ฉินเฉาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ไต้ซือท่านนี้ก็เกินไปจริง ๆ ขายหนังสือราคา 15 หยวนในราคา 100 หยวน ถ้าคนขายหนังสือเป็นแบบเขากันหมด ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะได้กำไรมหาศาลหรอกเหรอ?
“ท่านผู้ใจบุญ ท่านต้องไม่ถูกลวงด้วยข้อเท็จจริงเพียงผิวเผินนี้” ไต้ซือผู้ที่กำลังแทะปีกไก่อยู่ ยิ้มแล้วพูดว่า “อาตมาหวังว่าโยมจะได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้”
ฉินเฉาไม่เข้าใจ ว่าทำไมไต้ซือท่านนี้ ผู้ที่มีตำแหน่งทางพุทธ ถึงทำเรื่องนอกรีตอย่างนี้ ฉินเฉาใช้ทรัพย์สินของแลกหนังสือพระสูตรหัวใจเพชรเล่มนี้มาอย่างถูกต้อง แล้วจากนั้นก็ถามว่า
“จะให้ผมเรียกท่านว่าอะไร ไต้ซือ?”
“อาตมามีชื่อทางพุทธว่า ชิฟาง ที่แปลว่าปลดปล่อยนะโยม”
“แค่ก ๆ!” โค้กที่เพิ่งจะเข้าไปในปาก ถูกพ่นออกมาใส่หัวหลวงจีนรูปนั้น
ไต้ซือชิฟางไม่ได้ใส่ใจ เขาหัวเราะ แล้วจากนั้นก็เช็ดโค้กบนหัวเขาด้วยกระดาษทิชชู
“ทำไมผู้ใจบุญถึงตกใจล่ะ? ควบคุมความอยากของตัวเอง อย่างเช่น ไม่พอใจกับผลกำไรที่ได้รับมา แล้วไม่เสียใจเมื่อมีคนต้องจากไป นี่เป็นโลกของผู้บรรลุ”
“ความหมายของไต้ซือคือ?” ฉินเฉาคิดว่าหลวงจีนประหลาดรูปนี้ยังมีเหตุผลอยู่ แต่เขายังคงมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจ
“ไต้ซือ ทำไมท่านถึงเลือกชื่อทางพุทธแบบนั้น ไม่ใช่ว่ามันจะทำลายเกียรติของพุทธะหรอกเหรอ?”
“ท่านผู้ใจบุญ” ชิฟางตบมือแล้วพูดว่า “เกียรติของพุทธะไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อของอาตมา แต่อยู่ที่ใจของอาตมา”
แม้ว่าชิฟางจะทำสิ่งที่ผิดแปลกไปบ้าง แต่คำพูดของเขาก็แฝงไปด้วยคติธรรม ยิ่งฉินเฉาคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าชิฟางเข้าใจยาก ฉะนั้น เขาจึงถามอย่างจริงจังว่า
“ไต้ซือจะบอกผมได้มั้ยว่าท่านมาจากวัดไหน?”
“พุทธะตรัสว่า พูดไม่ได้ พูดไม่ได้” ชิฟางส่ายหัวแล้วพูด “ท่านผู้ใจบุญแล้วอาตมามีชะตาให้ต้องพบกันในวันนี้ ในอนาคตโยมจะต้องรู้อย่างแน่นอน”
หลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้น จัดจีวรให้ตรง แล้วจากนั้นก็พูดกับฉินเฉา
“ท่านผู้ใจบุญ อาตมาจะต้องไปตามหาผู้ใจบุญคนใหม่แล้ว สำหรับตอนนี้ต้องลาก่อน อาตมาหวังว่าหลังจากที่ท่านผู้ใจบุญกลับไปแล้ว ท่านผู้ใจบุญจะเปิดอ่านพระสูตรหัวใจเพชรเล่มนั้นสักหน่อย บางทีมันอาจช่วยท่านผู้ใจบุญได้”
ก่อนที่จะจากไป ทันใดนั้นเขาก็ได้พูดเสริมขึ้นมา
“ท่านผู้ใจบุญการไปเยือนเมืองตงชวนครั้งนี้ ทั้งโชคดีแล้วก็ไม่ดีพอๆ กันขึ้นอยู่กับแต่ละคน เมื่อโยมพบกับเรื่องยากลำบาก โยมต้องคิดให้ดี”
หลังจากทิ้งประโยคที่ยากจะเข้าใจนี้ให้ฉินเฉา ชิฟางที่เดินออกไปได้สองก้าว ทันใดนั้นก็หันมาแล้วยิ้มให้กับฉินเฉา
“ไต้ซือ ท่านยังมีคำพูดอะไรจะบอกผมอีกงั้นเหรอ?”
