สิ้นเสียงระฆังใบที่สาม ความมืดมิดในเรือนพักคนงานถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีแดงฉานที่น่าสะพรึงกลัว!
ตราประทับโลหิต ที่หลังคอของคนงานทั้งเก้าคนส่องสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน มันร้อนระอุจนิัรอบข้างไหม้เกรียม ส่งเสียง ฉ่า ดังระงมไปทั่วห้อง พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าเครื่องสังเวยที่กำลังดิ้นทุรนทุราย
ทันใดนั้น เืสดๆ และพลังชีวิตของพวกเขาก็ถูกกระชากออกจากร่าง! มันระเหยกลายเป็ "หมอกโลหิต" สีแดงข้นคลั่ก ลอยละล่องขึ้นสู่เบื้องบน ทะลุผ่านหลังคาเรือนพัก มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่ค่ายกลกำหนดไว้... สู่เตาหลอมบนยอดเขา
แต่ทว่า... ที่มุมห้องทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เย่เฉิน นั่งขัดสมาธินิ่งสงบ ตราประทับที่หลังคอของเขาพยายามจะดูดกลืนพลัง แต่มันกลับชนเข้ากับกำแพงเหล็กไหลของเส้นชีพจรเทพอสูรที่ปิดตายแ่า
เย่เฉินลืมตาขึ้น ั์ตาสีแดงฉานวาวโรจน์ในความมืด
"อยากได้เืนักใช่ไหม..."
เขาประสานมือทำท่าประทับมุทราตามความรู้จากคัมภีร์ แล้วกระแทกฝ่ามือลงบนพื้นเรือนตรงตำแหน่ง "จุดทิศอสูร" อย่างแรง!
ตึง!
ลายอักขระเทพอสูร ที่หน้าอกของเขาเรืองแสงวาบ! มันส่งคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นพุ่งแทรกซึมลงไปในรากฐานของค่ายกลใต้ดินทันที
"จงกลับมา!"
เย่เฉินคำรามต่ำในลำคอ
ทันใดนั้น... กฎเกณฑ์ของค่ายกลก็ถูกบิดเบือน! หมอกโลหิตทั้งเก้าสายที่กำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พลัน หยุดชะงัก กลางอากาศ! ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากคอไว้ ก่อนจะถูกแรงดึงดูดมหาศาลจากร่างของเย่เฉิน "กระชากกลับ" ลงมาสู่เบื้องล่าง!
แทนที่จะลอยขึ้นไปเป็เชื้อเพลิงให้ผู้าุโ... พลังชีวิตและแก่นโลหิตทั้งหมดกลับไหลย้อนกลับลงมา รวมตัวกันเป็พายุหมุนสีเืขนาดเล็กภายในเรือนพัก โดยมีเย่เฉินเป็จุดศูนย์กลางของพายุ!
คนงานคนอื่นที่ถูกหยุดการดูดกลืนเื รอดตายอย่างหวุดหวิด แต่แรงกดดันจากพายุหมุนนั้นรุนแรงเกินไป พวกเขาทรุดฮวบลงกับพื้นและสลบไสลไปในทันที
ภายในเรือนพักคนงานบัดนี้กลายเป็ดั่งนรกสีเื แสงสีแดงฉานสว่างจ้าจนส่องทะลุผ่านร่องประตูหน้าต่างออกไปด้านนอก!
จางหู่ ที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"มะ... ไม่... ถ้าแสงนี้ลอดออกไปข้างนอก... พวกผู้คุมกฎต้องแห่กันมาแน่! นายท่าน!" จางหู่ร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก เตรียมจะลุกไปหาอะไรมาอุดรอยรั่ว
"นั่งลง!"
เย่เฉินตะคอกโดยไม่ต้องหันไปมอง เขาตวัดนิ้วมือซ้ายวาดไปในอากาศ
วูบ!
