ผู้พิชิตซอมบี้

    ตอนที่ 23 เพาะปลูก 1

    ซี้ดดดดดดดดดดดดดด


    ลูคัสมองไปที่เอริคซึ่งกำลังกุมมือตรงจุดยุธศาสตร์อยู่ด้วยความสยอง


    อึก


    บะ...บะ...เอ้ย


    เอริคใช้สองมือกุมเป้าหวังว่าจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้บ้างพร้อมกับกัดฟันแน่น


    “เอ่อ ขะ...ข้าแค่เผลอทับไปโดนนิดหน่อยเจ้าจะเจ็บปวดอะไรขนาดนั้นกัน”


    เอวาเห็นเอริคนอนคว่ำลงพร้อมกับมือกุมเป้าร้องเสียงโอดครวญก็หน้าขึ้นสีแดงเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น


    ข้าไม่ได้ตั้งใจจะโดนนะ!!


    แต่...เป็นครั้งแรกที่ข้าเคยทับของผู้ชาย..


    เอวาคิดดังนั้นก็เขินอายมากกว่าเดิม


    ส่วนเอริคได้ยินที่เอวาพูดก็แทบกระอักเลือดด้วยความโกรธ


    สิ่งที่ท่านพึ่งทับไปน่ะคือจุดยุธศาสตร์สำคัญของผู้ชายทุกคนเลยรู้ไหม!!


    แล้วคำว่านิดหน่อยของท่านน่ะคือแรงกระแทกที่ทำให้พื้นหินแตกได้เลยนะท่านพี่!!


    แต่ยังดีที่เอริคไม่ได้ยินสิ่งที่เอวาคิดภายในใจไม่เช่นนั้นเขาคงเป็นลมเพราะความโกรธมากกว่าเดิมเป็นแน่แท้


    ครั้งแรก?นี่ท่านไม่ได้คิดจะให้มีครั้งที่สอง สาม ใช่ไหมท่านพี่?


    “ชะ...ช่างมันเหอะขอรับ”


    เอริคลุกขึ้นมายืนด้วยอาการขาสั่น


    “เดี๋ยว!เอเลน่าล่ะ?”


    เอริคหันหน้าไปมองที่กำแพงด้วยความรวดเร็ว


    “นางกำลังกลับมาพร้อมกับกองกำลัง”


    เอวาตอบออกมา


    “เป็นเช่นนั้น”


    เอริคถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก


    ถ้าเกิดโดนอีกรอบนึงข้าคงได้เปลี่ยนจากพี่ชายเอริคเป็นพี่สาวเอริคเป็นแน่แท้


    แต่คิดไปคิดมาถ้าคนที่กระโดดมาทับข้าเป็นเอเลน่า....


    ด้วยความแข็งแกร่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่2...


    เอริคอดขนลุกขึ้นมาไม่ได้


    เอริคน้อยคงได้กลับบ้านเก่าแล้ว!!


    “จริงด้วย ท่านพี่ ไม่ทราบว่าฝาแฝดจากตระกูลบุปผาอยู่ที่ไหนรึขอรับ”


    เอริคเมื่อนึกไดว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำเลยรีบบอกลูคัส


    “ อ้อ พวกนางอยู่ที่เรือนรับรองแขกน่ะ”


    ลูคัสพยักหน้าตอบเอริค


    “เหอะเจ้านี่ยังเอาแต่ทำตัวเสเพลเหมือนเดิมกลับมาก็ถามหาแต่ผู้หญิง!!”


    เอวาตอบเอริคด้วยความโกรธพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น


    “ท่านพี่ข้าไม่ได้จะไปหาพวกนางเพราะว่าข้าชอบพวกนางซะหน่อยข้าแค่จะไปตรวจสอบว่าพวกนางมีความคิดร้ายต่อตระกูลเราไหมเท่านั้นเองขอรับท่านพี่”


    เอริคตอบเอวาพร้อมกับฝืนยิ้มแห้งๆออกมา


    “บนทวีปนี้ผู้ใดจะงดงามไปกว่าท่านพี่กันล่ะขอรับ”


    เอริครีบพ่นคำหวานออกมาทันที


    “อืมข้าจะให้เจ้าไปก็ได้ แต่ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าทำอะไม่ดีล่ะก็..ฮึ่มๆ”


    เอวาเมื่อที่ได้ยินที่เอริคเอ่ยปากชมก็รู้สึกดีใจแต่นางก็ยังไม่ลืมที่จะข่มขู่เอริคไว้


    “ขอรับตามแต่ท่านพี่บัญชาขอรับ”


    เอริคได้ยินดังนั้นก็ราวกับได้รับการเว้นโทษรีบเดินออกไปทันที


    เฮ้อคนที่น่าจะอันตรายไม่ใช่แฝดสาวพวกนั้นหรอกรึแล้วทำไมท่านพี่ถึงได้ทำอย่างกับข้าจะไปทำอันตรายพวกนางแทนล่ะ?