“ท่านผู้ใจบุญ อย่าเพิ่งเอียนกับคำพูดของอาตมาไปซะก่อนละ” ชิฟางพูดอย่างช้า ๆ “นี่เป็นประโยคที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งอาตมาต้องอธิบายให้ประสกฟังก่อน”
“โอ้? ไต้ซือ โปรดพูด!”
“จำไว้ บิลค่าอาหาร แค่เอามันให้กับลูกศิษย์หญิงของอาตมาก็พอ” แล้วไต้ซือก็จากไป ทิ้งไว้แต่ฉินเฉาผู้ยังคงแข็งค้างไว้ข้างหลัง
ดูเหมือนว่า คำพูดสำคัญจะเป็นเรื่องนี้
ฉินเฉาไม่มีทางเลือก ได้แต่ยืนขึ้นแล้วเดินไปหาลูกศิษย์ของชิฟาง
เด็กสาวใส่ชุดเครื่องแบบพนักงาน KFC เธอยืนอย่างมีเสน่ห์อยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ ขณะที่ยังยุ่งกับการคิดเงิน ในตอนนี้เองที่ฉินเฉาพบว่า เด็กสาวคนนี้ยังเด็กอยู่มาก ร่างของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นอายของหญิงสาว เธอมีใบหน้ารูปไข่ที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมหางม้าหลังหัวเธอ ที่แกว่งไปมาให้ความรู้สึกวัยรุ่น
บนร่างของเธอ หน้าอกเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุด จากการคาดการณ์ของฉินเฉา เขาคาดว่าหน้าอกของเธออย่างน้อยก็คัพ E ขึ้นไป เครื่องแบบ KFC ของเธอเหมือนจะคับหน่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงหน้าอกของเธอ ที่แทบจะทำให้เครื่องแบบของเธอแยกออกมา
เหล่าเด็กชายที่เข้าแถวต่างพากันมองอย่างโง่งม แฟนสาวที่ถัดจากพวกเขา บิดเอวเพื่อปลุกให้ตื่น
“คุณ ต้องการอะไรคะ?” น้ำเสียงของเธอหวานอย่างมาก แม้ว่าจะไม่เท่าของซูจีแล้วซูเฟยก็เถอะ แต่น้ำเสียงของเธอก็ให้ความรู้สึกพึงพอใจเมื่อได้ยินมัน
“ฉันมาจ่ายเงินน่ะ...” เพราะว่าเขาคุ้นเคยกับการเห็นสาวสวยมาเยอะแล้ว ฉินเฉาจึงไม่ตื่นเต้นเมื่อเขาคุยกับเธอ
“อ๊า คุณเป็นเพื่อนท่านอาจารย์” สาวน้อยยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้จิตใจของผู้คนเกิดระลอกคลื่น เหล่าเด็กชายที่อยู่รอบ ๆ ต่างมองเธอด้วยท่าทางโง่งม มีแม้กระทั่งชายที่โพล่งออกมาว่า “ถั่วยัดไส้ 2 ที่” ในรายการของเขา
“คุณยังอยู่ที่นี่!” สาวน้อยยิ้มอีกครั้ง ซึ่งเผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ทั้งสองซี่ของเธอ ทำให้เหล่าเด็กชาย ต้องมองอย่างโง่งมอีกครั้ง
