เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในถ้ำพร้อมอาหารเต็มอ้อมแขน
ซานซานพลันขมวดคิ้วแน่นมองกวาดจนทั่วบริเวณอยู่สองรอบก็ยังไม่พบตัวบุตรสาว กระทั่งเสือดาวหิมะก็ยังหายตัวไป
แม้นางจะคิดว่าลู่หลิ่งคงให้อาหู่พาไปเที่ยวเล่นซุกซนด้านนอกไม่ไกลแต่สัญชาตญาณแห่งมารดาไม่เคยธรรมดา พริบตาต่อมาซานซานก็พลิกกายพุ่งทะยานด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
ใช้เวลาราวหนึ่งเค่อหญิงสาวก็พบร่องรอยอันน่าสงสัย เบื้องหน้าในระยะสายตามีซากศพคนตาย ทั้งทหารอาภรณ์แดงและคนชุดดำนอนสิ้นชีพกระจายเกลื่อน
ไม่ไกลกันจึงได้เห็นขลุ่ยหยกหักสองท่อนยังมีมีดสั้นของลู่หลิ่งตกอยู่ทั้งสองเล่ม และเสือดาวนอนจมกองเืสีแดงฉาน
“อาหู่!”
ซานซานตระหนกวูบคล้ายหัวใจดิ่งลงเหวทันใด
เสือดาวหิมะเห็นเ้านายมาแล้วก็ส่งเสียงครางอย่างยินดี
“หลิ่งเอ๋อร์เล่า?” ซานซานถามพลางโรยยาใส่แผลให้อาหู่
กำลังวังชาของอาหู่คล้ายถูกเพิ่มฉับพลันมันลุกขึ้นยืน ฝืนความเจ็บจนขาสั่น ก่อนจะพยายามกระโจนตัวตามกลิ่นไป
กลางป่าฝั่งหนึ่งห่างจากจุดเข่นฆ่าออกมาราวครึ่งลี้
นักฆ่าเหลือพวกพ้องทั้งสิ้นแปดคนสี่คนถูกพิษจนไม่อาจเดินทางต่อแม้ครึ่งก้าว ได้แต่นอนครวญครางอยู่กลางทาง
หนึ่งในสี่คนคือพี่ใหญ่ในกลุ่มนักฆ่าอีกหนึ่งคนคือกุนซือสำคัญของกลุ่ม อีกสองคนยังเป็พี่น้องคลานตามกันมา
พวกมันจึงยังไม่อาจสังหารเป้าหมายให้ตายในดาบเดียว
สิ่งที่จำต้องทำคือจับสตรีทั้งสองนางและเด็กน้อยเอาไว้เพื่อบีบเค้นเอายาแก้พิษ
คนเป็พี่ใหญ่ทนอาการเ็ปจากการถูกพิษสั่งเสียงแหบต่ำ“ตบสั่งสอนมันให้หนัก จนกว่ามันจะมอบยาถอนพิษให้”
ลูกน้องรับคำสั่งเสียงเหี้ยมตามด้วยเสียบตบดังเพียะ
ลู่หลิ่งร้องไห้งอแงเนื้อตัวเต็มไปด้วยาแ เพราะถูกชายชุดดำตบตีข่มขู่เอายาถอนพิษไปหลายที
เด็กหญิงรู้ดีว่าหากมอบสิ่งนั้นให้พวกมันง่ายๆคงยากจะมีชีวิตรอด นางจึงร่ำไห้อย่างเดียว ทนถูกตีต่อไป
“เ้าชั่วหยุดทำร้ายเด็กนะ”
หนึ่งในหญิงสาวด่ากราดพยายามเข้าไปดึงลู่หลิ่งออกมาจากฝ่ามือหยาบกร้านของชายชุดดำ
หญิงสาวอีกคนที่ยืนไม่ไกลรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“หากเด็กน้อยเป็อะไรไปพวกเ้าย่อมไม่ได้ยาถอนพิษยามนี้ยาพิษย่อมสำคัญกว่าเงินค่าจ้างที่พวกเ้าจะได้จากการฆ่าข้ามิใช่หรือไร?”