    เอริคอดถอนหายใจออกมาด้วยความหดหู่ไม่ได้


    .


    .


    เรือนรับรองแขก


    ครืดดดด


    เอริคเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับมองไปข้างใน


    คนที่นั่งอยู่คือสองหญิงสาวที่คนนึงมีผมสีดำเงางามราวกับนิลดวงตาเปล่งประกายราวกับเพชร ผิวขาวราวกับน้ำนม อีกคนเป็นหญิงสาวมีผมสีขาวบริสุทธิ์ดวงตาราวกับไข่มุกแห่งท้องทะเลลึก ผิวขาวราวกับดอกไม้ที่ผลิบาน


    สาวงาม!


    ทั่งคู่นับว่าเป็นสาวงามอย่างแท้จริง!


    เอริคเห็นทั้งคู่ก็อดชื่นชมอยู่ภายในใจไม่ได้


    แม้แต่ในชีวิตก่อนคนที่งดงามเท่าพวกนางก็มีเพียงไม่กี่คน


    “นายน้อยเอริค”


    หญิงสาวทั้งสองลุกขึ้นพร้อมกับประสานมือคารวะ


    “อืมพวกเจ้าเชิญตามสบาย”


    เอริคพยักหน้าพร้อมกับผายมือเชิญให้นั่ลง


    ทั้งสามคนนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับมองหน้ากัน


    “ข้าขอเสียมารยาทถามชื่อของแม่นางทั้งสองได้รึไม่?”


    “นายน้อย ข้ามีนามว่าเอลีส เจ้าค่ะ”


    หญิงผมดำตอบ


    “ส่วนข้ามีนามว่า อลิซเจ้าค่ะ”


    หญิงผมขาวตอบ


    “อืม เอลีส อลิซข้ามีเรื่องจะถามพวกเจ้าสักเล็กหน่อย”


    เอริคยิ้มพร้อมกับพูดออกมาด้วยท่าทางสบายๆ


    “เชิญนายน้อยถามมาได้เลยเจ้าค่ะ”


    เอลีสพยักหน้าตอบรับ


    “ตระกูลบุปผาล่มสลายได้อย่างไร?”


    แม้ว่าเอริคจะรู้สึกว่าพวกนางไม่มีเจตนาร้ายแต่เขาก็ยังต้องถามเรื่องนี้ออกมาอยู่ดี


    การที่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลบุปผาล่มสลายไปจะเป็นเรื่องดี


    แต่การที่ตระกูลบุปผาล่มสลายจนเหลือรอดเพียงแค่2 คนนั้นถือว่าแปลกมาก


    ถึงยังไงด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลบุปผาก็สมควรที่จะเอาชีวิตรอดได้บ้าง


    ตระกูลบุปผามีผู้นำตระกูลที่ดีซึ่งแตกต่างกับตระกูลกุหลาบขาวที่ผู้นำตระกูลค่อนข้างเห็นแก่ตัว


    ความจริงแล้วนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่เมื่อผู้นำตระกูลกุหลาบขาวตายพวกผู้คุ้มกันจึงยอมแพ้ทันที


    กลับกันกองกำลังของตระกูลบุปผาแข็งแกร่งและมีความสามัคคีไม่ด้อยไปกว่าของตระกูลมังกรทมิฬเลยแม้แต่น้อย


    แล้วตระกูลล่มสลายได้อย่างไร?ทำไมพวกเจ้าถึงรอดเพียง2คน?พวกเจ้ามีเจตนาร้ายรึไม่?


    นี่คือคำถามหลักๆที่เขาต้องการถามพวกนาง


    “เรื่องนี้......”


    เอลีสเงียบไปสักพักพร้อมกับแววตาที่เศร้าหมองลง


    เอริคมองไปแต่ไม่พูดอะไรออกมา


    จะให้พูดว่า


    ไม่เป็นไรถ้าเจ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องเล่าก็ได้


    ไม่!เขาไม่มีทางพูดเช่นนั้นแน่!