ฉินเฉารู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ความงามที่ไร้เดียงสาของเธอ ทำให้หัวใจของผู้คนกระตุก
“รอฉันก่อนนะ ฉันจะไปหาคุณหลังจากจัดการนี่เสร็จ”
ฉินเฉาไม่กังวลที่เขาต้องใช้เวลารอเธอ ถึงยังไง เขาก็ถูกจ้างโดยเหลียวตงไค แล้วเขาก็รู้สึกขัดแย้งเล็กน้อยเกี่ยวกับการต้องเป็นบอดี้การ์ดให้กับเหลียวชาชา
ถึงยังไงเขาก็คลาดเวลาพบกันไปแล้ว จะเสียเวลาอีกก็คงไม่เป็นไร
ตอนบ่าย ผู้คนใน KFC เยอะมาก เมื่อฉินเฉากลับมาที่ที่นั่งของเขา เขาก็พบว่าอาหารของเขาถูกทิ้งไปแล้ว แล้วที่นั่งของเขาถูกนั่งแทนโดยคู่รักคู่หนึ่ง ผู้หญิงนั่งบนตักของผู้ชายขณะที่พวกเขาพากันป้อนเฟรนช์ฟรายส์ให้กันแล้วกัน
ฉินเฉาไม่มีทางเลือก ได้แต่ยักไหล่ ที่ร้านอาหารไม่มีที่นั่งสำรอง ดังนั้น เขาจึงทำได้แค่ยืนรอที่หน้าห้องน้ำ
จากนั้น เพียงแค่ไม่นาน ชายกลางคนผู้ที่จะเข้าห้องน้ำ เมื่อเขาเห็นฉินเฉายืนอยู่หน้าห้องน้ำ เขาถามอย่างแปลกใจ
“พี่ชาย นายเก็บเงินค่าเข้าห้องน้ำด้วยเหรอ?”
“หือ ไม่คิด ไม่คิด!” ฉินเฉารีบเปิดทางให้คนอื่น หัวใจของเขารู้สึกเศร้า เขาด่าตัวเองที่ไม่สามารถทำเหมือนคนอื่นได้ ถ้าคนอื่นอยู่ในสถานะเดียวกับเขา พวกเขาก็คงพยายามที่จะแอบหนีไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่จ่ายค่าอาหาร
“เฮ้ ฉันหาคุณไปทุกที่เลย กลายเป็นว่าคุณมาเป็นยามเฝ้าประตูที่นี่เอง” เพียงแค่เขาเพิ่งจะฝันหวาน สาวน้อยก็มายืนตรงหน้าเขา “ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้คุณต้องรอ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยุ่งมากจริง ๆ ”
ครั้งนี้ สาวสวยได้ใส่ชุดนักเรียนปกติ แต่มันยังคงไม่สามารถปกปิดรูปร่างที่งดงามของเธอได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหางม้าที่หลังหัวเธอ มันทำให้เธอดูเต็มไปด้วยพลังดี
“ไม่เป็นไร ยังไงฉันก็ว่างอยู่แล้ว” ฉินเฉายกมือทำท่าทาง “จ่ายค่าอาหารแล้วใช่มั้ย เท่าไหร่”
“ไม่เป็นไร” สาวน้อยรีบพูด “นี่เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ฉันจะเรียกเงินจากคุณได้ยังไง? แค่เป็นความกตัญญูของศิษย์ที่มอบให้ท่านอาจารย์เท่านั้นเอง ฉันดีใจมากเลยนะ เมื่อท่านอาจารย์มากินอาหารที่นี่”
“นี่ไม่ดีนะ” ฉินเฉาถาม “เธอเป็นแค่นักเรียนที่ทำพาร์ทไทม์ มันไม่ง่ายที่จะหาเงิน ฉันจะให้เธอจ่ายได้ยังไง?”