ชายชุดดำอีกคนหนึ่งแค่นเสียงเฮอะนึกรำคาญเต็มที่จึงเดินเข้ามาคำรามลั่น “มัวชักช้าอยู่ได้ฆ่าพวกมันเสียก็สิ้นเื่”
ลู่หลิ่งจึงส่งเสียงเล็กๆยื้อเวลาสุดชีวิต “หากฆ่าท่านป้า พวกเ้าอีกสี่คนก็ต้องตายอย่างไร้ทางรักษายาแก้อยู่กับท่านแม่ ไม่นานก็มาแล้ว ฮือ” จบคำก็ร้องไห้น้ำตาไหลพราก น่าเวทนานัก
ชายชุดดำเ้าของอุ้งมือที่รั้งคอเสื้อลู่หลิ่งอยู่เอ่ยเสียงต่ำ“เ้าเด็กนี่กำลังถ่วงเวลา ฉลาดเสียจริง” มันเหวี่ยงเ้าก้อนแป้งจนกระเด็นไปรวมกับสตรีอีกสองคนอย่างเอือมระอา
ชายอีกคนถามเสียงเครียด“พี่รองเชื่อนังเด็กนี่รึ?”
“ฮึ! มันมียาพิษก็ต้องมียาถอนพิษถูกตีขนาดนี้แล้วยังไม่นำออกมา แสดงว่าอยู่ที่มารดามันจริงๆ รอไปก่อน”
ทว่าชายอีกคนที่ฟังอยู่นานพลันพุ่งเข้ามาทางเด็กหญิง “ข้าขอสั่งสอนอีกสักทีเถอะกล้าเล่นลูกไม้ใส่พี่ใหญ่”
ลู่หลิ่งถูกกระชากคอเสื้ออย่างแรงมิอาจหลบได้ทัน ทั้งใและเจ็บแปลบ จึงร้องไห้จ้า
ทว่าพริบตาตรงคอเสื้อของเด็กน้อยคงเหลือแต่ฝ่ามือหยาบหนากับเืกระฉูดแดงฉานติดเสื้อส่วนลำตัวหายไป
เ้าของฝ่ามือผู้นี้ถูกดึงกระชากขึ้นไปบนต้นไม้ดิ้นพล่านขลุกขลักค้างเติ่งอยู่บนนั้นที่ลำคอมันมีเชือกเถาวัลย์รั้งเอาไว้จนลิ้นจุกปากตาถลน รอความตายกลืนกินอย่างทรมาน
ไม่นานก็ได้ยินเสียงลำคอของมันหักดังกร๊อบเพราะขยับแขนที่ถูกตัดด้วยความเ็ปรุนแรงเกินไป ยังผลให้ตายเร็วอย่างที่สุด
ชายอีกสองคนยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกกระชากจากมือปริศนาจนกระเด็นออกห่างจากลู่หลิ่งไปไกลหลายจั้ง
ตรงจุดที่มันทั้งสองตกกระแทกพื้นดินมีร่างระหงของซานซานรอรับอยู่แล้ว ด้วยดาบโค้งเงาจันทร์ที่เสี่ยเฟิงตีขึ้นมา
นางสะบัดดาบในมือทั้งสองข้างเพียงพรึบเดียวหัวของชายชุดดำทั้งด้านซ้ายและด้านขวาพลันสะบั้นในพริบตา พวกมันยังไม่ทันได้อ้าปากร้องด้วยซ้ำ
“ท่านแม่!”
ลู่หลิ่งร้องเรียกมารดาน้ำตาไหลนองเต็มสองแก้ม
อาหู่ที่ติดตามซานซานมารีบกระโจนเข้าหาเด็กน้อยทันที
คนชุดดำที่เหลืออีกห้าคนเบิกตาโพลงอย่างคาดไม่ถึง
พวกมันเห็นสตรีนางหนึ่งในชุดสีนวลดูเรียบง่ายไร้พิษสง ดวงหน้านวลผ่องกระจ่างใสเผยความอ่อนหวานเช่นสตรีทั่วไป เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นมีเพียงร่มกันแดดคันเล็กเหน็บเอวสองมือมีแค่ดาบโค้งรูปจันทร์เสี้ยวถือเอาไว้อย่างละข้าง
ทว่ากลับฆ่าคนในพริบตาชนิดที่มองไม่ทัน
“เ้า!” คนหนึ่งอุทานขึ้น “เ้าเป็ใคร เหตุใด....”