    ถ้าพวกนางไม่เล่าออกมาเขาก็ยินดีที่จะเป็นคนเตะพวกนางทั้งสองออกไป


    นี่คือ ยุคหายนะ! ความเมตตานี้อาจทำให้เกิดหายนะที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้!


    เขาจะไม่ยอมให้มีปัจจัยอะไรที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่ใกล้ตัวเป็นอันขาด!


    ถ้าควบคุมไม่ได้....งั้นข้าก็จะทำลายมันซะ!


    “เรื่องนี้เริ่มต้นจาก.....”


    หลังจากเงียบไปสักพักเอลีสก็เอ่ยปากออกมา


    “ก่อนจะเกิดการบุกของซอมบี้ตระกูลบุปผาได้ส่งกองกำลังครึ่งนึงของตระกูลออกไปที่หมู่บ้านใบไม้ม่วงเพื่อที่จะไปทำลายกลุ่มโจรที่รุกรานหมู่บ้านนั้นอยู่ ทำให้ตอนเกิดหายนะนั้นพวกเรามีกำลังคนไม่เพียงพอที่จะป้องกันตระกูลผู้นำตระกูลบุปผาแม้จะเป็นหญิงแต่ก็ออกไปสู้กับพวกซอมบี้อย่างกล้าหาญแต่สุดท้ายน้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟ เมื่อผู้นำตายลงกองกำลังที่ป้องกันอยู่ก็พังทลายลงเวลานั้นเองที่ตระกูลบุปผาล่มสลายลง พวกเราทั้งสองพร้อมกับหัวหน้าผู้คุ้มกันและผู้คุ้มกันบางส่วนได้หลบหนีออกมาพร้อมกับไปซ่อนตัวในโรงเตี้ยมแห่งนึงของตระกูล พวกเราได้หลบอยู่ในนั้นจนวันนึงพวกเราเห็นนายน้อยเอริคสังหารพวกซอมบี้ราวกับเดินเล่นอยู่ในสวนทำให้พวกเรารู้ว่าตระกูลมังกรทมิฬมีความแข็งแกร่งที่สามารถอยู่รอดได้และสถานการ์ภายนอกพวกซอมบี้มีจำนวนลดน้อยลง เราเลยตัดสินใจที่จะฝ่าพวกซอมบี้เพื่อจะมายังตระกูลมังกรทมิฬแต่ระหว่างทางพวกเราเจอซอมบี้จำนวนนึงเข้าหัวหน้าผู้คุ้มกันได้เสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะให้พวกเราหนีมาพวกเราเลยรีบหลบหนีจนเจอกับคนของตระกูลมังกรทมิฬที่กำลังลาดตระเวน เลยได้ขอความช่วยเหลือแต่ตอนที่พวกเราไปถึงพวกเขาก็ได้ตายไปหมดแล้ว”


    เมื่อพูดจบเอลีสและอลิซก็มีน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อยแต่พวกนางก็พยายามกลั้นไว้


    เอริคพยักหนักเป็นเชิงเข้าใจเมื่อเขาได้ฟังเรื่องราวที่เอลีสเล่าให้ฟังจบแล้ว


    นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมตระกูลบุปผาถึงล่มสลายลงอย่างง่ายดาย


    และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมพวกนางทำไมถึงรอดมาเพียง2 คน


    เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโกหกเพราะเพียงแค่เขาส่งคนออกไปสอบถามเรื่องราวเขาก็จะรู้ความจริงทั้งหมดเอง


    แน่นอนเขาย่อมคาดถึงเรื่องที่พวกนางอาจใช้ผู้คุ้มกันเป็นเหยื่อล่อแล้วหนีมา....


    แต่.....


    เอริคพบเจอผู้คนมามากมายเขาย่อมรู้ดีว่าน้ำตาที่ไหลออกมานั้นเป็นของจริงและพวกนางไม่จำเป็นต้องใช้พวกเขาเป็นเหยื่อล่ออยู่แล้วเพราะพวกเขาจะเป็นเหยื่อล่อให้พวกนางเอง


    การที่ตระกูลล่มสลายแต่พวกเขาก็ยังปกป้องนางก็แปลว่าพวกเขานั้นมีความภักดีต่อตระกูลสูงมาก


    “แล้วพวกเจ้าคิดที่จะฟื้นฟูตระกูลขึ้นมารึไม่”


    นี่คือคำถามสำคัญของเขา


    เขาไม่ต้องการให้ตระกูลมังกรทมิฬเป็นฐานเหยียบในอนาคตสำหรับการฟื้นฟูตระกูลพวกนาง


    เขาต้องการให้ตระกูลมังกรทมิฬเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในทวีป!


