ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 37 จรเข้เพลิงโลหิต

    แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังจะอธิบายเหตุผลที่ทำลงไปนี้เอง คลื่นลาวาระลอกที่สองก็ได้ซัดสาดไปทั่วบริเวณอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่คลื่นลาวาเท่านั้นที่สาดกระจายออกมาจากทะเลสาบลาวาแห่งนี้


    ท่ามกลางทะเลสาบลาวาที่กำลังโหมกระหน่ำซัดสาดที่เต็มไปด้วยคลื่นแห่งความโกรธอยู่นั้น พลันปรากฏเกลียวคลื่นหมุนวนเป็นหลุมกว้าง จากนั้นมีหางแหลมยาวยื่นออกมาตรงใจกลางเกลียวคลื่นฟาดไปฟาดมาอย่างไร้ทิศทาง


    แต่เพียงพริบตาหางแหลมยาวนั้นโผล่ขึ้นมาได้ไม่นานก็พลันจมหายลงไปอีกครั้ง


    เอื้อก!


    เทียนฉินกลืนน้ำลายลงคอทันที พลางคิดอยู่ในใจว่าไม่น่าไปยั่วโมโหสัตว์ประหลาดตัวนี้เข้าเลย แต่โล่งใจอยู่ได้ไม่นาน คลื่นที่กำลังจะสงบลงกลับปรากฎดวงตาสีเหลืองคู่เดิมที่เขาเคยเห็นโผล่ออกมา ก่อนที่จะค่อยๆทยอยเผยโฉมรูปลักษณ์ของสัตว์ประหลาดตัวนั้นออกมาจนเต็มตัว


    "จรเข้ยักษ์!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาเสียงดัง


    "มันคือจรเข้โลหิตเพลิง!"เฟยลี่เอ่ยออกมาอย่างตื่นตระหนก


    "จรเข้โลหิตเพลิง! มันเป็นสัตว์อสูรโบราณไม่ใช่หรือ?"


    "ทำไมมันมาอาศัยอยู่ในเทือกเขารกร้างแห่งนี้ได้"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง


    โฮ้กก!


    จรเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นหลังจากโผล่ขึ้นมาก็ส่งเสียงคำรามด้วยความโมโห เปลวเพลิงบนเกล็ดสีแดงต่างเปล่งประกายอย่างบ้าคลั่ง ไอร้อนระอุก่อตัวขึ้นบน

    อากาศรอบๆอย่างมืดฟ้ามัวดิน


    "ไม่มีทางให้ถอยได้อีกแล้ว พวกเราคงต้องร่วมมือกันสู้จนสุดความสามารถ!"

    เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมเรียกดาบเพลิงสุริยามาถือไว้ในมือ


    "เจ้าจะเอาอะไรไปสู้กับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์เช่นนี้"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว


    "ข้าคิดว่าอย่างน้อยๆจรเข้โลหิตเพลิงตัวนี้น่าจะมีพลังระดับผันแปรเป็นอย่างต่ำ"เฟยลี่เอ่ยบอกความคิดของตนเองออกมา


    "ไม่ลองไม่มีทางรู้หรอก!"เทียนฉินเอ่ยออกมาโดยไม่ลังเล


    แต่ในทันใดนั้นเองจรเข้โลหิตเพลิงก็อ้าปากพ่นเพลิงสีแดงเข้ามาทางเทียนฉินกับสองสาวที่ยืนอยู่อย่างรุนแรง


    ตู้ม!


    ทั้งสามต่างแยกกันกระโดดหลบอย่างฉุก

    ละหุก ครู่ต่อมาเทียนฉินใช้ท่าร่างเงาจันทราเงาขับเคลื่อนมาปรากฏตัวข้าง

    จรเข้โลหิตเพลิง มือที่ถือดาบเพลิงสุริยาปกคลุมไปด้วยปราณแสงสีส้มก็วาดใส่จรเข้ตัวนั้นเข้าไปอย่างรุนแรง


    เปรี้ยง!


    ปราณสีส้มปะทะเข้ากับเกล็ดสีแดงเพลิงบนร่างของจรเข้โลหิตเพลิงในทันที แต่กลับเป็นร่างของเทียนฉินเองที่กระเด็นกลับมาราวกับลูกบอล


    "เกล็ดมันหนาทนทานชะมัด!"เทียนฉินที่พยุงตนเองขึ้นมาได้เอ่ยร้องอย่างเสียอารมณ์


    ในขณะนั้นเองจรเข้โลหิตเพลิงกลับกระโดดพุ่งเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับอ้าปากแผดเสียงคำรามปลดปล่อยลูกไฟสีแดงออกมาหลายลูก


    เฟยลี่เห็นเช่นนี้ก็หดรูม่านตาลง พลันวาดกระบี่ม้วนวนรวบรวมพลังมหาศาลพุ่งตัวออกไปตรงหน้า พอมันสัมผัสกับพายุเพลิงอันบ้าระห่ำ กลับใช้หางฟาดพายุกลุ่มนั้นแตกสลายกระเด็นออกมา โดยที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวได้เลยแม้แต่น้อย


    "นี่มันแข่งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"

    เฟยลี่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าเพลงกระบี่ของนางจะไม่สามารถต้านทานจรเข้โลหิตเพลิงตัวนี้ได้เลย


    "พวกเราเข้าไปลุมพร้อมกันเถอะ!"