คำถามยังไม่ทันจบกลับได้ยินเสียงเยียบเย็นของสตรี
“ไม่ใช่นักฆ่ากระจอกก็แล้วกัน”
ในจำนวนของพวกมันที่เหลืออยู่มีแค่คนผู้เดียวที่ไม่ถูกยาพิษ คนเป็พี่ใหญ่ที่ถูกยาพิษรีบเอ่ยสั่งการเสียงแหบ“เ้าสิบ! เหตุการณ์พลิกผัน รีบส่งสัญญาณเรียกพวกเรามา”
เ้าสิบที่ว่ารีบส่งสัญญาณธนูไฟะเิขึ้นบนฟ้า
ซานซานยกยิ้มเ็า“นักฆ่าที่รับงานมีส่วนแบ่งชัดเจน หากเรียกพวกมา เงินคงแบ่งยากแล้วล่ะ”
ชายชุดดำหาได้ฟังคำเพียงครู่เท่านั้นก็มีเสียงเคลื่อนไหวรอบทิศ นักฆ่ามากมายพลันปรากฏกายดำมืด
พวกมันพากันโรยตัวลงมาจากน่านฟ้าประดุจภูตผีปีศาจ นับได้ราวสิบกว่าคน มิรู้ว่าก่อนหน้ามุดหัวอยู่มุมใด
ท่ามกลางกลุ่มชายชุดดำยืนทะมึนที่รายล้อมรอรับคำสั่งจากพี่ใหญ่ของพวกมันซานซานเพียงยืนนิ่ง หรี่ตา ถามเสียงเรียบ “เป้าหมายของพวกเ้าคงสูงศักดิ์น่าดูค่าจ้างต้องแพงมากแน่ๆ”
คนเป็พี่ใหญ่อ่อนแรงเอนหลังพิงต้นไม้ฝ่ามือขวากุมอกด้านซ้ายอย่างเ็ปเพราะพิษกำลังกระจายทั่วร่าง
มันพยายามแค่นเสียงแหบพร่า“ฝีมือแม่นางไม่ธรรมดา สนใจแบ่งกับพวกเราไหม แค่เอายาถอนพิษให้ข้าเท่านั้นแล้วเราจะปันส่วนให้”
หญิงสาวยกยิ้ม“เศษเงินน่ะรึ? เฮอะ! แค่ค่าทำแผลให้บุตรสาวข้า เกรงว่าทองคำพันชั่งหมื่นตำลึงยังไม่พอกระมัง”
เมื่อก่อนยามรับงานสังหารนางคือคนคุมเงินและเป็คนแบ่งให้ลูกสมุน ไหนเลยจักเคยรับส่วนแบ่งจากใคร
และที่สำคัญพวกมันบังอาจตบตีลู่หลิ่ง!
ชั่วอึดใจซานซานพลันดีดตัวขึ้นสูงดึงร่มคันเล็กจากเอวด้านหลัง แล้วเหวี่ยงไปทางกลุ่มของบุตรสาว
ร่มคันนี้คือหนึ่งในอาวุธสังหารที่ซานซานออกแบบคร่าวๆแล้วให้เสี่ยเฟิงเค้นสมองปรับเปลี่ยนเพิ่มประโยชน์จากกันแดดฝน
ร่มกางออกแล้วหมุนอยู่กลางอากาศสาดกระจายเข็มพิษออกรอบทิศเป็วงกว้าง เพื่อปกป้องสตรีสามคนและเสือดาวมิให้ใครย่างเท้าเข้ากล้ำกราย
คนชุดดำที่ไม่ทันตั้งตัวย่อมหลบไม่ทันถูกพิษจากร่มไปอย่างช่วยไม่ได้
ส่วนพวกที่เหลือซานซานเพียงพุ่งตัวอ้อมมาตลบหลัง
รอบในมีเข็มพิษพุ่งกระจายปลิดชีพผู้คนในพริบตา รอบนอกของเหล่าชายชุดดำมีซานซานลอบสังหารครอบคลุม เรียกได้ว่าหนึ่งล้อมสิบนางพลิกกายปราดเปรียว สองแขนไขว้กัน สองมือกำดาบเสี้ยวจันทร์
ดาบโค้งสองอันประกบเข้าด้วยกันกลับผสานเป็หนึ่งร่างระหงหมุนตัวด้วยกระบวนท่าวายุคลั่ง แล้วสะบัดออกสุดแขน ตวัดดาบอย่างแรงใบไม้แห้งรอบด้านยังกลายเป็ใบมีดคมกริบปลิวว่อน สังหารผู้คนจนทั่ว ดาบแยก กายแยกเืสาดกระจายซ่านเซ็น