หมอกโลหิตส่วนหนึ่งแยกตัวออกจากพายุหมุน พุ่งเข้าไปอุดตามร่องประตู หน้าต่าง และรูรั่วทุกจุดของเรือนพักอย่างรวดเร็ว! หมอกเืเ่าั้ควบแน่นกลายเป็ "ม่านพลังสีแดงทึบ" ที่หนาแน่น ปิดกั้นแสงสว่างทั้งหมดไม่ให้เล็ดลอดออกไปสู่โลกภายนอกแม้แต่นิดเดียว!
ภายในเรือนพักกลับมืดมิดลงอีกครั้ง เหลือเพียงแสงสีแดงสลัวจากตัวเย่เฉินเท่านั้น
"ในอาณาเขตของข้า... ไม่มีแสงใดเล็ดลอดออกไปได้" เย่เฉินเอ่ยเสียงเย็น
เขากลับมาจดจ่ออยู่กับการ "กลืนกิน"
หมอกโลหิตที่เข้มข้นไหลบ่าเข้าสู่รูขุมขนทั่วร่าง มันคือ "พลังงานบริสุทธิ์" ที่ค่ายกลได้กลั่นกรองมาจากปฐีของหุบเขาและชีวิตของคนงาน เส้นชีพจรเทพอสูรสีดำทมิฬในร่างของเขาขยายตัวออกจนถึงขีดสุดเพื่อรองรับกระแสธารพลังงานที่เชี่ยวกราก
แต่ทว่า... ความเสี่ยงก็ปรากฏขึ้น!
ฉ่า!
ลายอักขระเทพอสูรที่กลางหน้าอกของเย่เฉินทำงานหนักเกินไป จนมันเกิดความร้อนมหาศาล! เสื้อผ้าฝ้ายบริเวณหน้าอกของเขาไหม้เกรียมจนเป็ผงปลิวว่อน ิัรอบอักขระเริ่มแดงจัดเหมือนเหล็กเผาไฟที่กำลังจะหลอมละลาย!
"ร้อน... ร้อนเกินไป!"
เย่เฉินกัดฟันกรอด หากปล่อยไว้ หัวใจเขาจะสุกในอกแน่ เขาไม่ใช้น้ำราดเพราะรู้ว่ามันไร้ผล เขาตัดสินใจใช้วิธีที่ดิบเถื่อนกว่านั้น
เขากดฝ่ามือขวาลงกับพื้นหินเย็นเฉียบเต็มแรง แล้วถ่ายเทพลังความร้อนส่วนเกินทั้งหมดลงสู่ธรณี!
ฟู่มมมม!
เสียงเหมือนลาวาปะทุดังขึ้น! พื้นหินแกร่งใต้ฝ่ามือของเย่เฉิน หลอมละลาย กลายเป็แอ่งแมกมาสีส้มแดงทันที! ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นกำมะถัน
เย่เฉินใช้ผืนดินเป็ "ฮีทซิงค์" ระบายความร้อน เพื่อให้เขาสามารถดูดซับพลังต่อไปได้โดยไม่ะเิตาย
‘เข้ามา! เข้ามาให้หมด! ข้าจะเปลี่ยนพวกเ้าให้เป็เขี้ยวเล็บของข้า!’
ณ ลานพิธีบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า หอปรุงยาตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์
เตาหลอมโอสถขนาดมหึมา สูงกว่าสามคนต่อตัว ตั้งอยู่ใจกลางวงเวทย์อาคม เปลวไฟสีเขียวมรกตที่เกิดจากเชื้อเพลิงสมุนไพรพิษกำลังลุกโชน
ผู้าุโหลัวอวิ๋น ยืนควบคุมกระแสพลังอยู่หน้าเตาหลอมด้วยความคาดหวัง ข้างกายเขาคือ หวังเสิ่นหยวน ที่คอยช่วยเติมเชื้อเพลิงด้วยร่างกายที่ยังเ็ป
แต่ทว่า... เปลวไฟสีเขียวในเตาหลอมที่ควรจะลุกโชนรุนแรงขึ้นเมื่อได้รับเื กลับเริ่ม "กระพริบ" อย่างผิดปกติ! แทนที่พลังงานจะไหลเข้ามา... กระแสลมในวงเวทย์กลับหมุนวนในทิศทางตรงกันข้าม!