หลังจากพูดเสร็จ โดยไม่ฟังคำอธิบาย เขาก็หยิบแบงก์ 100 ออกมาแล้วยัดใส่มือสาวน้อยนางนี้ ถึงยังไง ที่ไต้ซือท่านนั้นมาที่นี่ก็เพราะเขา นั่นคือเหตุผล
“ขอบ...ขอบคุณค่ะ...” หน้าของสาวน้อยออกแดง ๆ ดูเหมือนว่าครอบครัวของเธอจะฐานะไม่ค่อยดี ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ต้องมาทำงานที่นี่
“แต่ จริง ๆ แล้ว ฉันอยากรู้จริง ๆ เธอรู้จักชิฟาง...เอิ่ม ไต้ซือชิฟางได้ยังไง...” ฉินเฉาถาม
“ฉันชื่ออู๋ซิ่น เป็นนักเรียนโรงเรียนเทียนหัว ฉันใช้เวลาว่างตอนพักเที่ยงมาทำงานที่ KFC ซึ่งนั่นทำให้ฉันพบกับท่านอาจารย์” เมื่อพูดเกี่ยวกับไต้ซือที่ไร้ยางอายนั่น อู๋ซิ่นดูท่าทางมีความสุขมาก
“ถ้าจะพูดเกี่ยวกับท่านอาจารย์ เขาเป็นคนที่แปลกมาก แม้ว่างานของท่านจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่คำพูดของท่านกับแม่นยำอย่างมาก ยิ่งกว่านั้น ท่านยังดูดวงให้กับคนอื่นอีกด้วย ผู้คนรอบ ๆ ที่นี่ ต่างพากันอยากให้ท่านดูดวงให้ทั้งนั้น เพราะมันแม่นมาก”
“หมอดู?” ฉินเฉาอยากรู้เรื่องนี้ คิดว่า ‘คำที่ไต้ซือชิฟางทิ้งไว้ให้เขา มันจริงใช่มั้ย?’
“แน่นอน ท่านอาจารย์เป็นคนที่สุดยอดมาก ๆ ” ดวงตาของอู๋ซิ่นเต็มไปด้วยประกายของความนับถือ แล้วพูดกับฉินเฉาว่า “ท่านสอนฉันเรื่องทำยังไงถึงจะอ่านหนังสือได้ดี มันทำให้ร่างกายของฉันมีความสุข แล้วสมองของฉันดีขึ้น ก่อนหน้านี้ ผลสอบของฉันไม่ค่อยดี แต่ตอนนี้ ฉันสามารถเรียนได้ง่าย ๆ เลย”
“นี่เธอกำลังโฆษณาตัวเองให้ฉันฟังงั้นเหรอ” ฉินเฉาเงียบ ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ เขาคิดว่า ‘หรือว่าชิฟางจะเป็นผู้ฝึกตน?’ เขานึกถึงเรื่องพระสูตรหัวใจเพชร ‘เมื่อฉันหาที่ได้ ฉันต้องลองดูหน่อยแล้ว บางทีมันอาจจะใช้ได้จริง ๆ ก็ได้!’
“โอ้ ไม่ดีแล้ว! ฉันเสียเวลาคุยกับคุณที่นี่ ทำให้ฉันคลาดกับรถบัสซะแล้ว!”
สาวน้อยอู๋ซิ่นอุทานออกมาเสียงดัง แล้วจับปากเล็ก ๆ ของเธอ กระต่ายน้อยที่ตรงหน้าอกของเธอสั่น ใจฉินเฉาสั่น แอบคิดว่า ‘คัพ E นี่ไม่ใช่เล่น ๆ จริง ๆ ’
ฉินเฉาก็จะมาหาแท็กซี่เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเดินออกมาจาก KFC พร้อมกับอู๋ซิ่น ในตอนนี้ รถบัสสาธารณะได้ขับออกจากป้ายแล้ว ทำให้อู๋ซิ่นอุทานออกมา
“โอ้ ไม่! ฉันคลาดกับรถบัสแล้ว ฉันต้องสายแน่ ๆ!”