    “นายน้อยสบายใจได้พวกข้าไม่คิดฟื้นฟูตระกูลขึ้นมาแล้ว”


    คราวนี้เป็นอลิซที่ตอบ


    “แม้พวกข้าจะอยากฟื้นฟูแต่พวกข้าก็รู้ดีว่าความสามารถของพวกข้าทั้งสองไม่มีความสามารถพอที่จะฟื้นฟูตระกูลขึ้นมาได้”


    อลิซสลัดความเศร้าก่อนจะตอบเอริคพร้อมกับพูดต่อว่า


    “นายน้อยเอริคพวกข้ายินดีรับใช้และภักดีต่อตระกูลมังกรทมิฬดังนั้นได้โปรดเมตตาพวกข้าทั้งสองให้อยู่ในตระกูลด้วยเถอะ”


    อลิซพูดจบก็คุกเข่าลงไปกับพื้นประสานมือไปทางเอริค


    เอลีสเองก็คุกเข่าลงไปเช่นเดียวกันพร้อมกับกล่าวว่า


    “นายน้อยเหตุผลที่พวกข้ายังมีชีวิตอยู่นั่นก็คือการล้างบางพวกซอมบี้ให้หมดไปเพื่อแก้แค้นให้กับคนของตระกูลที่ตายไปเพราะพวกมัน!!”


    เอลีสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและดวงตาแดงก่ำ


    เอริคมองไปที่พวกนางพร้อมกับเงียบไป


    คำพูดของนางช่างเหมือนกับข้าเมื่อก่อนยิ่งนัก....


    เฮ้อ


    “ข้าเข้าใจแล้วแต่ในเมื่อเจ้าเข้าร่วมกับตระกูลมังกรทมิฬแล้วเจ้าจะต้องฟังเชื่อฟังคำสั่งของข้าเท่านั้น!!และเจ้าต้องออกไปต่อสู้กับพวกซอมบี้ด้วย”


    เอริคไม่มีทางปล่อยให้พวกนางอยู่เฉยๆแน่


    “พวกเรายินดีทำตามคำสั่งของนายน้อย”


    ทั้งสองคนแววตาทอประกายยินดี


    การฆ่าซอมบี้?นั่นแหละคือเป้าหมายของพวกนาง!


    “ไว้ข้าจะมาสอนวิชาพวกเจ้าคราวหลังแล้วกัน”


    “เจ้าค่ะนายน้อย!!”


    ที่พวกนางยังเรียกเอริคว่านายน้อยเพราะยังไม่รู้ว่าเอริคได้เป็นผู้นำตระกูลแล้วพวกนางเพียงรู้จากการคาดเดาสถานการณ์โดยรอบว่าเอริคมีอิทธิพลที่สามารถตัดสินใจในตระกูลได้


    ครืดดดดด


    เอริคเปิดประตูออกไป


    เฮ้อที่นี่ข้าจะได้ไปนอนพักสักที


    อูยยยยย


    พูดไปแล้วอาการบาดเจ็บที่จากเท้าพี่เอวาที่เอริคน้อยข้ายังไม่ดีขึ้นเลย


    เอริคเลยเดินขาสั่นกลับไปที่ตำหนัก


    ตำหนักเอริค...


    อ่า ใช่ๆ


    เอริคพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้


    “ทหารส่งคำสั่งข้าออกไปให้ทำการกวาดล้างพวกซอมบี้ทั้งหมดในตัวเมืองภายใน5วันและให้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ผักทั้งหมดในเมืองด้วย”


    “ถ้าเจอพวกหมูหรือไก่ก็รวบรวมมาด้วยแล้วกัน”


    “ขอรับ”


    ทหารคนหนึ่งที่ด้านหน้าตำหนักเอริคขานรับก่อนเดินออกไป


    “หึหึ คอยดูเถอะหลังจากนี้ผู้ครองเสบียงนี่แหละที่จะเป็นผู้ครองทวีป!!”


    นิยายแนะนำ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586