"เกิดอะไรขึ้น!" หลัวอวิ๋นตะคอกถาม "เสิ่นหยวน! เ้าเติมเชื้อเพลิงผิดรึ!"
"มะ... ไม่ใช่ขอรับท่านอาจารย์!" หวังเสิ่นหยวนหน้าตื่น "เชื้อเพลิงปกติดี! แต่... แต่ไฟในเตามันกำลังถูก 'ดูด' ลงไปข้างล่าง!"
"เหลวไหล!"
หลัวอวิ๋นยื่นมือเข้าไปทาบที่ผนังเตาหลอมเพื่อตรวจสอบกระแสพลังด้วยตนเอง ทันใดนั้น... ดวงตาของผู้าุโก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง!
เขาไม่ได้ััถึงพลังชีวิตของคนงาน... แต่เขากลับััได้ถึง "สิ่งแปลกปลอม" ที่ปะปนย้อนศรขึ้นมาตามท่อลำเลียงพลัง มันคือ "ไอพลังงานที่เย็นะเืและป่าเถื่อน" ที่กำลังพุ่งเข้าปะทะกับไฟพิษในเตาหลอม!
ตูม! ตูม!
เตาหลอมั์เริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง ฝาเตาขยับกึกกักเหมือนมีสัตว์ร้ายดิ้นอยู่ข้างใน
"มีคนแทรกแซงค่ายกล!" หลัวอวิ๋นกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "กลิ่นอายแบบนี้... มันคือพวกฝึก 'วิชามาร'! ตัดการเชื่อมต่อ! ตัดการเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้!"
หลัวอวิ๋นพยายามร่ายเวทย์ปิดผนึก แต่ทว่า... สายเกินไปเสียแล้ว แรงดูดจาก "หลุมดำ" ที่อยู่ตีนเขานั้นรุนแรงมหาศาลเกินกว่าจะหยุดยั้ง
กลับมาที่เรือนพักคนงานตีนเขา...
เย่เฉินกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤต ร่างกายของเขาดูดกลืนพลังงานจากค่ายกลจนถึงขีดจำกัดสูงสุด ิัเริ่มมีรอยปริแตกเล็กน้อย เืสีแดงแกมทองไหลซึมออกมาตามรอยแตก แต่ก็ระเหยกลายเป็ไอทันทีเพราะความร้อน
‘พอแล้ว... ร่างกายข้ารับไม่ไหวแล้ว!’
เส้นชีพจรเทพอสูรขยายตัวจนแทบะเิ พลังงานที่สะสมไว้ในตอนนี้มากพอที่จะทำให้เขา "ทะลวงด่านพลัง" ได้ถึงสองระดับรวด
แต่เย่เฉินรู้ดีว่า หากเขาทะลวงด่านตอนนี้ แสงแห่งการเลื่อนระดับจะเปิดเผยตำแหน่งของเขา เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นยิ่งกว่า...
เย่เฉินรวบรวมพลังงานส่วนเกินที่ยังค้างอยู่ในท่อลำเลียงพลัง ผสมผสานกับ "ลมหายใจอสูรเทวะ" ที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
เขาเงยหน้ามองเพดานเรือนพัก แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
"ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อใหญ่..."
"ทีนี้... รับ 'ของขวัญตอบแทน' จากข้าไปบ้าง!"
เย่เฉินกระแทกฝ่ามือทั้งสองลงที่จุดทิศอสูรอีกครั้ง
ปัง!
เขาทำการ "ตัดการเชื่อมต่อ" อย่างกะทันหัน!
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังใช้แรงสะท้อนกลับ ส่งคลื่นพลังอสูรที่อัดแน่นเป็ลูกบอลพลังงาน "ย้อนศร" กลับขึ้นไปตามท่อลำเลียงพลังที่กำลังว่างเปล่า!
พลังงานกลุ่มนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเขา รวดเร็วดุจลูกเกาทัณฑ์ที่ถูกปล่อยจากคันศรั์... มุ่งหน้าตรงไปสู่เตาหลอมที่กำลังปั่นป่วนอยู่เบื้องบน!