“อย่าห่วงเลย เธอไม่สายหรอก” ฉินเฉาตบไหล่อู๋ซิ่น ทำให้หน้าอกของสาวน้อยสั่น เมื่อเธอหันมา เธอเห็นฉินเฉานั่งอยู่บนจักรยานสีดำเก่า ๆ ทำให้เธออดถามด้วยความแปลกใจไม่ได้
“คุณไปเอาจักรยานนี่มาจากไหน?”
“ฉันเอามันมาเอง!” ฉินเฉาไม่ได้บอกว่าเขาเรียกมันออกมาจากแหวน เขาตบที่เบาะหลังแล้วพูดว่า “ขึ้นมาสิ ฉันรับประกันว่าเธอจะถึงโรงเรียนทันเวลาแน่นอน!”
“จริงเหรอ?” อู๋ซิ่นถามอย่างลังเล แล้วนั่งลงที่เบาะหลังอย่างนุ่มนวล แล้วจากนั้นก็วางมือของเธอไว้ที่ไหล่ของฉินเฉา “จักรยานสามารถไล่ตามรถบัสทันเหรอ?”
“เธอจะรู้ในอีกไม่นานนี้แหละ!” ฉินเฉามองจักรยานของเขา “ไป!”
ทันใดนั้นก็เหมือนกับจรวด อู๋ซิ่นที่ความรู้สึกช้า แทบจะตกจากรถ เธอกรีดร้อง แล้วรีบกอดเอวฉินเฉาจากข้างหลังแน่น
ความรู้สึกที่ได้จากหน้าอกคัพ E ขนาดมหึมานี้ ทำให้เท้าของฉินเฉาสั่น รถแทบล้ม
แต่เขารีบทำแฮนด์ให้ตรง แล้ววิ่งต่อไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าฟาด เพื่อไล่ตามรถบัสที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา
คนขับรถบัสสะดุ้ง หลังจากที่ขับรถมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนขี่จักรยานเร็วขนาดนี้
“แม่แกเถอะ! อยากจะแข่งกับฉันเหรอ!” แม้ว่าเขาจะเป็นคนขับรถบัสมานานแล้ว การแข่งขันก็ยังฝังลึกอยู่ในกระดูกของเขา เมื่อเห็นจักรยานที่ฉินเฉาปั่นใกล้เข้ามา ความภาคภูมิใจของเขาราวกับถูกกระทบ
ดังนั้น เขาจึงแอบเพิ่มความเร็ว เพื่อสลัดเจ้าหนูอวดดีที่กล้ามาแข่งกับเขาที่ขับรถบัสอยู่
ใครจะรู้ ว่าเจ้าหนูนั่นจะเหมือนกับตัวหนอนที่ติดอยู่กับกระดูกที่เขาไม่สามารถกำจัดออกไปได้
“คุณขับเร็วมากเลย!” อู๋ซิ่นรู้สึกว่าปากของเธอเต็มไปด้วยลม เธอเป็นเด็กดีมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกตื่นเต้น แล้วตะโกนออกไปอย่างได้ใจ
“นี่ยังน้อยไป” ฉินเฉาหัวเราะแล้วพูดว่า “ถ้าฉันตามรถบัสนี่ไม่ทัน ความเร็วของฉันยังเพิ่มได้อีก!”
“คุณสุดยอดจริง ๆ! ไม่แปลกใจเลยที่ท่านอาจารย์อยากจะกินอาหารกับคุณ!”
“อะไรนะ? ไต้ซือชิฟางไม่ค่อยได้กินอาหารกับคนอื่นเหรอ?”
“แน่นอน คนที่สามารถกินอาหารกับท่านอาจารย์ได้ ต่างสุดยอดทั้งนั้น!”
จบตอน#