ก็มีเพียงชายชราในชุดเกราะขาดรุ่งริ่งที่ยืนเหม่อลอยราวกับร่างไร้ิญญาบนท้องฟ้าห่างออกไปสิบลี้
ดวงตาของเย่ฉีจ้องมองไปยังขุนพลหลินที่อยู่ในสภาพยับเยินด้วยสายตาสงบนิ่งราวกับในสถานที่แห่งนี้ไม่เคยมีสิ่งใดเกินขึ้นมาก่อน
“กลับไปบอกจักรพรรดิของเ้าหากในสามวันราชวงศ์ต้าไห่ไม่สามารถทำให้นิกายันพเก้าพอใจสิ่งที่ข้าจะส่งกลับไปก็คือหัวขององค์ชายไห่หยวน!”