     

    เทียนฉินเอ่ยโดยไม่รอคำตอบของสองสาวกระโดดออกพร้อมกับวาดดาบสุริยาในมือทันที


    "ผ่าอเวจี!"


    จรเข้โลหิตเพลิงที่เห็นแสงดาบพุ่งเข้ามาตรงหน้าก็คำรามออกมา แล้วยกกรงเล็บอันแหลมคมข้างหนึ่งออกมาตบเข้าไปที่แสงดาบสีส้มนั้นอย่างแรง


    เปรี้ยง!


    แสงดาบสีส้มของเทียนฉินตัดผ่าเข้ากรงเล็บนั้นอย่างจัง โลหิตสาดกระเซ็นกระจัดกระจายไปทั่วกรงเล็บ แต่ที่น่าแปลกใจคือโลหิตของจรเข้ตัวนั้นกลับกลายเป็นสะเก็ดไฟดวงเล็กดวงน้อยกระเด็นถูกแขนเทียนฉินอย่างพอดี


    อ้าก!


    เทียนฉินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด โลหิตเพลิงตามชื่อของจรเข้ตัวนั้นชอนไชเข้าสู่แขนของเทียนฉินอย่างรวดเร็ว


    จิงอี้หลานที่เห็นดังนั้นพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา ทันใดนั้นก็ยกกระบี่สีแดงเล่มหนึ่งวาดเข้าใส่ลำตัวจรเข้โลหิตเพลิงทันที


    "กระบี่มังกรเหิน!"


    ทันที่กระบี่ถูกวาดออกไป พลันเกิดเสียงมังกรกู่ร้องก้องคำรามดังออกมา ปราณแก่นแท้ธาตุเพลิงพวยพุ่งออกจากร่างของนาง ก่อนจะประสานกับเพลงกระบี่ของจิงลู่อันกลายเป็นมังกรเพลิงยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ก่อนพุ่งเข้าใส่ลำตัวของจรเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นอย่างรุนแรง


    จรเข้โลหิตเพลิงดวงตาทอแสงเป็นประกาย มันอ้าปากขนาดใหญ่พ่นลูกเพลิงสีแดงออกมาเช่นกัน


    "ตู้ม!"


    มังกรเพลิงปะทะกับลูกไฟสีแดงจนดูเจิดจ้าบาดตา เพียงไม่นานลูกเพลิงสีแดงก็ถูกกดดันจนแตกสลายหายไป


    ภายใต้พลังการโจมตีของมังกรเพลิง ดูเหมือนว่าจรเข้โลหิตเพลิงตัวนี้จะรับรู้ได้ถึงอันตราย ดวงตาดุร้ายของมันหดรัดอย่างถมึงทึง เกล็ดสีแดงเพลิงบนตัวมีเปลวไฟลุกขึ้นมาทันที คลื่นอัคคีขนาดใหญ่กระจายความร้อนปกคลุมเต็มปล่องภูเขาไฟ


    ในขณะที่จิงอี้หลานที่กำลังร่ายท่วงท่ากระบี่มังกรเหินไปมานั้น เป็นเฟยลี่ที่ร่ายรำกระบี่ออกมาอีกครั้ง


    "พายุเพลิงผลาญฟ้า!"


    แสงกระบี่เล่มเล็กสีแดงส้มพลันปรากฏออกมาทันที พอสะบัดข้อมือแสงกระบี่สีแดงส้มนั้นก็ม้วนตัวกลายเป็นพายุกระบี่เพลิงตรงหน้า


    เปรี้ยง! เปรี้ยง!


    แสงกระบี่เพลิงสีแดงส้มปรากฏออกมาเต็มผนังด้านบน จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่จรเข้โลหิตเพลิงรอบทิศทาง


    จรเข้ตัวนั้นคล้ายรู้ได้โดยสัญชาตญาณส่งเสียงร้องคำรามออกมา ก่อนพุ่งตัวกระโจนหลบพายุกระบี่เพลิงนั้นอย่างรนราน


    "ผ่าอเวจี!"


    เทียนฉินที่ฟื้นตัวได้แล้วกลับเร็วกว่าหนึ่งก้าว วาดดาบเพลิงสุริยาผสานแก่นแท้ทั้งสองธาตุโจมตีโดนร่างขนาดมหึมาของจรเข้โลหิตเพลิงที่พุ่งขึ้นมาทันที


    โฮ้กก!


    จรเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นไม่ทันได้ระวังตัว โดนดาบเพลิงสุริยาของเทียนฉินจนเกิดบาดแผลขนาดใหญ่บนตัว มิหนำซ้ำยังได้รับผลกระทบจากปราณแสงสีส้มที่แทรกซึมเข้าไปทำให้การฟื้นฟูของมันลดช้าลงมาก


    จรเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นร้องคำรามออกมาด้วยความโมโห ทันใดนั้นก็ปลดปล่อยลูกเปลวไฟยักษ์จำนวนมากก็พุ่งใส่เทียนฉินทันที


    ตู้ม!


    เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นภายใต้เปลวเพลิงอันร้อนแรง เทียนฉินยืนอยู่ตรงนั้นไม่หลบหลีกแต่เขากลับใช้เคล็ดวิชาที่สองของดาราล้อมเดือน ระฆังหลอมกายาปกคลุมตนเองไว้ ก่อนวาดดาบเข้าใส่อีกหลายครา


    แม้ว่าการโจมตีเหล่านี้จะไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงให้จรเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นถึงกับเสียชีวิต แต่กลับทำให้กลิ่นอายของมันลดลงไปมิใช่น้อย


    ขณะที่เฟยลี่เคลื่อนไหวราวกับสายลมนั้น พลันควบแน่นปราณกระบี่เพลิงเป็นรูปเกลียวคลื่นซัดเข้าใส่จรเข้โลหิตตัวนั้นอีกครั้ง


    ตู้ม!


    จรเข้โลหิตที่คล้ายกำลังจะอ่อนลงโดนเกลียวคลื่นกระบี่เพลิงของเฟยลี่เข้าที่ขาหลังอย่างแรงจนขาดสะบั้น


    โฮ้กก!


    มันร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนม้วนตัวกลับเตรียมจะมุดลงไปในทะเลสาบลาวา


    "อย่าปล่อยให้มันหนีลงไปในทะเลสาบลาวาได้!"


    จิงอี้หลานที่เห็นดังนั้นร้องตะโกนออกมาสุดเสียงก่อนเร่งปราณกระบี่ผสานเข้ากับความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟร่ายท่วงท่ากระบี่วาดเข้าใส่อีกครั้ง


    "กระบี่มังกรเหิน!"


    คราวนี้ปราณกระบี่ต่างเคลื่อนคล้อยหมุนวนกลายร่างเป็นมังกรสีแดงเพลิงตัวใหญ่สี่ตัว กระโจนเข้าใส่ร่างจรเข้โลหิตเพลิงทั้งสี่ด้าน


    ตู้ม!


    จรเข้โลหิตเพลิงที่โดนปราณมังกรเพลิงสี่ตัวพ่งเข้าใส่ พลันกระเด็นหงายท้องพลิกม้วนตลบไปกระแทกเข้ากับผนังหินผาอย่างแรง


    ท่ามกลางฝุ่นฟุ้งตลบอบอวล ทั้งสามคนยืนจ้องเขม็งไปทางนั้นอย่างไม่วางใจ ต่างตั้งมั่นเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้


    "ข้ามีพลังเหลือแค่การโจมตีครั้งสุดท้ายเท่านั้น!"เฟยลี่เอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหอบ


    "ข้าก็เหมือนกัน!"จิงอี้หลานพยักหน้าเอ่ยยอมรับออกมา


    "ถ้าอย่างนั้นเร่งรวบรวมพลังปราณแล้วจัดการมันพร้อมกันทีเดียวเลย!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับเดินย่างเข้าไปหา

    จรเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นอย่างไม่เกรงกลัว เขาสัมผัสได้ว่าปราณแสงสีส้มที่ได้แทรกซึมเข้าไปภายในร่างของจรเข้โลหิตเพลิงนั้น กลับสามารถทำร้ายอวัยวะภายในของมันอย่างช้าๆ


    เพียงไม่นานทั้งสามได้ก้าวเดินมาลุมล้อมจระเข้โลหิตเพลิงตัวนั้นกันอย่างพร้อมเพรียง ฝุ่นหินที่ฟุ้งกระจัดกระจายอยู่ค่อยๆสลายลง เห็นเพียงเงาร่างรางๆนอนอ้าปากกว้างคล้ายไม่ยอมแพ้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า


    ตามเนื้อตัวปรากฏบาดแผลเต็มไปทั่ว โลหิตเพลิงที่หยดลงพื้นหินต่างแตกออกเป็นสะเก็ดไฟกระจัดกระจายอยู่รอบตัว


    "ทุกคนพร้อมมั้ย?"เฟยลี่เอ่ยถามออกมา


    ฟู่!


    "พร้อมแล้ว!"จิงอี้หลานสูดหายใจเข้าปอดก่อนเอ่ยรับคำออกมา


    "ลุย!!"



    จบตอนที่ 37