ลูกพลังงานสีแดงดำที่เย่เฉินส่งออกไป พุ่งทะยานแหวกอากาศขึ้นสู่ยอดเขา และปะทะเข้ากับก้นของ เตาหลอมโอสถั์ อย่างจัง!
เปรี๊ยะ!
รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนผิวเตาหลอม ก่อนที่แสงสีขาวจ้าจะสว่างวาบออกมาจากรอยแตกนั้น
ตูมมมมมม!!!
เสียงะเิกัมปนาทดังะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสำนักเมฆาคราม! ราวกับฟ้าถล่มดินทลาย!
เตาหลอมโอสถขนาดมหึมาะเิออกเป็เสี่ยงๆ เศษเหล็กที่ร้อนจัดปลิวว่อนไปทั่วทิศทาง เปลวไฟสีเขียวมรกตที่บรรจุพิษร้ายะเิกระจายออกมาราวกับฝนเพลิงที่ตกลงมาเผาผลาญหอปรุงยาจนพินาศย่อยยับในพริบตา
"อ๊ากกกก!"
ร่างของ หวังเสิ่นหยวน ถูกแรงะเิอัดกระแทกจนลอยละลิ่วกระเด็นออกไปไกล ร่างกายกระแทกพื้นหมดสติไปทันที แม้แต่ ผู้าุโหลัวอวิ๋น ก็ยังกระอักเืถอยร่น
และเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา... คลื่นกระแทก (Shockwave) จากการะเิบนยอดเขา ก็กวาดลงมาถึงตีนเขา!
ตึงงงงง!
เรือนพักคนงานสั่นะเือย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
หน้าต่างไม้ทุกบานของเรือนพักะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพราะแรงอัดอากาศ! ฝุ่นผงและเศษหลังคาร่วงกราวลงมาราวกับพายุฝน จางหู่ต้องยกมือขึ้นปิดหูและหมอบราบไปกับพื้นเพราะเสียงที่ดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก
เย่เฉินเองก็ถูกแรงสั่นะเือัดจนร่างกายสั่นไหว แต่เขายังคงตั้งสติได้มั่นคง
เขามองดูแสงไฟสีเขียวที่ลุกโชนอยู่บนยอดเขาผ่านช่องหลังคาที่พังลงมาด้วยความพึงพอใจ
‘จบงานแล้ว... ต้องรีบซ่อนเขี้ยวเล็บ!’
เขาคลายมุทรามือ สลายพลังงาน "ลมหายใจอสูรเทวะ" และ "อักขระ" ที่หน้าอกให้กลับคืนสู่ความสงบในพริบตา ิัที่เคยร้อนแดงกลับคืนสู่สภาพปกติ เขารีบใช้เท้าเขี่ยเศษดินมากลบ "แอ่งหินละลาย" ที่พื้นเพื่ออำพรางหลักฐาน
เย่เฉินหันไปมองจางหู่ที่นอนตัวสั่นงันงกอยู่ "นอนลง! แกล้งสลบเดี๋ยวนี้!"
จางหู่รีบทิ้งตัวลงนอนแน่นิ่งทันที เย่เฉินเองก็ไม่รอช้า เขาทิ้งตัวลงนอนกองกับพื้นท่ามกลางร่างของคนงานคนอื่นๆ จัดท่าทางให้ดูเหมือนเหยื่อที่ถูกแรงะเิอัดจนหมดสติ
เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา... เสียงฝีเท้าจำนวนมากและเสียงะโโวยวายของผู้คุมกฎและศิษย์สายนอกก็ดังใกล้เข้ามาที่เรือนพัก เพื่อตรวจสอบความเสียหาย
เย่เฉินหลับตาลง ปรับลมหายใจให้แ่เบาเหมือนคนใกล้ตาย... ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายและเสียงไซเรนเตือนภัยของสำนัก เขานอนนิ่งสงบ... รอคอยการตรวจสอบที่จะมาถึงด้วยความใจเย็น
ในคืนนี้... ผู้ล่าได้กลืนกินเหยื่อจนอิ่มหนำ และกลับไปซ่อนตัวอยู่ในคราบของแกะอย่างแเีที่สุด!
[จบตอนที่ 27]