หญิงสาวทำเช่นนั้นฝ่ากลุ่มคนชุดดำั้แ่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายคนร้ายทั้งหลายออกกระบวนท่าแรกยังไม่ทันครบถ้วนก็ถูกกระบวนท่าเดียวของซานซานกลืนกินไปสิ้น
ร่มยังไม่ทันหยุดหมุนจนตกลงบนพื้นดินคนชุดดำก็ร่วงกราวราวใบไม้แห้ง เืพุ่งกระฉูดสาดกระเซ็นแขนขาขาดกระเด็นไร้ทิศทาง แต่ละคนตายไปในลักษณะกำลังเงื้อดาบอยู่กลางอากาศยังไม่ทันฟาดด้วยกระบวนท่าแรกด้วยซ้ำ
ครานี้คนพี่ใหญ่พลันเบิกตาโพลงปากอ้าตะลึงลาน แข็งทื่อไปทั้งร่าง
“เ้า..." เส้นเสียงสั่นพร่าเอ่ยอย่างยากลำบาก "บอกข้ามา! เ้า...เ้าเป็ใครกันแน่ เป็คนสำนักใด? ไยแย่งงานข้า! หรือท่านเ้าสำนักไม่ไว้ใจข้า จึงส่งเ้ามา”
พูดพลางส่ายหน้าพลางสติใกล้ฟั่นเฟือนเต็มที มันมองออกว่ากระบวนท่าที่สตรีปริศนาใช้ล้วนเป็วิชาวายุคลั่งที่อาจารย์สอนสั่ง ทว่ากลับเหนือชั้นยิ่งกว่า รวบรัดยิ่งกว่ากระทั่งยังรู้สึกได้ว่าที่ได้ร่ำเรียนมาคล้ายกับผิดเพี้ยนไม่ครบกระบวนท่าอาวุธยิ่งไม่อาจเทียบชั้น
ซานซานสะบัดมือส่งผ้ายาวยื่นไปรับร่มกลับมาด้วยเกรงว่าร่มจะหยุดหมุนแล้วตกใส่สตรีและเด็กกับเสือดาวพร้อมเข็มพิษ ระหว่างนั้นนางพลางเดินข้ามศพสดๆ ที่นอนตายเกลื่อนมาทางชายชุดดำเ้าของคำถาม
หญิงสาวแค่นหัวเราะเ็า“เกรงว่าเ้าสำนักของเ้าคงเป็รุ่นหลานของอาจารย์ปู่ของปู่ของปู่ของ'อาจารย์ย่า' อย่างข้ากระมังเพราะมันไม่มีสิทธิ์สั่งการข้า!”
ประโยคของซานซานไม่ผิดเพราะกลุ่มนักฆ่าใช้วิชาที่นางคิดค้นเอาไว้ั้แ่ชาติที่แล้ว
เกรงว่าเ้ากลุ่มนี้คงเป็นักฆ่ารุ่นตกทอดมาหลายชั้นเคล็ดวิชาที่ใช้จึงไม่อาจเทียบเท่าปรมาจารย์อย่างนาง
หญิงสาวไม่เสียเวลาเสวนามากความนางสาดอาวุธลับเข้าใส่คนชุดดำที่เหลือทั้งหมด บางคนตาหลุด บางคนหูแหว่ง บางคนคอขาดแล้วแต่ว่าพวกมันจักถูกอาวุธรูปดาวแปดแฉกกระแทกตรงส่วนใด แต่ที่แน่ๆไม่มีใครหลบพ้นสักคน
ส่วนชายชุดดำที่ถูกพิษก่อนหน้าซานซานย่อมใจดีเพิ่มพิษที่รุนแรงกว่าให้ มันผู้นั้นจะได้ตายโดยไว ไม่ทรมานนานนัก
และคนสุดท้ายก็คือพี่ใหญ่
ซานซานมอบความตายให้มันอย่างถึงใจ
ดาบหนึ่งสะบั้นแขนดิ้นพล่านดาบสองสะบั้นขาสิ้นท่า ดาบสามสะบั้นเอวเมือกเหลวหลั่งไหล ดาบสุดท้ายตัดเส้นเืใหญ่สะบั้นคอขาดกระเด็นไกลหลายจั้ง
ดวงตาบนหัวที่หลุดลอยเบิกกว้างเบ้าถลนปากอ้าพะงาบเห็นมันยังทำท่าจะร้องขอชีวิต ทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว...
สายลมโชยแ่พัดพากลิ่นคาวเืคละคลุ้ง เหม็นสาบสางจนน่าสะอิดสะเอียน ร่างระหงยืนตระหง่านท่ามกลางซากศพแผ่กลิ่นอายมรณะอันเย็นะเื
ความเย็นเยียบนี้คล้ายอาวุธร้ายตัดขั้วหัวใจสะบั้นชีพผู้คนที่บังอาจเข้ามาใกล้ช่างเป็ภาพให้ชวนประหวั่นพรั่นพรึง และเหลือเชื่อในคราเดียวกัน
“ท่านแม่”
ลู่หลิ่งเห็นคนชั่วตายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือจึงลุกวิ่งตึกๆ โผหามารดา อ้าแขนออก ะโโถมทั้งตัวใส่ แล้วร้องไห้จ้า
หญิงสาวเห็นลูกาเ็มีาแมีเืออกสองแก้มบวมแดง ร่ำไห้ฮักๆ จนตัวสั่น จึงใจอ่อนยวบความคิดจะตำหนิความซุกซนของลูกก่อนหน้าจึงตกไป นางดุไม่ออกแม้ครึ่งคำ
“หลิ่งเอ๋อร์ไม่เป็ไรแล้ว”
ซานซานเอ่ยเสียงนุ่มแววตาอ่อนโยน กอดลูกแนบอก ลูบหลังปลอบประโลมด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ ภาพของสตรีเืเย็นที่ฆ่าคนอย่างโเี้เมื่อครู่คล้ายไม่เคยเกิดขึ้น
เดิมทีสตรีสองคนที่ได้รับความช่วยเหลือจากลู่หลิ่งยังคงรู้สึกหวาดเกรงต่อซานซานอยู่มากความอำมหิตชนิดดาบเดียวปลิดชีพนับสิบชีวิตทำพวกนางผวาเยือกไม่กล้ากระทั่งร้องอุทาน
ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายปลอบลูกอย่างอ่อนโยนเช่นนั้นความหวาดหวั่นพลันตกไปสิ้น พวกนางค่อยๆ พยุงตัวกันยืนขึ้นแล้วเดินเข้ามาร่วมปลอบเด็กน้อยลู่หลิ่งด้วย
มีเพียงอาหู่ที่หมอบอยู่ไม่ยอมขยับเพราะเจ็บแผลมาก
หนึ่งในสองสตรีแย้มยิ้มแล้วเอ่ยกับซานซาน“แม่นาง ขอบคุณเ้ามาก บุญคุณช่วยชีวิตใหญ่หลวงนัก”
ซานซานเหลือบตามองสตรีทั้งสองเห็นคนหนึ่งใส่อาภรณ์หรูหรา ใบหน้าหมดจดงดงาม กิริยาแลดูสูงส่งสะดุดตา อายุราวสามสิบปลายๆ
ส่วนอีกคนคล้ายสาวใช้ประจำกายอายุไล่เลี่ยกัน
“พวกท่านคงมาไหว้พระที่วัดบนเชิงเขาฝั่งนั้นกระมัง”
สตรีที่เป็บ่าวเอ่ยตอบ“ไม่ผิด!พระสนมของข้าเดินทางมาไหว้พระเพื่อขอพรต่อสิ่งศักดิ์ให้คุ้มครองบุคคลสำคัญไม่คิดเลยว่าจะเจอกับคนชั่วที่อุกอาจปานนั้น ช่างไม่เกรงกลัวอาญา!”
ซานซานลูบหลังลู่หลิ่งจนเด็กน้อยหยุดร้องไห้ไปแล้วยามนี้กำลังอ้าปากหาวปรือตาง่วงงุนเพราะเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก นางจึงตัดบทว่า
“เอาเถิด! ตะวันตกดินแล้วจากตรงนี้หากกลับไปที่วัดก็ค่อนข้างห่างไกลมาก คืนนี้พวกท่านสามารถไปพักในที่ของข้าได้”
โดยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธอันใดซานซานกระชับอ้อมกอดอุ้มลู่หลิ่งหมุนกายเดินนำหน้า อาหู่รีบลุกขึ้นแล้วไล่ตามสตรีทั้งสองมีเพียงต้องหอบกระโปรงยกขึ้นแล้วก้าวเท้าไปยังทิศทางเดียวกันเท่านั้น